จากวันสิ่งแวดล้อมโลก สู่ภารกิจฟื้นฟูแม่น้ำของชุมชน
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๘ และวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๘ กลุ่มโรงงานในเครือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยบริษัท คอสมอส บริวเวอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้โอกาสนี้ลุกขึ้นมาชวนชุมชนล้อมวงคุยเรื่องสิ่งแวดล้อมกันแบบจริงจัง
ทุกวันนี้แหล่งน้ำธรรมชาติหลายแห่งต้องเผชิญทั้งมลพิษ ขยะ และของเสียจากกิจกรรมมนุษย์ จนกระทบระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในน้ำอย่างเห็นได้ชัด กิจกรรมครั้งนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อไม่ใช่แค่ “ทำดีครั้งเดียวจบ” แต่เพื่อจุดประกายให้คนในพื้นที่หันกลับมาตระหนักว่า ถ้าเราไม่ช่วยดูแลแหล่งน้ำวันนี้ อนาคตอาจไม่มีแหล่งอาหารให้ลูกหลาน
โครงการ “รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” คืออะไร
โครงการ “รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วนในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ องค์กรท้องถิ่น โรงเรียน และชุมชนรอบโรงงาน ที่ต่างมารวมตัวกันเพื่อดูแลแม่น้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่
หน่วยงานที่เข้ามาร่วมแรงมีทั้ง
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด
สำนักงานประมงจังหวัด
องค์การบริหารส่วนตำบลลำไทร
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ สำนักงานชลประทานที่ 11
กองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ลำไทร
โรงเรียนวัดกุฎีประสิทธิ์
ผู้นำชุมชนรอบโรงงาน
ทุกฝ่ายไม่ได้มาแค่ร่วมงานเชิงพิธี แต่ลงมือทำร่วมกัน เพื่อให้แหล่งน้ำกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ไฮไลต์: ปล่อยปลาตะเพียนขาว 50,000 ตัว + ฟื้นฟูน้ำด้วย EM
กิจกรรมหลักของโครงการนี้คือการฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติแบบครบวงจร
ปล่อยพันธุ์ปลาตะเพียนขาวจำนวน ๕๐,๐๐๐ ตัว เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศและสร้างแหล่งอาหารให้ชุมชนในระยะยาว
สำนักงานประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นผู้สนับสนุนพันธุ์ปลาชุดใหญ่
โรงงานจัดเตรียม ลูก EM Ball และ น้ำ EM สำหรับบำบัดคุณภาพน้ำ โดยใช้จุลินทรีย์ธรรมชาติช่วยย่อยสลายของเสีย ลดกลิ่น และฟื้นฟูสมดุลของระบบนิเวศทางน้ำ
น้ำ EM ยังถูกมอบให้แต่ละครัวเรือน เพื่อนำกลับไปใช้ในบ้าน เป็นการขยายผลให้การรักษ์สิ่งแวดล้อมเริ่มจากในบ้าน สู่ชุมชน
โครงการนี้จึงไม่ใช่แค่กิจกรรมวันเดียวแล้วจบ แต่คือการต่อสายให้คน–น้ำ–ธรรมชาติกลับมาเชื่อมถึงกันอีกครั้ง
ESG ไม่ได้อยู่แค่ในรายงาน แต่ลงมาถึงริมตลิ่ง
ฝั่งผู้จัดกิจกรรมจากภาคเอกชน นำทีมโดย นายกิตติพงศ์ ศรีชุม ผู้จัดการผลิต บริษัท คอสมอส บริวเวอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด ธุรกิจในเครือไทยเบฟ ได้เล่าถึงแนวคิดของการจัดโครงการนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า กลุ่มธุรกิจไทยเบฟให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่อง จึงตั้งใจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ไม่ใช่เพียงผู้สังเกตการณ์
หัวใจหลักของกิจกรรมถูกสรุปออกมาเป็นสามข้อสำคัญ
