รับแอปรับแอป

10 เมนูสายเฮลธ์ที่ทั้งช่วยคุมหุ่น ทั้งกันโรค ทำเองที่บ้านได้ง่ายมาก

อารยา จิตดี01-29

เริ่มต้นชีวิตเฮลธ์ตี้ง่าย ๆ ที่จานอาหาร

ยุคนี้ใครไม่หันมาดูแลสุขภาพคือคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่องแล้ว เพราะเราต้องเจอทั้งมลพิษ โรคระบาด ความเครียด และไลฟ์สไตล์เร่งรีบที่บั่นทอนร่างกายแบบเนียน ๆ

หนึ่งในวิธีดูแลตัวเองที่ง่ายที่สุด และอยู่กับเราทุกวันก็คือ การกิน นั่นแหละ กินถูก กินเป็น ไม่ได้แค่ช่วยคุมน้ำหนัก แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงโรคต่าง ๆ แบบระยะยาวด้วย

ในบทความนี้มารวมกันทั้ง

  • หลักการกินให้ดีต่อสุขภาพในแบบคนไทยสมัยใหม่

  • 10 เมนูอาหารทำง่าย อร่อย ได้สารอาหารครบ ช่วยคุมหุ่นและห่างไกลโรค

กินอย่างไรให้สุขภาพดีแบบคนยุคใหม่

มีการแนะนำแนวทางกินเพื่อสุขภาพสำหรับคนไทย (Food Based Dietary Guidelines) ไว้ 9 ข้อ ถ้าทำตามได้สักครึ่ง ชีวิตก็ดีขึ้นเยอะแล้ว

1. กินให้ครบ 5 หมู่ หลากหลาย และคุม BMI ให้เหมาะสม

จุดเริ่มต้นของสุขภาพดีคือ กินครบทุกกลุ่มอาหาร ในแต่ละวัน ทั้ง

  • ข้าว แป้ง

  • ผัก

  • ผลไม้ที่ไม่หวานจัด

  • นมพร่องมันเนย

  • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน

  • และใช้น้ำมัน น้ำตาล เกลืออย่างพอเหมาะ

พยายาม อย่ากินเมนูเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน เพื่อให้ร่างกายได้สารอาหารครบทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน แร่ธาตุ วิตามิน น้ำ และใยอาหาร

อย่าลืมเช็กน้ำหนักและรอบเอวสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยใช้แนวคิดง่าย ๆ คือ

  • รอบเอวไม่ควรเกิน “ส่วนสูง (ซม.) ÷ 2”

  • หรือใช้ค่า BMI โดยนำ “น้ำหนัก (กก.) ÷ ส่วนสูง (ม.)²” มาเป็นตัวช่วยประเมิน

สำหรับคนเอเชีย ช่วง BMI ปกติอยู่ที่ 18.5 - 22.9 ถ้าตัวเลขเริ่มเกิน ควรคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสม แต่ถ้าน้ำหนักลดลงต่อเนื่องแบบไม่ตั้งใจ ก็ควรสังเกตสัญญาณผิดปกติของร่างกายด้วย

2. ข้าวสลับแป้ง เลือกแบบไม่ขัดสีไว้ก่อน

ข้าวคือพระเอกของคนไทยมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า เพราะเป็นแหล่งพลังงานและให้ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์

แต่ถ้าเลือกได้ ให้เน้น

  • ข้าวกล้อง

  • ข้าวซ้อมมือ

เพราะยังมีวิตามินและสารอาหารมากกว่าข้าวขาวที่ผ่านการขัดสีจนเหลือแต่เม็ดขาว ๆ

บางมื้อจะ สลับไปกินอาหารประเภทแป้ง เช่น ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ข้าวโพด เผือก มันบ้างก็ได้ แต่ควรรู้ไว้ว่าอาหารแป้งมักผ่านการแปรรูปมาแล้ว ทำให้มีใยอาหารน้อยกว่าข้าว

3. ผักครึ่งจาน อีกครึ่งเป็นอย่างอื่น

คอนเซ็ปต์ง่าย ๆ ที่จำแล้วใช้ได้ตลอดคือ “ผักครึ่งหนึ่ง อย่างอื่นครึ่งหนึ่ง” เวลาแบ่งจานข้าวแต่ละมื้อ

