Apple Watch รอดนำเข้า หลัง ITC ชี้ไม่ละเมิดสิทธิบัตร Masimo
Apple Watch กลับมาอยู่ในสถานการณ์ที่ผ่อนคลายมากขึ้น หลังจากคดีสิทธิบัตรที่ยืดเยื้อมานานกับบริษัท Masimo มีความคืบหน้าครั้งสำคัญ โดยคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ (ITC) ได้มีคำวินิจฉัยเบื้องต้นว่า วิธีการวัดค่าออกซิเจนในเลือดแบบใหม่ของ Apple “ไม่ละเมิดสิทธิบัตร” ของ Masimo
คำตัดสินนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะก่อนหน้านี้ Apple เคยเผชิญความเสี่ยงสูงที่จะถูกแบนการนำเข้า Apple Watch บางรุ่นในตลาดสหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดหลักของบริษัท
จุดเริ่มต้นของปัญหา
ข้อพิพาทระหว่าง Apple กับ Masimo เริ่มรุนแรงขึ้นในปี 2023 เมื่อ ITC เคยตัดสินว่า Apple Watch Series 9 และ Ultra 2 ละเมิดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีวัดออกซิเจนในเลือด (Pulse Oximetry)
ผลลัพธ์ในตอนนั้นคือ
สหรัฐมีคำสั่งแบนการนำเข้า Apple Watch รุ่นดังกล่าว
Apple ต้องหยุดขายบางรุ่นชั่วคราว
เกิดแรงกระทบต่อภาพลักษณ์และยอดขาย
Masimo อ้างว่า Apple ใช้เทคโนโลยีที่มีลักษณะใกล้เคียงกับสิทธิบัตรของตน โดยเฉพาะในอุปกรณ์แบบ “สวมใส่บนร่างกาย”
วิธีแก้เกมของ Apple
แทนที่จะยอมแพ้ Apple เลือกแก้ปัญหาด้วยการปรับแนวทางทางเทคนิค
แนวทางที่ Apple ใช้มี 2 ขั้นตอนหลัก
1. ปิดฟีเจอร์วัดออกซิเจนบนตัวนาฬิกา
Apple ตัดฟีเจอร์นี้ออกจากตัวเครื่องในบางรุ่น เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดโดยตรง
2. ย้ายการประมวลผลไปยัง iPhone
ในปี 2025 Apple ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่
Apple Watch ยังสามารถเก็บข้อมูลบางส่วน
แต่การประมวลผลและแสดงผลย้ายไปอยู่บน iPhone
ข้อมูลจะแสดงผ่านแอป Apple Health
แนวทางนี้ช่วย “เลี่ยง” ขอบเขตของสิทธิบัตรที่ Masimo ถืออยู่
คำตัดสินล่าสุดของ ITC
ประเด็นสำคัญอยู่ที่คำถามว่า
“วิธีใหม่ของ Apple ยังถือว่าละเมิดสิทธิบัตรหรือไม่?”
คำตอบเบื้องต้นจาก ITC คือ
ไม่ละเมิดสิทธิบัตร
วิธีการใหม่อยู่นอกขอบเขตที่ Masimo จดไว้
ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับ Apple อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม คำตัดสินนี้ยังเป็นเพียง “ขั้นต้น” และต้องรอการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการเต็มรูปแบบอีกครั้ง
ทำไมวิธีนี้ถึงไม่ละเมิด
หัวใจของข้อพิพาทอยู่ที่คำว่า “user-worn devices”
สิทธิบัตรของ Masimo ครอบคลุมอุปกรณ์ที่
วัดค่าออกซิเจนโดยตรงบนอุปกรณ์สวมใส่
แสดงผลบนอุปกรณ์นั้นทันที
แต่ Apple เปลี่ยนวิธีเป็น
เก็บข้อมูลบางส่วนจากนาฬิกา
ส่งไปประมวลผลบน iPhone
แสดงผลบนแอป
จึงทำให้ “หลุด” จากนิยามเดิมของสิทธิบัตร

บทบาทของหน่วยงานอื่น
ก่อนหน้านี้ หน่วยงานศุลกากรสหรัฐ (CBP) ได้ตรวจสอบแนวทางของ Apple และอนุญาตให้ใช้งานได้
แต่ Masimo ไม่เห็นด้วย
ยื่นฟ้อง CBP
ขอให้ ITC ทบทวนอีกครั้ง
จึงนำไปสู่คำตัดสินล่าสุด
ผลกระทบต่อผู้ใช้
สำหรับผู้ใช้ Apple Watch ผลลัพธ์นี้มีความหมายหลายด้าน
ด้านบวก
ไม่มีการแบนการนำเข้า
สามารถซื้อและใช้งานได้ต่อ
ecosystem ของ Apple ยังทำงานต่อเนื่อง
ข้อจำกัด
ฟีเจอร์วัดออกซิเจนอาจไม่เหมือนเดิม
ต้องพึ่งพา iPhone มากขึ้น
ประสบการณ์ใช้งานเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ผลกระทบต่อ Apple
คำตัดสินนี้ช่วยให้ Apple
ลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย
รักษาตลาดสหรัฐไว้ได้
เดินหน้าพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ต่อ
แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า Apple ต้องระมัดระวังมากขึ้นในการใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพ
แล้ว Masimo จะทำอย่างไรต่อ
แม้จะเสียเปรียบในคำตัดสินเบื้องต้น แต่ Masimo ยังมีทางเลือก
รอคำตัดสินสุดท้ายจาก ITC
ยื่นอุทธรณ์
ดำเนินคดีเพิ่มเติมในศาลอื่น
คดีนี้จึงยังไม่ถือว่าจบอย่างสมบูรณ์
แนวโน้มในอนาคต
เหตุการณ์นี้สะท้อนแนวโน้มสำคัญในอุตสาหกรรม
1. เทคโนโลยีสุขภาพจะถูกตรวจสอบเข้มขึ้น
ยิ่งอุปกรณ์มีบทบาทด้านสุขภาพมากขึ้น ความเสี่ยงด้านสิทธิบัตรก็เพิ่มขึ้น
2. บริษัทต้องปรับตัวเร็ว
Apple แสดงให้เห็นว่าการ “แก้ทางเทคนิค” สามารถช่วยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมายได้
3. Ecosystem มีความสำคัญ
การย้ายการประมวลผลไป iPhone แสดงถึงพลังของ ecosystem ที่เชื่อมกัน
สรุป
Apple Watch สามารถหลีกเลี่ยงการถูกแบนในสหรัฐได้ หลัง ITC ชี้ว่าวิธีวัดออกซิเจนแบบใหม่ไม่ละเมิดสิทธิบัตรของ Masimo
แม้จะยังไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย แต่ก็เป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับ Apple และผู้ใช้งานทั่วโลก
ในระยะยาว คดีนี้อาจกลายเป็นตัวอย่างสำคัญของการต่อสู้ระหว่าง “นวัตกรรม” และ “สิทธิบัตร” ในยุคที่เทคโนโลยีสุขภาพกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ที่มา wccftech

