Sharp เปิดตัวอุปกรณ์กำจัดขนด้วยแสง IPL รุ่นใหม่สำหรับใช้งานที่บ้าน โดยรอบนี้ชูจุดเด่นเรื่องระบบ “JeweL Cooling” ที่ช่วยลดความร้อนและลดการระคายเคืองระหว่างใช้งาน
บริษัทระบุว่าอุปกรณ์รุ่นใหม่นี้ถูกพัฒนาร่วมกับ NBS ผู้ผลิตเครื่องกำจัดขนระดับซาลอนในญี่ปุ่น และออกแบบมาให้สามารถปล่อยพลังงานได้แรงขึ้น แต่ยังคงใช้งานได้สบายผิวมากกว่าเดิม
Sharp ยังระบุว่าผู้ใช้จะเริ่มเห็นผลเรื่องขนลดลงได้ภายในประมาณ 2 สัปดาห์ หลังใช้งานอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นคือระบบทำความเย็นในตัว
ฟีเจอร์หลักของเครื่องรุ่นนี้คือระบบ “JeweL Cooling” ที่ช่วยลดอุณหภูมิบริเวณหัวปล่อยแสงระหว่างใช้งาน
Sharp ใช้วัสดุ sapphire crystal สำหรับหน้าสัมผัส เพราะมีคุณสมบัติช่วยส่งผ่านแสงและกระจายความเย็นได้ดี โดยตัวระบบสามารถลดอุณหภูมิบริเวณหัวเครื่องลงเหลือประมาณ 10 องศาเซลเซียส
จุดนี้ถือว่าสำคัญสำหรับอุปกรณ์ IPL เพราะหนึ่งในปัญหาหลักของการกำจัดขนด้วยแสงคือความรู้สึกร้อนหรือแสบผิวระหว่างยิงพลังงาน
ช่วงหลังแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มแข่งขันกันเรื่องระบบ cooling มากขึ้น เพื่อทำให้อุปกรณ์กำจัดขนที่บ้านใช้งานง่ายและใกล้เคียงเครื่องระดับคลินิกมากขึ้น
ตลาด IPL สำหรับใช้ที่บ้านยังโตต่อเนื่อง
อุปกรณ์กำจัดขนแบบ IPL ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะช่วยให้ผู้ใช้ทำทรีตเมนต์เองที่บ้านได้โดยไม่ต้องเข้าคลินิกบ่อย
ในปี 2026 ตลาดเริ่มแข่งขันกันหนักทั้งเรื่องระบบทำความเย็น เซนเซอร์ผิว และการลดอาการระคายเคืองระหว่างใช้งาน
หลายแบรนด์เริ่มเพิ่มฟีเจอร์อัตโนมัติและ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์สภาพผิว เพื่อให้ใช้งานได้ปลอดภัยขึ้น
Sharp จึงดูเหมือนกำลังขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาด beauty tech มากขึ้น โดยใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบควบคุมอุณหภูมิ
บริษัทญี่ปุ่นเริ่มรุกตลาด Beauty Tech มากขึ้น
ก่อนหน้านี้ตลาดอุปกรณ์กำจัดขนที่บ้านถูกครองโดยแบรนด์ยุโรป เกาหลี และจีนเป็นหลัก แต่ช่วงหลังบริษัทญี่ปุ่นเริ่มกลับมาจริงจังกับตลาด beauty tech มากขึ้น
หลายแบรนด์เลือกเน้นจุดขายเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย และความสบายระหว่างใช้งาน มากกว่าการแข่งขันด้านพลังงานเพียงอย่างเดียว
Sharp เองก็เริ่มขยายไลน์สินค้ากลุ่มความงามต่อเนื่อง ทั้งอุปกรณ์ดูแลผิว เครื่องดูแลเส้นผม และเครื่องใช้ไฟฟ้าด้านสุขภาพ
และเครื่องกำจัดขน IPL รุ่นใหม่นี้ก็สะท้อนว่า ตลาด beauty appliance กำลังกลายเป็นอีกสนามสำคัญของบริษัทเทคโนโลยีญี่ปุ่นในปี 2026 เช่นกัน
ที่มา japantoday


ความคิดเห็น