รับแอปรับแอป

เปิดแผนเข้ม นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 69: คุมเผา ลด PM2.5 เซฟเกษตรกร-ล็อกเสถียรภาพอาหารสัตว์

ธีรพล สุขเกษม01-29

ภาพรวมใหญ่: ทำไมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 2569 ถึงต้องจับตา?

กระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการใหม่ดูแลการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำหรับปี 2569 รวมทั้งหมด 3 ฉบับ วางกรอบให้สอดคล้องทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การค้าเสรีอาเซียน และพันธกรณีภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO)

เป้าหมายสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่าง

  • ความมั่นคงด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์

  • การดูแลเกษตรกรในประเทศ

  • การลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 จากการเผาในภาคเกษตร

เรียกได้ว่าเป็นชุดมาตรการที่กระทบทั้งห่วงโซ่อาหารสัตว์ ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างเกษตรกรผู้ปลูก ไปจนถึงผู้เลี้ยงสัตว์และผู้บริโภคปลายทาง

มาตรการที่ 1: ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต้อง “ปลอดการเผา” เท่านั้น

มาตรการแรกเป็นประกาศของกระทรวงพาณิชย์ กำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็น สินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรอง และต้องทำตามมาตรการจัดระเบียบการนำเข้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ

“ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา (No Burning)”

สาระสำคัญของมาตรการนี้คือ

  • ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่นำเข้าทุกล็อตต้องผ่าน ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (traceability)

  • ต้องมี เอกสารรับรอง ชัดเจนว่าไม่ได้มาจากการเผาพื้นที่การเกษตร

มาตรการนี้ช่วยผลักดันให้การค้าผลิตภัณฑ์เกษตรของไทยเดินหน้าไปในทิศทางที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดความเสี่ยงของปัญหา มลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน โดยตรง

มาตรการที่ 2: เปิดเสรีนำเข้าอาเซียน ภาษีนำเข้า 0% ช่วงพีกดีมานด์

มาตรการฉบับที่สองคือการเปิดให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศสมาชิกอาเซียน ภายใต้กรอบ เขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN FTA)

โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ

  • ใช้ หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form D เพื่อใช้สิทธิภาษีพิเศษ

  • ขอลด อัตราภาษีนำเข้าเหลือ 0%

  • ครอบคลุมช่วงเวลา 1 กุมภาพันธ์ – 30 มิถุนายน 2569

  • ไม่จำกัดปริมาณโควต้า ในช่วงเวลาดังกล่าว

ผลที่ตามมาคือ ประเทศไทยมีความยืดหยุ่นในการจัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ ความต้องการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์อยู่ในระดับสูง เช่น ช่วงเร่งผลิตอาหารสำหรับฟาร์มสัตว์ขนาดใหญ่

มาตรการที่ 3: โควตานำเข้าภายใต้ WTO ปี 2569

มาตรการฉบับที่สาม เป็นการเปิดให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับปี 2569

รายละเอียดหลัก ได้แก่

  • ช่วงเวลาการนำเข้า: 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569

  • กำหนดโควตานำเข้า ไม่เกิน 1 ล้านตัน

  • นำเข้าจากประเทศสมาชิก WTO

  • ได้รับสิทธิ ชำระภาษีนำเข้าในอัตรา 0%

  • ผู้นำเข้าต้องปฏิบัติตาม เงื่อนไขและขั้นตอนการขอหนังสือรับรองสิทธิ อย่างเข้มงวด

มาตรการนี้ช่วยให้ไทยยังสามารถดึงวัตถุดิบจากตลาดโลกได้ ในขณะที่ยังควบคุมปริมาณนำเข้าให้อยู่ในกรอบที่จัดการได้ ไม่กระทบหนักต่อผลผลิตและราคาของเกษตรกรในประเทศ

เมียนมา: เสาหลักวัตถุดิบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย

ในสมรภูมิข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เมียนมา ถือเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญมากของไทย

ข้อมูลการค้าชี้ว่า

  • ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมา มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง

  • ปริมาณนำเข้าต่อปีอยู่ที่ประมาณ 1.2–1.8 ล้านตัน

  • มูลค่าการค้าอยู่ราว 1.2–1.7 หมื่นล้านบาทต่อปี

  • คิดเป็นเกือบ 90% ของการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดของไทย

ไม่เพียงเท่านั้น ไทยยังเป็น ตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของเมียนมา ในหมวดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ด้วย แสดงให้เห็นถึง ความเชื่อมโยงด้านความมั่นคงอาหารและห่วงโซ่อุปทานเกษตร ของทั้งสองประเทศที่แน่นแฟ้นมาก

บทบาทของ MCIA: ตัวกลางสำคัญในระบบ No Burning

สมาคมผู้ประกอบการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา หรือ MCIA (Myanmar Corn Industrial Association) ถูกดันขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวหลักในเกมนี้

หน้าที่สำคัญของ MCIA คือ

  • ผลักดันและดูแล ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

  • ออก ใบรับรองข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา ให้กับผู้ส่งออก

เมื่อมีระบบเหล่านี้ ผู้ส่งออกจากเมียนมาสามารถ

  • ใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีภายใต้กรอบ อาเซียน (ASEAN FTA)

  • ใช้สิทธิภายใต้กรอบ WTO ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าอยากส่งข้าวโพดเข้าตลาดไทยแบบได้สิทธิภาษีดี ๆ ก็ต้องเดินเกมให้ครบทั้ง มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และ เอกสารรับรอง ที่ไทยต้องการ

ภาคเอกชนต้องปรับตัวอย่างไร?

เมื่อกติกาเข้มขึ้น ภาคเอกชนทั้งฝั่งผู้ส่งออกและผู้นำเข้าจึงถูกคาดหวังให้เล่นตามกติกาแบบไม่มีข้ออ้าง

ผู้ส่งออก (โดยเฉพาะฝั่งเมียนมา)

  • ต้องใช้ ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ให้ครบขั้นตอน

  • ขอ ใบรับรองปลอดการเผา จาก MCIA ก่อนส่งออกทุกล็อต

ผู้นำเข้าในไทย

  • ต้อง ตรวจสอบเอกสารรับรอง ทุกชุดให้ครบและถูกต้อง

  • รับผิดชอบยืนยันว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่นำเข้าเป็น สินค้าปลอดการเผา จริง

เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกัน ก็จะช่วยให้

  • นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของไทยเดินหน้าอย่างจริงจัง

  • ลดแรงกดดันจากปัญหา ฝุ่น PM2.5 ที่มาจากการเผาในภาคเกษตร

  • สนับสนุนให้การค้าเกษตรไทยและภูมิภาคเติบโตแบบ ยั่งยืนในระยะยาว

สรุป: เกมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยุคใหม่ = วัตถุดิบ + สิ่งแวดล้อม + กติกาโลก

มาตรการ 3 ฉบับของกระทรวงพาณิชย์สำหรับปี 2569 สะท้อนภาพชัดเจนว่า การจะดึงวัตถุดิบอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้ามาป้อนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ไม่ใช่แค่เรื่องราคาและปริมาณอีกต่อไป

วันนี้ต้องคิดพร้อมกันทั้ง

  • ความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ในประเทศ

  • รายได้และความอยู่รอดของเกษตรกรไทย

  • มาตรฐานสิ่งแวดล้อมและปัญหา PM2.5

  • พันธกรณีและสิทธิประโยชน์ภายใต้กรอบการค้าเสรีและ WTO

ใครอยู่ในห่วงโซ่อาหารสัตว์ ถ้ายังคิดแค่ “หาวัตถุดิบให้พอใช้” อาจไม่พออีกต่อไป ต้องอัปเดตมุมมองใหม่ให้ทันโลกที่กำลังขยับไปสู่ เกษตร-อาหารที่ยั่งยืนและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน