ศึกชาเขียวโออิชิ vs อิชิตัน ใครครองใจคนไทยตัวจริง?
1. จุดเริ่มต้นมหากาพย์ศึกชิงเจ้าตลาดชาเขียวเมืองไทย
ตลาดชาพร้อมดื่มในไทยเป็นหนึ่งในสมรภูมิใหญ่ของธุรกิจเครื่องดื่ม มูลค่าตลาดล่าสุดอยู่ราว 18,307 ล้านบาท (ข้อมูล 12 เดือนล่าสุด ณ พฤษภาคม 2568 จาก NielsenIQ) โดยมี โออิชิ กรีนที เป็นผู้นำตลาดมาอย่างยาวนาน และในช่วงหลังต้องเผชิญการแข่งขันดุเดือดจาก อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI) ที่ขยายทั้งสินค้า “ชา” และ “นอนที (Non-Tea)” ควบคู่ไปกับธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM)
ฝั่งโออิชิ ชูภาพลักษณ์ “ผู้นำตลาดชาพร้อมดื่ม” ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 42.8% (ณ พฤษภาคม 2568) พร้อมการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ และแคมเปญใหม่เจาะ Gen Z ขณะที่ฝั่งอิชิตัน เดินเกมด้วยการขยายพอร์ตสินค้า รุกไซส์ใหญ่ เน้นความคุ้มค่า บวกกับการสร้างกำไรและจ่ายปันผลในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุน
สมรภูมินี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ชาเขียวรสไหนดี” แต่คือการแข่งกันทั้งด้าน แบรนด์ ภาพลักษณ์ กลยุทธ์การตลาด นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และตัวเลขทางการเงิน ด้วย

2. ย้อนรอยตำนาน “ตัน ภาสกรนที” จากโออิชิสู่การสร้างแบรนด์คู่แข่ง
แม้ข้อมูลที่มีจะไม่ได้เล่าย้อนละเอียดตั้งแต่ยุคก่อตั้งโออิชิ แต่จากเอกสารอ้างอิงสะท้อนให้เห็นชัดว่า “ตัน ภาสกรนที” คือบุคคลสำคัญที่ผูกโยงสองแบรนด์เข้าด้วยกันในฐานะ “อดีตผู้ก่อตั้งโออิชิ” และปัจจุบันเป็นแม่ทัพใหญ่ของ อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI)
ในฝั่งอิชิตัน ปัจจุบันตัน ภาสกรนที ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการ ของ ICHI และเป็นผู้ให้ข้อมูลผลประกอบการด้วยตนเอง ทั้งในไตรมาส 1/2568 และ 2/2568 โดยสะท้อนบุคลิกเดิมที่คุ้นตา คือ ขยับเร็ว ปรับกลยุทธ์ไว สร้างสินค้าใหม่ต่อเนื่อง และใช้ความเข้าใจผู้บริโภคเป็นฐานหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ
ไตรมาส 1/2568: รายได้ 1,745.7 ล้านบาท กำไรสุทธิ 245.2 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 23.6%
ไตรมาส 2/2568: รายได้ 2,263.6 ล้านบาท โต 29.7% จาก Q1 กำไรสุทธิ 407.2 ล้านบาท ทำสถิติ All Time High (มีกำไรพิเศษจากขายที่ดินราว 120 ล้านบาท)
นอกจากชาเขียว “อิชิตัน” แล้ว กลุ่มสินค้าที่ตันผลักดันอย่างจริงจังคือ
กลุ่ม Non-Tea โดยเฉพาะ “น้ำด่าง อิชิตัน” ซึ่งยอดขาย Q1/68 เติบโตถึง 41.8% และต่อเนื่องใน Q2/68 พร้อมไซส์ใหม่ 1 ลิตร
สินค้าชาพรีเมียม “ชิซึโอกะ” ที่ขึ้นเป็นอันดับ 1 กลุ่มชาเขียวพรีเมียม
