Autumn Breeze TOKYO FUJI KAMAKURA 5D3N
แพ็กเกจสุดคุ้ม Autumn Breeze Tokyo – Fuji – Kamakura 5 วัน 3 คืน
อิสระท่องเที่ยว 1 วันเต็ม เลือกชิลเองได้ตามสไตล์
ราคาเริ่มต้นประมาณ 31,888 บาท
เดินทางโดยสายการบิน Air Asia X (XJ) จากดอนเมืองสู่สนามบินนาริตะ
เส้นทางจัดเต็มครบทั้ง
ดอนเมือง – นาริตะ
คานางาวะ – พระใหญ่ไดบุตสึ
ศาลเจ้าสึรุงะโอกะ ฮาจิมังกู & ถนนโคมาจิโดริ
ยามานาชิ – สวนโออิชิปาร์ค – จุดชมวิวฟูจิ สถานีที่ 5
โตเกียว – ย่านชินจูกุ
ปิดท้ายด้วย อิสระท่องเที่ยว 1 วันเต็ม ก่อนบินกลับ
ที่พัก: ฟูจิออนเซ็น 1 คืน, นาริตะ 2 คืน
เมนูพิเศษ: บุฟเฟ่ต์ ขาปูไม่อั้น ฟินจนต้องวางตะเกียบ
รอบเดินทาง: ช่วงเดือนตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน 2568 (หลายวันให้เลือก)
หมายเหตุ: รายการทัวร์นี้เป็นเพียงตัวอย่างโปรแกรม แนะนำให้เช็กที่นั่งว่างและยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนทำการจองทุกครั้ง
Day 1: นัดรวมตัวที่ดอนเมือง ลุยญี่ปุ่นยามค่ำคืน
ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง – เช็กอินขึ้นเครื่อง
ช่วงค่ำ พบกันที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออก ชั้น 3 เคาน์เตอร์ AIR ASIA X (XJ) มีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือเรื่องเอกสารและติดแท็กกระเป๋าให้พร้อม ก่อนเช็กอินขึ้นเครื่องบินเที่ยวดึกมุ่งหน้าสู่ญี่ปุ่น
ออกเดินทางสู่สนามบินนานาชาตินาริตะ เที่ยวบิน XJ600
หมายเหตุ: ค่าทัวร์ไม่รวมค่าอาหารบนเครื่อง หากหิวสามารถซื้ออาหารบนเครื่องได้
Day 2: คามาคุระ – พระใหญ่ไดบุตสึ – ศาลเจ้าดัง – ฟูจิออนเซ็นสุดฟิน
เช้า: ถึงสนามบินนาริตะ – เข้าสู่แดนอาทิตย์อุทัย
เมื่อเดินทางถึงสนามบินนานาชาตินาริตะ เข้าสู่ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
ญี่ปุ่น เข้มงวดเรื่องการนำอาหารสด โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ หากฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำและปรับ ควรตรวจเช็กให้ดีก่อนเดินทาง
มื้อเที่ยง (มื้อที่ 1) รับประทานอาหารกลางวัน แล้วออกเดินทางสู่ จังหวัดคานางาวะ (ประมาณ 30 นาที) จังหวัดยอดฮิตที่มีทั้งภูเขา ป่าไม้ ชายหาด และแม่น้ำ ครบทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม
ไฮไลท์ คามาคุระ: พระใหญ่ไดบุตสึ & ศาลเจ้าสายมู
เยี่ยมชม พระใหญ่ไดบุตสึ (Kamakura Daibutsu) ที่วัดโคโตคุอิน หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองคามาคุระ
ความสูงประมาณ 13.35 เมตร
