แต่งหน้าลุคใสทั้งหน้า ด้วย Canmake ชิ้นฮิต
1. ทำความรู้จักแบรนด์ Canmake สไตล์การแต่งหน้าและจุดเด่นที่สาวไทยหลงรัก
Canmake เป็นแบรนด์เครื่องสำอางจากญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมทั่วโลก จุดเด่นคือบรรจุภัณฑ์ขนาดกะทัดรัด หน้าตาน่ารัก แต่ภายในให้เม็ดสีแน่น คุณภาพดี และติดทนนาน ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เน้นลุคผิวสวยเป็นธรรมชาติ งานตานุ่มละมุน และพวงแก้มโกลว์ใส ตอบโจทย์ทั้งวัยรุ่นและสาววัยทำงาน
จากหลายรีวิวและบทความ จะเห็นภาพรวมของแบรนด์ดังนี้
ลุคโดยรวม: ผิวแมตต์นุ่มแบบมาร์ชแมลโลว์ หรือโกลว์ใสแบบฉ่ำสุขภาพดี ดวงตาโทนธรรมชาติ แก้มและปากสีใส ๆ ดูเหมือนผิวดีมาแต่เกิด
เอกลักษณ์: เนื้อผลิตภัณฑ์บางเบา ใช้ง่าย เหมาะกับคนที่ชอบลุค “แต่งเหมือนไม่แต่ง” แต่ยังดูเป๊ะ และหลายชิ้นเป็นไอเทมรางวัลจากเว็บญี่ปุ่นอย่าง @Cosme
กลุ่มผลิตภัณฑ์เด่น: แป้ง Marshmallow Finish Powder, ครีมกันแดด Mermaid Skin Gel UV, บลัชออน Cream Cheek / Glow Fleur Cheeks, มาสคาร่า Quick Lash Curler และอายแชโดว์ตลับเล็กอย่าง Perfect Stylist Eyes, Silky Souffle Eyes
2. เตรียมผิวก่อนแต่งหน้า เลือกเบส รองพื้น และแป้งของ Canmake ให้เหมาะกับสภาพผิว
แม้ข้อมูลที่อ้างอิงจะเน้นไปที่ “แป้ง” และ “กันแดด” มากกว่ารองพื้น แต่เราสามารถจัดลำดับการเตรียมผิวโดยใช้ไอเทมที่มีข้อมูลได้ชัดเจนดังนี้
2.1 กันแดดและเบส: Canmake Mermaid Skin Gel UV
เจลกันแดดเนื้อบางเบา SPF50+ PA++++
เนื้อเจลแตกตัวเป็นน้ำ เกลี่ยง่าย ไม่เหนอะผิว
ทำหน้าที่เป็นทั้งครีมกันแดดและเมกอัพเบส ใช้ได้ทุกสภาพผิว

2.2 เลือกแป้งให้ตรงโจทย์ “ผิวแมตต์” หรือ “ผิวโกลว์”
จากข้อมูลแป้ง Canmake หลายรุ่น จุดสำคัญในการเลือกคือ “ระดับการปกปิด”, “ฟินิชลุค” และ “สภาพผิว”
กลุ่มผิวแมตต์ เรียบเนียน คุมมัน
Marshmallow Finish Powder
แป้งอัดแข็งไม่ผสมรองพื้น
ฟินิชลุคแมตต์ ปกปิดระดับ Medium
มี 3 เฉดสี (ML, MO, MB)
มี SPF50 PA+++ และมีส่วนผสมบำรุงอย่าง Squalane, Jojoba Oil, Aloe Vera
เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวผสม–มัน
Marshmallow Finish Powder Abloom
แป้งโปร่งแสงรวมหลายสีในตลับเดียว ช่วยแก้โทนผิวด้วย Color Correcting
ฟินิชแมตต์ ปกปิดบาง–ปานกลาง
