รับแอปรับแอป

ศึกชาเขียวโออิชิ vs อิชิตัน

ZestBuy AI02-16

ศึกชาเขียวโออิชิ vs อิชิตัน ใครครองใจคนไทยตัวจริง?

1. จุดเริ่มต้นมหากาพย์ศึกชิงเจ้าตลาดชาเขียวเมืองไทย

ตลาดชาพร้อมดื่มในไทยเป็นหนึ่งในสมรภูมิใหญ่ของธุรกิจเครื่องดื่ม มูลค่าตลาดล่าสุดอยู่ราว 18,307 ล้านบาท (ข้อมูล 12 เดือนล่าสุด ณ พฤษภาคม 2568 จาก NielsenIQ) โดยมี โออิชิ กรีนที เป็นผู้นำตลาดมาอย่างยาวนาน และในช่วงหลังต้องเผชิญการแข่งขันดุเดือดจาก อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI) ที่ขยายทั้งสินค้า “ชา” และ “นอนที (Non-Tea)” ควบคู่ไปกับธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM)

ฝั่งโออิชิ ชูภาพลักษณ์ “ผู้นำตลาดชาพร้อมดื่ม” ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 42.8% (ณ พฤษภาคม 2568) พร้อมการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ และแคมเปญใหม่เจาะ Gen Z ขณะที่ฝั่งอิชิตัน เดินเกมด้วยการขยายพอร์ตสินค้า รุกไซส์ใหญ่ เน้นความคุ้มค่า บวกกับการสร้างกำไรและจ่ายปันผลในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุน

สมรภูมินี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ชาเขียวรสไหนดี” แต่คือการแข่งกันทั้งด้าน แบรนด์ ภาพลักษณ์ กลยุทธ์การตลาด นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และตัวเลขทางการเงิน ด้วย

2. ย้อนรอยตำนาน “ตัน ภาสกรนที” จากโออิชิสู่การสร้างแบรนด์คู่แข่ง

แม้ข้อมูลที่มีจะไม่ได้เล่าย้อนละเอียดตั้งแต่ยุคก่อตั้งโออิชิ แต่จากเอกสารอ้างอิงสะท้อนให้เห็นชัดว่า “ตัน ภาสกรนที” คือบุคคลสำคัญที่ผูกโยงสองแบรนด์เข้าด้วยกันในฐานะ “อดีตผู้ก่อตั้งโออิชิ” และปัจจุบันเป็นแม่ทัพใหญ่ของ อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI)

ในฝั่งอิชิตัน ปัจจุบันตัน ภาสกรนที ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการ ของ ICHI และเป็นผู้ให้ข้อมูลผลประกอบการด้วยตนเอง ทั้งในไตรมาส 1/2568 และ 2/2568 โดยสะท้อนบุคลิกเดิมที่คุ้นตา คือ ขยับเร็ว ปรับกลยุทธ์ไว สร้างสินค้าใหม่ต่อเนื่อง และใช้ความเข้าใจผู้บริโภคเป็นฐานหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ

  • ไตรมาส 1/2568: รายได้ 1,745.7 ล้านบาท กำไรสุทธิ 245.2 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 23.6%

  • ไตรมาส 2/2568: รายได้ 2,263.6 ล้านบาท โต 29.7% จาก Q1 กำไรสุทธิ 407.2 ล้านบาท ทำสถิติ All Time High (มีกำไรพิเศษจากขายที่ดินราว 120 ล้านบาท)

นอกจากชาเขียว “อิชิตัน” แล้ว กลุ่มสินค้าที่ตันผลักดันอย่างจริงจังคือ

  • กลุ่ม Non-Tea โดยเฉพาะ “น้ำด่าง อิชิตัน” ซึ่งยอดขาย Q1/68 เติบโตถึง 41.8% และต่อเนื่องใน Q2/68 พร้อมไซส์ใหม่ 1 ลิตร