ผักและผลไม้ให้ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารสำคัญอย่าง

  • แอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยลดการอักเสบ

  • ลดการสะสมไขมันในหลอดเลือด

  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและอัลไซเมอร์

  • เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง

4. เติมโปรตีนดีด้วยปลา เนื้อไม่ติดมัน ไข่ และถั่ว

ถ้าอยากมีกล้ามเนื้อดี ระบบต่าง ๆ ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ต้องให้ความสำคัญกับโปรตีน

  • ปลา ย่อยง่าย ไขมันต่ำ โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึกอย่างแซลมอน ซาร์ดีน แมคเคอเรล ที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 ดีต่อหัวใจและสมอง

  • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น ไก่หรือหมู ช่วยให้พลังงานและเสริมธาตุเหล็ก ป้องกันโลหิตจาง

  • ไข่ แหล่งโปรตีนคุณภาพดี มีกรดอะมิโนจำเป็นครบ ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท

  • ถั่ว ทั้งถั่วเปลือกแข็ง (อัลมอนด์ วอลนัท มะม่วงหิมพานต์ ฯลฯ) และถั่วเมล็ดแห้ง (ถั่วเขียว ถั่วแดง) ให้โปรตีน ไขมันดี ใยอาหาร วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ แถมยังดีต่อหัวใจ

5. ดื่มนมให้เหมาะกับวัย

นมคือของดีที่ให้ทั้ง

  • แคลเซียมสำหรับกระดูกและฟัน

  • โปรตีน

  • ไขมันดี

  • วิตามินหลายชนิด

  • โฟเลต และฟอสฟอรัส

แต่เรื่องปริมาณก็สำคัญเหมือนกัน

  • เด็กและวัยรุ่น: ประมาณ 2–3 แก้วต่อวัน

  • ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ: ประมาณ 1–2 แก้วต่อวัน

เน้นเลือก นมไขมันต่ำ จะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและความดันสูงได้อีกทาง

6. ไขมันไม่ได้น่ากลัวเสมอไป

ไขมันจริง ๆ เป็นสารอาหารจำเป็น ช่วยเป็นแหล่งพลังงานและช่วยดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันอย่าง A, D, E, K

เคล็ดลับคือ เลือกให้เป็นและกินให้พอดี เช่น

  • ใช้น้ำมันพืชอย่างน้ำมันมะกอก หรือน้ำมันรำข้าว แทนน้ำมันสัตว์

  • ลดอาหารทอดและของแปรรูป

  • เลือกวิธีปรุงแบบต้ม นึ่ง ย่างไม่ไหม้ หรืออบแทนการทอด

  • เสริมไขมันดีจากอะโวคาโดหรือปลาแทนเนื้อสัตว์ติดมัน

7. เบรกหวานจัด เค็มจัด

รสหวานและเค็มคือของโปรดของหลายคน แต่ถ้าเยอะเกินไปบ่อย ๆ ก็พาโรคมาแบบไม่รู้ตัว

  • ลดหวานช่วยลดความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน โรคหัวใจ ฟันผุ และไขมันพอกตับ

  • ลดเค็มช่วยป้องกันโรคไต ลดความดัน ลดอาการบวมน้ำ และลดโอกาสที่ร่างกายจะสูญเสียแคลเซียมจนเสี่ยงกระดูกพรุน

8. กินอาหารสะอาด ปลอดภัยจากเชื้อโรค

สุขภาพดีเริ่มตั้งแต่ วัตถุดิบและความสะอาด ของอาหารที่เข้าปาก

  • เลือกวัตถุดิบสดใหม่ จากแหล่งที่ไว้ใจได้

  • ล้างให้สะอาด ปรุงด้วยความร้อนเพียงพอ

  • ใส่ในภาชนะสะอาด ใช้อุปกรณ์หยิบจับถูกสุขลักษณะ

  • เลี่ยงอาหารหมักดองจัด อาหารแปรรูป และอาหารที่เก็บไว้นานเกินไป

ทั้งหมดนี้ช่วยลดความเสี่ยงปัญหาระบบทางเดินอาหารได้มาก

9. แอลกอฮอล์ ยิ่งลด ยิ่งดี ถ้างดได้ยิ่งสุด

แอลกอฮอล์มักมาพร้อมโอกาสสังสรรค์ แต่ถ้าดื่มเยอะเป็นประจำ ความเสี่ยงก็จะตามมาเต็ม ๆ ทั้ง