ช่วยเบลอรูขุมขน ให้ผิวดูนุ่มฟู และคุมมัน มี SPF19 PA++
เหมาะกับผิวมัน–ผิวผสม ใช้เซตเมคอัพหรือปรับโทนผิวให้ไบรท์
Silky Loose Moist Powder
แป้งฝุ่น ฟินิชแมตต์ เนื้อบางเบา โปร่งแสง
ให้ความชุ่มชื้นด้วยเซราไมด์และกรดไฮยาลูโรนิก ไม่ทำให้ผิวแห้งลอก
SPF23 PA++ เหมาะทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนผิวแห้งที่ยังอยากได้ผิวแมตต์เรียบเนียน
กลุ่มผิวโกลว์ ฉ่ำใส
Illuminating Finish Powder Abloom
แป้งอัดแข็งไม่ผสมรองพื้น ฟินิชโกลว์
มีหลายสีในตลับเดียว ใช้ร่วมกันเพื่อลดความหมองและปรับสีผิว
เนื้อชิมเมอร์ละเอียด ให้ผิวฉ่ำโกลว์ เบลอรูขุมขน
มี Natural Oils บำรุงผิว และ SPF24 PA++
แนวทางเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว
ผิวมัน–ผิวผสม: เน้น Marshmallow Finish Powder, Marshmallow Abloom, Oil Block Mineral Powder (ข้อมูลระบุว่าเน้นคุมมันขั้นสุดสำหรับผิวมันมาก)
ผิวแห้ง: เลือก Illuminating Finish Powder Abloom และ Silky Loose Moist Powder ที่เน้นความชุ่มชื้นและความโกลว์
ผิวแพ้ง่าย: ใช้ Marshmallow Finish Powder / Abloom ที่เนื้อบางเบา ไม่อุดตัน และ Secret Beauty Powder ที่เป็นสูตร 5-Free (ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ สารกันเสีย มิเนอรัลออยล์ สีจากทาร์)
3. แต่งดวงตาให้ละมุนด้วยอายแชโดว์ มาสคาร่า และที่เขียนคิ้วของ Canmake แบบ Step by Step
ข้อมูลอ้างอิงให้รายละเอียดทั้งอายแชโดว์และมาสคาร่าค่อนข้างครบ จึงสามารถจัดเป็นลำดับขั้นได้ชัดเจน
3.1 เลือกพาเลตอายแชโดว์ให้ได้ลุคที่ต้องการ
Perfect Stylist Eyes
พาเลต 5 สี ในหนึ่งตลับแต่งได้ 2 สไตล์
เนื้อแป้งนุ่ม เกลี่ยง่าย สีชัด มีแปรงและกระจกในตัว เหมาะกับสายพกพา
Perfect Multi Eyes
พาเลต 5 เฉดโทนกลาง เนื้อแมตต์ ไม่มีกลิตเตอร์
ใช้ได้ทั้งเป็นอายแชโดว์ อายไลเนอร์ และที่เขียนคิ้ว
มีสารบำรุงอย่างน้ำมันโจโจบา น้ำมันเมล็ดองุ่น สารสกัดคาโมไมล์ สารสกัดเมล็ดเกาลัดม้า และสควาเลนจากพืช

Silky Souffle Eyes
พาเลต 4 เฉด เนื้อสัมผัสนุ่มเหมือนซูเฟล่ ละลายเข้าผิว
มี “glow oil” ให้ความเงางาม เนื้อบางเบา เม็ดสีชัด
Juicy Pure Eyes
อายแชโดว์ 3 สี เนื้อชุ่ม มีน้ำมันช่วยให้เม็ดสีเกาะผิว
ให้ลุคตาวาวฉ่ำ กลิตเตอร์ใส ดูเป็นประกาย
