รับแอปรับแอป

เมื่อวัคซีนเปลี่ยนชีวิตแมว: บันทึกโรคมะเร็ง FISS และสิ่งที่เจ้าของต้องรู้

กฤตชัย มโนธรรม01-29

จุดเริ่มต้นของเรื่องที่ไม่คาดคิด

Feline Injection Site Sarcomas หรือ FISS คือเนื้องอกชนิดร้าย ที่สัมพันธ์กับจุดฉีดวัคซีนหรือยาบางชนิดในแมว แม้โอกาสเกิดจะต่ำมาก ประมาณ 1 เคสต่อการฉีด 10,000 ครั้ง แต่เมื่อมันเกิดขึ้นกับแมวของเรา ผลลัพธ์อาจรุนแรงถึงชีวิต และไม่ใช่โรคที่รักษาให้หายขาดได้

อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีการรักษาเพื่อช่วย ยืดอายุและคุณภาพชีวิต ให้แมวอยู่กับเราให้นานที่สุด เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับแมวของผมเมื่อราว 2 ปีก่อน หลังพบโรคแล้วแมวของผมยังใช้ชีวิตต่อได้อีกราวปีครึ่ง ผ่านการผ่าตัด 3 ครั้ง และฉายรังสี 8 ครั้ง

โพสต์นี้จะเล่าประสบการณ์ให้ละเอียดที่สุดในมุมของเจ้าของ แต่จะพยายามเน้นข้อมูลและลำดับเหตุการณ์ เพื่อให้คนเลี้ยงแมวคนอื่นได้ใช้เป็นแนวทาง ไม่จมอยู่กับอารมณ์เศร้าอย่างเดียว

ก้อนปริศนาใกล้ไหล่: สัญญาณแรกของความผิดปกติ

กุมภาพันธ์ 2023 แมวของผมอายุราว 11 ปีปลายๆ เริ่มดูซึมๆ เงียบลงเล็กน้อย จนวันหนึ่งสังเกตเห็นว่าบริเวณใกล้หัวไหล่มี ก้อนนูนๆ โผล่ขึ้นมาเหมือนลูกอะไรสักอย่างฝังอยู่ใต้ผิว

แต่เพราะแมวอ้วนมาก ทำให้มองไม่ค่อยชัด แถมตัวหนาไปหมด จับดูก็ยังไม่แน่ใจว่าคือก้อนเนื้อจริงๆ หรือแค่ไขมัน เลยตัดสินใจพาไปตรวจที่โรงพยาบาลสัตว์สวนหลวง ซึ่งค่ารักษาใกล้เคียงคลินิกทั่วไป แต่มีหมอเฉพาะทางเก่งๆ หลายแผนก

ช่วงแรกคุณหมอรักษาเหมือน ก้อนเนื้ออักเสบทั่วไป ให้ยามากินดูก่อน แต่กินไปอาทิตย์หนึ่งก็ไม่ยุบ สุดท้ายจึงมีการเจาะชิ้นเนื้อส่งตรวจ

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ถึงได้รู้ว่า ก้อนนั้นคือ เนื้องอกร้าย Sarcoma (FISS) อยู่ใกล้หัวไหล่ซ้าย และมีความเกี่ยวข้องกับวัคซีนที่ฉีดเป็นประจำทุกปี แม้จะเป็นภาวะที่พบไม่บ่อยนักก็ตาม

เมื่อโกนขนออกถึงได้เห็นชัดว่าก้อนขนาดเท่าลูกมะนาว คุณหมอจึงแนะนำให้ไปรักษาต่อที่ รพ.สัตว์เล็ก จุฬาฯ หรือ รพ.สัตว์ ม.เกษตร ผมเลือกไปจุฬาฯ ก่อน เพราะเดินทางด้วยแท็กซี่และทางด่วนได้ค่อนข้างสะดวก

ผ่าตัดครั้งแรก: ทำความรู้จักกับ FISS แบบใกล้ชิด

มีนาคม 2023 ผมพาแมวไปตรวจที่ รพ.สัตว์เล็ก จุฬาฯ และได้นัดผ่าตัดในวันที่ 10 มีนาคม

หลักการคือ ต้องผ่าตัดเอา ก้อนเนื้อพร้อมเนื้อโดยรอบ ออกไปในวงกว้าง เพราะเนื้องอกแบบนี้ไม่ได้เป็นแค่ก้อนเดียวจบ แต่มันมีลักษณะเหมือนรากที่แผ่แทรกไปในเนื้อเยื่อรอบๆ