  • โรคตับแข็ง

  • ความจำเสื่อม

  • แผลในกระเพาะและลำไส้

  • มะเร็งหลอดอาหาร

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด

ดีสุดคือไม่ดื่มเลย แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ให้เริ่มจาก

  • ตั้งเป้าลดปริมาณให้ชัดเจน

  • เลี่ยงสถานการณ์ที่ชวนดื่ม

  • หันไปหาเครื่องดื่มทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า

10 เมนูอร่อย สายสุขภาพต้องลอง

มาถึงไฮไลต์ของสายทำอาหารเองที่บ้าน กับ 10 เมนูสุขภาพที่ทั้งอร่อย ทำไม่ยาก และได้สารอาหารแบบจัดเต็ม

1. พาสต้าเส้นฟักทองซอสเพสโต้

เมนูเส้นสำหรับสายชอบพาสต้า แต่ปรับลุคให้เฮลธ์ตี้ขึ้นด้วย เส้นฟักทอง แทนเส้นพาสต้าแบบเดิม ฟักทองมีแร่ธาตุสำคัญอย่างสังกะสีที่ช่วยเรื่องสิวและผิวพรรณ แถมยังให้ใยอาหารและโพรไบโอติก ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

ส่วนผสมหลัก

  • ฟักทองดิบ 100 กรัม

  • น้ำเปล่า 1–2 ถ้วย

  • น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

  • ซอสเพสโต้เมล็ดฟักทอง 1/4 ถ้วย

  • มะเขือเทศราชินี 3 ลูก

  • กุ้งลวกสุก 2 ตัว

  • หญ้าหวานเล็กน้อย

วิธีทำ

  • ฝานฟักทองเป็นเส้นยาวคล้ายเส้นพาสต้า

  • ลวกเส้นฟักทองในน้ำเดือดจนเริ่มสุก แล้วช็อกในน้ำเย็น พักไว้เบา ๆ ระวังเส้นขาด

  • ผัดน้ำมันมะกอก กุ้ง ซอสเพสโต้ มะเขือเทศ และหญ้าหวานให้เข้ากัน ใส่เส้นฟักทองลงคลุก

  • ตักใส่จาน โรยใบโหระพาและพริกไทยดำบดเพิ่มกลิ่นหอม

ส่วนผสมซอสเพสโต้เมล็ดฟักทอง

  • ใบโหระพา 3 ถ้วย

  • น้ำมันมะกอก 1/2 ถ้วย

  • เมล็ดฟักทองอบเกลือ 1/2 ถ้วย

  • พริกไทยดำ 1 ช้อนชา

  • กระเทียมกลีบใหญ่ 4–5 กลีบ

  • เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำซอส

  • ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนียนเป็นซอส เก็บใส่ภาชนะปิดฝา แช่ตู้เย็นได้ประมาณ 2–3 สัปดาห์

2. สลัดผักผลไม้น้ำสลัดส้ม

เมนูนี้คือ ความสดชื่นในชามเดียว ได้ผัก ผลไม้ และวิตามินซีจากส้มแบบเต็ม ๆ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคอลลาเจน และยังเป็นแอนติออกซิแดนท์ดี ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

ส่วนผสมน้ำสลัด

  • น้ำส้มคั้น 2 ผล

  • น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ

  • เกลือชมพู 1/2 ช้อนชา

  • พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา

  • พริกขี้หนูสับ 1 เม็ด

  • น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

  • โยเกิร์ต 1/4 ถ้วย

  • เปลือกส้มหั่นฝอย 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสมสลัดผัก

  • ผักกาดแก้วหั่นฝอย

  • เบบี้แครอตและมะเขือเทศเนื้อหั่นเต๋า

  • อะโวคาโด แอปเปิ้ลเขียวและแดงหั่นเต๋า

  • ส้มแกะกลีบหั่นชิ้นเล็ก เลมอนหั่นแว่น

  • เซเลอรีหั่นเต๋า

  • มิกซ์เบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ หรือทับทิม

  • ผักสลัดชนิดต่าง ๆ

  • มะเขือเทศเชอร์รี่สีแดงและเหลือง

วิธีทำ

  • ผสมน้ำมันมะกอก โยเกิร์ต น้ำเลมอน และน้ำส้มคั้นให้เข้ากัน

  • ปรุงรสด้วยเกลือชมพู พริกขี้หนู พริกไทย และเปลือกส้มหั่นฝอย คนให้เข้ากันแล้วพักไว้

  • จัดผักและผลไม้ใส่ชาม ราดด้วยน้ำสลัดส้ม พร้อมเสิร์ฟเย็น ๆ

3. เห็ดหอมสดทอดซีอิ๊วสมุนไพร

เมนูนี้กินได้ทั้งบ้าน แถมยังอัดแน่นด้วยสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพอย่างกระเทียม พริก และใบโหระพา เห็ดหอมมีสารต้านมะเร็ง ส่วนใบโหระพาช่วยขับลม ลดท้องอืด กระเทียมลดคอเลสเตอรอล และพริกช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด

ส่วนผสมหลัก

  • เห็ดหอมสดผ่าครึ่ง 1/2 ถ้วย

  • ใบโหระพา 1/4 ถ้วย

  • กระเทียมกลีบเล็กบุบ 1/4 ถ้วย

  • พริกขี้หนูบุบ 2 ช้อนโต๊ะ

  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา

  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  • คลุกเห็ดหอม กระเทียม และพริกขี้หนูให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว ซอสปรุงรส น้ำตาล และพริกไทยป่น

  • ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ทอดใบโหระพาจนกรอบ ตักขึ้นพัก

  • ใส่เห็ดที่หมักลงทอดจนเหลืองทอง ตักขึ้นราดบนข้าว ตกแต่งด้วยใบโหระพาทอด กินคู่กับซอสพริก

4. หลนทูน่า

เวอร์ชันหลนแบบคนเมือง ใช้ทูน่ากระป๋องเป็นพระเอกของจาน ได้ทั้งรสกลมกล่อมแบบไทย ๆ และโอเมก้า 3 ที่ช่วยเรื่องสมอง หัวใจ และพัฒนาการของร่างกาย

ส่วนผสมหลัก

  • ทูน่ากระป๋องในน้ำเกลือ 1 กระป๋อง

  • รากผักชี 5 ราก

  • หอมเล็ก 7 หัว

  • เม็ดพริกไทย 15 เม็ด

  • ใบมะกรูดฉีก 3–5 ใบ

  • พริกชี้ฟ้าสามสีหั่นขวางอย่างละ 1 เม็ด

  • เกลือป่น 1 ช้อนชา

  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

  • กะทิ 1 ถ้วย

  • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ

  • ผักสดตามชอบ

วิธีทำ

  • โขลกรากผักชี พริกไทย และหอมเล็กบางส่วนให้ละเอียด หอมเล็กที่เหลือซอยเตรียมไว้

  • ตั้งกะทิไฟอ่อนจนเดือด ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงไป เร่งไฟเล็กน้อย คนจนหอม ใส่ทูน่าและใบมะกรูดบางส่วน

  • ปรุงรสให้หวานอมเปรี้ยวด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำมะขาม และเกลือ

  • ใส่พริกชี้ฟ้า ใบมะกรูดที่เหลือ และหอมเล็กซอยลงไป ปิดไฟ

  • ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟคู่ผักสดและข้าวสวยร้อน ๆ

5. ถุงเงินเสวย

เมนูหน้าตาน่ารักที่เต็มไปด้วยผักดี ๆ อย่างแครอต บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง และเห็ดหอม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงมะเร็ง มีไฟเบอร์สูง ช่วยขับของเสีย และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอ ซี และเบต้าแคโรทีนที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

ส่วนประกอบแป้งและผักเคียง

  • เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่แบบแผ่น ตัดขนาด 4×4 นิ้ว 10 แผ่น