ลำดับการแต่งตา (โดยใช้หลักการจากพาเลตเหล่านี้)
ใช้สีอ่อนสุดลงทั่วเปลือกตาเป็นเบส
ใช้สีโทนกลางลงบริเวณเบ้าตา เพิ่มมิติ
ใช้สีเข้มสุดที่หางตาและชิดแนวขนตาเป็นเสมือนอายไลเนอร์
ถ้าตลับมีสีลาเม/ชิมเมอร์ (Juicy Pure Eyes, Perfect Stylist Eyes, Silky Souffle Eyes) ให้แตะเบา ๆ ตรงกึ่งกลางเปลือกตา เพื่อเพิ่มความแวววาว
3.2 มาสคาร่า: เลือกสูตรและหัวแปรงให้ตรงกับขนตา
จากข้อมูล 6 มาสคาร่ายอดนิยมของ Canmake สามารถสรุปแนวทางได้แบบ Step by Step
ขั้นที่ 1: เลือกสูตรตามผลลัพธ์ที่ต้องการ
เน้นความยาว: Quick Lash Curler Long
มีไฟเบอร์ต่อขนตา เพิ่มความยาวและความหนา
หัวแปรงโค้งรับเปลือกตา ยกโคนให้ตาดูกลมโต
กันน้ำ กันเหงื่อ ติดทน ไม่ไหลเลอะ
เน้นความงอน: Quick Lash Curler
เนื้อแวกซ์เคลือบและล็อคขนตาให้งอนเด้งทั้งวัน
สูตร 3-in-1 เป็นทั้งเบส มาสคาร่า และโค้ททับ
หัวแปรงหวี 2 ด้าน ช่วยแยกเส้นให้ไม่จับตัวเป็นก้อน
เน้นความหนา: Gokubuto Mascara
มาสคาร่าเนื้อฟิล์ม เพิ่มวอลลุ่มให้ขนตาดูหนาฟู ดวงตากลมโต
กันน้ำกันเหงื่อ แต่ล้างออกด้วยน้ำอุ่นได้ง่าย ลดการระคายเคือง
เน้นล้างง่าย: Off-Surun Mascara
เนื้อฟิล์ม เคลือบเส้นขนเสมอกัน
กันน้ำแต่ล้างออกได้ด้วยน้ำอุ่น ไม่ต้องใช้รีมูฟเวอร์
ขั้นที่ 2: เลือกหัวแปรงให้เหมาะกับรูปตาและเส้นขนตา
หัวแปรงสเตนเลส: Metalook Mascara / Metalook Mascara Volume Look
เส้นผ่านศูนย์กลางเล็ก เข้าถึงขนตาเส้นสั้นและส่วนหัวตาได้ดี
ระยะห่างซี่แปรงที่ออกแบบเฉพาะ ช่วยจับช่อขนตาให้ดูหนาแต่ไม่เป็นก้อน
หัวแปรงแบบหวี: Quick Lash Curler / Quick Lash Curler Long
เหมาะกับคนขนตาตก ใช้หวีสั้นดันโคน และหวียาวเคลือบปลายให้เรียงเส้น
หัวแปรงเรียวเล็กโค้ง: Off-Surun Mascara
เก็บรายละเอียดได้ดี เหมาะกับขนตาล่างและหางตา
หัวแปรงเล็กยาว: Curl Sniper Mascara
ปัดขนตาทั้งแถวได้ในรอบเดียว ช่วยประหยัดเวลา
ผสมเคราตินช่วยบำรุงขนตา
ขั้นที่ 3: เรื่องแพนด้าและความแข็งของขนตา
ข้อมูลระบุว่า
มาสคาร่า Canmake ขึ้นชื่อเรื่องกันน้ำกันเหงื่อ ช่วยลดปัญหาตาแพนด้าได้ดี
หากเปลือกตามันมาก อาจมีเลอะเล็กน้อย จึงควรเซตผิวรอบดวงตาด้วยแป้งฝุ่นก่อน
เนื้อมาสคาร่าออกแบบให้เบา ไม่ทำให้ขนตาแข็งกระด้าง ปัดซ้ำได้หลายชั้นโดยไม่รู้สึกหนักตา แต่เพราะความกันน้ำสูง จึงควรใช้คลีนซิ่งสำหรับมาสคาร่าโดยเฉพาะในบางรุ่น