น้ำหนักราว 121 ตัน
เป็นพระพุทธรูปโลหะกลางแจ้งขนาดใหญ่รองจากหลวงพ่อโตวัดโทไดจิ เมืองนารา
สีเขียวขององค์พระเกิดจากปฏิกิริยาออกไซด์สะสมตามกาลเวลา ยิ่งเก่า ยิ่งขลัง
กรณีไม่สามารถเข้าชมพระใหญ่ไดบุตสึได้ (เช่น ปิดให้บริการ หรือเหตุสุดวิสัยอื่น ๆ) โปรแกรมจะเปลี่ยนไปเที่ยว เกาะเอโนชิมะ (Enoshima) แทน โดย ไม่แจ้งล่วงหน้า
เกาะเล็ก ๆ บรรยากาศชิล มีศาลเจ้า ร้านของฝาก ร้านอาหารทะเล จุดชมวิว และธรรมชาติสวย ๆ ครบสูตรวันสโลว์ไลฟ์
แวะสักการะ ศาลเจ้าสึรุงะโอกะ ฮาจิมังกู (Tsurugaoka Hachimangu)
ศาลเจ้าชินโตเก่าแก่กว่า 800 ปี
สร้างอุทิศให้เทพฮาจิมัน เทพแห่งสงครามและการปกป้องคุ้มครอง
จุดเด่นคือบันไดหินใหญ่ และต้นแปะก๊วยริมทาง
วันฟ้าเปิดสามารถมองเห็นวิวเมืองคามาคุระแบบพาโนราม่า
สายมูห้ามพลาด!
ขอพรเรื่องการงาน ค้าขายร่ำรวย
การเรียนดี สุขภาพแข็งแรง
สายขอพรขอให้พร้อม เพราะคนญี่ปุ่นก็แวะมาขอพรที่นี่เพียบ
เดินเล่นต่อที่ ถนนโคมาจิโดริ (Komachi Dori Street) ย่านช้อปปิ้งชื่อดัง
ร้านค้ากว่า 250 ร้านเรียงรายสองข้างทาง
มีทั้งขนมท้องถิ่น ของกินเล่น คาเฟ่น่ารัก และของฝากให้เลือกซื้อไม่หมด
จากนั้นเดินทางต่อสู่ จังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) ใช้เวลาราว 2.30 ชั่วโมง
ดินแดนธรรมชาติสวยงาม รายล้อมด้วยภูเขาและวิว ภูเขาไฟฟูจิ สุดอลังการ
ใครอินกับวิวภูเขาและอากาศดี ๆ ที่นี่คือ หนึ่งในที่ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต
มื้อเย็น (มื้อที่ 2)
จัดเต็มกับ บุฟเฟ่ต์ขาปูแบบไม่อั้น
เนื้อแน่น สดใหม่
กินคู่กับซอสสไตล์ญี่ปุ่นคือที่สุดของความฟิน
Highlight อาหาร + ผ่อนคลาย
จบมื้ออิ่มแล้ว ไปต่อที่ ออนเซ็น (Onsen)
แช่น้ำแร่ธรรมชาติช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้า คลายเครียดทั้งตัวและหัวใจ
คุ้มแบบสองต่อ ทั้งกินดีและแช่ออนเซ็นแบบจุก ๆ
ที่พัก: Fujisan Garden Hotel Onsen 3* หรือเทียบเท่า
(ชื่อโรงแรมจะแจ้งอีกครั้งพร้อมใบนัดหมาย ประมาณ 5–7 วันก่อนเดินทาง)
Day 3: สวนโออิชิ – จุดชมวิวฟูจิ – ช้อปยับที่ชินจูกุ – เข้านอนนาริตะ
เช้า (มื้อที่ 3)
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นออกสู่โปรแกรมสายธรรมชาติสุดปัง
สวนโออิชิ ปาร์ค (Oishi Park) – มุมฟูจิแบบเต็มตา
สายดอกไม้และวิวฟูจิต้องหลงรักที่นี่
ตั้งอยู่ริมฝั่ง ทะเลสาบคาวากุจิโกะ ด้านเหนือ
มองเห็น ภูเขาไฟฟูจิได้เกือบทั้งลูก ในวันที่อากาศดี
บรรยากาศเหมาะกับการพักผ่อน ชิลรับลม ถ่ายรูปเล่น
ดอกไม้นานาพันธุ์สีสันสดใสเต็มทุ่งให้ถ่ายรูปแบบไม่ต้องหามุมเยอะ