  • ต้นหอมลวกสำหรับมัด 10 เส้น

  • ผักเคียง เช่น แตงกวา ใบโหระพา ผักสลัด ใบสะระแหน่

ส่วนผสมไส้

  • แครอตหั่นเต๋าเล็ก 3 ช้อนโต๊ะ

  • หน่อไม้ฝรั่งหั่นเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ

  • บรอกโคลีหั่นเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ

  • เมล็ดข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ

  • เห็ดหอมสดหั่นเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ

  • เนื้อกุ้งสับ 3 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

  • ซีอิ๊วขาว 3/4 ช้อนโต๊ะ

  • เกลือ พริกไทย และน้ำตาลทรายไม่ขัดสีเล็กน้อย

ส่วนผสมน้ำจิ้ม

  • ซีอิ๊วดำหวาน 1/4 ช้อนชา

  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำส้มสายชูหมัก 1 ช้อนโต๊ะ

  • พริกชี้ฟ้าแดงสับ 1 ช้อนชา

  • น้ำสุก 3 ช้อนโต๊ะ

  • เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ

  • ผัดกุ้งกับบรอกโคลี แครอต จากนั้นใส่เห็ดหอม หน่อไม้ฝรั่ง และข้าวโพด ปรุงรสให้อ่อน ๆ ด้วยเกลือ พริกไทย ซีอิ๊ว และน้ำตาล ปิดไฟ

  • ตักไส้ใส่แผ่นก๋วยเตี๋ยว ห่อให้เป็นถุงเล็ก ๆ แล้วมัดด้วยต้นหอมลวก นำไปนึ่งจนแผ่นก๋วยเตี๋ยวร้อนและนิ่ม

  • ผสมน้ำจิ้มให้เข้ากัน จัดถุงเงินเสวยใส่จาน เสิร์ฟพร้อมผักเคียงและน้ำจิ้ม

6. เต้าหู้กับกุ้งผัดซอสรสเผ็ด

เมนูนี้เหมาะมากสำหรับคนคุมหุ่น เพราะเต้าหู้เป็นโปรตีนคุณภาพดี มีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด ช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันโรคหัวใจ กินคู่กุ้งและซอสมะเขือเทศรสจัดจ้านกำลังดี

ส่วนผสมหลัก

  • กุ้งสับ 5–6 ตัว

  • มะเขือเทศปอกเปลือกสับหยาบ 3 ลูกใหญ่

  • เต้าเจี้ยว 2 ช้อนชา

  • พริกป่น 1/4 ช้อนชา

  • พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา

  • น้ำตาลมะพร้าว 1/2 ช้อนชา

  • น้ำมันงา 1 ช้อนชา

  • ต้นหอมซอย 1 ต้น

  • เต้าหู้นึ่งสำหรับจัดเสิร์ฟ

วิธีทำ

  • ใส่กุ้งและมะเขือเทศลงหม้อ ตั้งไฟอ่อน คนจนมะเขือเทศนิ่มและกุ้งสุก ใส่เต้าเจี้ยว พริกป่น พริกไทย และน้ำตาลมะพร้าว เคี่ยวจนซอสเริ่มข้น (ถ้าแห้งไปเติมน้ำเล็กน้อย)

  • ใส่น้ำมันงา คนให้เข้ากันแล้วปิดเตา

  • จัดเต้าหู้นึ่งใส่จาน ราดซอสกุ้งรอบ ๆ โรยต้นหอมและงาคั่วก่อนเสิร์ฟ

7. เปาะเปี๊ยะส้มตำ

เมนูนี้คือฝันของคนที่ ท้องผูกบ่อย เพราะอัดแน่นด้วยผักและผลไม้ช่วยย่อย โดยเฉพาะมะละกอดิบที่มีเอนไซม์ปาเปอีน และสับปะรดที่มีเอนไซม์บรอมีเลน ช่วยให้ระบบย่อยและขับถ่ายลื่นไหลกว่าเดิม

ส่วนผสมหลักของไส้ส้มตำ

  • มะละกอดิบขูดเส้น 100 กรัม

  • แครอตขูดเส้น 50 กรัม

  • ถั่วฝักยาวหั่นแฉลบ 30 กรัม

  • เมล็ดข้าวโพดต้มสุก 50 กรัม

  • กุ้งลวก 6 ตัว

  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดหรืออบ 3 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ

  • กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำตาลปี๊บ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำปลา 2 1/2 ช้อนโต๊ะ

  • พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด

  • กระเทียมไทย 6 กลีบ

  • สับปะรดหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ

  • เนื้อมะเขือเทศหั่นเต๋า 1/2 ถ้วย

  • แผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะ 15 แผ่น

  • น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ

  • คลุกมะละกอ แครอต ถั่วฝักยาว ข้าวโพด และมะเขือเทศเข้าด้วยกันอย่างเบามือ

  • ตักไส้วางบนแผ่นเปาะเปี๊ยะ ห่อเป็นแท่งยาว ใช้น้ำแป้งมันปิดรอยต่อกันไส้หลุด ทำจนหมด

  • ทำน้ำจิ้มโดยโขลกกระเทียมและพริก ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะนาว แล้วใส่กุ้งแห้ง เม็ดมะม่วง และสับปะรด ชิมให้ได้รสเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ดตามชอบ

  • ทอดเปาะเปี๊ยะในน้ำมันร้อนจนเหลืองกรอบ พักให้สะเด็ดน้ำมัน จัดเสิร์ฟคู่ผักกาดหอมและน้ำจิ้ม

8. ข้าวต้มสามไข่

เมนูข้าวต้มที่อัปเกรดความแน่นด้วย ไข่สามแบบ ทั้งไข่เจียว ไข่เยี่ยวม้า และไข่เค็มสุก ได้ทั้งพลังงาน โปรตีน กรดอะมิโนจำเป็น วิตามินและแร่ธาตุครบ ส่วนไข่ไก่ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่อาหารธรรมชาติที่มีวิตามินดี ช่วยเสริมมวลกระดูกให้แข็งแรง

ส่วนผสมหลัก

  • ไข่เจียวหั่นฝอย 1/4 ถ้วย

  • ไข่เยี่ยวม้าผ่าชิ้น 1 ฟอง

  • ไข่เค็มสุกผ่าชิ้น 1 ฟอง

  • ข้าวสารหอมมะลิ 1 ถ้วย

  • กุ้งแห้ง 1/4 ถ้วย

  • น้ำเปล่า 10 ถ้วย

  • ไก่สับรวนซีอิ๊ว 1/4 ถ้วย

  • น้ำปลา 7 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

  • ตั้งฉ่าย 1 ช้อนโต๊ะ

  • ต้นหอม ผักชี พริกไทยป่น และตั้งฉ่ายสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

  • ต้มน้ำให้เดือด ใส่ข้าวสารลงไป คนจนเม็ดข้าวบานและสุก ใช้กระชอนตักข้าวขึ้นใส่ภาชนะปิดฝา พักให้ระอุประมาณ 15 นาที

  • ต้มน้ำข้าวต้มต่อ ใส่กุ้งแห้ง ตั้งฉ่าย ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ปิดไฟ

  • ตักข้าวที่พักไว้ใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำข้าวต้ม จัดไข่ทั้งสามแบบและไก่รวนวางด้านบน โรยผักชี ต้นหอม ตั้งฉ่าย และพริกไทยตามชอบ

9. ผักโขมหม้อดิน

เมนูถูกใจสายรักผักโขมแบบเต็มใจ เพราะเสิร์ฟแบบร้อน ๆ ในหม้อดิน ผักโขมอัดแน่นไปด้วยวิตามินเอ กรดโฟเลต แคโรทีน วิตามินซี โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม แคลเซียม สังกะสี โปรตีน และไฟเบอร์

ช่วยทั้งบำรุงสายตา กระดูก ฟัน ผิวพรรณ และยังเสริมภูมิคุ้มกัน แถมธาตุเหล็กก็ช่วยบำรุงเลือดได้อีกด้วย

ส่วนผสมหลัก

  • ผักโขม 300 กรัม

  • เต้าหู้แข็งสีขาว 1 แผ่น

  • แป้งสาลีสำหรับชุบเต้าหู้ 1/2 ถ้วย

  • น้ำซุปผัก 1/2 ถ้วย

  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ

  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา

  • น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 1 ช้อนชา

  • เกลือ 1/2 ช้อนชา

  • แป้งข้าวโพดละลายน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมันถั่วเหลืองสำหรับทอดเต้าหู้