3.3 ที่เขียนคิ้วและการสร้างมิติรอบดวงตา
Mix Eyebrow
พาเลตคิ้ว 3 สี ใช้ได้ทั้งเขียนคิ้วและเฉดดิ้งสันจมูก
เนื้อแป้งชุ่มชื้น เบลนง่าย ทำให้คิ้วและจมูกดูเนียนไม่เป็นขีด
มีแปรงสองด้านในตลับ ช่วยให้เกลี่ยสีได้แม่นยำ
Shadow Powder / แป้งแรเงา
แป้งคอนทัวร์เนื้อด้าน ใช้สร้างเงาโหนกแก้ม กราม และกรอบหน้า
มีตัวแทนซอฟต์โฟกัสช่วยเบลอผิวให้ดูไร้รูขุมขน
การใช้ Mix Eyebrow และแป้งแรเงา ร่วมกับอายแชโดว์เนื้อแมตต์จาก Perfect Multi Eyes จะช่วยให้กรอบตาและคิ้วดูกลมกลืน ไม่แข็งจนเกินไป
4. สร้างพวงแก้มใส ๆ ด้วยบลัชออน Canmake เลือกสีให้เหมาะกับโทนผิวและลุคที่ต้องการ
Canmake มีบลัชออนเด่นสองตระกูลคือ Cream Cheek และ Glow Fleur Cheeks รวมถึงเฉดพิเศษในแคมเปญ Cherry
4.1 Cream Cheek: แก้มใส ละมุน ใช้ได้ทั้งตา–แก้ม–ปาก
จากรีวิว Cream Cheek สี CL01 Clear Red Heart
เนื้อครีมแนวมูส–บาล์ม เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ
สีในตลับแดงจัด แต่เมื่อเกลี่ยแล้วเป็นแดงใส ๆ โทนเชอร์รี่ ดูธรรมชาติ
สามารถบิ้วเลเยอร์เพิ่มความเข้มได้ โดยยังไม่หนักผิว
ใช้ได้ทั้งบนเปลือกตา แก้ม และริมฝีปาก ให้โทนสีไปในทางเดียวกัน
แคมเปญ “Canmake x Rilakkuma” Cherry colors ยังพูดถึงสีบลัช Cherry หลายโทน เช่น
25 Cherry Whipped Cream: ชมพูเชอร์รี่หวานละมุน
05 Sweet Apricot: ส้มแอพริคอตสดใส
21 Tangerine Tea: คอรัลเบจโทนอบอุ่นนุ่มนวล
4.2 Glow Fleur Cheeks: แก้มฟุ้งโกลว์ฉ่ำ
Glow Fleur Cheeks เป็นบลัชออนแบบแป้งที่มีอนุภาคไข่มุก ให้ผิวโกลว์สุขภาพดี แต่ยังเกลี่ยง่าย ติดทน มีหลายโทนสี เช่น
19 Cherry Soda Fleur: ชมพูเชอร์รี่ใส ๆ ให้ลุคโปร่งแสง
02 Apricot Fleur: โทนคอรัลส้ม ให้ลุคสดใสสุขภาพดี
18 Momo Whip Fleur: คอรัลน้ำนม สายหวานละมุน
4.3 แนวทางเลือกสีให้เข้ากับลุคและโทนผิว
ข้อมูลไม่ได้ระบุโทนผิวแบบละเอียด แต่จากบุคลิกเฉดสีสามารถสรุปแนวทางเลือกได้ในเชิงลุคโดยไม่ฟันธงเชิงสีผิว
ลุคใสธรรมชาติ: เลือกสีชมพูเชอร์รี่ใสอย่าง CL01 หรือ 19 Cherry Soda Fleur
ลุคสดใสสุขภาพดี: เลือกโทนแอพริคอต–คอรัล เช่น Sweet Apricot, Apricot Fleur
ลุคสุภาพทำงาน: โทนคอรัลเบจนุ่ม ๆ อย่าง Tangerine Tea หรือ Momo Whip Fleur
