รับแอปรับแอป

มารีน่า ศดานันท์ บาเล็นซิเอก้า: ผู้หญิงเรียลลิสต์ที่ใช้ Ikigai และ SWOT ปั้นชีวิตในแบบของตัวเอง

ธนพล กิตติศักดิ์01-31

ผู้หญิงยุคใหม่ที่เลือกจะ “เป็นตัวเอง” แบบเต็มแม็กซ์

ในยุคที่ผู้หญิงต้องสลับบทบาททั้งงาน ครอบครัว ความรัก และชีวิตส่วนตัว มีคนหนึ่งที่เลือกจะไม่เล่นตามสคริปต์ของใคร แต่ใช้เหตุผล ใช้ความจริง และใช้หัวใจกำหนดเส้นทางชีวิตของตัวเอง

เธอคือ มารีน่า ศดานันท์ บาเล็นซิเอก้า นักแสดง ศิลปิน และครีเอทีฟรุ่นใหม่ที่มองชีวิตแบบ realist เชื่อในพลังของการรู้จักตัวเอง การหา Ikigai และใช้เครื่องมืออย่าง SWOT analysis มาออกแบบชีวิตให้มีความหมายในทุกมิติ

เธอไม่ได้อยากเป็นแค่ศิลปินที่มีเพลงเพราะ แต่อยากเป็นคนที่เข้าใจตัวเองชัด ใช้ชีวิตอย่างมีสติ และยังสนุกกับเส้นทางที่เลือกเดินไปด้วย

Realist ที่ไม่ชอบนิยามตัวเอง แต่รู้จักตัวเองดีมาก

เมื่อถามว่าเธอนิยามตัวเองว่าเป็นผู้หญิงแบบไหนในยุคนี้ คำตอบกลับไม่ได้หรูหรา แต่ตรงไปตรงมามาก

เธอเล่าว่า จริงๆ เป็นคนที่รู้จักตัวเองดี แต่ไม่ค่อยชอบเอาตัวเองไปใส่กรอบหรือนิยามชัดๆ เคยทำแบบทดสอบบุคลิกภาพแล้วได้ผลว่าเป็น “logician” แต่สำหรับตัวเธอเอง กลับรู้สึกว่า คำว่า realist ตรงกว่า

เธอมองโลกตามความเป็นจริง เชื่อในเหตุและผล ไม่โรแมนติไซส์ทุกอย่างเกินไป แต่ก็ไม่ได้มองโลกในแง่ร้าย แค่ เลือกมองสิ่งต่างๆ ให้ตรงกับความจริงมากที่สุด

พลังซัพพอร์ตที่ดี ทำให้กล้าเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด

หนึ่งในต้นทุนชีวิตที่สำคัญของมารีน่า คือการมี ครอบครัวและเพื่อนที่เป็นซัพพอร์ตเตอร์ที่ดีมากๆ

สำหรับเธอ การได้รับพลังงานดีๆ จากคนรอบข้างส่งผลต่อทุกมิติของชีวิตแบบชัดเจน เพราะทุกคนในครอบครัวเป็นคนใช้เหตุผล อยู่บนพื้นฐานของความจริงใจ ทำให้บรรยากาศการเตือนกัน การสะท้อนกัน เป็นเรื่องปกติและปลอดภัย

พวกเขาสามารถบอกกันตรงๆ ได้ว่า

  • เรื่องนี้อาจไม่เหมาะ

  • แบบนี้น่าจะดีกว่า

  • มารยาทในสังคมควรเป็นอย่างไร

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อคอมเมนต์ชีวิต แต่เพื่อช่วยกันให้ทุกคน เป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง ซึ่งมารีน่าบอกชัดว่า การมีซัพพอร์ตดีๆ ทำให้เธอกล้าที่จะเป็นตัวเองมากขึ้น เพราะรู้ว่าคนเหล่านี้หวังดีกับเธอจริงๆ

ผู้หญิงที่ซึมซับแรงบันดาลใจจากหลายคน แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวเอง

แรงบันดาลใจของมารีน่าไม่ได้มาจากแค่คนหนึ่งคน แต่เป็นโมเสกจากหลายบุคคลที่เธอชื่นชม

คนใกล้ตัวที่สุดก็คือ คุณแม่และพี่สาว ที่เป็นเหมือนต้นแบบในชีวิตประจำวัน ทั้งทัศนคติและวิธีใช้ชีวิต

นอกจากครอบครัว เธอยังอินกับคนดังและศิลปินหลายคนที่มีแพสชันชัดเจน เช่น

  • Martha Stewart – ชอบในความจริงจังและความเป็นตัวแม่ด้านไลฟ์สไตล์

  • Billie Eilish – ชอบทั้งงานเพลง ตัวตน และวิธีที่บอกเล่าเรื่องราวกับแฟนๆ อย่างตรงไปตรงมา

  • Zoë Kravitz – ชอบความเป็นธรรมชาติและความสบายๆ ที่ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์

  • Emma Chamberlain – อินกับความเป็นตัวเองและมุมมองชีวิต

มารีน่ารู้ตัวดีว่าเธอไม่มีทางเป็นเหมือนใครได้แบบ 100% แต่เธอ หยิบทีละนิดจากแต่ละคน มาผสมจนกลายเป็นเวอร์ชันเฉพาะของตัวเอง

ชีวิตช่วงนี้: เพลง เวิร์กชอป และครัวที่เต็มไปด้วยเพื่อน

ถ้าถามว่าช่วงนี้เธออินกับอะไรที่สุด คำตอบคือ เพลงมาอันดับหนึ่ง เพราะกำลังเตรียมปล่อยผลงานใหม่

แต่ในวันที่อยากคลายเครียด เธอจะหนีไปอยู่ในโลกของ การทำอาหาร

  • เธอมักทำเมนูแนวแอพพิไทเซอร์ ดิป สลัด และพาสต้า

  • เวลามีเพื่อนมาที่บ้าน โดยเฉพาะช่วงปลายปี บ้านเธอจะกลายเป็นที่รวมตัวและเต็มไปด้วยอาหารแบบเลี้ยงแขก

  • บวกกับการไปเวิร์กชอปที่ทำให้ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา

ห้องครัวเลยกลายเป็นเหมือนอีกหนึ่งพื้นที่ครีเอทีฟของเธอ เหมือนการทำเพลง แค่เปลี่ยนจากเสียง เป็นรสชาติ

ผู้หญิงยุค “We can have it all” แต่ต้องจัดลำดับชีวิตให้เป็น

มารีน่ามองว่า ความท้าทายใหญ่ของผู้หญิงยุคนี้ไม่ใช่แค่การทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่คือ การจัดลำดับความสำคัญของชีวิต ว่าอะไรสำคัญที่สุดสำหรับเรา

เธอเชื่อในประโยคที่ว่า “We can have it all”

  • เราสามารถมีงานที่ดี

  • มีสุขภาพที่ดี

  • มีโซเชียลไลฟ์ที่โอเค

แต่เธอก็ย้ำว่า “การมีทุกอย่าง” ไม่ได้แปลว่าเราต้องผูกชีวิตกับทุกเรื่องจนแน่นเกินไป เราควรเช็กตัวเองบ่อยๆ ว่า

  • ช่วงนี้ร่างกายโอเคไหม

  • สภาพจิตใจไหวหรือเปล่า

  • ฟีดแบกจากคนรอบข้างสะท้อนอะไรบ้าง

และเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเขวหรือคิดอะไรไม่ออก เธอมีเครื่องมือหนึ่งที่ใช้เสมอคือ การทำ SWOT analysis ให้ตัวเอง

มันช่วยให้เธอ

  • ดึงตัวเองออกมามองภาพรวมชีวิต

  • เห็นจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส ความเสี่ยงของตัวเองชัดขึ้น

  • แล้วกลับมาโฟกัสในสิ่งที่ต้องการจริงๆ ได้ดีขึ้น

เสียงเพลงจากห้องนอนสู่ซิงเกิลของตัวเอง

เส้นทางดนตรีของมารีน่าไม่ได้เริ่มจากเวทีใหญ่ แต่มาจาก ความชอบล้วนๆ

เธอเป็นคนขี้อาย ไม่ได้อินกับการขึ้นเวทีแต่แรก จุดเริ่มคือการเล่นกีตาร์ในห้องนอน แล้วถ่ายวิดีโอลงแพลตฟอร์มออนไลน์แบบง่ายๆ ออร์แกนิกมากๆ ไม่มีโปรดักชันซับซ้อน