ข้อที่ 1: ส่งเสริม อนุรักษ์ และฟื้นฟูแหล่งน้ำในชุมชน เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารของคนในพื้นที่ ผ่านการดูแลคุณภาพน้ำและการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ
ข้อที่ 2: กระตุ้นให้ชุมชนและเยาวชน “ลงมือร่วมกัน” ไม่ใช่แค่รับรู้ แต่ได้มีส่วนร่วมจริงในการอนุรักษ์แหล่งน้ำและพันธุ์สัตว์น้ำ
ข้อที่ 3: ใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญของพนักงานในองค์กร ขยายเป็นองค์ความรู้ให้กับชุมชน เป็นการสร้างแนวร่วมระยะยาว ไม่ใช่กิจกรรมฉาบฉวย
แนวคิดทั้งหมดนี้โยงกับกรอบการทำงานด้าน ESG อย่างชัดเจน
E: สิ่งแวดล้อม – เน้นการดูแลแหล่งน้ำและระบบนิเวศ
S: สังคม – สร้างการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่
G: Good Governance – ทำงานอย่างโปร่งใสและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เชื่อมโยงกับ DJSI และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ข้อที่องค์กรยึดถือและสานต่อมาโดยตลอด
พูดง่าย ๆ คือ ESG ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษหรือบนสไลด์ แต่ลงมาอยู่ในมือคนที่ยืนอยู่ริมแม่น้ำจริง ๆ
เสียงสะท้อนจากภาครัฐ: ถ้าเราไม่ลงมือวันนี้ ธรรมชาติไม่รอเรา
จากมุมมองของภาครัฐ กิจกรรมครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมที่จับต้องได้จริง โดยเฉพาะในช่วงวันสิ่งแวดล้อมโลก ที่ทุกคนถูกเตือนให้ย้อนกลับมาดูว่าเราปฏิบัติต่อโลกใบนี้แบบไหน
กิจกรรมปล่อยปลาและโยน EM Ball ลงแหล่งน้ำ ไม่ได้เป็นเพียงภาพสวยงาม แต่คือการบำบัดน้ำด้วยกลไกธรรมชาติ ผ่านจุลินทรีย์ที่ช่วยลดการปนเปื้อนในระยะยาว
มุมที่น่าสนใจคือการเชื่อมโยงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของคนทั่วไปกับปัญหาสิ่งแวดล้อม
น้ำเสียจากครัวเรือนที่ถูกระบายลงลำคลองหรือแอ่งน้ำ
น้ำทิ้งจากภาคอุตสาหกรรมที่ไหลลงแหล่งน้ำ
สารเคมีจากภาคเกษตรที่ถูกชะล้างลงสู่ธรรมชาติเวลาฝนตก
ปัจจัยเหล่านี้สะสมจนทำให้แหล่งน้ำเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีการฟื้นฟูอย่างจริงจัง วันนี้เราอาจมองไม่เห็นผล แต่ในอนาคตลูกหลานอาจต้องอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิต
กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นเหมือนหมุดหมายที่ยืนยันว่า แหล่งน้ำที่ทุกคนใช้อยู่ สามารถกลับมามีคุณภาพ และเป็นแหล่งอาหารที่ยั่งยืนได้ หากช่วยกันดูแลอย่างต่อเนื่อง
เมื่อสิ่งแวดล้อมเจอกับห้องคอม: เด็กต่างจังหวัดก็ต้องทันโลกดิจิทัล
อีกมิติที่น่าสนใจของโครงการนี้คือ การไม่ได้โฟกัสที่เรื่องสิ่งแวดล้อมเพียงด้านเดียว แต่ยังพุ่งเป้าไปที่การยกระดับทักษะดิจิทัลของเด็ก ๆ ในพื้นที่
ปีนี้ทางโรงงานมองเห็นว่า ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ไม่ใช่แค่ “วิชาเสริม” อีกต่อไป แต่เป็นทักษะจำเป็น จึงจัดทีมบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ มาสอนนักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 โรงเรียนวัดกุฎีประสิทธิ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เป้าหมายคือ
เพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)
เปิดโลกให้น้อง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ได้ใช้เครื่องมือดิจิทัลไม่แพ้เด็กในเมือง