ธุรกิจรับจ้างผลิต OEM เช่น IF น้ำมะพร้าว ที่ขายดีในจีน และดีลใหม่อย่าง เถ้าแก่น้อย
จากข้อมูลทั้งหมด แม้จะไม่เล่าชัดถึงช่วงที่ตันออกจากโออิชิและตั้งอิชิตัน แต่สิ่งที่เห็นชัดคือ “ดีเอ็นเอคนสร้างตลาดชาเขียวในไทยคนเดิม” กำลังใช้ประสบการณ์เดิมมาสร้างแบรนด์คู่แข่งอย่างเต็มรูปแบบผ่านอิชิตันในปัจจุบัน
3. หมัดต่อหมัด: รสชาติ ความหวาน กลิ่นหอมของรสยอดนิยม
จากข้อมูลที่มี สามารถดึงตัวอย่างการรับรู้รสชาติจากมุมมองผู้บริโภค และคำอธิบายของแบรนด์ได้บางส่วน โดยเน้นสองแบรนด์หลักในตลาดชาพร้อมดื่ม
3.1 โออิชิ กรีนที: ความสดชื่น + แอลธีอะนีน + รสชาติหลากหลาย
โออิชิเน้นภาพลักษณ์ชาเขียวคุณภาพ มีรสชาติหลากหลาย แต่ในข้อมูลที่ระบุชื่อชัดเจน เช่น
โออิชิ กรีนที ชาเขียวรสน้ำผึ้งผสมมะนาว
คำบรรยายจากบทความ 7-11 ระบุว่า:
ความหวานจากน้ำผึ้ง + เปรี้ยวนิด ๆ จากมะนาว + กลิ่นหอมชาเขียว
ดื่มแล้ว “รู้สึกสดชื่น” เหมาะกับอากาศร้อน และการคลายกระหาย
ในมุมแบรนด์ โออิชิเล่าเรื่องราวรสชาติผ่าน ดีไซน์ฉลากใหม่ ที่ใส่ภาพส่วนผสมของชาเขียวแต่ละรส เพื่อสื่อสารความต่างของรสชาติ และชูจุดเด่นใหม่คือการสื่อสารเรื่อง แอลธีอะนีน (L-Theanine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนจากใบชา ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด เสริมอารมณ์เชิงบวก
สรุปภาพรวมรสชาติจากข้อมูล:
โปรไฟล์รสชาติ: สดชื่น หอมชาเขียว มีทั้งสายหวาน (เช่น น้ำผึ้งมะนาว) และรสชาติอื่น ๆ ที่ออกแบบตอบคนหลายกลุ่ม
กลิ่น: ใช้ภาพ “กลิ่นอายญี่ปุ่น” ในดีไซน์ + กลิ่นชาเขียวและส่วนผสมในแต่ละรส
3.2 อิชิตัน: จากชาเขียวเก๊กฮวยถึงชา 0 แคลอรี
ด้านอิชิตัน ข้อมูลสะท้อนมุมมองผู้บริโภคผ่านบทความแนะนำ “ชาเขียว 7-11 สูตรไม่มีน้ำตาล” ซึ่งพูดถึงสินค้าอิชิตันหลายตัว เช่น
ชาอู่หลง สูตรไม่เติมน้ำตาล 0 แคลอรี ยี่ห้ออิชิตัน
รสชาติ “ประทับใจมาก กลิ่นดี”
ไม่หนัก ไม่เข้มจนเกินไป จิบได้เพลินในวันสบาย ๆ
ชาเขียวกลิ่นมะลิ สูตรไม่เติมน้ำตาล 0 แคลอรี ยี่ห้ออิชิตัน
กลิ่นมะลิหอมอ่อน ๆ แต่ชัดเจน
รสชาติละมุน ดื่มแล้วสดชื่น แม้ไม่มีน้ำตาลก็ยังรู้สึก “หายอยากน้ำหวาน”
นอกจากนี้ ในฝั่งชาเขียวทั่วไป:
“อิชิตัน ชาเขียวเก๊กฮวย” ได้พรีเซนเตอร์ “หลิง-ออม” และถูกระบุว่า “ประสบความสำเร็จอย่างมาก ขึ้นแท่นสินค้าขายดี” (แม้ไม่มีคำอธิบายรสละเอียด แต่ชื่อรสสะท้อนภาพหวานหอมสไตล์เก๊กฮวย)
ฝั่งพรีเมียม “ชิซึโอกะ ชาเขียวมะลิ โนชูการ์” ถูกวางในกลุ่มรักสุขภาพ เน้นรสชาติชา + มะลิแบบไม่เติมน้ำตาล
สรุปภาพรวมรสชาติจากข้อมูล:
โปรไฟล์รสชาติ: มีทั้งชาเขียวเก๊กฮวย หวานหอม ไปจนถึงชาอู่หลงและชาเขียวกลิ่นมะลิแบบ 0 น้ำตาล 0 แคล
กลิ่น: กลิ่นชาและดอกมะลิที่ผู้บริโภคบรรยายว่าหอมชัด ละมุน
4. ศึกชิงโชคใต้ฝาและแคมเปญการตลาด: ใครเปลี่ยนเกมพฤติกรรมผู้บริโภค?
