รับแอปรับแอป

Urban Fairy Tale เปิดจักรวาลใหม่ KARINA – WONYOUNG – Byeon Woo Seok แค่ตัวอย่างแรกก็เขย่าโซเชียล

ชนินทร์ อินทร์ดี12-12

ทันทีที่ตัวอย่างแรกของ Urban Fairy Tale ถูกปล่อยออกมา เสียงฮือฮาจากแฟนๆ ทั่วโลกก็เกิดขึ้นแทบจะในทันที เพราะโปรเจกต์นี้ไม่ใช่แค่การรวมตัวของคนดังระดับท็อปจากวงการเคป๊อปและการแสดงเท่านั้น แต่ยังเป็นงานที่มีกลิ่นอายของ “งานศิลปะเชิงภาพยนตร์” อย่างชัดเจน ตั้งแต่เฟรมภาพแรกจนถึงวินาทีสุดท้ายของตัวอย่าง

Urban Fairy Tale เอพิโซดแรกในชื่อ The Christmas Song เปิดตัวด้วยบรรยากาศที่งดงาม เย็นยะเยือก และแฝงความลึกลับ โดยมี KARINA จาก aespa, WONYOUNG จาก IVE, Byeon Woo Seok และ Park Hee Soon เป็นตัวละครหลักที่นำผู้ชมเข้าไปสู่โลกที่ผสมผสานระหว่างความศรัทธา ความเชื่อ และอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย

เพียงไม่กี่นาทีของตัวอย่าง ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่โปรเจกต์โฆษณาทั่วไป แต่คือ “เรื่องเล่า” ที่ตั้งใจพาเราไปไกลกว่าคำว่าการตลาด

The Christmas Song บทเปิดของเทพนิยายเมืองใหญ่

ตัวอย่างแรกของ The Christmas Song พาผู้ชมเข้าสู่ฉากหลังที่อบอวลด้วยบรรยากาศคริสต์มาส แต่กลับไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบที่คุ้นเคย กลับกัน มันคือคริสต์มาสที่เต็มไปด้วยความเงียบ ความศรัทธา และคำถามที่ไม่มีคำตอบ

KARINA และ WONYOUNG ปรากฏตัวในชุดแม่ชี สีหน้า ท่าทาง และการแสดงออกทางสายตาของทั้งคู่แตกต่างกันอย่างชัดเจน KARINA ถ่ายทอดความเปราะบาง ความเจ็บปวด และอารมณ์ที่เหมือนกำลังแบกรับบางสิ่งไว้ ในขณะที่ WONYOUNG มาพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ดูอ่อนโยนแต่แฝงความน่าสงสัย ราวกับเป็นตัวละครที่มีด้านลึกซ่อนอยู่

ด้าน Byeon Woo Seok ในชุดนักบวช กลับมาพร้อมพลังของความเศร้า ความสูญเสีย และความรู้สึกผิดที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย ฉากที่เขากอดภาพถ่ายของใครบางคน ท่ามกลางบรรยากาศคล้ายงานศพ กลายเป็นหนึ่งในภาพจำที่ทรงพลังที่สุดของตัวอย่างนี้

ทั้งหมดนี้ถูกเล่าออกมาโดยแทบไม่ต้องใช้บทสนทนา แต่ใช้ “ภาพ” และ “อารมณ์” เป็นตัวนำ ซึ่งเป็นลายเซ็นที่ชัดเจนของผู้กำกับคนนี้

การรวมตัวของสามไอคอน กับบทบาทที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ Urban Fairy Tale ถูกจับตามองอย่างมาก คือการเลือกนักแสดงที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

KARINA ที่แฟนๆ คุ้นเคยในภาพลักษณ์ของไอดอลที่แข็งแกร่งและมีพลัง กลับมาปรากฏตัวในบทบาทที่เงียบ ขรึม และเต็มไปด้วยอารมณ์ภายใน การแสดงของเธอในตัวอย่าง แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ แต่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกเจ็บปวดและความสับสนออกมาได้อย่างชัดเจน

WONYOUNG เองก็เป็นอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูนิ่ง สุขุม และมีมิติที่แตกต่างจากบทบาทสดใสที่หลายคนคุ้นเคย รอยยิ้มของเธอในตัวอย่าง กลับกลายเป็นสิ่งที่ชวนตั้งคำถามมากกว่าสร้างความสบายใจ

ส่วน Byeon Woo Seok ยังคงพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเป็นนักแสดงที่สามารถแบกรับอารมณ์หนักๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม การใช้สายตาและภาษากายเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ผู้ชมสัมผัสถึงความเศร้าและความสูญเสียได้อย่างชัดเจน