การบานของดอกไม้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปี ช่วง กันยายน–ตุลาคม มีลุ้นเจอดอกไม้หลากหลายชนิด
Highlight ดอกไม้ช่วงกันยายน–ตุลาคม
ดอกนิโฟเฟีย (Kniphofia) หรือดอกเข็มแอฟริกา สีสดสะดุดตา
ดอกเสจ (Salvia) หลากหลายสี สวยเต็มแปลง
ดอกหญ้าฟรุ้งฟริ้ง (Butterfly Gaura) หรือดอกเกาห์ร่า พริ้วไหวสวยงามตามแรงลม
ดอกคอสมอส (Cosmos) หรือดอกดาวกระจาย บานเป็นทุ่ง สายถ่ายรูปต้องชอบ
ทุ่งโคเคีย (Kochia) ไฮไลท์ของช่วงนี้
ตอนแรกจะเป็นสีเขียวสด
ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงอมน้ำตาลช่วงกลางกันยายนถึงปลายตุลาคม
นอกจากดอกไม้ ยังมีสินค้าและขนมท้องถิ่นให้เลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากตามอัธยาศัย
ช้อปปิ้ง Duty Free – ขึ้นภูเขาไฟฟูจิ สถานีที่ 5
แวะช้อปที่ ดิวตี้ฟรี (Duty Free) แหล่งรวมของฝากยอดฮิตจากญี่ปุ่น เช่น
โฟมล้างหน้าถ่านหินภูเขาไฟ
วิตามินและอาหารเสริม
ครีมบำรุงผิวหลากหลายแบรนด์
ขนมญี่ปุ่นยอดนิยม
ชาเขียวและผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่ออื่น ๆ
จากนั้นขึ้นสู่ ภูเขาไฟฟูจิ สถานีที่ 5
ระดับความสูงราว 2,500 เมตร
มองเห็นวิวภูเขาและภูมิประเทศโดยรอบแบบ พาโนรามา
วันอากาศดีมีสิทธิ์มองเห็นภูเขาไฟอื่น ๆ ที่อยู่ไกลออกไป
บริเวณสถานีที่ 5 มีร้านค้า ร้านอาหาร ห้องน้ำ และที่พักพร้อม
Highlight ฟูจิ สถานีที่ 5
เป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมสำหรับคนที่ตั้งใจขึ้นภูเขาไฟฟูจิ
วิวอลังการ ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูดี
กรณีขึ้นฟูจิ สถานีที่ 5 ไม่ได้
หากเจอเหตุสุดวิสัย เช่น
สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย
ภัยพิบัติ
รัฐบาลสั่งปิด
โปรแกรมจะเปลี่ยนไป หมู่บ้านโอชิโนะ ฮักไก (Oshino Hakkai) แทนโดย ไม่แจ้งล่วงหน้า
หมู่บ้านเก่าแก่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ
อยู่บริเวณทะเลสาบยามานากาโกะ (Lake Yamanaka-ko)
เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับฟูจิซังซึ่งได้รับเลือกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมโลก ปี 2013
มีบ่อน้ำใสกว่า 8 บ่อ น้ำมาจากหิมะบนฟูจิที่ละลายและซึมผ่านชั้นดิน หิน เป็นร้อย ๆ ปี
มีของกินเล่น เช่น โมจิย่าง ของเด็ดประจำหมู่บ้าน
มื้อเที่ยง (มื้อที่ 4) รับประทานอาหารกลางวัน ก่อนมุ่งหน้าเข้าโตเกียว
บุกโตเกียว – ช้อปปิ้งจัดเต็มที่ชินจูกุ
เดินทางสู่ โตเกียว (Tokyo) ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง
เมืองหลวงที่รวมทุกสิ่งไว้ในที่เดียว ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งเที่ยว และแฟชั่น
จากนั้นพาไป ย่านชินจูกุ (Shinjuku) แหล่งรวมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับท็อปของโตเกียว
ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า
กล้องถ่ายรูป
นาฬิกาแบรนด์ดัง
เสื้อผ้า รองเท้า สายแฟต้องไม่พลาด
เครื่องสำอางยอดฮิต เช่น KOSE, SHISEIDO, KANEBO, SK II และอีกมากมาย
ร้าน 100 เยน (ตึก PEPE ชั้น 8) สวรรค์ของคนรักของถูกแต่ดี
ร้าน Donki (ดองกี้) สารพัดของถูกแปลกแหวกแนว
ร้าน Matsumoto และดรักสโตร์อื่น ๆ สำหรับคนรักสกินแคร์และของใช้จุกจิก
มื้อเย็น: อิสระตามอัธยาศัย เพื่อให้ทุกคนมีเวลาช้อปและกินแบบไม่ต้องรีบ
หลังจากนั้นเดินทางกลับสู่ นาริตะ (Narita) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
เมืองเล็ก ๆ น่ารัก มีทั้งวัดเก่า ศาลเจ้าชินโต และธรรมชาติสงบ ๆ
ที่พัก: The Hedistar Hotel Narita 3* หรือระดับใกล้เคียง
หากพักที่โรงแรมนี้ หลังเช็กอินเรียบร้อย
สามารถเดินเล่นที่ ห้าง Aeon Mall ใกล้ ๆ ได้
มีร้านข้าวแกงกะหรี่ ร้านราเมง และร้านอาหารอีกหลายแบบให้ลอง
Day 4: อิสระทั้งวัน – จะไปดิสนีย์, ฮาราจูกุ หรือชิบูย่าก็เลือกเองได้
เช้า (มื้อที่ 5)
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นเข้าสู่โหมด Free Day เต็มวัน ไม่มีรถ ไม่มีไกด์ ไม่มีหัวหน้าทัวร์ ทุกคนสามารถจัดทริปย่อยของตัวเองได้เต็มที่
อิสระท่องเที่ยวตามใจคุณ
ไม่มีบริการรถ ไกด์ และหัวหน้าทัวร์ในวันนี้
แต่จะมีคำแนะนำเส้นทางจากไกด์ให้ก่อนเริ่มอิสระ
เลือกช้อป เลือกเที่ยวตามสไตล์ของตัวเองได้เลย
Option Tour แนะนำ: โตเกียวดิสนีย์แลนด์ หรือดิสนีย์ซี
สำหรับสายสวนสนุกและดิสนีย์แฟน แนะนำ Option Tour (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
ราคาประมาณ 3,000 บาท/ท่าน (โปรดตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ก่อนซื้อ)
สวนสนุกโตเกียวดิสนีย์แลนด์ ตั้งอยู่จังหวัดชิบะ
ได้แรงบันดาลใจจาก Disneyland California และ Magic Kingdom Florida
- แบ่งออกเป็น 7 โซนใหญ่ ได้แก่
World Bazaar
Tomorrowland
Toontown
Fantasyland
Critter Country
Westernland
Adventureland
โปรแกรมนี้เป็นแบบ ไม่มีหัวหน้าทัวร์และไม่มีไกด์นำเที่ยว และ ค่าทัวร์ไม่รวมบัตรเข้า ต้องตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนเดินทาง
สายเมือง สายแฟชั่น: เที่ยวด้วยรถไฟในโตเกียว