จากชุดข้อมูลนี้ เนื้อหาที่ชัดเจนเกี่ยวกับ “ศึกชิงโชคใต้ฝา” ไม่ได้ถูกกล่าวถึงโดยตรง ทั้งฝั่งโออิชิและอิชิตัน จึงไม่สามารถสรุปเชิงข้อเท็จจริงเรื่องการชิงโชคใต้ฝาได้โดยไม่เกินจากข้อมูลที่ให้มา
อย่างไรก็ตาม เราสามารถดู “สงครามการตลาด” ผ่านแคมเปญเชิงภาพลักษณ์และไลฟ์สไตล์ที่มีข้อมูลรองรับได้ โดยเฉพาะฝั่งโออิชิที่มีการรีแบรนด์ใหญ่ และฝั่งอิชิตันที่ใช้กลยุทธ์สินค้านวัตกรรม + ไวรัลคอนเทนต์
4.1 โออิชิ: รีดีไซน์ครั้งใหญ่ + แคมเปญ “รู้สึกดี ทุก Tea เลย”
โออิชิเดินเกมด้วย 3 กลยุทธ์หลัก
เปลี่ยนขวดและฉลากใหม่ในรอบ 26 ปี
ดีไซน์ขวดโค้งอ่อนช้อยเหมือนลายไร่ชาบนภูเขา
สื่อเรื่องธรรมชาติและที่มาของใบชาคุณภาพ
ฉลากมินิมอล กลิ่นอายญี่ปุ่น เรียบง่ายแต่ดูดี ตรงใจคนรุ่นใหม่ และใส่ภาพส่วนผสมของแต่ละรส
ยกระดับการสื่อสารจากความสดชื่น → สมดุลทางอารมณ์
ใช้แนวคิด “Positivi-Tea”
ชูประโยชน์ของแอลธีอะนีนจากชาเขียว ว่าช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด เสริมอารมณ์บวก
สื่อสารแบบ Lifestyle-Centric ให้โออิชิเป็น “ส่วนหนึ่งของการดูแลใจในทุกวัน” ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มดับกระหาย
แคมเปญการตลาด “โออิชิ กรีนที รู้สึกดี ทุก Tea เลย”
ใช้พรีเซนเตอร์คู่ใหม่ “สกาย วงศ์รวี” และ “นานิ หิรัญกฤษฎิ์” ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ไลฟ์สไตล์เรียบง่าย อารมณ์ดี ให้ความสำคัญกับความสุขรอบตัว
ภาพยนตร์โฆษณาโทนญี่ปุ่นมินิมอล สดใส ถ่ายทอด “ความสุขจากเรื่องเล็ก ๆ” ในแต่ละวัน พร้อมเชื่อมโยงกับสารแอลธีอะนีนในโออิชิ
ทำสื่อเต็มรูปแบบ ทั้ง TVC, สื่อนอกบ้าน, Transit Ad
ไฮไลต์คือกิจกรรม “Micro Joy Spot” ที่สยาม เปลี่ยนพื้นที่เล็ก ๆ ให้เป็นจุดเติมพลังใจ ส่งต่อโมเมนต์ดี ๆ ให้คนเมือง
นอกจากนี้โออิชิยังปรับไซส์ขวดให้ “คุ้มค่าขึ้นในราคาเดิม” เช่น
350 → 370 มล. ราคา 15 บาท
380 → 400 มล. ราคา 20 บาท
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า โออิชิไม่ได้เน้นแค่โปรโมชั่นระยะสั้น แต่เลือกใช้ การรีแบรนด์ + การเล่าเรื่องอารมณ์ + ประสบการณ์หน้างาน เพื่อเชื่อมแบรนด์กับไลฟ์สไตล์ของ Gen Z โดยตรง

4.2 อิชิตัน: ไวรัล แคมเปญบันเทิง และการแตกไลน์สินค้า
ในด้านอิชิตัน ข้อมูลที่มีชี้ให้เห็นรูปแบบการตลาดแบบ “เร็วและหลากหลาย” โดยใช้ทั้งศิลปิน ไวรัล และสินค้าใหม่หลายไลน์
ชาเขียวเก๊กฮวย “อิชิตัน” + พรีเซนเตอร์ “หลิง-ออม”
ถูกระบุว่า “ประสบความสำเร็จอย่างมาก ขึ้นแท่นสินค้าขายดี”
กระแสไวรัลของ “เย็น เย็น”
จากรายการ CHUANG ASIA มียอดรับชมกว่า 250 ล้านวิว ช่วยเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่
ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ใน Q2/68
“ตันซันซู โคเรียนโซดา” จัดบิ๊กอีเวนต์สงกรานต์เชียงใหม่ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
“อิชิตัน ทีเพลย์” ชาเขียวเจนใหม่ ช่วยบูสต์พลังงาน เตรียมแคมเปญกับศิลปิน T-Pop วง PERSES
“ชิซึโอกะ ชาเขียวมะลิ โนชูการ์” เจาะสายสุขภาพ
รูปแบบการตลาดของอิชิตันจึงสะท้อนการ เล่นกับเทรนด์และกระแส อย่างต่อเนื่อง ทั้งศิลปิน แพลตฟอร์มบันเทิง และเทศกาลใหญ่ ขณะที่ยังใช้สินค้าเป็นตัวนำในการเข้าถึงผู้บริโภคหลายกลุ่ม
5. วิเคราะห์ส่วนแบ่งการตลาดและรายได้: ใครคือผู้นำตัวจริงตอนนี้?
