เลือกบัตรใบไหนดี? เริ่มจากเข้าใจ “โลโก้มุมบัตร” ก่อน
เวลาเราหยิบบัตรเครดิตขึ้นมารูด เคยแอบมองมุมบัตรกันไหมว่า ทำไมบางใบเขียนว่า Visa บางใบเป็น Mastercard, บางใบเป็น JCB หรือ UnionPay?
แม้ทุกใบจะเอาไว้รูดจ่ายเหมือนกัน แต่เบื้องหลังเครือข่ายเหล่านี้มีความต่างกันพอสมควร ทั้งเรื่องประวัติ ที่มาที่ไป ไปจนถึงสิทธิประโยชน์เวลาเราเที่ยวแต่ละโซนประเทศ
ลองมาดูทีละแบบแบบสรุป อ่านจบเลือกแนวตัวเองถูกแน่นอน
Visa บัตรเครดิตสายคลาสสิก ใช้ได้แทบทุกที่บนโลก
Visa เป็นเครือข่ายบัตรเครดิตที่เก่าแก่และแพร่หลายสุด ๆ
กำเนิดจากสหรัฐอเมริกา
เริ่มต้นเมื่อปี 1958 ในนาม Bank America Card
พัฒนาต่อมาเป็นบริษัทด้านการใช้จ่ายไร้เงินสดในชื่อ National BankAmerica Card
สุดท้ายรีแบรนด์เป็น Visa ในปี 1976
จุดเด่นของ Visa คือ เครือข่ายร้านค้าและตู้ ATM ครอบคลุมทั่วโลกมาก เวลาเดินทางไปหลายประเทศ บัตร Visa มักจะเป็นใบที่ใช้ได้ชัวร์ในหลายสถานที่
ตัวอย่างบัตรเครดิต Visa ในไทย
บัตรเครดิตกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลตินัม
จุดเด่นของบัตรนี้คือ เป็นสายวางแผนผ่อนจ่าย และเน้นความยืดหยุ่นในการบริหารเงิน
วางแผนผ่อน 0% ได้เองผ่านฟีเจอร์ U PLAN ในแอป UCHOOSE
บริการ 0% Pay Later ซื้อวันนี้ เริ่มผ่อนจริงอีก 2 เดือนข้างหน้า*
รับเครดิตเงินคืนทุกเดือน ครอบคลุมหลายไลฟ์สไตล์ ใช้แล้วรอเงินคืนเข้าบัญชีรอบถัดไป
มีโปรพิเศษสำหรับ เดือนเกิด ให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม
ฟีเจอร์ Credit Health ช่วยเช็กสุขภาพการเงินในแอปได้ง่าย ๆ
จ่ายคืนขั้นต่ำเพียงประมาณ 3%* และเลือกแบ่งจ่ายได้นานสุด 60 เดือน*
ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า และฟรีค่าธรรมเนียมรายปีปีแรก*
Mastercard คู่แข่งเบอร์ใหญ่ ใช้ทั่วโลก + โปรสายช้อปจัดเต็ม
ฝั่ง Mastercard ก็มีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกาเหมือนกัน
เริ่มต้นในปี 1966 ในนาม Master Charge
เกิดจากความร่วมมือของ 4 ธนาคารใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้แก่ United California Bank, Wells Fargo, Crocker National Bank และ Bank of California
ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Mastercard
และควบรวมกับ Europay International กลุ่มผู้ออกบัตรรายใหญ่ในยุโรป
ภาพรวม Mastercard ก็ใช้รูดได้แพร่หลายไม่แพ้ Visa โดยเฉพาะสายท่องเที่ยวและช้อปปิ้งต่างประเทศ
ตัวอย่างบัตรเครดิต Mastercard ในไทย
บัตรเครดิตโลตัส แพลทินัม บียอนด์
เหมาะมากสำหรับสายช้อปที่โลตัส และคนเติมน้ำมันบ่อย
รับความคุ้มคืนสูงสุดประมาณ 5%* จากยอดใช้จ่ายที่โลตัสทุกสาขา และโลตัส ช้อปออนไลน์
ผ่อน 0% ที่โลตัส ได้ทุกชิ้น นาน 3 เดือน*
เติมน้ำมันที่เอสโซ่ทั่วไทย รับเครดิตเงินคืน 3%* ตั้งแต่บาทแรก ไม่ต้องลงทะเบียน ไม่ต้องแลกคะแนน
ทุกการใช้จ่ายทั่วไปได้รับความคุ้มคืน 0.5%* (ทุก 20 บาท ได้ 1 คะแนนโลตัส รีวอร์ดส)
มีบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน และช่วยเหลือเรื่องที่พักอาศัย 24 ชั่วโมง*
มีประกันคุ้มครองการซื้อสินค้าออนไลน์ วงเงินไม่เกิน 20,000 บาท
JCB สายเอเชียตะวันออก ญี่ปุ่น-เกาหลีต้องมีติดกระเป๋า
JCB โดดเด่นสุด ๆ สำหรับสายเที่ยวญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออก
กำเนิดที่ญี่ปุ่น
ชื่อย่อมาจาก Japan Credit Bureau
ก่อตั้งเมื่อปี 1961