5. แต่งริมฝีปากให้สวยฉ่ำ เลือกลิป Canmake ให้เข้ากับลุคใส ๆ ลุคหวาน หรือลุคทำงาน
จากข้อมูลอ้างอิง จะเห็นลิปรุ่นเด่นคือ Stay-On Balm Rouge และ Luster Veil Rouge
5.1 Stay-On Balm Rouge: ลิปบาล์มมีสีสำหรับลุคใสทุกวัน
เป็นบาล์มทาปากที่ให้ทั้งสีและความชุ่มชื้น
ทาลงบนริมฝีปากแห้งได้โดยไม่ตกร่อง
ให้ฟิล์มบางเคลือบปาก อยู่ทนระดับหนึ่ง
มี SPF ช่วยปกป้องริมฝีปากจาก UV
เหมาะกับลุคใส ๆ หรือวันสบาย ๆ ที่เน้นความสบายปาก
5.2 Luster Veil Rouge: ลิปเนื้อฉ่ำโกลว์สำหรับลุคหวานหรูกึ่งเซ็กซี่
ในแคมเปญ Cherry มีการแนะนำสีใหม่ของ Luster Veil Rouge เช่น
04 Cherry Parfait: แดงเชอร์รี่โทนน้ำเงินเล็กน้อย ดูเซ็กซี่นิด ๆ
01 Lychee Peche: ชมพูอมฟ้าสดใสน่ารัก
02 Rose Raspberry: โรสพิงก์ ให้สีผิวดูสดใสแบบธรรมชาติ
ลุคการใช้
ลุคใสโทนชมพู: ใช้ Lychee Peche หรือ Rose Raspberry
ลุคหวานปนเปรี้ยว เซ็กซี่เล็กน้อย: เลือก Cherry Parfait
ลุคทำงาน: โทนโรสพิงก์อย่าง Rose Raspberry ที่ดูสุภาพแต่ไม่ซีด
6. เทคนิคการคุมโทนสี แต่งหน้าทั้งใบหน้าให้เข้ากันด้วยผลิตภัณฑ์ Canmake ชิ้นเด็ด
จากรีวิว Cream Cheek CL01 ที่ใช้ “ตา–แก้ม–ปาก” สีเดียวกัน ทำให้เห็นคอนเซปต์คุมโทนที่ชัดเจน ซึ่งสามารถประยุกต์กับสีอื่น ๆ ของ Canmake ได้
หลักการคุมโทนด้วย Canmake
เลือก “หนึ่งโทนสีหลัก” เช่น Cherry Pink, Apricot Coral หรือ Coral Beige
ใช้โทนสีหลักนั้นในหลายจุดบนใบหน้า โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นสายเดียวกัน เช่น
ตา: ใช้พาเลต Silky Souffle Eyes / Perfect Stylist Eyes ที่มีโทนชมพูหรือคอรัลใกล้เคียงบลัช
แก้ม: ใช้ Cream Cheek หรือ Glow Fleur Cheeks สีในตระกูลเดียวกัน
ปาก: ใช้ Stay-On Balm Rouge หรือ Luster Veil Rouge ที่อยู่ในโทนเดียวกัน เช่น Cherry Parfait คู่กับ Cherry Soda Fleur
แคมเปญ “Cherry colors” ยังชี้ให้เห็นว่า
การแต่งถุงใต้ตา (Plumpuku Coordinate Eyes) ด้วยชมพูเชอร์รี่ใกล้กับสีบลัช จะช่วยให้ดวงตาและแก้มดูเชื่อมกันอย่างเป็นธรรมชาติ
การใช้สีชมพูแดงในสามจุด (ใต้ตา, แก้ม, ปาก) ทำให้ใบหน้าดูเด็กและมีเลือดฝาดในธีมเดียว
7. แนะนำไอเทม Must Have จาก Canmake สำหรับมือใหม่ พร้อมงบประมาณและการเลือกซื้อ