ในเชิง “เจ้าตลาดชาเขียว” และในเชิง “ธุรกิจจดทะเบียนด้านเครื่องดื่ม” มีตัวเลขจากข้อมูลที่อ้างอิงได้ชัดเจนดังนี้
5.1 โออิชิ กรีนที: ผู้นำตลาดชาพร้อมดื่ม
มูลค่าตลาดชาพร้อมดื่ม (12 เดือนล่าสุด ณ พ.ค. 2568): 18,307 ล้านบาท
ส่วนแบ่งตลาด โออิชิ กรีนที: 42.8% (ณ พฤษภาคม 2568 จาก NielsenIQ)
ด้วยตัวเลขนี้ โออิชิยังคงเป็น เบอร์ 1 ตลาดชาพร้อมดื่มในเชิงส่วนแบ่งตลาด อย่างชัดเจน และแบรนด์ก็ประกาศชัดว่าต้องการใช้การปรับโฉม + แคมเปญใหม่ เพื่อดึงดูดกลุ่ม Gen Z ให้แน่นขึ้นในอนาคต
5.2 อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI): ดาวเด่นฝั่งผลประกอบการและการเติบโต
ฝั่งอิชิตัน แม้จะไม่มีตัวเลขส่วนแบ่งตลาดรวมระบุในข้อมูลนี้ แต่มีตัวเลขผลประกอบการที่ชัดเจนในฐานะบริษัทจดทะเบียน
รายได้ Q1/68: 1,745.7 ล้านบาท กำไรสุทธิ 245.2 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 23.6%
รายได้ Q2/68: 2,263.6 ล้านบาท (+29.7% QoQ) กำไรสุทธิ 407.2 ล้านบาท (All Time High)
อัตรากำไรขั้นต้น Q2/68: 24%
จ่ายปันผลระหว่างกาล (ม.ค.–มิ.ย. 2568): 0.55 บาทต่อหุ้น
ปัจจัยหนุนสำคัญคือ
การเติบโตของกลุ่ม Non-Tea โดยเฉพาะน้ำด่างอิชิตัน
การขยายไซส์ใหญ่ (เช่น ชาเขียว 840 มล.) เจาะกลุ่มครอบครัวและสายคุ้มค่า
การเติบโตของธุรกิจ OEM เช่น IF น้ำมะพร้าว และดีลใหม่อย่างเถ้าแก่น้อย
การขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย และ CLMV
ดังนั้น หากมองในมิติ “ผู้นำตลาดชาเขียวพร้อมดื่มในไทย” ตัวเลขชัดว่า โออิชิเป็นเบอร์ 1 แต่ถ้ามองมิติ “การเติบโตของบริษัทเครื่องดื่มและศักยภาพทำกำไร” อิชิตันคือผู้เล่นที่ เร่งเครื่องแรงและมีความโดดเด่นในตลาดทุน อย่างมากในช่วงหลัง
จากข้อมูลที่มี ไม่สามารถสรุปชัดว่าใครครอง “ส่วนแบ่งตลาดชาเขียวรวมทั้งหมดมากกว่ากัน” ในเชิงมูลค่า + ปริมาณ เพราะมีตัวเลขชัดเจนด้านเดียว (ฝั่งโออิชิ) ส่วนอิชิตันมีเฉพาะตัวเลขรายได้รวมของบริษัท