  • สินค้าชาพรีเมียม “ชิซึโอกะ” ที่ขึ้นเป็นอันดับ 1 กลุ่มชาเขียวพรีเมียม

  • ธุรกิจรับจ้างผลิต OEM เช่น IF น้ำมะพร้าว ที่ขายดีในจีน และดีลใหม่อย่าง เถ้าแก่น้อย

จากข้อมูลทั้งหมด แม้จะไม่เล่าชัดถึงช่วงที่ตันออกจากโออิชิและตั้งอิชิตัน แต่สิ่งที่เห็นชัดคือ “ดีเอ็นเอคนสร้างตลาดชาเขียวในไทยคนเดิม” กำลังใช้ประสบการณ์เดิมมาสร้างแบรนด์คู่แข่งอย่างเต็มรูปแบบผ่านอิชิตันในปัจจุบัน

3. หมัดต่อหมัด: รสชาติ ความหวาน กลิ่นหอมของรสยอดนิยม

จากข้อมูลที่มี สามารถดึงตัวอย่างการรับรู้รสชาติจากมุมมองผู้บริโภค และคำอธิบายของแบรนด์ได้บางส่วน โดยเน้นสองแบรนด์หลักในตลาดชาพร้อมดื่ม

3.1 โออิชิ กรีนที: ความสดชื่น + แอลธีอะนีน + รสชาติหลากหลาย

โออิชิเน้นภาพลักษณ์ชาเขียวคุณภาพ มีรสชาติหลากหลาย แต่ในข้อมูลที่ระบุชื่อชัดเจน เช่น

  • โออิชิ กรีนที ชาเขียวรสน้ำผึ้งผสมมะนาว

    • คำบรรยายจากบทความ 7-11 ระบุว่า:

    • ความหวานจากน้ำผึ้ง + เปรี้ยวนิด ๆ จากมะนาว + กลิ่นหอมชาเขียว

    • ดื่มแล้ว “รู้สึกสดชื่น” เหมาะกับอากาศร้อน และการคลายกระหาย

ในมุมแบรนด์ โออิชิเล่าเรื่องราวรสชาติผ่าน ดีไซน์ฉลากใหม่ ที่ใส่ภาพส่วนผสมของชาเขียวแต่ละรส เพื่อสื่อสารความต่างของรสชาติ และชูจุดเด่นใหม่คือการสื่อสารเรื่อง แอลธีอะนีน (L-Theanine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนจากใบชา ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด เสริมอารมณ์เชิงบวก

สรุปภาพรวมรสชาติจากข้อมูล:

  • โปรไฟล์รสชาติ: สดชื่น หอมชาเขียว มีทั้งสายหวาน (เช่น น้ำผึ้งมะนาว) และรสชาติอื่น ๆ ที่ออกแบบตอบคนหลายกลุ่ม

  • กลิ่น: ใช้ภาพ “กลิ่นอายญี่ปุ่น” ในดีไซน์ + กลิ่นชาเขียวและส่วนผสมในแต่ละรส

3.2 อิชิตัน: จากชาเขียวเก๊กฮวยถึงชา 0 แคลอรี

ด้านอิชิตัน ข้อมูลสะท้อนมุมมองผู้บริโภคผ่านบทความแนะนำ “ชาเขียว 7-11 สูตรไม่มีน้ำตาล” ซึ่งพูดถึงสินค้าอิชิตันหลายตัว เช่น

  • ชาอู่หลง สูตรไม่เติมน้ำตาล 0 แคลอรี ยี่ห้ออิชิตัน

    • รสชาติ “ประทับใจมาก กลิ่นดี”

    • ไม่หนัก ไม่เข้มจนเกินไป จิบได้เพลินในวันสบาย ๆ

  • ชาเขียวกลิ่นมะลิ สูตรไม่เติมน้ำตาล 0 แคลอรี ยี่ห้ออิชิตัน

    • กลิ่นมะลิหอมอ่อน ๆ แต่ชัดเจน

    • รสชาติละมุน ดื่มแล้วสดชื่น แม้ไม่มีน้ำตาลก็ยังรู้สึก “หายอยากน้ำหวาน”