จากหลายบทความที่จัดอันดับและเรียกบางชิ้นว่า “Best Canmake products” หรือไอเทมยอดนิยม สามารถสรุปไอเทม Must Have สำหรับคนเพิ่งเริ่มใช้แบรนด์นี้ได้ดังนี้ (โดยยึดตามการถูกพูดถึงและจัดอันดับบ่อย)
7.1 กลุ่มผิวและเบส
Mermaid Skin Gel UV: กันแดดเนื้อเจล SPF50+ PA++++ บางเบา เหมาะใช้ทุกวันและเป็นเบสแต่งหน้า
Marshmallow Finish Powder / Abloom: แป้งอัดแข็งเนื้อแมตต์ ให้ผิวเนียนฟูและคุมมันดี เหมาะกับผิวผสม–มัน
Silky Loose Moist Powder: แป้งฝุ่นชุ่มชื้น เหมาะสำหรับคนผิวแห้งที่ไม่อยากให้หน้าเงามัน
7.2 กลุ่มตาและคิ้ว
Perfect Stylist Eyes: พาเลต 5 สี ใช้ง่าย ได้ทั้งลุคเบาและลุคจัด แถมมีแปรง–กระจกในตัว
Silky Souffle Eyes / Juicy Pure Eyes: สำหรับคนที่ชอบตาโกลว์ฉ่ำหรู
Quick Lash Curler: มาสคาร่าดังของแบรนด์ เน้นล็อคความงอน กันน้ำกันเหงื่อ
Quick Lash Curler Long: สำหรับคนที่ต้องการยาว+งอนพร้อมกัน
Mix Eyebrow: ตลับคิ้ว 3 สี ใช้ได้ทั้งคิ้วและจมูก เหมาะกับมือใหม่ที่อยากมีทุกอย่างในตลับเดียว
7.3 กลุ่มแก้มและปาก
Cream Cheek: บลัชเนื้อครีมยอดนิยม ใช้ได้ทั้งตา–แก้ม–ปาก สีอย่าง CL01 Clear Red Heart ถูกรีวิวว่าสวยเป็นแดงใสที่คุมโทนทั้งหน้าได้ดี
Glow Fleur Cheeks: บลัชแบบแป้งที่ให้โกลว์สุขภาพดี มีหลายโทนให้เลือกตามลุค
Stay-On Balm Rouge: ลิปบาล์มมีสีสำหรับสายลุคใสสบายปาก
Luster Veil Rouge: ลิปฉ่ำโกลว์สำหรับสายลุคหวานหรูหรือโทนเชอร์รี่ที่กำลังฮิต
7.4 งบประมาณและการเลือกซื้อ
ข้อมูลราคาที่มีระบุไว้ เช่น
แป้ง Marshmallow Finish Powder: ประมาณ 450 บาท (ไทย)
Marshmallow Finish Powder Abloom: ประมาณ 490 บาท
Illuminating Finish Powder Abloom: ประมาณ 499 บาท
Silky Loose Moist Powder: ประมาณ 369 บาท
มาสคาร่า Quick Lash Curler: ประมาณ 229 บาท
มาสคาร่ารุ่นอื่น ๆ: อยู่ช่วง 300–369 บาท
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากประสบการณ์ผู้ใช้ว่า
สินค้า Canmake ที่ญี่ปุ่นมีราคาถูกกว่าไทยพอสมควร เช่น สินค้าบางชิ้นจากราคาราว 379 บาทในไทย เหลือราว 243 บาทเมื่อซื้อที่ญี่ปุ่น และยังมีเฉดสี/รุ่นที่ไทยไม่มีหรือหายาก ทำให้การซื้อจากญี่ปุ่นคุ้มค่าทั้งเรื่องราคาและความหลากหลาย
8. สรุปลุคแต่งหน้าด้วย Canmake เคล็ดลับการแต่งหน้าให้ติดทน และวิธีดูแลผิวหลังล้างเครื่องสำอาง
8.1 ภาพรวมลุคแต่งหน้าแบบ Canmake