6. จุดเด่นของแต่ละแบรนด์ และคำแนะนำการเลือกดื่มให้ถูกปาก
จากการรวบรวมข้อมูล สามารถสรุปจุดเด่นของแต่ละแบรนด์และแนวทางการเลือกดื่มได้ดังนี้
6.1 จุดเด่นโออิชิ กรีนที
ผู้นำตลาดชาพร้อมดื่ม
ส่วนแบ่งการตลาด 42.8% สะท้อนฐานผู้บริโภคกว้าง และความเชื่อมั่นต่อแบรนด์
ภาพลักษณ์ญี่ปุ่น ทันสมัย พรีเมียม
ดีไซน์ขวดและฉลากใหม่สื่อความเป็นญี่ปุ่นแบบมินิมอล เข้ากับคนรุ่นใหม่
ชูประโยชน์ด้านอารมณ์ (Emotional Benefit)
เล่าเรื่องแอลธีอะนีนในชาเขียว ว่าช่วยผ่อนคลาย ลดความเครียด เชื่อมกับแนวคิด “Positivi-Tea” และแคมเปญ “รู้สึกดี ทุก Tea เลย”
แคมเปญเข้าถึง Gen Z
ใช้พรีเซนเตอร์วัยรุ่น (สกาย–นานิ) + กิจกรรมหน้างานแบบ Micro Joy Spot ในย่านสยาม
เพิ่มปริมาณในราคาเดิม
ขยายไซส์ขวดในราคาเท่าเดิม เพิ่มภาพความคุ้มค่า
เหมาะกับใคร?
คนที่ชอบชาเขียวสไตล์ญี่ปุ่น รสชาติหลากหลาย
คนที่ให้ความสำคัญกับ “ฟีลลิ่ง” ขณะดื่ม และชอบแบรนด์ที่เล่าเรื่องสุขภาพจิต/อารมณ์
ผู้บริโภคที่มองหาสินค้าดื่มง่ายใน 7-11 หรือช่องทางสะดวกซื้อ ที่มีรสให้เลือกเยอะ
6.2 จุดเด่นอิชิตัน
ดีเอ็นเอคนสร้างตลาดชาเขียว
บริหารโดยตัน ภาสกรนที ที่มีประสบการณ์ยาวนานในตลาดนี้
การเติบโตด้านผลประกอบการ
รายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง ทำสถิติสูงสุดใน Q2/68 พร้อมจ่ายปันผลสม่ำเสมอ
พอร์ตสินค้าหลากหลาย
จากชาเขียวเก๊กฮวย, เย็น เย็น, ชา 0 น้ำตาล ไปจนถึงน้ำด่าง และชาพรีเมียมอย่างชิซึโอกะ
เน้นสินค้านวัตกรรม + ไซส์ใหญ่ + ความคุ้มค่า
มีไซส์ใหญ่ 840 มล. สำหรับชาเขียว ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัว/สายประหยัด
น้ำด่างอิชิตัน 1 ลิตร ตอบเทรนด์สุขภาพ
บุกตลาดผ่านไวรัลและศิลปิน
ใช้รายการบันเทิง, T-Pop, K-Theme (เช่น ตันซันซู โคเรียนโซดา) สร้างกระแสในกลุ่มวัยรุ่น
สายสุขภาพ: 0 น้ำตาล 0 แคลอรี
ชาอู่หลง และชาเขียวกลิ่นมะลิ 0 น้ำตาล ถูกรีวิวว่าหอม ละมุน สดชื่น ไม่หวาน แต่ดื่มง่าย
เหมาะกับใคร?