นอกจากนี้ ในฝั่งชาเขียวทั่วไป:

  • “อิชิตัน ชาเขียวเก๊กฮวย” ได้พรีเซนเตอร์ “หลิง-ออม” และถูกระบุว่า “ประสบความสำเร็จอย่างมาก ขึ้นแท่นสินค้าขายดี” (แม้ไม่มีคำอธิบายรสละเอียด แต่ชื่อรสสะท้อนภาพหวานหอมสไตล์เก๊กฮวย)

  • ฝั่งพรีเมียม “ชิซึโอกะ ชาเขียวมะลิ โนชูการ์” ถูกวางในกลุ่มรักสุขภาพ เน้นรสชาติชา + มะลิแบบไม่เติมน้ำตาล

สรุปภาพรวมรสชาติจากข้อมูล:

  • โปรไฟล์รสชาติ: มีทั้งชาเขียวเก๊กฮวย หวานหอม ไปจนถึงชาอู่หลงและชาเขียวกลิ่นมะลิแบบ 0 น้ำตาล 0 แคล

  • กลิ่น: กลิ่นชาและดอกมะลิที่ผู้บริโภคบรรยายว่าหอมชัด ละมุน

4. ศึกชิงโชคใต้ฝาและแคมเปญการตลาด: ใครเปลี่ยนเกมพฤติกรรมผู้บริโภค?

จากชุดข้อมูลนี้ เนื้อหาที่ชัดเจนเกี่ยวกับ “ศึกชิงโชคใต้ฝา” ไม่ได้ถูกกล่าวถึงโดยตรง ทั้งฝั่งโออิชิและอิชิตัน จึงไม่สามารถสรุปเชิงข้อเท็จจริงเรื่องการชิงโชคใต้ฝาได้โดยไม่เกินจากข้อมูลที่ให้มา

อย่างไรก็ตาม เราสามารถดู “สงครามการตลาด” ผ่านแคมเปญเชิงภาพลักษณ์และไลฟ์สไตล์ที่มีข้อมูลรองรับได้ โดยเฉพาะฝั่งโออิชิที่มีการรีแบรนด์ใหญ่ และฝั่งอิชิตันที่ใช้กลยุทธ์สินค้านวัตกรรม + ไวรัลคอนเทนต์

4.1 โออิชิ: รีดีไซน์ครั้งใหญ่ + แคมเปญ “รู้สึกดี ทุก Tea เลย”

โออิชิเดินเกมด้วย 3 กลยุทธ์หลัก

  1. เปลี่ยนขวดและฉลากใหม่ในรอบ 26 ปี

    • ดีไซน์ขวดโค้งอ่อนช้อยเหมือนลายไร่ชาบนภูเขา

    • สื่อเรื่องธรรมชาติและที่มาของใบชาคุณภาพ

    • ฉลากมินิมอล กลิ่นอายญี่ปุ่น เรียบง่ายแต่ดูดี ตรงใจคนรุ่นใหม่ และใส่ภาพส่วนผสมของแต่ละรส

  2. ยกระดับการสื่อสารจากความสดชื่น → สมดุลทางอารมณ์

    • ใช้แนวคิด “Positivi-Tea”

    • ชูประโยชน์ของแอลธีอะนีนจากชาเขียว ว่าช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด เสริมอารมณ์บวก

    • สื่อสารแบบ Lifestyle-Centric ให้โออิชิเป็น “ส่วนหนึ่งของการดูแลใจในทุกวัน” ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มดับกระหาย

  3. แคมเปญการตลาด “โออิชิ กรีนที รู้สึกดี ทุก Tea เลย”