ขึ้นชื่อเรื่องสิทธิประโยชน์ในญี่ปุ่น ทั้งจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงบริการในสนามบิน
ใครชอบเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ ฯลฯ บัตร JCB คือสายลับที่ช่วยประหยัดแบบเนียน ๆ
ตัวอย่างบัตรเครดิต JCB ในไทย
บัตรเครดิตกรุงศรี เจซีบี แพลทินัม
ไฮไลต์คือสิทธิประโยชน์สำหรับสายกิน-เที่ยวในเอเชีย
รับเครดิตเงินคืน 3% เมื่อใช้จ่ายครบทุก 1,000 บาท/เซลล์สลิป ณ ร้านอาหารทั่วโลก*
รับเครดิตเงินคืน 1%* เมื่อใช้จ่ายในญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์*
รับส่วนลดประมาณ 10% ที่ร้านอาหารยอดนิยม เช่น Akiyoshi, Chabuton, Gyu Kaku, Katsuya, On Yasai, Pepper Lunch, See Fah, Tenya, Yoshinoya**
ใช้บริการ Airport Lounge มากกว่า 60 แห่ง ใน 45 สนามบิน ครอบคลุม 10 ประเทศ (ญี่ปุ่น, ฮาวาย, จีน, เกาหลี, สิงคโปร์, ไต้หวัน, มาเลเซีย, เวียดนาม, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี)
มีประกันความสูญเสียหรือเสียหายจากการซื้อของออนไลน์ที่จ่ายผ่านบัตร
มีแผนคุ้มครองบัตรหาย Zero Liability กรณีถูกโจรกรรมหรือบัตรสูญหาย ย้อนหลังได้สูงสุด 24 ชั่วโมง
เติมน้ำมันครบทุก 800 บาท/เซลล์สลิป ที่ปั๊มบางจากที่ร่วมรายการ รับเครดิตเงินคืน 1%*
ทุกใช้จ่าย 25 บาท ได้รับ กรุงศรี พอยต์ 1 พอยต์
UnionPay สายจีน-ฮ่องกง-มาเก๊า โตแรง ใช้เพลินในโซนเอเชีย
UnionPay คือเครือข่ายบัตรที่โตเร็วมากในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา
กำเนิดที่จีน
ก่อตั้งเมื่อปี 2002
เกิดจากความร่วมมือของหลายธนาคารในจีน
ใช้เวลาเพียงประมาณ 20 ปี ก็ขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำของโลกด้านเครือข่ายบัตรเครดิต
เหมาะมากสำหรับคนที่เดินทางโซนจีน ฮ่องกง มาเก๊า หรือประเทศเอเชียบ่อย ๆ
ตัวอย่างบัตรเครดิต UnionPay ในไทย
บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม กสิกรไทย
จุดเด่นจะเน้นคนเดินทางเอเชียและใช้งานกับภาษาจีนเป็นหลัก
รับคะแนนสะสม x2 เมื่อใช้จ่ายที่ฮ่องกงและมาเก๊า (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
เที่ยวประเทศโซนเอเชีย รับเครดิตเงินคืนสูงสุดประมาณ 4%
มีบริการล่ามภาษาจีนส่วนตัว ผ่าน K-Contact Center
ใช้บริการพักผ่อนก่อนขึ้นเครื่องที่ Miracle Lounge ได้
ใช้คะแนน 1,500 คะแนน แลกเข้า K Point KLUB นั่งรอไฟลต์สบาย ๆ ได้หลายสายการบิน
มีประกันการเดินทางต่างประเทศ วงเงินคุ้มครองสูงสุดประมาณ 200,000 บาท
สรุป: Visa, Mastercard, JCB, UnionPay ต่างกันตรงไหนกันแน่?
ถ้ามองเผิน ๆ บัตรเครดิตทั้ง 4 เครือข่ายนี้ใช้งานไม่ต่างกันมาก
รูดจ่ายได้
ผ่อนของได้
มีโปรและสิทธิประโยชน์แนวคล้าย ๆ กัน
จุดที่ทำให้ต่างกันจริง ๆ คือ “โซนที่ใช้งานบ่อย” และ “โปรเฉพาะประเทศหรือภูมิภาค”
ถ้าเน้นใช้งานทั่วโลกแบบกลาง ๆ : เลือก Visa หรือ Mastercard ใบใดใบหนึ่ง หรือมีทั้งคู่ก็ช่วยสำรองกันได้
ถ้าอินญี่ปุ่น-เกาหลี-ไต้หวัน-ฮ่องกง : มี JCB ติดกระเป๋าไว้สักใบ โปรกิน-เที่ยวคือคุ้มจริง
ถ้าบินจีน ฮ่องกง มาเก๊า บ่อย ๆ : UnionPay ช่วยให้ใช้จ่ายลื่นขึ้น และมักมีโปรเฉพาะโซนนั้น
จะเลือกบัตรไหน ลองดู พฤติกรรมการใช้ชีวิต และ ประเทศที่เราเดินทางบ่อย เป็นหลัก แล้วค่อยตามด้วยส่วนลด เงินคืน และแต้มสะสม
สุดท้ายแล้ว ไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่าเครือไหนดีที่สุด มีแต่ เครือที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา ต่างหากที่คุ้มที่สุด