หากไม่ไปดิสนีย์ สามารถออกเที่ยวเองด้วยรถไฟ ไปยังย่านฮิต ๆ ในโตเกียว
ฮาราจูกุ (Harajuku)
ศูนย์รวมแฟชั่นของวัยรุ่น
มีทั้งสายแฟนตาซี คอสเพลย์ สายคิวท์ และแนวจัดเต็มทุกลุค
ซอยดัง ตรอกทาเคชิตะ (Takeshita Street) มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า ร้านเครปญี่ปุ่น และร้าน 100 เยน ให้เดินเพลิน ๆ
กินซ่า (Ginza)
ย่านช้อปปิ้งหรูของโตเกียว
รวมแบรนด์เนมไฮเอนด์และร้านค้าระดับพรีเมียม
เดินที่เดียวได้ของครบ โดยเฉพาะสายช้อปหนัก
ชิบูย่า (Shibuya)
ย่านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์สุดคึกคัก
เต็มไปด้วยห้างใหญ่ ร้านค้า แบรนด์ดัง และร้านอาหารครบทุกแนว
บรรยากาศคนข้ามถนนหนาแน่นคือซิกเนเจอร์ของย่านนี้
อาหารเที่ยงและเย็น: อิสระตามอัธยาศัยทั้งสองมื้อ ให้เวลาทุกคน ใช้ฟีลลิ่งเลือกความอร่อยเอง
ที่พัก: The Hedistar Hotel Narita 3* หรือระดับใกล้เคียง
หากพักที่โรงแรมนี้ หลังกลับสู่โรงแรมแล้ว
สามารถออกไปเดินเล่น Aeon Mall ใกล้โรงแรม
มีร้านข้าวแกงกะหรี่, ราเมง และอีกหลายร้านให้เลือกชิม
Day 5: เช็กเอาท์ – บินกลับไทย พร้อมความทรงจำเต็มมือ
เช้า (มื้อที่ 6)
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม หรือแบบ Set Box ในกรณีที่
โรงแรมอยู่ไกลจากสนามบิน
หรือห้องอาหารเปิดช้า
จากนั้นออกเดินทางสู่ สนามบินนาริตะ เพื่อเตรียมตัวกลับไทย
ขึ้นเครื่องสายการบิน AIR ASIA X (XJ) เที่ยวบิน XJ601 กลับสู่สนามบินดอนเมือง
ค่าทัวร์ไม่รวมอาหารบนเครื่อง หากหิวสามารถซื้อเพิ่มได้
เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ
สรุปทริป: ทัวร์เดียว ได้ครบทั้งกิน ช้อป เที่ยว พักผ่อน
โปรแกรมนี้เหมาะกับใคร?
คนที่อยากเที่ยว โตเกียว + ฟูจิ + คามาคุระ แบบจัดเต็มในทริปเดียว
คนที่ชอบทั้ง สายบุญ สายมู สายธรรมชาติ สายช้อป และสายคาเฟ่
คนที่อยากลอง ออนเซ็นแท้ ๆ + บุฟเฟ่ต์ขาปูไม่อั้น
คนที่อยากมี Free Day 1 วัน ไว้จัดทริปเอง เช่น ไปดิสนีย์ หรือเที่ยวเมืองด้วยรถไฟ
ข้อควรรู้ก่อนจอง
โปรแกรมและสถานที่อาจมีการสลับ/เปลี่ยนตามสภาพอากาศ หรือนโยบายท้องถิ่น
จุดสำคัญอย่างฟูจิ สถานีที่ 5 หรือพระใหญ่ไดบุตสึ อาจปรับเปลี่ยนเป็นสถานที่อื่นโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หากมีเหตุจำเป็น
ควรเช็กที่นั่งว่างและรายละเอียดล่าสุดกับเจ้าหน้าที่ก่อนทำการจองเสมอ
ถ้าอยากได้ทริปญี่ปุ่นที่ ครบเครื่องทั้งวิวฟูจิ ใบไม้เปลี่ยนสี ออนเซ็น ช้อปปิ้ง และวันฟรีสไตล์ ทริปนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยจริง ๆ

