รับแอปรับแอป

ทรัมป์ไฟเขียวให้ส่งออกชิป Nvidia H200 ไปขายที่จีนได้อีกครั้ง: เมื่อการเมือง เทคโนโลยี และสงครามชิปเดือดถึงขีดสุด

นที ศรีสุข12-09

ช่วงนี้ข่าววงการเทคดุไม่ต่างจากโหมดบอสไฟท์ในเกม RPG เพราะแต่ละฝ่ายงัดไม้เด็ดกันแบบไม่มีพัก ล่าสุดประเด็นร้อนฟ้าแลบคือ Department of Commerce ของสหรัฐอนุมัติให้ Nvidia ส่งออกชิป H200 ไปยังจีนได้อีกครั้ง หลังจากโดนจำกัดมาต่อเนื่อง

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวธุรกิจธรรมดา แต่คือมินิซีรีส์แนวการเมือง–เทคโนโลยีที่บทพลิกทุกสัปดาห์แบบไม่ให้คนตามทันกันเลยทีเดียว

บทความนี้จะพาไปลงลึกว่าเกิดอะไรขึ้น ชิป H200 สำคัญยังไง ทำไมการเมืองระดับประเทศต้องเข้ามาเกี่ยว และผลกระทบต่อวงการ AI ทั่วโลกจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้

เตรียมป๊อปคอร์นแล้วเริ่มกันเลย


H200 คือชิปอะไร? ทำไมหวงเหมือนเป็นสมบัติลับของชาติ

ก่อนจะไปอินกับดราม่า ต้องรู้ก่อนว่า Nvidia H200 ไม่ใช่ชิปธรรมดา แต่มันคือชิป AI ระดับไฮเอนด์ที่เกิดมาเพื่อเร่งงานประมวลผลแบบหนักระดับโมเดล LLM ไปจนถึงงานวิทยาศาสตร์ข้อมูลระดับประเทศ

ความแรงของมันจัดอยู่ในตระกูลเดียวกับ H100 แต่มีแบนด์วิธและประสิทธิภาพสูงกว่า
เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นของหายากที่วงการ AI อยากได้ แต่รัฐบาลสหรัฐอยากกำกับแบบใกล้ชิดสุด ๆ

เพราะชิปพวกนี้ไม่ได้แค่รัน Chatbot แต่ใช้สร้างทุกอย่างตั้งแต่ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง ไปจนถึงงานด้านกลาโหม
เลยไม่น่าแปลกใจที่มันถูกจับตามองแบบขั้นสุด


สหรัฐไฟเขียวให้ขาย H200 ไปจีน แต่มีข้อแม้เพียบ

หลังจากที่มีข้อจำกัดเรื่องการส่งออกชิปไฮเอนด์ ทันใดนั้นข่าวใหญ่ก็ระเบิดออกมา—Department of Commerce อนุญาตให้ Nvidia ส่ง H200 ไปยังจีนได้อีกครั้ง

แต่ไม่ใช่ว่าจะส่งแบบตามใจ เพราะยังมีเงื่อนไขหลายข้อ เช่น:

1) ส่งได้เฉพาะลูกค้าที่ “ผ่านการอนุมัติ”

ต้องผ่านการตรวจสอบจากรัฐบาลสหรัฐก่อน ส่งมั่วไม่ได้

2) สหรัฐจะเก็บส่วนแบ่งรายได้ 25%

เดิมทีเคยบอกว่า 15% แต่รอบนี้เพิ่มเป็น 25%
เรียกได้ว่า AI กลายเป็นสินค้าต่อรองทางการค้าไปแล้วเต็มตัว

3) ส่งเฉพาะชิป “อายุประมาณ 18 เดือน”

ไม่ใช่ของใหม่แกะกล่อง แต่ก็ยังแรงกว่า H20 รุ่นที่ออกแบบเพื่อจีนโดยเฉพาะอยู่ดี

พูดง่าย ๆ ว่า
“ขายได้นะ แต่ต้องภายใต้กฎเรา และขอส่วนแบ่งด้วยนะจ๊ะ”

ถือเป็นคอมโบที่ทั้งปล่อย ทั้งดึง ทั้งกำกับในเวลาเดียวกัน


Nvidia ดีใจจนออกมาพูดทันที

Nvidia แถลงผ่านสื่อว่าแฮปปี้กับการตัดสินใจครั้งนี้ของรัฐบาลสหรัฐ เพราะช่วยให้บริษัทแข่งขันระดับโลกได้ดีขึ้น และยังช่วยภาคอุตสาหกรรมในอเมริกาเติบโต

ข้อความสำคัญคือการบอกว่า

การอนุญาตให้ขาย H200 แก่ลูกค้าที่ผ่านการตรวจสอบ เป็น “สมดุลที่ดี” ระหว่างเศรษฐกิจและความมั่นคงของสหรัฐ

เป็นการส่งสัญญาณว่า Nvidia พร้อมทำงานตามกฎ แต่ก็อยากรักษาตลาดจีนที่ใหญ่และสำคัญสุด ๆ เช่นกัน


แต่ฝั่งสภาคองเกรสไม่ปลื้มเท่าไหร่

ด้านนักการเมืองหลายฝ่ายในสภาคองเกรสสหรัฐกลับแสดงความกังวลอย่างหนัก โดยเฉพาะประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติ

มีถึงขั้นออกกฎหมายใหม่มาเพื่อ “ห้าม” ส่งชิปขั้นสูงไปจีนเลยด้วยซ้ำ
นั่นคือ:

SAFE Chips Act — กฎหมายห้ามส่งออกชิป AI ขั้นสูงเป็นเวลา 30 เดือน

เสนอโดย

  • Pete Ricketts (พรรครีพับลิกัน)

  • Chris Coons (พรรคเดโมแครต)

ทั้งสองพรรคเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้เสี่ยงเกินไป แต่ความตลกร้ายคือกฎหมายยังไม่ทันถูกโหวต รัฐบาลก็อนุญาตให้ขายชิปไปแล้ว

นี่แหละความซับซ้อนของ “การเมือง + เทคโนโลยี” ที่ตามยากยิ่งกว่าพล็อตซีรีส์สืบสวนซับซ้อนหลายชั้น


ย้อนดูไทม์ไลน์: ทำไมเรื่องมันถึงยุ่งขนาดนี้

เรื่องชิปสหรัฐ–จีนเป็นสงครามย้อนไปหลายปี แต่ปีนี้เข้มข้นขึ้นมาก:

• เมษายน

รัฐบาล Trump กำหนดให้บริษัทชิปต้องขอใบอนุญาตก่อนส่งออกไปจีน

• พฤษภาคม

ยกเลิกกฎการจำกัดจากยุค Biden ทำให้ตลาดสับสนหนัก

• ช่วงฤดูร้อน

รัฐบาลส่งสัญญาณว่าจะอนุญาตให้ส่งออกได้ ถ้ารัฐบาลได้รับส่วนแบ่ง 15%

• กันยายน

จีนสั่งห้ามบริษัทในประเทศซื้อชิป Nvidia โดยตรง
บริษัทในจีนต้องหันไปใช้ชิปจาก Alibaba และ Huawei แทน

• ธันวาคม

สหรัฐอนุญาตให้ Nvidia ส่ง H200 ได้ โดยเก็บส่วนแบ่งถึง 25%

เหมือนดู “สงครามการค้าเวอร์ชัน AI” ที่บทเปลี่ยนทุกเดือนจนผู้เล่นในอุตสาหกรรมไปไม่ถูกเหมือนกัน


ผลกระทบต่อ Nvidia และตลาด AI รวมโลก

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการส่งออกชิป แต่ส่งผลกระทบกว้างมาก:

1) Nvidia ได้ตลาดจีนคืนบางส่วน

จีนคือหนึ่งในตลาดชิป AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
การกลับมา แม้เพียงบางส่วน ก็ช่วยรายได้มหาศาล

2) จีนอาจยังผลักดันชิปในประเทศต่อไป

เพราะโดนจำกัดมาตลอดปี ทำให้บริษัทจีน เช่น Huawei หรือ Alibaba เร่งพัฒนาชิปของตัวเอง

3) องค์กรทั่วโลกมองเห็นว่า “AI = การเมืองระดับสูง”

ใครควบคุมชิปได้ ควบคุม AI ได้
ใครควบคุม AI ได้ ก็มีอำนาจในหลายอุตสาหกรรมในอนาคต

4) สหรัฐใช้ชิปเป็น “เครื่องต่อรองการค้า” แบบเต็มรูปแบบ

จากเดิมคือสินค้าไฮเทค
ตอนนี้กลายเป็นอาวุธทางเศรษฐกิจ


นี่คือจุดเริ่มต้นของสมรภูมิชิปยุคใหม่

การอนุญาตให้ส่งออกชิป H200 อาจเป็นสัญญาณว่า
สหรัฐกำลังเลือก “ควบคุม + เก็บส่วนแบ่ง” มากกว่า “สั่งห้ามแบบตัดขาด”

เพราะถ้าตัดตลาดจีนออกไปเลย ฝั่งสหรัฐอาจเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาล
แต่ถ้าปล่อยเต็มที่ ก็เสี่ยงด้านความมั่นคง

การเดินเชือกเส้นบางจึงเป็นเรื่องที่ต้องเกิดทุกครั้งที่มีการออกกฎใหม่

ปีหน้าและปีถัดไปบอกได้เลยว่า
สงครามชิปจะเดือดไม่ต่างจากสงครามซีรีส์ภาคต่อที่เพิ่มงบทุกปี


สรุป: Nvidia H200 ได้กลับสู่จีน แต่โลก AI ยังต้องเผชิญบทใหม่อีกหลายตอน

การไฟเขียวครั้งนี้ ไม่ใช่ตอนจบ แต่เป็นแค่ตอนหนึ่งของซีรีส์ยาวเรื่อง “AI Geopolitics”
บทต่อไปอาจเข้มข้นยิ่งกว่า เพราะยังมี:

  • กฎหมาย SAFE Chips Act ที่ยังไม่โหวต

  • ท่าทีของรัฐบาลจีนที่เริ่มสนับสนุนชิปในประเทศ

  • การแข่งขันของผู้ผลิตชิปรายอื่น

  • ความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่มีเบรก

โลกกำลังดึงเข้าสู่ยุคใหม่ที่เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นขุมพลังทางการเมือง การค้า และความมั่นคงระดับโลก

และเรื่องของ H200 ก็แค่สัญญาณเตือนว่าพายุใหญ่กำลังจะมาเต็มแรงในวงการชิปและ AI ปีต่อไป