  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเส้นสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

  • ล้างผักโขม เด็ดเฉพาะใบ ลวกในน้ำเดือดแล้วแช่น้ำเย็น บีบน้ำออกให้แห้ง

  • หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นสามเหลี่ยม ชุบแป้งบาง ๆ แล้วทอดจนเหลืองสวย พักให้สะเด็ดน้ำมัน

  • ตั้งน้ำซุปให้เดือด ใส่ผักโขม ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และเกลือ

  • เติมแป้งข้าวโพดละลายน้ำ คนให้น้ำซุปข้น แล้วตักใส่หม้อดิน วางเต้าหู้ทอดด้านบน ปิดฝา ตั้งไฟอ่อนประมาณ 5 นาที โรยพริกชี้ฟ้าแดงก่อนเสิร์ฟ

10. ข้าวหน้าอกไก่สอดไส้เต้าหู้

เมนูโปรตีนสูง ไขมันต่ำ ที่ทั้งอยู่ท้องและดีต่อคนคุมแคล ถ้าใช้ข้าวกล้องเป็นฐาน ก็ได้ไฟเบอร์และวิตามินบีเพิ่ม ช่วยให้ระบบย่อยทำงานดีขึ้น

ส่วนผสมหลัก

  • อกไก่ไม่ติดหนัง 1 ชิ้น

  • ซีอิ๊วขาวสำหรับหมัก 1 ช้อนชา

  • พริกไทยดำบดหยาบ 1/2 ช้อนชา

  • เต้าหู้โมเมนสับหยาบ 1/2 ถ้วย

  • บรอกโคลีลวก 1/4 ถ้วย

  • เห็ดนางฟ้าสับหยาบ 1/4 ถ้วย

  • แครอตสับหยาบ 1/4 ถ้วย

  • ข้าวโพดอ่อนซอยบาง 2 ช้อนโต๊ะ

  • หอมหัวใหญ่สับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ

  • ซีอิ๊วขาวสำหรับปรุง 1 ช้อนชา

  • ซอสมะเขือเทศ 1/4 ถ้วย

  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

  • ต้นหอมซอยและบรอกโคลีลวก สำหรับแต่งหน้า

  • ข้าวสวยกล้องตามชอบ

วิธีทำ

  • ผ่าอกไก่ตามยาว (อย่าให้ขาดออกจากกัน) หมักด้วยซีอิ๊วขาวและพริกไทยดำอย่างน้อย 10 นาที

  • ผัดกระเทียมและหอมหัวใหญ่กับน้ำมันจนหอม ใส่เต้าหู้ บรอกโคลี เห็ดนางฟ้า แครอต และข้าวโพดอ่อน ผัดให้เข้ากัน

  • ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว ซอสมะเขือเทศ และน้ำตาล ชิมตามชอบ จากนั้นพักให้เย็น

  • เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียส

  • ใส่ไส้ผักและเต้าหู้ลงในอกไก่ ใช้ไม้เสียบกลัดให้แน่น แล้วนำเข้าอบ 20–25 นาที หรือจนสุกดี นำออกมาพักให้พออุ่น หั่นเป็นชิ้น จัดเสิร์ฟบนข้าวกล้อง โรยต้นหอมและบรอกโคลี

กินดี มีสติ ร่างกายตอบแทนแน่นอน

การดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องเริ่มจากอะไรยาก ๆ แค่ ปรับเมนูในแต่ละมื้อให้ฉลาดขึ้นนิดเดียว เลือกวัตถุดิบดี ปรุงแบบไม่มันจัด ไม่หวานจัด ไม่เค็มจัด และให้ผักอยู่ในจานมากขึ้น ร่างกายก็จะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นแบบรู้สึกได้

ลองหยิบ 1–2 เมนูจาก 10 เมนูนี้ไปลองทำที่บ้าน แล้วค่อย ๆ ขยับเปลี่ยนจาก “กินตามใจปาก” เป็น “กินให้ร่างกายขอบคุณ” ดูบ้าง สุขภาพดี หุ่นดี และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เริ่มได้จากครัวที่บ้านคุณเองนี่แหละ