ลองนึกภาพ ปลาหมึกหัวกลม ที่มีหนวดหลายเส้นไชลึกเข้าไปในเนื้อแมว ก้อนที่เห็นคือหัว แต่หนวดกระจายอยู่รอบๆ ซึ่งก็คือเหตุผลว่าทำไมต้องตัดเผื่อเนื้อดีออกไปด้วย

วันผ่าตัดเริ่มราว 10 โมง กว่าฟื้นจากยาสลบและรับกลับบ้านได้ก็เกือบบ่าย 2–3 ส่วนค่าผ่าตัดอยู่ในช่วงประมาณ 8,000–9,000 บาท

แต่พอกลับถึงบ้าน ปัญหาใหม่ก็เริ่มขึ้น แมวผมมีอาการ เมายาสลบอย่างหนัก พยายามไล่กัดผ้าพันแผลเพื่อจะดึงออกให้ได้ทุกวิถีทาง พอจะจับให้อยู่นิ่ง ผมเองก็โดนงับนิ้วเลือดไหลกระฉูด เลี้ยงกันมานานเพิ่งเคยโดนแรงขนาดนี้ครั้งแรก

สุดท้ายต้องพากลับไปฝากที่โรงพยาบาลสัตว์สวนหลวงค้างคืน เพราะถ้าปล่อยให้ผ้าพันแผลหลุดเอง ผมไม่มีปัญญาพันให้แน่นเหมือนเดิมแน่นอน

รุ่งขึ้นจึงพาแมวกลับไปตรวจแผลตามนัดที่จุฬาฯ และยังต้องไปตามเช็กทุก 2–3 วันจนกว่าแผลจะหายดี

ช่วงพักฟื้นที่เหมือนจะจบดี แต่โรคกลับมาอีกครั้ง

เมษายน – พฤษภาคม 2023: ระยะเวลาที่ชีวิตกลับมาปกติ

หลังผ่าตัด ช่วงสองเดือนนี้ถือว่า สงบสุข แมวเริ่มฟื้นตัว อาการดีขึ้นเรื่อยๆ ทาง รพ.จุฬาฯ นัดตรวจทุกเดือน เช็กว่ามีก้อนใหม่โผล่ขึ้นมาหรือไม่ ค่าตรวจถือว่าถูกมากในมาตรฐานโรงพยาบาลใหญ่

นอกจากนี้ยังให้ยาคีโมแบบเม็ดกลับบ้าน โดยต้องใส่ถุงมือทุกครั้งที่จับยา แต่ก็ไม่ได้มีอาการข้างเคียงหนักหนาอะไรในช่วงนี้

มิถุนายน 2023: จุดพลิกผันรอบใหม่

ก้อนเนื้อกลับมาอีกแล้ว คราวนี้ไม่ได้มีแค่ก้อนเดียว แต่เริ่ม ปูดขึ้นมาทีละลูกบนหลัง จนสุดท้ายรวมกันถึง 8 ก้อน

คุณหมอที่รพ.สัตว์เล็ก จุฬาฯ เลยแนะนำให้ไปรักษาต่อที่ รพ.สัตว์ ม.เกษตร เพราะที่นั่นมีเครื่องฉายรังสี พร้อมออกจดหมายส่งตัวและประวัติการรักษาไปให้

ตอนที่ไปเกษตรครั้งแรก ผมนึกภาพไว้ว่าอาคารน่าจะเก่าๆ คล้ายรพ.รัฐทั่วไป แต่ปรากฏว่าบรรยากาศและสภาพภายในทันสมัยกว่าที่คิด (แม้ค่ารักษาจะสูงกว่าจุฬาฯ พอสมควร)

ผมกับแมวได้คุณหมอลลิตาดูแลอย่างใส่ใจมาก คอยเชียร์ คอยให้กำลังใจทั้งคนทั้งแมวตลอดช่วงการรักษา

ผ่าตัดครั้งใหญ่และห้อง ICU: การต่อสู้แบบถวายชีวิต

ต้นมิถุนายน 2023 ทาง รพ.นัดผ่าตัดอีกครั้ง แต่รอบนี้ยากกว่าเดิมมาก เพราะมีเนื้องอก ถึง 8 ก้อน และยังต้องตัดเนื้อดีรอบๆ ออกไปอีก

คุณหมอศัลยกรรมบอกให้เตรียม เลือดสำรอง ไว้ล่วงหน้า เพราะผ่าหลายจุดพร้อมกัน โอกาสเสียเลือดมากค่อนข้างสูง ผมเลยเข้าไปในกลุ่มบริจาคเลือดหมาแมวใน Facebook เพื่อหาเลือดมาช่วยชีวิตแมว