จากห้องนอนและกีตาร์ตัวเดียว เธอค่อยๆ ได้รับโอกาสจากคนที่เห็นศักยภาพและความจริงใจในสิ่งที่เธอทำ จนวันนี้พัฒนามาเป็นศิลปินที่มีผลงานของตัวเอง รวมถึงซิงเกิล “สมการ” ที่หลายคนรู้จัก

แนวเพลงที่อิน: R&B ป๊อป อะคูสติก และความเบาๆ ที่ฟังแล้วสบายใจ

มารีน่าสามารถฟังเพลงได้หลากหลายแนว แต่ถ้าต้องเลือกแนวที่รู้สึกว่าเป็นตัวเองที่สุด ก็คือ

  • R&B

  • ป๊อป

  • แนวอะคูสติกเบาๆ

ช่วงนี้เธออินมากกับงานของ Olivia Dean ที่ผสม R&B, แจ๊ซ และป๊อปเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ฟังแล้วเบาสบาย แต่มีรายละเอียดลึกๆ อยู่ข้างใน ซึ่งก็ไม่แปลกที่เธอจะยิ่งอินเป็นพิเศษ เพราะศิลปินคนนี้เพิ่งมาขึ้นคอนเสิร์ตที่ไทยด้วย

Ikigai: ทำสิ่งที่รัก ที่โลกต้องการ ที่เราถนัด และเลี้ยงตัวเองได้

คำว่าจุดมุ่งหมายในชีวิต สำหรับบางคนอาจเป็นคำใหญ่ แต่สำหรับมารีน่า เธอเลือกใช้คำว่า Ikigai มาอธิบายสิ่งนี้

เธอเล่าว่าเคยอ่านเจอแนวคิด Ikigai ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น ที่พูดถึงการหาจุดตัดระหว่าง 4 สิ่งสำคัญคือ

  • What you love – สิ่งที่คุณรัก

  • What the world needs – สิ่งที่โลกต้องการ

  • What you are good at – สิ่งที่คุณถนัด

  • What you can get paid for – สิ่งที่ทำแล้วเลี้ยงชีพได้

เมื่อทั้งสี่วงนี้ซ้อนกัน เราจะได้สิ่งที่เป็น Ikigai ของเรา สำหรับมารีน่า การร้องเพลงคือคำตอบนั้น

ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา ถ้ายังมีคนอยากฟังเสียงเธอ อยากเสพผลงานของเธอ นั่นคือโบนัสใหญ่ในชีวิตแล้ว สิ่งที่เธออยากได้จากชีวิตไม่ซับซ้อน แค่ได้ทำสิ่งที่รัก เช่น

  • ร้องเพลง

  • ทำงานสายครีเอทีฟ

  • ทำอาหารให้เพื่อนๆ

รายละเอียดเล็กๆ แบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้เธอรู้สึกว่า “อยากอยู่ต่อ อยากลุกออกไปทำอะไรดีๆ อีกในแต่ละวัน” และรู้สึกชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า เรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร

คำคมสั้นๆ แต่ใช้ได้ทั้งชีวิต

หนึ่งในประโยคที่มารีน่าใช้บ่อย และเอาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันคือ

“Accept what you can’t change, change what you can’t accept”

สำหรับเธอ มันคือหลักง่ายๆ ที่เตือนตัวเองทุกครั้งที่รู้สึกติดขัดกับอะไรบางอย่างในชีวิต

  • ถ้ามันอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา ก็ไม่ควรผูกชีวิตตัวเองกับมันจนเกินไป เพราะทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

  • แต่ถ้าเป็นสิ่งที่อยู่ในมือเรา อยู่ในขอบเขตที่เราปรับได้ ก็ทำให้ดีที่สุด

มันเป็นทั้งกรอบคิด และเป็นเกราะป้องกันใจในวันที่อะไรๆ ไม่เป็นอย่างที่คิด

ความมั่นใจที่มาจากการรู้จักตัวเองแบบไม่โกหก

สำหรับมารีน่า ความมั่นใจไม่ได้แปลว่าเราต้องเพอร์เฟ็กต์ แต่คือการรู้จักตัวเองให้มากพอว่า