เมื่อนำข้อมูลทั้งหมดมารวมกัน จะได้ภาพของ “ลุค Canmake” ที่ประกอบด้วย
ผิว: ใช้ Mermaid Skin Gel UV เป็นเบส แล้วเซตด้วย Marshmallow Finish Powder หรือ Illuminating Finish Powder Abloom ตามลุคแมตต์/โกลว์
ตา: ใช้ Perfect Stylist Eyes หรือ Silky Souffle Eyes ให้ตาดูนุ่มธรรมชาติ แล้วปัด Quick Lash Curler หรือ Quick Lash Curler Long เพื่อขนตายาวงอน
คิ้ว–กรอบหน้า: ใช้ Mix Eyebrow และแป้งแรเงาเพื่อสร้างมิติอย่างนุ่มนวล
แก้ม: ปัด Cream Cheek หรือ Glow Fleur Cheeks โทนเดียวกับสีตา/ปาก เพื่อคุมโทนให้ทั้งหน้ากลมกลืน
ปาก: เลือก Stay-On Balm Rouge ในวันลุคใส หรือ Luster Veil Rouge ในวันที่อยากได้ความฉ่ำชัด
8.2 เคล็ดลับให้เมคอัพติดทน
จากคุณสมบัติผลิตภัณฑ์และคำแนะนำในบทความต่าง ๆ สามารถสรุปเป็นหลักการได้ว่า
เลือกแป้งและมาสคาร่าที่เป็นสูตรกันน้ำ/กันเหงื่อเมื่อต้องเจอสภาพอากาศร้อน
เซตผิวรอบดวงตาด้วยแป้งฝุ่นก่อนปัดมาสคาร่า เพื่อช่วยลดปัญหามาสคาร่าละลายบนเปลือกตามัน
ใช้แป้งโปร่งแสงอย่าง Secret Beauty Powder หรือ Marshmallow Finish Powder ซับมันและเติมระหว่างวัน แทนการโบกเพิ่มหลายชั้นตั้งแต่แรก
8.3 การดูแลผิวหลังล้างเครื่องสำอาง
ข้อมูลเกี่ยวกับแป้งและมาสคาร่าระบุว่า
แป้ง Canmake โดยรวมมีเนื้อบางเบาและส่วนผสมจากธรรมชาติ เพื่อลดโอกาสการอุดตัน แต่เพราะมีสารคุมมันและกันแดด หากล้างหน้าไม่สะอาด อาจสะสมในรูขุมขนได้
มาสคาร่า Canmake หลายรุ่นเป็นสูตรกันน้ำติดทนนาน จึงควรใช้คลีนซิ่งที่เหมาะกับมาสคาร่า กันน้ำ หรือใช้น้ำอุ่นช่วยละลายเนื้อฟิล์มในรุ่น Off-Surun / Gokubuto
ดังนั้น การใช้ คลีนซิ่งเช็ดก่อนล้างหน้า เป็นขั้นตอนสำคัญในการลดความเสี่ยงสิวอุดตัน และการเว้นช่วงให้ขนตาได้พัก พร้อมใช้ Lash Care Essence ของ Canmake (จากข้อมูลผลิตภัณฑ์บำรุงขนตา) จะช่วยซ่อมแซมให้ขนตาแข็งแรงขึ้น
การนำผลิตภัณฑ์ Canmake มาจัดวางบนใบหน้าแบบเป็นระบบ ตั้งแต่เตรียมผิว งานฐาน งานตา แก้ม ปาก และการคุมโทนสี ช่วยให้ได้ลุคที่กลมกลืน ดูใสเป็นธรรมชาติในสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์อย่างชัดเจน พร้อมกับให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดและการบำรุงผิวหลังการแต่งหน้า เพื่อให้ “ผิวจริง” ยังสวยรองรับทุกลุคในระยะยาว


ความคิดเห็น