ค่าผ่าตัดรอบนี้ประมาณ 10,000 บาท แต่หลังผ่าตัด ไม่สามารถรับกลับบ้านได้ เพราะแผลเยอะและหนักมาก ต้องเข้า ห้อง ICU อยู่เกือบ 10 วัน

ค่าดูแลใน ICU ตกวันละประมาณ 3,000 กว่าบาท ซึ่งแม้จะเป็นตัวเลขที่สูง แต่ตอนนั้นผมไม่รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่บาทเดียว เพราะความคิดมีแค่ว่า

ถ้าเงินสามารถยืดชีวิตแมวให้ยาวขึ้นได้อีกแม้แต่วันเดียว มันก็คุ้มแล้ว

ระหว่างอยู่ใน ICU คุณหมอแจ้งว่า แมวผมมีโอกาสเสียชีวิตจากบาดแผลในช่วงนี้ค่อนข้างมาก ทำใจยากมาก เพราะจากวันที่เจอเนื้องอกครั้งแรกถึงตอนนี้ยังไม่ถึง 6 เดือนดี แต่กลับต้องมาลุ้นว่าจู่ๆ จะต้องบอกลาแมวหรือเปล่า

ทุกวันหลังเลิกงาน ผมจะนั่ง BTS ไปเยี่ยมแมว โชคดีที่โรงพยาบาลติดรถไฟฟ้า เจ้าหน้าที่จะเข็นแมวออกมาในรถเข็นเด็ก ให้เราได้นั่งอยู่ด้วยหน้าห้อง ICU จนกว่าจะกลับ

ช่วงแรกๆ แมวเจ็บมาก ขยับตัวแทบไม่ได้ ได้แต่นั่งมองผมด้วยตาปริบๆ อยู่บนรถเข็น แต่พอผ่านไปหลายวัน เริ่มอุ้มลงมาเดินเหยียบพื้นทีละนิด เหมือนค่อยๆ กลับมาเป็นตัวเดิมทีละขั้น

ในที่สุด ผมก็ได้พาแมวกลับบ้านพอดีก่อนถึงวันเกิดของเขา เป็นของขวัญที่มีความหมายที่สุดสำหรับเจ้าของ

ระหว่างสงบกับการเตรียมใจ: ผ่าตัด ฉายแสง คีโม ครบสูตร

กรกฎาคม 2023: พักฟื้นและน้ำหนักที่หายไป

แมวใช้เวลาพักฟื้นที่บ้าน ช่วงนี้ร่างกายซูบลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะถูกตัดเนื้อออกไปเยอะ ไม่ได้อ้วนเหมือนเดิมแล้ว แต่ก็ยังเดิน กิน นอน ใช้ชีวิตแบบแมวแก่ที่มีแผลเป็นเต็มตัว

สิงหาคม 2023: เริ่มฉายรังสี

ต้นเดือนสิงหาคม รพ.เกษตรนัดอัลตราซาวด์เพื่อตรวจดูความผิดปกติ พบ จุดเสี่ยงกลางหลัง จุดหนึ่ง คุณหมอจึงแนะนำให้ฉายรังสีบริเวณนั้นเพื่อกดไม่ให้กลายเป็นก้อนใหญ่ในอนาคต

เลยต้องฉายรังสีทั้งหมด 8 ครั้ง ทุกวันพุธ แต่ละครั้งค่ารักษาอยู่ที่ประมาณ 4,000–5,000 บาท

ทุกคืนก่อนวันฉาย ต้องงดข้าวงดน้ำแมว เพราะต้องวางยาสลบ ซึ่งน่าจะเป็นยาสลบชนิดอ่อน เนื่องจากหลังฉายเสร็จสามารถรับกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องนอน รพ. แค่กลับมาจะเห็นว่าแมวตัวสั่นๆ ดูเพลียจากยาอย่างชัดเจน

กันยายน 2023: ชีวิตวนอยู่กับวันฉายรังสี

เดือนนี้ถือเป็นเดือนที่ยังสงบอยู่ แต่ก็มีความวุ่นวายทุกครั้งที่ต้องพาไปฉายรังสี เพราะต้องจัดเวลา งดอาหาร ทำใจเรื่องยาสลบวนไปทุกสัปดาห์

ตุลาคม – พฤศจิกายน 2023: ก้อนเล็กที่ไม่อยากให้กลับมา

กลางตุลาคม หลังจบคอร์สฉายรังสีได้ไม่นาน ก็พบ ตุ่มเนื้องอกเล็กๆ ขึ้นมาอีก 1 จุด ซึ่งอยู่คนละตำแหน่งกับบริเวณที่เคยฉายรังสี

