ZestBuy

AI ทำ DDR2 อายุ 23 ปีแพงขึ้น 60% วิกฤตแรมลามถึงเทคโนโลยียุคเก่า

โปรไฟล์ Phanuphong.TPhanuphong.T06-24

ผลกระทบจากกระแส AI ไม่ได้ทำให้แค่การ์ดจอหรือเซิร์ฟเวอร์แพงขึ้นอีกต่อไป เพราะล่าสุด DDR2 หน่วยความจำที่เปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2003 กำลังเผชิญการปรับราคาครั้งใหญ่ โดยข้อมูลจาก TrendForce ระบุว่าราคา DDR2 แบบสัญญาซื้อขายเพิ่มขึ้นถึง 55-60% ในไตรมาส 2 ปี 2026 และอาจเพิ่มอีก 35-40% ในไตรมาสถัดไป

สถานการณ์นี้ทำให้ DDR2 ซึ่งควรจะเป็นเทคโนโลยีที่มีราคาถูกมากในปัจจุบัน กลับกลายเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงอย่างคาดไม่ถึง

วิกฤตแรมจาก AI ลุกลามไปถึง DDR2

ต้นเหตุสำคัญมาจากผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ เช่น Samsung, SK hynix และ Micron ที่หันกำลังการผลิตจำนวนมากไปยังหน่วยความจำสำหรับ AI โดยเฉพาะ HBM (High Bandwidth Memory) และ DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ซึ่งให้ผลกำไรสูงกว่าแรมทั่วไปมาก

เมื่อกำลังการผลิตถูกย้ายไปยังตลาด AI ซัพพลายของ DDR5, DDR4 และ DRAM ทั่วไปจึงเริ่มตึงตัว ส่งผลให้ผู้ผลิตอุปกรณ์บางรายต้องลดสเปกลงมาใช้ DDR3 แทน DDR4 และบางส่วนถึงขั้นย้อนกลับไปใช้ DDR2 เพื่อให้สามารถหาอะไหล่ได้เพียงพอ

ของเก่ากลายเป็นของหายาก

แม้ DDR2 จะมีอายุมากกว่า 20 ปี แต่ยังคงถูกใช้งานในอุปกรณ์จำนวนมาก เช่น

  • เครื่องจักรอุตสาหกรรม

  • อุปกรณ์การแพทย์

  • ระบบเครือข่ายรุ่นเก่า

  • ระบบควบคุมในโรงงาน

  • อุปกรณ์ยานยนต์บางประเภท

อุปกรณ์เหล่านี้ไม่สามารถอัปเกรดไปใช้ DDR4 หรือ DDR5 ได้ง่าย ทำให้ยังต้องพึ่งพาการผลิต DDR2 อย่างต่อเนื่อง

ปัญหาคือปัจจุบันมีผู้ผลิต DDR2 เหลือไม่กี่ราย โดย TrendForce ระบุว่าตลาดส่วนใหญ่เหลือผู้เล่นหลักเพียง Winbond และ ESMT เท่านั้น ทำให้การเพิ่มกำลังผลิตทำได้จำกัดมาก

AI กำลังกินกำลังการผลิตแรมทั้งโลก

นักวิเคราะห์หลายสำนักเตือนว่าปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ DDR2

ปัจจุบันศูนย์ข้อมูล AI ถูกคาดว่าจะใช้หน่วยความจำมากถึง 70% ของกำลังการผลิตทั่วโลกในปี 2026 ส่งผลให้ทั้ง DRAM และ NAND สำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปเริ่มขาดแคลนมากขึ้นเรื่อย ๆ

TrendForce ยังรายงานว่าราคา DRAM หลายประเภทพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงตลอดปี 2026 เนื่องจากซัพพลายเออร์ให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่ม AI และเซิร์ฟเวอร์ก่อนตลาดผู้บริโภคทั่วไป

ผลกระทบเริ่มลามถึงสินค้าไอทีทุกประเภท

ผลกระทบจากวิกฤตหน่วยความจำไม่ได้เกิดกับอุปกรณ์รุ่นเก่าเท่านั้น แต่เริ่มสะเทือนไปยังสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก SSD และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทบทุกประเภทแล้ว

ก่อนหน้านี้ Apple ยอมรับว่าต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นทำให้การขึ้นราคาสินค้ากลายเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์หลายรายเตือนว่าราคา RAM และ SSD อาจยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027 หรืออาจยาวนานกว่านั้น

DDR2 กลายเป็นสัญลักษณ์ของวิกฤตครั้งนี้

สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้น่าสนใจคือ DDR2 เป็นเทคโนโลยีที่หลายคนมองว่าควรหายไปจากตลาดแล้ว แต่กลับถูกดึงกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้งเพราะผลกระทบจาก AI

การที่แรมอายุ 23 ปีมีราคาพุ่งขึ้นกว่า 60% สะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตหน่วยความจำในปี 2026 ไม่ได้กระทบเฉพาะเทคโนโลยีล้ำสมัยเท่านั้น แต่กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูล AI มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ไปจนถึงเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ยังใช้ DDR2 อยู่ในโรงงานทั่วโลก

ที่มา thenextweb

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น