คนที่อยากได้ทั้ง “ชาเขียว” และ “เครื่องดื่มทางเลือก” เช่น น้ำด่าง ชาพรีเมียม
สายสุขภาพที่มองหาชา 0 น้ำตาล 0 แคลอรี แต่ยังอยากได้รสชาติและกลิ่นหอมชัด
คนที่ชอบลองรสชาติใหม่ ๆ และตามกระแสแคมเปญหรือคอลแลบกับศิลปิน/คอนเทนต์บันเทิง
6.3 แนวทางเลือกดื่มให้ถูกปาก (อิงจากข้อมูลในเอกสาร)
จากข้อมูลเกี่ยวกับชาเขียว 7-11 และประโยชน์ของชาเขียว สามารถสรุปแนวคิดเลือกดื่มได้โดยไม่เกินจากสิ่งที่ระบุไว้
1. ถ้าโฟกัสความสดชื่น + รสชาติชัด
ตัวอย่าง: โออิชิ กรีนที รสน้ำผึ้งผสมมะนาว (หวานจากน้ำผึ้ง + เปรี้ยวจากมะนาว หอมชาเขียว)
เหมาะสำหรับวันที่อากาศร้อน ต้องการเครื่องดื่มเย็น ๆ ดื่มแล้วชื่นใจ
2. ถ้าลดน้ำตาล แต่ยังอยากได้กลิ่นหอมละมุน
ตัวอย่าง: ชาเขียวกลิ่นมะลิ สูตรไม่เติมน้ำตาล 0 แคลอรี ยี่ห้ออิชิตัน (หอมมะลิชัด ละมุน สดชื่น)
เหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำตาล แต่ยังอยากได้รสชาติและกลิ่นที่ “ช่วยหายอยากหวาน”
3. ถ้าชอบชาเข้ม ๆ ไม่หวาน ดื่มระหว่างวัน
ตัวอย่าง: ชาอู่หลงสูตรไม่เติมน้ำตาล 0 แคลอรี (อิชิตัน) ที่ถูกบรรยายว่าดื่มสบาย ไม่หนัก ไม่เข้มเกิน
เหมาะกับการพกจิบระหว่างวัน แทนเครื่องดื่มหวานหรือกาแฟบางมื้อ
4. ถ้าสนใจประโยชน์จากชาเขียว
ในข้อมูลมีการสรุปประโยชน์ของชาเขียว เช่น
ช่วยเสริมสุขภาพหัวใจ
ช่วยควบคุมน้ำหนัก (จากการกระตุ้นเมตาบอลิซึม)
เสริมความแข็งแรงของกระดูก
มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิว
เสริมภูมิคุ้มกัน
ลดความเครียดจากสาร L-theanine
หากต้องการเน้นฟังก์ชันเรื่อง “อารมณ์และความผ่อนคลาย” เอกสารของโออิชิพูดถึง L-theanine ในบริบทของชาเขียวโออิชิโดยตรง และเชื่อมเข้ากับแนวคิด “Positivi-Tea” อย่างชัดเจน
สรุปภาพรวม: สองเจ้าตลาด สองสไตล์
จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปในกรอบของเอกสารได้ว่า
โออิชิ กรีนที คือผู้นำตลาดชาพร้อมดื่มในแง่ส่วนแบ่งตลาด มีภาพลักษณ์ญี่ปุ่น พรีเมียม และกำลังยกเครื่องแบรนด์ใหม่ให้ตอบโจทย์ Gen Z ผ่านดีไซน์ แคมเปญด้านอารมณ์ และการเพิ่มปริมาณในราคาเดิม
อิชิตัน โดดเด่นในบทบาทบริษัทจดทะเบียนที่กำไรเติบโตต่อเนื่อง แตกไลน์สินค้าได้หลากหลาย ครอบคลุมทั้งชาเขียว ชา 0 น้ำตาล น้ำด่าง ชาพรีเมียม และธุรกิจ OEM พร้อมใช้กระแสไวรัลและศิลปินสร้างสีสันให้แบรนด์
ใครคือ “ผู้นำตัวจริง”? ในเชิงตัวเลขที่มีอยู่ตอนนี้
ส่วนแบ่งตลาดชาพร้อมดื่ม: โออิชิถือครองอันดับ 1
การเติบโตผลประกอบการและภาพหุ้นปันผล: อิชิตันทำสถิติกำไรสูงสุด และย้ำภาพหุ้นจ่ายปันผลสม่ำเสมอ
ในมุมผู้บริโภค การเลือกว่าขวดต่อไปจะเป็น “โออิชิ” หรือ “อิชิตัน” จึงขึ้นกับ
ชอบรสชาติ/กลิ่นแบบไหน
ให้ความสำคัญกับเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก หรือความคุ้มค่าไซส์ใหญ่
มองหาน้ำตาลน้อย 0 แคล หรือสายหวานสดชื่นเต็มที่
ข้อมูลที่มีบอกได้ชัดเจนเพียงว่า ทั้งสองแบรนด์ ต่างมีจุดแข็งและฐานแฟนเป็นของตัวเอง และยังไม่มีสัญญาณในเอกสารว่าศึกนี้จะจบลงง่าย ๆ ในเร็ววัน