ต้องผ่าตัดอีกครั้ง แต่คราวนี้โชคดีที่ก้อนเล็ก แผลเล็ก จัดเป็นการผ่าตัดเล็กในช่วงพฤศจิกายน พักฟื้นไม่นานก็กลับมาเดินกินได้เหมือนเดิม

เมื่อร่างกายเริ่มรับไม่ไหว: หยุดผ่าตัด หันพึ่งคีโมและประคองคุณภาพชีวิต

ธันวาคม 2023: หัวใจที่ส่งสัญญาณเตือน

ปลายปีพบว่ามีก้อนใหม่ขึ้นแถวหัวไหล่ขวา แต่ปัญหาคือ ระหว่างผ่าตัดสองครั้งก่อนหน้านี้ หัวใจของแมวมีปัญหา คุณหมอจึงประเมินว่า แมวไม่น่าจะทนการผ่าตัดใหญ่ได้อีกแล้ว

แนวทางการรักษาจึงต้องเปลี่ยนจากการผ่าตัด มาเป็นการเน้นคีโมและการประคับประคองแทน

มกราคม 2024: อยู่กับโรค แต่พยายามอยู่ให้มีความสุข

ก้อนที่หลังเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ แม้จะไม่ได้มีอาการอื่นชัดเจน ต้องพาไปตรวจเดือนละสองครั้งเพื่อประเมินอาการ

ช่วงนี้ผมเองเริ่ม ทำใจและปรับมุมมอง ว่าคงเหลือเวลาอยู่ด้วยกันไม่มาก เลยพยายามใช้ทุกวันให้มีความหมาย ให้อะไรที่แมวชอบ พูดคุย ลูบหัว เล่นด้วยให้มากที่สุด

กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2024: โรคไตจากการรักษายืดเยื้อ

ปลายกุมภาพันธ์ ขณะกินยาคีโมต่อเนื่อง ผมเริ่มเห็นว่าแมวมีอาการฉี่ออกมาเหมือน เทน้ำตกเป็นสาย ผิดปกติอย่างชัดเจน

จนถึงนัดตรวจในเดือนมีนาคม คุณหมอตรวจแล้วพบว่าแมวเริ่มเป็น โรคไต จากการที่ร่างกายรับยาหนักๆ และการฉายรังสีมานานเกินไป จึงตัดสินใจหยุดยาคีโม

ส่วนผมต้องเริ่มเรียนรู้วิธี ให้น้ำเกลือใต้ผิวหนังเองที่บ้าน ทุกๆ 2 วัน ถึงขั้นซื้อเสาติดถุงน้ำเกลือมาติดไว้ที่บ้าน บางวันก็พาไปให้น้ำเกลือที่ รพ.ใกล้บ้านเพื่อเช็กอาการเพิ่มเติม

ก้อน Sarcoma ตอนนี้โตจนมีลักษณะเหมือน ลูกมะม่วงติดบนหลังแมว มองแล้วทั้งสงสารทั้งเจ็บปวด แต่ก็พยายามไม่ให้แมวรู้ว่าเราเครียด

เมษายน 2024: หน้าร้อนที่ไม่อยากให้จบ

แมวซูบโทรมลงไปอีกหน่อย ปีนี้เป็นปีที่ร้อนจัดมาก แต่ผมจำได้ชัดเจนว่า ช่วงสงกรานต์เราได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แม้จะรู้ดีในใจว่าคงเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว

เดือนสุดท้ายและการจากไปอย่างสงบ

พฤษภาคม 2024: จากวันที่ฟื้นที่สุด ถึงวันที่เดินไม่ไหว

ต้นเดือน คุณหมอตรวจเลือดแล้วพบว่าค่าต่างๆ ค่อนข้างแย่ ต้องพาไปให้น้ำเกลือที่ รพ.ใกล้บ้าน

ตอนให้น้ำเกลือ เหมือนเห็นแมวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ตาใส ชะโงกมองนู่นนี่คล้ายลูกแมว เป็น ครั้งสุดท้าย ที่ผมได้เห็นเขาในสภาพฟิตปั๋งแบบนั้น

ปลายเดือน แมวเริ่มแทบไม่เดินแล้ว นอนทั้งวัน พอไปตามนัดที่ รพ.เกษตร คุณหมอบอกประโยคที่ฟังแล้วจุกในอกแต่ก็เข้าใจได้ทันทีว่า

