Crimson Desert เกมแอ็กชันผจญภัยโลกเปิดฟอร์มใหญ่จากค่ายเกาหลีใต้ Pearl Abyss เดินหน้าสร้างกระแสได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทีมพัฒนาออกมายืนยันว่า ตัวเกมถูกกด Wishlist รวมแล้ว มากกว่า 2 ล้านครั้งทั่วทุกแพลตฟอร์ม สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังระดับสูงจากผู้เล่นทั่วโลก ก่อนเกมจะวางจำหน่ายในวันที่ 19 มีนาคม
นอกจากตัวเลขที่สวยงาม Pearl Abyss ยังออกมาอธิบายทิศทางของเกมให้ชัดเจนขึ้น โดยชี้ว่า Crimson Desert ไม่ได้เดินตามรอยเกมใดเกมหนึ่งแบบชัดเจน แต่ถูกออกแบบให้ อยู่ตรงกลางระหว่าง The Witcher 3 และ The Legend of Zelda: Breath of the Wild
2 ล้าน Wishlist ยืนยันความคาดหวังระดับ AAA
Pearl Abyss ระบุว่า Crimson Desert มียอด Wishlist ทะลุ 2 ล้านผู้ใช้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับเกมใหม่ โดยเฉพาะเกมแนวแฟนตาซีโลกเปิดระดับ AAA ที่ใช้เวลาพัฒนามาหลายปี
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ
ตลาดแทบไม่มีเกมแฟนตาซีโลกเปิดขนาดใหญ่มาก ๆ มานาน
โลกของ Crimson Desert ถูกระบุว่ามีขนาด ใหญ่เป็นสองเท่าของ Skyrim
เกมผสมทั้งแอ็กชัน การผจญภัย และเนื้อเรื่องแบบภาพยนตร์
ทั้งหมดนี้ทำให้แฟนเกมแนว open world เฝ้ารอผลงานชิ้นนี้อย่างใจจดใจจ่อ
ทีมงานยังเดินหน้าปล่อยข้อมูลเรียกกระแส
แม้วันวางจำหน่ายจะใกล้เข้ามา Pearl Abyss ยังไม่หยุดสื่อสารกับผู้เล่น ล่าสุดเพิ่งมีบทสัมภาษณ์ที่ Will Powers ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ออกมาเล่าว่า
ตัวเกมมีคอนเทนต์จำนวนมาก นอกเหนือจากเนื้อเรื่องหลัก
ผู้เล่นสามารถใช้เวลาหลายสิบชั่วโมงไปกับกิจกรรมเสริม การสำรวจ และเหตุการณ์ต่าง ๆ ในโลกของเกม
และล่าสุด Powers ก็ไปปรากฏตัวในรายการสัมภาษณ์บน YouTube อีกครั้ง ซึ่งช่วยให้ภาพรวมของเกมชัดเจนขึ้นไปอีก
Crimson Desert เหมือน Witcher 3 หรือ Breath of the Wild กันแน่
ในการพูดคุยกับ Luke Stephens ผู้ทำคอนเทนต์สายเกม มีประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบขึ้นมาคือ
เกมนี้ให้อารมณ์ใกล้กับ Breath of the Wild มากกว่า The Witcher 3 หรือไม่ ในแง่ของการเล่นที่อิสระมากกว่าเนื้อเรื่อง
แต่ Will Powers อธิบายว่า Crimson Desert
ไม่ได้เอนไปข้างใดข้างหนึ่งอย่างชัดเจน
เขาเปรียบเทียบว่า
The Witcher 3 คือเกมที่ขับเคลื่อนด้วย “เรื่องราว” เป็นหลัก
Breath of the Wild เน้นอิสระในการเล่นและการสำรวจ
Crimson Desert เลือกจะยืนอยู่ “ตรงกลาง”
กล่าวคือ
มีเส้นเรื่องหลักที่ดึงผู้เล่นให้เดินต่อ
มีคัตซีนและฉากเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์จำนวนมาก
แต่ไม่ได้โฟกัสเนื้อเรื่องหนักหน่วงแบบ Witcher 3 ตลอดเวลา
พูดง่าย ๆ คือ เกมพยายามผสม การเล่าเรื่องแบบจริงจัง กับ อิสระในการเล่นและการผจญภัย เข้าด้วยกัน

เปรียบเทียบได้ แต่ไม่ได้การันตีคุณภาพระดับตำนาน
แน่นอนว่าการถูกนำไปเทียบกับ
The Witcher 3
The Legend of Zelda: Breath of the Wild
ย่อมสร้างแรงกดดันไม่น้อย เพราะทั้งสองเกมคือ
เกมโลกเปิดที่ได้คะแนนรีวิวสูงที่สุดตลอดกาล
อยู่ในระดับเดียวกับซีรีส์อย่าง GTA และ Red Dead Redemption
Pearl Abyss เองก็น่าจะไม่ได้คาดหวังว่าจะ “เทียบชั้นได้ทันที”
แค่สามารถเข้าใกล้ในแง่คุณภาพและเสียงตอบรับ
ก็น่าจะถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่แล้ว
โลกใหญ่ เนื้อหาแน่น และแนวทางที่ชัดขึ้น
จากข้อมูลทั้งหมดที่เปิดเผยออกมาเรื่อย ๆ ภาพของ Crimson Desert เริ่มชัดขึ้นว่า
เป็นเกมโลกเปิดขนาดใหญ่มาก
มีโครงเรื่องจริงจังและฉากเล่าเรื่องแบบ cinematic
แต่ก็เปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นเล่นตามสไตล์ของตัวเอง
แนวทาง “กึ่งกลางระหว่าง Witcher 3 และ Breath of the Wild”
อาจเป็นจุดขายสำคัญที่ทำให้เกมแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด
บทสรุป: กระแสมาแรง แต่บทพิสูจน์อยู่ที่วันวางขาย
ยอด Wishlist ทะลุ 2 ล้านครั้ง คือเครื่องยืนยันว่า Crimson Desert เป็นหนึ่งในเกมที่ถูกจับตามองมากที่สุดในปีนี้ แต่สุดท้ายแล้ว
คุณภาพจริงจะเป็นอย่างไร ต้องพิสูจน์ในวันที่ 19 มีนาคม
หาก Pearl Abyss ทำได้ใกล้เคียงกับวิสัยทัศน์ที่อธิบายไว้
Crimson Desert อาจกลายเป็นหนึ่งในเกมโลกเปิดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของยุคนี้
และอาจเป็นก้าวสำคัญที่พา Pearl Abyss ขึ้นไปยืนแถวหน้าของวงการเกมระดับโลกอย่างแท้จริง
ที่มา wccftech