    • ใช้พรีเซนเตอร์คู่ใหม่ “สกาย วงศ์รวี” และ “นานิ หิรัญกฤษฎิ์” ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ไลฟ์สไตล์เรียบง่าย อารมณ์ดี ให้ความสำคัญกับความสุขรอบตัว

    • ภาพยนตร์โฆษณาโทนญี่ปุ่นมินิมอล สดใส ถ่ายทอด “ความสุขจากเรื่องเล็ก ๆ” ในแต่ละวัน พร้อมเชื่อมโยงกับสารแอลธีอะนีนในโออิชิ

    • ทำสื่อเต็มรูปแบบ ทั้ง TVC, สื่อนอกบ้าน, Transit Ad

    • ไฮไลต์คือกิจกรรม “Micro Joy Spot” ที่สยาม เปลี่ยนพื้นที่เล็ก ๆ ให้เป็นจุดเติมพลังใจ ส่งต่อโมเมนต์ดี ๆ ให้คนเมือง

นอกจากนี้โออิชิยังปรับไซส์ขวดให้ “คุ้มค่าขึ้นในราคาเดิม” เช่น

  • 350 → 370 มล. ราคา 15 บาท

  • 380 → 400 มล. ราคา 20 บาท

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า โออิชิไม่ได้เน้นแค่โปรโมชั่นระยะสั้น แต่เลือกใช้ การรีแบรนด์ + การเล่าเรื่องอารมณ์ + ประสบการณ์หน้างาน เพื่อเชื่อมแบรนด์กับไลฟ์สไตล์ของ Gen Z โดยตรง

4.2 อิชิตัน: ไวรัล แคมเปญบันเทิง และการแตกไลน์สินค้า

ในด้านอิชิตัน ข้อมูลที่มีชี้ให้เห็นรูปแบบการตลาดแบบ “เร็วและหลากหลาย” โดยใช้ทั้งศิลปิน ไวรัล และสินค้าใหม่หลายไลน์

  • ชาเขียวเก๊กฮวย “อิชิตัน” + พรีเซนเตอร์ “หลิง-ออม”

    • ถูกระบุว่า “ประสบความสำเร็จอย่างมาก ขึ้นแท่นสินค้าขายดี”

  • กระแสไวรัลของ “เย็น เย็น”

    • จากรายการ CHUANG ASIA มียอดรับชมกว่า 250 ล้านวิว ช่วยเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่

  • ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ใน Q2/68

    • “ตันซันซู โคเรียนโซดา” จัดบิ๊กอีเวนต์สงกรานต์เชียงใหม่ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

    • “อิชิตัน ทีเพลย์” ชาเขียวเจนใหม่ ช่วยบูสต์พลังงาน เตรียมแคมเปญกับศิลปิน T-Pop วง PERSES

    • “ชิซึโอกะ ชาเขียวมะลิ โนชูการ์” เจาะสายสุขภาพ

รูปแบบการตลาดของอิชิตันจึงสะท้อนการ เล่นกับเทรนด์และกระแส อย่างต่อเนื่อง ทั้งศิลปิน แพลตฟอร์มบันเทิง และเทศกาลใหญ่ ขณะที่ยังใช้สินค้าเป็นตัวนำในการเข้าถึงผู้บริโภคหลายกลุ่ม

5. วิเคราะห์ส่วนแบ่งการตลาดและรายได้: ใครคือผู้นำตัวจริงตอนนี้?

ในเชิง “เจ้าตลาดชาเขียว” และในเชิง “ธุรกิจจดทะเบียนด้านเครื่องดื่ม” มีตัวเลขจากข้อมูลที่อ้างอิงได้ชัดเจนดังนี้

5.1 โออิชิ กรีนที: ผู้นำตลาดชาพร้อมดื่ม

  • มูลค่าตลาดชาพร้อมดื่ม (12 เดือนล่าสุด ณ พ.ค. 2568): 18,307 ล้านบาท

  • ส่วนแบ่งตลาด โออิชิ กรีนที: 42.8% (ณ พฤษภาคม 2568 จาก NielsenIQ)

ด้วยตัวเลขนี้ โออิชิยังคงเป็น เบอร์ 1 ตลาดชาพร้อมดื่มในเชิงส่วนแบ่งตลาด อย่างชัดเจน และแบรนด์ก็ประกาศชัดว่าต้องการใช้การปรับโฉม + แคมเปญใหม่ เพื่อดึงดูดกลุ่ม Gen Z ให้แน่นขึ้นในอนาคต

5.2 อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI): ดาวเด่นฝั่งผลประกอบการและการเติบโต

ฝั่งอิชิตัน แม้จะไม่มีตัวเลขส่วนแบ่งตลาดรวมระบุในข้อมูลนี้ แต่มีตัวเลขผลประกอบการที่ชัดเจนในฐานะบริษัทจดทะเบียน

  • รายได้ Q1/68: 1,745.7 ล้านบาท กำไรสุทธิ 245.2 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 23.6%

  • รายได้ Q2/68: 2,263.6 ล้านบาท (+29.7% QoQ) กำไรสุทธิ 407.2 ล้านบาท (All Time High)

  • อัตรากำไรขั้นต้น Q2/68: 24%

  • จ่ายปันผลระหว่างกาล (ม.ค.–มิ.ย. 2568): 0.55 บาทต่อหุ้น

ปัจจัยหนุนสำคัญคือ

  • การเติบโตของกลุ่ม Non-Tea โดยเฉพาะน้ำด่างอิชิตัน

  • การขยายไซส์ใหญ่ (เช่น ชาเขียว 840 มล.) เจาะกลุ่มครอบครัวและสายคุ้มค่า

  • การเติบโตของธุรกิจ OEM เช่น IF น้ำมะพร้าว และดีลใหม่อย่างเถ้าแก่น้อย

  • การขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย และ CLMV

ดังนั้น หากมองในมิติ “ผู้นำตลาดชาเขียวพร้อมดื่มในไทย” ตัวเลขชัดว่า โออิชิเป็นเบอร์ 1 แต่ถ้ามองมิติ “การเติบโตของบริษัทเครื่องดื่มและศักยภาพทำกำไร” อิชิตันคือผู้เล่นที่ เร่งเครื่องแรงและมีความโดดเด่นในตลาดทุน อย่างมากในช่วงหลัง

จากข้อมูลที่มี ไม่สามารถสรุปชัดว่าใครครอง “ส่วนแบ่งตลาดชาเขียวรวมทั้งหมดมากกว่ากัน” ในเชิงมูลค่า + ปริมาณ เพราะมีตัวเลขชัดเจนด้านเดียว (ฝั่งโออิชิ) ส่วนอิชิตันมีเฉพาะตัวเลขรายได้รวมของบริษัท

6. จุดเด่นของแต่ละแบรนด์ และคำแนะนำการเลือกดื่มให้ถูกปาก

จากการรวบรวมข้อมูล สามารถสรุปจุดเด่นของแต่ละแบรนด์และแนวทางการเลือกดื่มได้ดังนี้

6.1 จุดเด่นโออิชิ กรีนที

  • ผู้นำตลาดชาพร้อมดื่ม

    • ส่วนแบ่งการตลาด 42.8% สะท้อนฐานผู้บริโภคกว้าง และความเชื่อมั่นต่อแบรนด์

  • ภาพลักษณ์ญี่ปุ่น ทันสมัย พรีเมียม

    • ดีไซน์ขวดและฉลากใหม่สื่อความเป็นญี่ปุ่นแบบมินิมอล เข้ากับคนรุ่นใหม่

  • ชูประโยชน์ด้านอารมณ์ (Emotional Benefit)

    • เล่าเรื่องแอลธีอะนีนในชาเขียว ว่าช่วยผ่อนคลาย ลดความเครียด เชื่อมกับแนวคิด “Positivi-Tea” และแคมเปญ “รู้สึกดี ทุก Tea เลย”

  • แคมเปญเข้าถึง Gen Z

    • ใช้พรีเซนเตอร์วัยรุ่น (สกาย–นานิ) + กิจกรรมหน้างานแบบ Micro Joy Spot ในย่านสยาม

  • เพิ่มปริมาณในราคาเดิม

    • ขยายไซส์ขวดในราคาเท่าเดิม เพิ่มภาพความคุ้มค่า

เหมาะกับใคร?

  • คนที่ชอบชาเขียวสไตล์ญี่ปุ่น รสชาติหลากหลาย

  • คนที่ให้ความสำคัญกับ “ฟีลลิ่ง” ขณะดื่ม และชอบแบรนด์ที่เล่าเรื่องสุขภาพจิต/อารมณ์

  • ผู้บริโภคที่มองหาสินค้าดื่มง่ายใน 7-11 หรือช่องทางสะดวกซื้อ ที่มีรสให้เลือกเยอะ

6.2 จุดเด่นอิชิตัน

  • ดีเอ็นเอคนสร้างตลาดชาเขียว

    • บริหารโดยตัน ภาสกรนที ที่มีประสบการณ์ยาวนานในตลาดนี้

  • การเติบโตด้านผลประกอบการ

    • รายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง ทำสถิติสูงสุดใน Q2/68 พร้อมจ่ายปันผลสม่ำเสมอ

  • พอร์ตสินค้าหลากหลาย

    • จากชาเขียวเก๊กฮวย, เย็น เย็น, ชา 0 น้ำตาล ไปจนถึงน้ำด่าง และชาพรีเมียมอย่างชิซึโอกะ

  • เน้นสินค้านวัตกรรม + ไซส์ใหญ่ + ความคุ้มค่า

    • มีไซส์ใหญ่ 840 มล. สำหรับชาเขียว ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัว/สายประหยัด

    • น้ำด่างอิชิตัน 1 ลิตร ตอบเทรนด์สุขภาพ

  • บุกตลาดผ่านไวรัลและศิลปิน

    • ใช้รายการบันเทิง, T-Pop, K-Theme (เช่น ตันซันซู โคเรียนโซดา) สร้างกระแสในกลุ่มวัยรุ่น

  • สายสุขภาพ: 0 น้ำตาล 0 แคลอรี

    • ชาอู่หลง และชาเขียวกลิ่นมะลิ 0 น้ำตาล ถูกรีวิวว่าหอม ละมุน สดชื่น ไม่หวาน แต่ดื่มง่าย

เหมาะกับใคร?

  • คนที่อยากได้ทั้ง “ชาเขียว” และ “เครื่องดื่มทางเลือก” เช่น น้ำด่าง ชาพรีเมียม

  • สายสุขภาพที่มองหาชา 0 น้ำตาล 0 แคลอรี แต่ยังอยากได้รสชาติและกลิ่นหอมชัด

  • คนที่ชอบลองรสชาติใหม่ ๆ และตามกระแสแคมเปญหรือคอลแลบกับศิลปิน/คอนเทนต์บันเทิง

6.3 แนวทางเลือกดื่มให้ถูกปาก (อิงจากข้อมูลในเอกสาร)

จากข้อมูลเกี่ยวกับชาเขียว 7-11 และประโยชน์ของชาเขียว สามารถสรุปแนวคิดเลือกดื่มได้โดยไม่เกินจากสิ่งที่ระบุไว้

1. ถ้าโฟกัสความสดชื่น + รสชาติชัด

  • ตัวอย่าง: โออิชิ กรีนที รสน้ำผึ้งผสมมะนาว (หวานจากน้ำผึ้ง + เปรี้ยวจากมะนาว หอมชาเขียว)

  • เหมาะสำหรับวันที่อากาศร้อน ต้องการเครื่องดื่มเย็น ๆ ดื่มแล้วชื่นใจ

2. ถ้าลดน้ำตาล แต่ยังอยากได้กลิ่นหอมละมุน

  • ตัวอย่าง: ชาเขียวกลิ่นมะลิ สูตรไม่เติมน้ำตาล 0 แคลอรี ยี่ห้ออิชิตัน (หอมมะลิชัด ละมุน สดชื่น)

  • เหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำตาล แต่ยังอยากได้รสชาติและกลิ่นที่ “ช่วยหายอยากหวาน”

3. ถ้าชอบชาเข้ม ๆ ไม่หวาน ดื่มระหว่างวัน

  • ตัวอย่าง: ชาอู่หลงสูตรไม่เติมน้ำตาล 0 แคลอรี (อิชิตัน) ที่ถูกบรรยายว่าดื่มสบาย ไม่หนัก ไม่เข้มเกิน

  • เหมาะกับการพกจิบระหว่างวัน แทนเครื่องดื่มหวานหรือกาแฟบางมื้อ

4. ถ้าสนใจประโยชน์จากชาเขียว

ในข้อมูลมีการสรุปประโยชน์ของชาเขียว เช่น

  • ช่วยเสริมสุขภาพหัวใจ

  • ช่วยควบคุมน้ำหนัก (จากการกระตุ้นเมตาบอลิซึม)

  • เสริมความแข็งแรงของกระดูก

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิว

  • เสริมภูมิคุ้มกัน

  • ลดความเครียดจากสาร L-theanine

หากต้องการเน้นฟังก์ชันเรื่อง “อารมณ์และความผ่อนคลาย” เอกสารของโออิชิพูดถึง L-theanine ในบริบทของชาเขียวโออิชิโดยตรง และเชื่อมเข้ากับแนวคิด “Positivi-Tea” อย่างชัดเจน

สรุปภาพรวม: สองเจ้าตลาด สองสไตล์

จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปในกรอบของเอกสารได้ว่า

  • โออิชิ กรีนที คือผู้นำตลาดชาพร้อมดื่มในแง่ส่วนแบ่งตลาด มีภาพลักษณ์ญี่ปุ่น พรีเมียม และกำลังยกเครื่องแบรนด์ใหม่ให้ตอบโจทย์ Gen Z ผ่านดีไซน์ แคมเปญด้านอารมณ์ และการเพิ่มปริมาณในราคาเดิม

  • อิชิตัน โดดเด่นในบทบาทบริษัทจดทะเบียนที่กำไรเติบโตต่อเนื่อง แตกไลน์สินค้าได้หลากหลาย ครอบคลุมทั้งชาเขียว ชา 0 น้ำตาล น้ำด่าง ชาพรีเมียม และธุรกิจ OEM พร้อมใช้กระแสไวรัลและศิลปินสร้างสีสันให้แบรนด์

ใครคือ “ผู้นำตัวจริง”? ในเชิงตัวเลขที่มีอยู่ตอนนี้

  • ส่วนแบ่งตลาดชาพร้อมดื่ม: โออิชิถือครองอันดับ 1

  • การเติบโตผลประกอบการและภาพหุ้นปันผล: อิชิตันทำสถิติกำไรสูงสุด และย้ำภาพหุ้นจ่ายปันผลสม่ำเสมอ

ในมุมผู้บริโภค การเลือกว่าขวดต่อไปจะเป็น “โออิชิ” หรือ “อิชิตัน” จึงขึ้นกับ

  • ชอบรสชาติ/กลิ่นแบบไหน

  • ให้ความสำคัญกับเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก หรือความคุ้มค่าไซส์ใหญ่

  • มองหาน้ำตาลน้อย 0 แคล หรือสายหวานสดชื่นเต็มที่

ข้อมูลที่มีบอกได้ชัดเจนเพียงว่า ทั้งสองแบรนด์ ต่างมีจุดแข็งและฐานแฟนเป็นของตัวเอง และยังไม่มีสัญญาณในเอกสารว่าศึกนี้จะจบลงง่าย ๆ ในเร็ววัน