  • เราชอบอะไร

  • เราไม่ชอบอะไร

  • เราเหมาะกับอะไร

เมื่อรู้แล้วว่าจะไปทางไหน เราจะไม่ต้องเปรียบเทียบตัวเองกับใครมากเท่าเดิม แต่เธอก็ไม่ใช้ “ความเป็นตัวเอง” เป็นข้ออ้างในการปิดประตูใส่โลกภายนอก

เพราะในมุมมองของเธอ เราควร

  • เปิดรับสิ่งใหม่ๆ

  • ลองเรียนรู้สิ่งที่ไม่คุ้นเคย

  • แต่อย่ากดดันตัวเองเกินไป

โตไปพร้อมการทดลอง โดยไม่ต้องคาดหวังว่าจะต้องทำได้ดีตั้งแต่ครั้งแรกเสมอ

เป้าหมายง่ายๆ แต่จริงจังมาก: เป็นศิลปินที่ให้ประสบการณ์คุ้มค่ากับคนดู

ถ้ามองเรื่องความฝันหรือเป้าหมายในอนาคต มารีน่ามีภาพที่ชัดเจนและไม่ฟุ้งเกินไป

เธออยากเป็น ศิลปินที่มีคุณภาพ และอยากให้ทุกคนที่สละเวลามาดูเธอ ได้รับประสบการณ์ที่รู้สึกว่า “คุ้มจริงๆ” ไม่ว่าจะเป็นด้านดนตรี ความรู้สึก หรือบรรยากาศในโชว์

มันอาจดูเหมือนเป็นเป้าหมายระยะสั้น แต่ในความเป็นจริง นี่คือเป้าหมายที่ต้องใช้ทั้งทักษะและหัวใจในการเดินไปหาตลอดเวลา

Ikigai + SWOT: การบ้านเพื่อคนที่กำลังหลงทางในชีวิต

สำหรับใครที่กำลังค้นหาตัวเอง หรือรู้สึกว่าชีวิตยังไม่ชัด มารีน่ามีการบ้านง่ายๆ แต่ทรงพลังสองอย่างให้ลองทำ

  • ลองค้นหา Ikigai ของตัวเอง ว่าอะไรคือจุดตัดของสิ่งที่รัก สิ่งที่โลกต้องการ สิ่งที่เราทำได้ดี และสิ่งที่เลี้ยงชีพเราได้

  • ลองทำ SWOT analysis ให้ตัวเอง แยกออกมาชัดๆ ว่า

    • จุดแข็ง (Strengths) คืออะไร

    • จุดอ่อน (Weaknesses) มีตรงไหน

    • โอกาส (Opportunities) อยู่แถวไหนในชีวิตเรา

    • ความเสี่ยง (Threats) ที่ควรระวังคืออะไร

เธอบอกว่าการเอาตัวเองออกมา “กางบนกระดาษ” ทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้น มีสติมากขึ้น และค่อยๆ เลือกใช้ชีวิตใกล้เคียงกับแบบที่เราต้องการจริงๆ ได้มากขึ้น

ใช้ชีวิตอิสระได้ แต่อย่าลืมพกสติมาด้วย

คำว่า “ใช้ชีวิตอิสระ” สำหรับหลายคนอาจเท่ากับทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่ในมุมของมารีน่า อิสรภาพที่แท้จริงต้องมาคู่กับ สติ

เธอเชื่อว่า

  • ถ้าเรารู้แล้วว่าเราชอบอะไร ถนัดอะไร ก็ลองทุ่มให้สุดในสิ่งนั้น

  • ถ้ามีความกลัว หรือคิดเยอะจนตัวเองไม่ขยับไปไหนสักที บางครั้งแค่ลองเริ่มทำก่อน ไม่ต้องแพลนทุกอย่างเป๊ะไปหมด

เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า เมื่อเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสิ่งที่อยากทำจริงๆ แล้วมันจะพาเราไปเจออะไรบ้าง

สุดท้าย เธอทิ้งท้ายด้วยทัศนคติที่เรียบง่ายแต่แทงใจว่า

“คนเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว ลองดูเลย อย่าไปคิดเยอะ”