สร้างพื้นฐานให้เด็กสามารถนำทักษะไปต่อยอดในอนาคต
หลักสูตรที่ใช้คือ CANVA เครื่องมือสายครีเอเตอร์ที่หลายคนใช้ทำโปสเตอร์ งานนำเสนอ อินโฟกราฟิก ไปจนถึงงานตัดต่อวิดีโอเบื้องต้น น้อง ๆ จึงไม่ได้แค่เรียนกดคอมพิวเตอร์ แต่ได้ลงมือ “สร้างสรรค์” งานของตัวเองจริง ๆ
ตัดต่อวิดีโอ–สร้างเกม–คิดงานคอนเทนต์: ห้องเรียนที่เปลี่ยนเด็กให้เป็นครีเอเตอร์ตัวจิ๋ว
ในมุมของผู้นำสถานศึกษา กิจกรรมสอนคอมพิวเตอร์ที่จัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ ๖ ถูกมองว่าเป็นการเสริมทักษะ ICT ที่จับต้องได้ชัดเจน เด็ก ๆ ไม่ได้แค่เรียนรู้โปรแกรม แต่ได้ฝึกทักษะสำคัญสำหรับอนาคต
สิ่งที่นักเรียนได้จากกิจกรรม เช่น
การทำงานเป็นกลุ่ม ทำให้เรียนรู้การปรับตัวและแบ่งหน้าที่กันทำงาน
การแก้ปัญหาในการ ตัดต่อวิดีโอ ทั้งการวางลำดับภาพ ใส่ข้อความ ใส่เสียง หรือปรับจังหวะให้น่าสนใจ
การออกแบบและ สร้างเกมง่าย ๆ ทำให้เด็กใช้จินตนาการและตรรกะไปพร้อมกัน
การสร้างผลงานบน CANVA แล้วเห็นงานของตัวเองออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน ทำให้เกิดความภาคภูมิใจและกล้าที่จะคิดและลงมือทำมากขึ้น
เด็กหลายคนจากเดิมที่แค่เล่นมือถือ กลายเป็นเด็กที่เริ่มมองหน้าจอในฐานะ “พื้นที่สร้างผลงาน” ไม่ใช่แค่ “พื้นที่เสพคอนเทนต์” อีกต่อไป
เมื่อห้องเรียนเชื่อมกับแม่น้ำ: เด็กได้ทั้งหัวใจรักษ์โลกและสกิลดิจิทัล
กิจกรรม “รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของแม่น้ำ ปลา หรือ EM Ball แต่คือการออกแบบประสบการณ์ให้เด็ก ๆ ได้เห็นภาพเชื่อมโยงว่า
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเริ่มได้จากชุมชนของตัวเอง
เทคโนโลยีไม่ได้มีไว้แค่เล่นเกม แต่ใช้เล่าเรื่อง ถ่ายทอดไอเดีย และสร้างความเปลี่ยนแปลงได้
ทักษะอย่างการตัดต่อวิดีโอ การสร้างงานบน CANVA หรือการทำเกมง่าย ๆ สามารถต่อยอดได้ทั้งในด้านการเรียนและอาชีพในอนาคต
เด็กหนึ่งคนที่เริ่มเข้าใจสิ่งแวดล้อม + ใช้เทคโนโลยีเป็น อาจกลายเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ที่เล่าเรื่องโลกอย่างมีพลังในวันข้างหน้า
จากโรงงานสู่อนาคตที่ยั่งยืน
กลุ่มโรงงานในเครือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ยังคงย้ำจุดยืนเดิมว่า การทำธุรกิจต้องเติบโตคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นโครงการด้านแหล่งน้ำ หรือกิจกรรมพัฒนาทักษะดิจิทัลให้เยาวชน
แนวทางต่อจากนี้คือ
พัฒนาโครงการรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่จัดปีละครั้งแล้วจบ
ขยายรูปแบบกิจกรรมด้าน ICT ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสกับเทคโนโลยีที่หลากหลายขึ้น ทั้งงานกราฟิก วิดีโอ และสื่อดิจิทัลรูปแบบใหม่
ผลักดันให้โรงงานและชุมชนเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน คือ อยู่กับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน และอยู่กับเทคโนโลยีได้อย่างมีคุณภาพ
สุดท้าย ภาพของปลาตะเพียนขาวนับหมื่นที่ถูกปล่อยลงน้ำ พร้อมกับเด็ก ๆ ที่กำลังนั่งหน้าคอมตัดต่อวิดีโอในห้องเรียนเดียวกันกับชุมชนเดิมของตัวเอง น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่า อนาคตที่ยั่งยืน เริ่มจากวันนี้ และเริ่มจากพื้นที่เล็ก ๆ ที่กล้าลงมือทำจริง