การนำทั้งสามคนมาอยู่ในเรื่องเดียวกัน ไม่ใช่แค่การดึงดูดแฟนคลับ แต่เป็นการวางหมากที่ชาญฉลาด เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความนิยมและคุณภาพทางการแสดง

ลายเซ็นของ Shin Woo Seok ภาพที่เล่าเรื่องแทนคำพูด

ชื่อของ Shin Woo Seok คืออีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ Urban Fairy Tale ถูกยกระดับขึ้นทันที เขาเป็นผู้กำกับที่เคยฝากผลงานมิวสิกวิดีโอระดับไอคอนให้กับ NewJeans มาแล้วหลายชิ้น และเป็นที่รู้จักในฐานะคนทำงานที่ให้ความสำคัญกับอารมณ์ ภาพ และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างมาก

ใน Urban Fairy Tale เราเห็นชัดเจนถึงการใช้แสง สี และองค์ประกอบภาพเพื่อเล่าเรื่อง ทุกเฟรมถูกจัดวางอย่างประณีต มีความนิ่ง แต่เต็มไปด้วยพลัง การเคลื่อนไหวของกล้องช้าๆ ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองชีวิตของตัวละคร มากกว่าการถูกเล่าเรื่องให้ฟังตรงๆ

นี่คือการเล่าเรื่องแบบที่ปล่อยให้ผู้ชมตีความเอง และเป็นเสน่ห์ที่ทำให้โปรเจกต์นี้แตกต่างจากโฆษณาหรือซีรีส์ทั่วไปอย่างชัดเจน 🎥✨

เมื่อโฆษณาไม่ใช่แค่โฆษณา แต่คือประสบการณ์

Urban Fairy Tale เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญโฆษณาสำหรับ Gemini แพลตฟอร์ม AI ของ Google แต่แทนที่จะเลือกเล่าเรื่องเทคโนโลยีตรงๆ โปรเจกต์นี้กลับเลือกเล่าผ่าน “มนุษย์” ความเชื่อ และการตัดสินใจในชีวิต

แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ความคิด และความรู้สึกของเรา และการนำเสนอผ่านเรื่องเล่าเชิงศิลปะเช่นนี้ ก็ช่วยให้ผู้ชมเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Urban Fairy Tale จึงไม่ใช่แค่โปรเจกต์ที่ดูจบแล้วผ่านไป แต่เป็นงานที่ชวนให้ตั้งคำถาม และอยากติดตามตอนต่อไปด้วยความอยากรู้

แม้ตัวอย่างแรกจะยังไม่เปิดเผยเนื้อเรื่องอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ Urban Fairy Tale ทำได้สำเร็จ คือการสร้างบรรยากาศและความคาดหวัง

คำว่า “Fairy Tale” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงนิทานหวานๆ แต่คือเรื่องเล่าที่สะท้อนด้านมืด ด้านจริง และด้านเปราะบางของมนุษย์ในเมืองใหญ่ ที่เต็มไปด้วยศรัทธา ความหวัง และการสูญเสีย

การเลือกใช้เทศกาลคริสต์มาสเป็นฉากหลัง ยิ่งตอกย้ำความขัดแย้งระหว่างความสุขภายนอกกับความเจ็บปวดภายใน ซึ่งเป็นธีมที่เข้ากับยุคสมัยและสภาพจิตใจของผู้คนในปัจจุบันอย่างมาก

Urban Fairy Tale คือโปรเจกต์ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อศิลปิน นักแสดง และผู้กำกับคุณภาพมารวมตัวกัน งานโฆษณาก็สามารถกลายเป็นงานศิลปะได้

การรวมตัวของ WONYOUNG, KARINA และ Byeon Woo Seok ไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่คือการสร้างบทสนทนาใหม่ระหว่างวงการเพลง การแสดง และการเล่าเรื่องผ่านภาพยนตร์

แม้ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดจะพาไปถึงจุดไหน แต่เพียงแค่เอพิโซดแรก Urban Fairy Tale ก็สามารถทำให้ผู้ชมอยากติดตาม อยากตีความ และอยากกลับมาดูซ้ำอีกครั้ง

และบางที นี่อาจไม่ใช่แค่ “เทพนิยายเมืองใหญ่”
แต่มันอาจเป็นกระจกสะท้อนความรู้สึกของผู้คนในโลกจริง…
โลกที่ความเชื่อ ความรัก และความสูญเสีย ยังคงดำรงอยู่เคียงข้างกันเสมอ 🌌✨