PETPAL คือใคร? แบรนด์ไทยที่อยู่เบื้องหลังชามข้าวหมาแมวทั่วเอเชีย
ถ้าบ้านไหนมีน้องหมาน้องแมว แล้วเคยหยิบอาหารเม็ดจากชั้นในซูเปอร์มาเก็ตหรือร้านเพ็ทช็อปมาเติมชามให้เขา มีโอกาสสูงมากที่ข้างหลังถุงนั้นจะมีชื่อโรงงาน “เพ็ทพัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน)” หรือ PETPAL ซ่อนอยู่แบบเนียน ๆ
PETPAL เป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดแห้งแบบเม็ดสำหรับสุนัขและแมว ทำทั้งแบบ รับจ้างผลิต (ODM) และพัฒนา แบรนด์ของตัวเอง (House Brand) เช่น Animeals, Boom Gold, Boom, Smillie และ Cat Likes Dog Likes
บริษัทนี้ไม่ได้ดังเพราะเสียงโฆษณา แต่ดังเพราะผลงานล้วน ๆ มีลูกค้ากว่า 20 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย และในปี 2567 กำไรสุทธิของบริษัทพุ่งขึ้นถึง +158% ภายในปีเดียว
จุดเริ่มต้น: จากไอเดียรักสัตว์สู่โรงงานมาตรฐานสากล
จุดกำเนิด PETPAL มาจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่มองเห็นโอกาสในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง ตั้งแต่ยุคที่ประเทศไทยยังไม่ได้บูมเรื่องเพ็ทฟู้ดเท่าวันนี้ แถมผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดส่วนมากก็ใช้วัตถุดิบเหลือจากอุตสาหกรรมอื่นมาผลิตอาหารสัตว์
ผู้ก่อตั้งเพ็ทพัลเลยเลือกเดินอีกทาง คืออยากให้น้องหมาน้องแมวได้กินอาหารที่มีโภชนาการครบถ้วน ใกล้เคียงมาตรฐานอาหารคน จึงลงทุนสร้างโรงงานผลิตเองแห่งแรกที่จังหวัดสระบุรี
โดยเริ่มจากการเป็นโรงงานแบบ ODM One Stop Service รับจ้างผลิตให้แบรนด์อื่นตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ทั้ง
ให้คำปรึกษาและออกแบบสูตร
ช่วยเรื่องการขึ้นทะเบียนและเอกสาร
ผลิต บรรจุ และจัดส่งสินค้า
ใครอยากมีแบรนด์อาหารสัตว์ของตัวเอง แต่ไม่มีโรงงาน ไม่มีสูตร PETPAL ก็พร้อมเป็นหลังบ้านให้ทั้งหมด
จากหลังบ้านสู่หน้าเชลฟ์: แบรนด์ของตัวเองเริ่มมาแรง
หลังจากปั้นแบรนด์ให้คนอื่นมานาน PETPAL ก็เริ่มขยับจากเบื้องหลังมาอยู่หน้าไมค์ ด้วยการสร้าง House Brand ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น
BOOM
BOOM GOLD
Animeals
MY PETS
Smillie
Cat Likes Dog Likes
แบรนด์เหล่านี้เริ่มถูกมองเห็นมากขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ และไม่ได้มาแบบเล่น ๆ เพราะเบื้องหลังคือทีมพัฒนาสูตรที่จริงจังมาก
สิ่งที่ทำให้ PETPAL แตกต่าง คือการมี ทีม R&D ในบ้าน ที่ไม่ได้แค่ทำให้รสชาติอร่อย แต่มองลึกถึงเทรนด์สุขภาพของสัตว์เลี้ยง สามารถออกแบบสูตรเฉพาะให้แต่ละแบรนด์ เช่น
สูตร grain-free
สูตร gluten-free
สูตรสายสุขภาพเฉพาะกลุ่ม
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเจ้าของแบรนด์อยากได้อาหารสไตล์ไหน PETPAL สามารถช่วยออกแบบได้แทบทุกแนว
โรงงานสระบุรี: กำลังการผลิต 36,000 ตันต่อปี มาตรฐานระดับโลก
สายการผลิตของ PETPAL ก็ไม่ธรรมดา โรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี มีกำลังการผลิตสูงถึง 36,000 ตันต่อปี รองรับได้ทั้งตลาดในประเทศและส่งออก
มาตรฐานโรงงานก็จัดเต็ม ทั้ง
GHP
HACCP
ISO9001
ISO22000
SUCI PURE
HALAL
ด้วยมาตรฐานแบบนี้ทำให้ PETPAL พร้อมเดินเกมทั้งในไทยและตลาดต่างประเทศอย่างสบาย ๆ
ในงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 รายได้จากการขายสินค้า ODM และ House Brand ในต่างประเทศรวมกันคิดเป็น 60% ของรายได้ทั้งหมด สะท้อนภาพชัดว่า PETPAL ไม่ได้ยืนอยู่แค่ในตลาดไทย แต่กำลังก้าวไปสู่ระดับภูมิภาคอย่างจริงจัง
PETPAL วันนี้จึงไม่ใช่แค่โรงงานที่ผลิตอาหารสัตว์ธรรมดา แต่เป็นทั้ง “โรงงานปั้นแบรนด์ให้คนอื่น” และ “เจ้าของแบรนด์ของตัวเอง” ที่กำลังโตอย่างต่อเนื่อง
รายได้มาจากไหน? ODM ยังนำ แต่ House Brand โตเร็วมาก
ตอนนี้รายได้หลักของ PETPAL ยังมาจากงาน ODM หรือการรับจ้างผลิตอาหารสัตว์ให้แบรนด์ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ คิดเป็น 84% ของรายได้ปี 2567
แปลว่าแบรนด์ใหญ่เล็กทั่วเอเชียให้ความไว้วางใจให้ PETPAL เป็นหลังบ้านให้จำนวนมาก
ส่วนอีก 16% มาจาก แบรนด์ของตัวเอง ซึ่งบริษัทกำลังเร่งปั้นอย่างจริงจัง ทำตลาดทั้ง
ช่องทางออฟไลน์
ออนไลน์
โมเดิร์นเทรด
ยอดขาย House Brand เพิ่มขึ้นทุกปี และเริ่มมีฐานลูกค้าประจำ ส่งผลให้ในงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 สัดส่วนรายได้จากแบรนด์ตัวเองขยับขึ้นเป็น 23% แล้ว
แบ่งกลุ่มสินค้าอย่างชัดเจน: จากพรีเมียมถึงประหยัด
House Brand ของเพ็ทพัลวางตำแหน่งชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มพรีเมียมจนถึงระดับประหยัด เพื่อตอบโจทย์เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกงบประมาณ
(1) กลุ่มพรีเมียม (Premium Grade)
สำหรับเจ้าของที่อยากให้น้องหมาน้องแมวกินของดี วัตถุดิบคุณภาพสูง และให้โภชนาการจัดเต็ม เช่น
อาหารแมวและสุนัขแบรนด์ Boom Gold
อาหารแมวแบรนด์ Animeals
(2) กลุ่มมาตรฐาน (Standard Grade)
เน้นคุณภาพคุ้มค่า ราคาจับต้องได้ เหมาะกับคนที่อยากให้สัตว์เลี้ยงได้ของดีในงบพอประมาณ ได้แก่
อาหารแมวและสุนัขแบรนด์ Boom
อาหารสุนัขแบรนด์ MYPETS
(3) กลุ่มประหยัด (Economy Grade)
โฟกัสเรื่องราคาย่อมเยา แต่ยังคงคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐานให้สัตว์เลี้ยง เช่น
แบรนด์ Smillie
แบรนด์ Cat Likes
แบรนด์ Dog Likes
ด้วยการจัดพอร์ตสินค้าแบบนี้ ทำให้ PETPAL เข้าถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้แทบทุกกลุ่มรายได้
ตัวเลขการเติบโต: รายได้ทะลุ 682.7 ล้าน กำไรพุ่ง 158%
ปี 2567 เพ็ทพัลทำรายได้รวม 682.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างชัดเจน
แต่ไฮไลต์จริง ๆ อยู่ที่ กำไรสุทธิ ที่กระโดดจาก 25.2 ล้านบาทในปี 2566 ไปที่ 65.1 ล้านบาทในปี 2567 หรือโตเกือบ +158% ภายในปีเดียว
ปัจจัยหลักที่ทำให้โตแรงมาจาก
การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพขึ้น
การเปลี่ยน Supplier เพื่อลดต้นทุนวัตถุดิบ
การควบคุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้กระชับ
ยอดขายที่เติบโตต่อเนื่อง ทำให้รายได้รวมดันกำไรขึ้นตาม
การเงินแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ: D/E ลด ROE พุ่ง
ฝั่งโครงสร้างการเงิน PETPAL ก็จัดว่าอยู่ในระดับที่น่าจับตา บริษัททยอยลดหนี้ต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) จาก 1.39 เท่าในปี 2565 ลดลงมาเหลือ 1.30 เท่า ในงวด 9 เดือน ปี 2568
แปลว่าบริษัทมีโครงสร้างทุนที่เบาขึ้น คล่องตัวมากขึ้น พร้อมรองรับการขยายตัวในอนาคต
ถ้าดูอัตราส่วนทางการเงินอื่น ๆ ก็ยิ่งเห็นภาพชัดว่า PETPAL กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น เช่น
D/E 1.30 เท่า
Gross Margin 26.13%
Net Profit Margin 14.25%
ROE 44.00%
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า PETPAL ไม่ได้แค่ขายของได้ แต่ยัง บริหารต้นทุน กำไร และเงินทุนได้ดี ในระดับที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาว
IPO ครั้งนี้ PETPAL เอาเงินไปทำอะไร?
PETPAL กำลังจะก้าวเข้าสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การระดมทุนครั้งนี้ไม่ได้ทำมาแค่เพื่อ “ขายหุ้น” แต่เพื่อนำเงินไปต่อยอดธุรกิจแบบจริงจัง
วัตถุประสงค์หลักของการเข้าตลาดคือ
ลงทุนขยายกำลังการผลิตในโรงงานปัจจุบัน
- ลงทุนในสายการผลิตสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงรูปแบบใหม่ เช่น
ฟรีซดราย (Freeze-dried)
เม็ดนิ่ม (Soft kibble)
พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงในอนาคต
ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
พูดให้สั้นคือ PETPAL กำลังใช้จังหวะนี้ เร่งเครื่องจากผู้ผลิตเดิม ๆ ไปสู่เพลเยอร์สายพรีเมียมและนวัตกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง
อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง: เทรนด์โลกหนุน เทรนด์ไทยก็มา
ภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกยังอยู่ในช่วงเติบโตดี และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจ
จากรายงานภาวะอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด มีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในไทยจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ช่วงปี 2568–2572 สูงกว่าหลายภูมิภาคใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา จีน ยุโรป หรือในภาพรวมทวีปเอเชีย
เมื่อเทรนด์คนเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว และพร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของน้องหมาน้องแมว ก็ยิ่งส่งแรงหนุนให้ผู้เล่นในตลาดอย่าง PETPAL มีโอกาสโตตามไปด้วย
ทางบริษัทเองก็มั่นใจว่าจะเติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมและกระแสการเลี้ยงสัตว์ที่ยังมาแรงไม่หยุด
มุมมองสุดท้าย: หุ้นสายสัตว์เลี้ยงที่น่าลองเหล่ดูในพอร์ต
ถ้ามองให้ครบทุกมุม PETPAL คือบริษัทที่มีทั้งบทบาท
โรงงานเบื้องหลังให้แบรนด์ดังมากมาย
เจ้าของ House Brand ที่กำลังขึ้นชั้นและขยายฐานลูกค้าอย่างจริงจัง
ผู้เล่นในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงที่ได้แรงหนุนจากเทรนด์เติบโตของทั้งอุตสาหกรรม
พร้อมกับตัวเลขทางการเงินที่กำลังดีวันดีคืน ทั้งรายได้ กำไร และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นที่โดดเด่น
สำหรับสายรักสัตว์ที่อยากมี “หุ้นสายขนฟู” ติดพอร์ต หรือสายลงทุนที่มองหาโอกาสในอุตสาหกรรมที่ยังมีพื้นที่ให้โต PETPAL ก็คงเป็นหนึ่งในชื่อที่ น่าหยุดเลื่อนฟีด แล้วลองศึกษาดูให้ลึกขึ้นอีกสักหน่อย ก่อนตัดสินใจต่อไป

