รับแอปรับแอป

iOS 27 อาจยืดอายุแบตเตอรี่ครั้งใหญ่ ขณะ Tesla เจอปัญหา iOS 26 อัปเดตช้า

Phanuphong.T02-16

Apple กำลังเตรียมปล่อย iOS 27 ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่สำหรับ iPhone ที่แม้หน้าตาจะไม่เปลี่ยนแรงเหมือน iOS 26 แต่เบื้องหลังอาจมีของใหญ่รออยู่ โดยเฉพาะเรื่อง “อายุการใช้งานแบตเตอรี่” ที่มีรายงานว่าอาจดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการปรับโค้ดและจูนระบบใหม่

ขณะเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของวงการเทคโนโลยีอย่าง Tesla กลับออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับการอัปเดต iOS 26 ที่ค่อนข้างช้า ส่งผลกระทบต่อการทำงานร่วมกับ Apple CarPlay และ Apple Maps บางส่วน

เกิดอะไรขึ้นกับ iOS 27 และทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? แล้วการอัปเดตที่ช้าของ iOS 26 เกี่ยวอะไรกับ Tesla? มาดูภาพรวมทั้งหมดแบบเข้าใจง่ายกัน


iOS 27 จะเปลี่ยนอะไรบ้าง?

แม้หลายคนอาจคาดหวังว่า iOS 27 จะมาพร้อมหน้าตาใหม่แบบยกเครื่องเหมือนตอน iOS 26 ที่เปิดตัวดีไซน์ Liquid Glass ซึ่งปรับลุคอินเทอร์เฟซ (UI) อย่างชัดเจน แต่รายงานล่าสุดจาก Mark Gurman แห่ง Bloomberg ระบุว่า iOS 27 จะเป็นการอัปเดตใหญ่ที่เน้น “ความนิ่งและความเสถียร” มากกว่าความหวือหวา

3 โฟกัสหลักของ iOS 27

Gurman ระบุว่า Apple จะให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก ได้แก่

  1. ล้างโค้ดเก่า (Code Cleanup)
    Apple จะพยายามลบโค้ดที่เลิกใช้งานแล้วหรือโค้ดที่ซ้ำซ้อนออกจากระบบ
    พูดง่าย ๆ คือการ “จัดบ้านครั้งใหญ่” เพื่อให้ระบบเบาขึ้นและทำงานได้ลื่นกว่าเดิม

  2. ปรับอินเทอร์เฟซเล็กน้อย (Minor UI Tweaks)
    ไม่ใช่การเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ทั้งระบบ แต่เป็นการเก็บรายละเอียด ปรับจุดเล็ก ๆ ให้ใช้งานสะดวกขึ้น

  3. ปรับแอปเก่าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (App Optimization)
    แอปบางตัวที่อยู่มานานอาจถูกจูนใหม่ให้ใช้ทรัพยากรน้อยลง และทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น

ผลลัพธ์ที่อาจได้: แบตเตอรี่อึดขึ้นอย่างชัดเจน

เมื่อรวมทั้งสามอย่างเข้าด้วยกัน สิ่งที่ Gurman เชื่อว่าจะเห็นชัดที่สุดคือ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นอย่างมาก

การลบโค้ดที่ไม่จำเป็นออก และทำให้ระบบทำงานอย่างมีประสิทธิภาพขึ้น เปรียบเหมือนเครื่องยนต์ที่ถูกจูนใหม่ให้เผาผลาญพลังงานน้อยลง นั่นหมายความว่า iPhone อาจใช้งานได้นานขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แม้ฮาร์ดแวร์จะเหมือนเดิมก็ตาม

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป นี่อาจเป็นข่าวดีกว่าการได้หน้าตาใหม่เสียอีก เพราะ “แบตหมดเร็ว” คือปัญหาที่หลายคนเจอทุกวัน


Siri เวอร์ชันใหม่บน iOS 27 จะฉลาดขึ้นแค่ไหน?

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือ Siri แบบ Chatbot รุ่นใหม่ ที่อาจเปิดตัวพร้อม iOS 27

รายงานระบุว่า Apple มีแผนพัฒนา Siri ให้ทำงานในลักษณะ Chatbot และจะรันบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของ Google รวมถึงใช้ชิปประมวลผล AI ของ Google ที่เรียกว่า TPU (Tensor Processing Unit)

ใช้โมเดล AI ที่พัฒนาขึ้นใหม่

Siri เวอร์ชันใหม่นี้จะใช้โมเดลที่เรียกภายในว่า Apple Foundation Models เวอร์ชัน 11
ซึ่งถูกคาดว่าจะมีความสามารถใกล้เคียงกับ Gemini 3 ของ Google และเก่งกว่าระบบ Siri ใน iOS 26.4 อย่างชัดเจน

ถ้าเป็นไปตามรายงานจริง นี่จะเป็นก้าวสำคัญของ Apple ในการแข่งขันด้าน AI เพราะช่วงที่ผ่านมา Apple ถูกมองว่าพัฒนา AI ช้ากว่าคู่แข่งบางราย


ฟีเจอร์บางอย่างจาก iOS 26.4 อาจย้ายมาที่ iOS 27

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ ฟีเจอร์บางอย่างที่เดิมทีวางแผนจะปล่อยใน iOS 26.4 อาจถูกเลื่อนมารวมอยู่ใน iOS 27 แทน

แม้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าเป็นฟีเจอร์ใด แต่การเลื่อนฟีเจอร์ข้ามเวอร์ชันสะท้อนว่า Apple อาจกำลังปรับแผนพัฒนา เพื่อให้ iOS 27 เป็นเวอร์ชันที่ “นิ่งและสมบูรณ์” มากกว่าเดิม


อีกด้านหนึ่ง: Tesla กังวลการอัปเดต iOS 26 ที่ช้า

ขณะที่ความสนใจเริ่มหันไปที่ iOS 27 แต่ iOS 26 กลับมีประเด็นตามมา

ข้อมูลระบุว่า หลังจากเปิดให้อัปเดตครบ 150 วัน iOS 26 มีอัตราการติดตั้งประมาณ 74%
เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน iOS 18 เคยทำได้ 76%

ตัวเลขดูใกล้เคียงกัน แต่สำหรับบริษัทที่ต้องพึ่งพาระบบเชื่อมต่อแบบเรียลไทม์ ความต่างเล็กน้อยนี้อาจสร้างผลกระทบได้


ปัญหาที่ Tesla พบคืออะไร?

Tesla พบปัญหาบางอย่างในการซิงก์ (Synchronization) ระหว่าง Apple Maps กับระบบแผนที่ของรถยนต์ไฟฟ้า Tesla เอง

เพื่อแก้ไขปัญหา Tesla ได้ขอให้ Apple ปรับปรุงทางวิศวกรรมใน Apple Maps เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น
Apple ตอบรับและออกอัปเดตแก้บั๊กผ่าน iOS 26 รวมถึงเวอร์ชันล่าสุดของ CarPlay

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แก้บั๊ก แต่คือ “คนยังไม่ได้อัปเดต”

แม้ Apple จะออกอัปเดตแก้ไขแล้ว แต่ปัญหาคือผู้ใช้จำนวนมากยังไม่ได้อัปเดตเป็น iOS 26 เวอร์ชันล่าสุด

ในมุมมองของ Tesla นั่นหมายความว่า
แม้ปัญหาจะถูกแก้ไขแล้วในทางเทคนิค แต่ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยยังคงเจอปัญหาเดิมอยู่ เพราะยังใช้เวอร์ชันเก่า

สำหรับระบบอย่าง Apple CarPlay ที่ต้องทำงานร่วมกับรถยนต์จริง ๆ ความเข้ากันได้ (Compatibility) เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องกับการนำทางและประสบการณ์ใช้งานในรถโดยตรง


ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับผู้ใช้ทั่วไป?

หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องของบริษัทใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วมีผลกับผู้ใช้ทั่วไปโดยตรง

1. เรื่องแบตเตอรี่ = ประสบการณ์ใช้งานทุกวัน

ถ้า iOS 27 ทำให้แบตเตอรี่อึดขึ้นจริง
ผู้ใช้จะได้ประโยชน์ทันที โดยไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่

ในยุคที่สมาร์ตโฟนเป็นทั้งเครื่องมือทำงาน ความบันเทิง และการติดต่อสื่อสาร
แบตที่อยู่ได้นานขึ้นหมายถึงความสะดวกและความอุ่นใจมากขึ้น

2. การอัปเดตช้า ส่งผลต่อระบบที่เชื่อมต่อกัน

กรณีของ Tesla สะท้อนให้เห็นว่า
ในโลกเทคโนโลยีปัจจุบัน ทุกอย่างเชื่อมต่อกันหมด ไม่ใช่แค่โทรศัพท์อย่างเดียว

เมื่อ iPhone ต้องเชื่อมกับรถยนต์ แอปนำทาง และระบบคลาวด์
การที่ผู้ใช้บางส่วนยังไม่อัปเดตเวอร์ชันล่าสุด อาจทำให้เกิด “ความไม่พร้อมเพรียง” ของระบบโดยรวม


แนวโน้มของ iOS 27 และทิศทางต่อไป

จากข้อมูลทั้งหมด ดูเหมือนว่า iOS 27 จะเป็นการอัปเดตที่เน้นความนิ่ง ความเสถียร และประสิทธิภาพ มากกว่าการเปลี่ยนโฉมใหญ่

ในแง่หนึ่ง นี่อาจสะท้อนว่า Apple กำลังเข้าสู่ช่วง “ปรับจูน” หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน iOS 26

หากข่าวเรื่องการปรับโค้ดและเพิ่มประสิทธิภาพเป็นจริง
iOS 27 อาจกลายเป็นเวอร์ชันที่ผู้ใช้รู้สึกได้ชัดว่า “เครื่องลื่นขึ้น แบตดีขึ้น” แม้หน้าตาจะดูคล้ายเดิม

ส่วนฝั่ง Tesla เรื่องนี้อาจเป็นบทเรียนสำคัญว่า
แม้จะแก้ปัญหาทางเทคนิคได้แล้ว แต่ความเร็วในการอัปเดตของผู้ใช้ก็มีผลต่อประสบการณ์จริงอย่างมาก


สรุปภาพรวม

  • iOS 27 มีแนวโน้มเน้นปรับปรุงประสิทธิภาพระบบมากกว่าการเปลี่ยนดีไซน์ใหญ่

  • การล้างโค้ดและจูนแอปอาจทำให้แบตเตอรี่ iPhone ใช้งานได้นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • Siri แบบ Chatbot รุ่นใหม่อาจฉลาดขึ้นมาก ด้วยโมเดล AI เวอร์ชันใหม่

  • Tesla พบปัญหาการซิงก์กับ Apple Maps และแม้มีการแก้บั๊กแล้ว แต่การอัปเดต iOS 26 ที่ช้าทำให้ผู้ใช้บางส่วนยังได้รับผลกระทบ

ท้ายที่สุด เรื่องนี้สะท้อนภาพใหญ่ของวงการเทคโนโลยีว่า
“ความเสถียรและประสิทธิภาพ” อาจสำคัญไม่แพ้ความหวือหวา และการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่รวดเร็วของผู้ใช้ก็มีบทบาทมากกว่าที่คิด