ให้แมวกินทุกอย่างที่อยากกินได้เลย ร่างกายไม่ไหวแล้ว

ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น แมวก็จากไปอย่างสงบที่บ้าน ผมพาร่างเขาไปเผาที่วัดบางนาใน มีพระสวดให้ พิธีทุกอย่างจัดการเรียบร้อยดี เป็นการร่ำลาที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความทรงจำ

มุมมองเรื่องวัคซีน: ยังสำคัญ แม้แมวผมจะเสียไปเพราะภาวะแทรกซ้อน

ถึงแม้กรณีของแมวผมจะเป็นตัวอย่างของ ภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดวัคซีน แต่ผมก็ยังมองว่า การฉีดวัคซีนประจำปีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแมวส่วนใหญ่ เพราะช่วยป้องกันโรคที่อันตรายและรุนแรงได้หลายชนิด

สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้เท่าทันและคอย สังเกตจุดฉีดวัคซีนหลังฉีดทุกครั้ง ว่ามีความผิดปกติหรือไม่

  • ถ้ามีก้อนนูนขึ้นหลังฉีดใหม่ๆ ไม่ต้องตกใจทันที เพราะบางครั้งอาจเป็นแค่อาการข้างเคียงทั่วไป ซึ่งมักยุบเองใน 2–3 สัปดาห์

  • แต่ถ้าก้อน ไม่ยุบภายใน 3 เดือน โตขึ้น หรือแข็งผิดปกติ ให้รีบพาไปตรวจที่โรงพยาบาลสัตว์ทันที

แมวอีกตัวของผมก็เคยมีตุ่มนูนหลังฉีดวัคซีนอยู่ราว 3 สัปดาห์ จนผมต้องหอบไปตรวจแบบกลัวประวัติซ้ำ แต่สุดท้ายคุณหมอยืนยันว่าเป็นแค่ปฏิกิริยาทั่วไปที่พบได้หลังฉีดวัคซีน และก็ยุบเองในที่สุด

บทเรียนสำหรับคนเลี้ยงแมว: รูปถ่ายสำคัญกว่าที่คิด

สิ่งเดียวที่ผมรู้สึก เสียดายที่สุด คือ ก่อนแมวจะป่วย ผมแทบไม่เคยถ่ายรูปแมวเก็บไว้เลย ช่วงที่สุขภาพดี แข็งแรง ร่าเริง แทบไม่มีหลักฐานเหลือให้ย้อนดู

จนกระทั่งวันที่รู้ว่าเขาเป็นมะเร็งนั่นแหละ ผมถึงเริ่มหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปทุกวัน เก็บทุกท่า ทุกมุม ทุกช่วงเวลาไว้ให้ได้มากที่สุด

หลังแมวจากไป การได้ย้อนกลับมาดูรูปพวกนี้ ช่วยให้ใจผม ค่อยๆ คลายความเศร้า ได้เยอะมาก จากที่คิดถึงแล้วเจ็บ กลายเป็นคิดถึงแล้วอบอุ่นขึ้น

ดังนั้นถ้าคุณมีสัตว์เลี้ยงอยู่ข้างๆ ตอนนี้ อย่ารอให้เขาป่วยก่อนค่อยเริ่มถ่ายรูปเหมือนผมเลยนะครับ เก็บภาพทุกช่วงเวลาเอาไว้ตั้งแต่วันนี้ เพราะเราไม่มีวันรู้เลยว่าเวลาเหลืออีกเท่าไหร่

สรุป: สิ่งที่เจ้าของแมวควรรู้จากกรณี FISS

  • วัคซีนยังจำเป็น แต่ต้องสังเกตจุดฉีดทุกครั้งหลังฉีด

  • ถ้าก้อนนูนไม่หายภายใน 3 เดือน หรือโตขึ้น ให้รีบพาไปตรวจ

  • FISS รักษาไม่หายขาด แต่สามารถผ่าตัด ฉายรังสี และใช้คีโมเพื่อ ยืดอายุและลดความทรมาน ได้

  • การเตรียมใจและให้เวลากับแมวในช่วงท้ายสำคัญมาก อย่ามัวแต่โฟกัสที่โรคจนลืมคุณภาพชีวิตของทั้งเขาและเรา

  • รูปถ่าย วิดีโอ และความทรงจำเล็กๆ ที่เราบันทึกไว้วันนี้ จะกลายเป็นยารักษาใจเราในวันที่เขาไม่อยู่แล้ว

รูปนี้ถ่ายหลังผ่าตัดครั้งที่สอง ตอนใกล้จะได้กลับบ้านจากการนอน ICU มานาน มันไม่ใช่รูปที่สวยที่สุด แต่เป็นหนึ่งในรูปที่มีค่าที่สุดสำหรับผม