รับแอปรับแอป

จากตำนานเสียงประสานสู่ "RERUN FUN HOT CONCERT" คืนชีพเดอะ ฮอตเปปเปอร์

วรรณวิภา แสงใจ02-02

เสียงประสานยุคทองที่ไม่เคยเลือนหาย

หลังจากออกอัลบั้มชุดสุดท้ายราวปี 2520 วง ดิ อิมพอสซิเบิ้ลส์ ก็ประกาศยุบวง ปิดฉากหนึ่งในตำนานดนตรีไทยยุคทองลงไปชั่วคราว

สมาชิกแต่ละคนแยกย้ายไปเดินเส้นทางดนตรีและศิลปะของตัวเอง เศรษฐา ศิระฉายา หันไปรุ่งบนเส้นทางนักแสดงทั้งจอเงินและจอแก้ว ขณะที่ วินัย พันธุรักษ์ จับมือกับ เรวัติ พุทธินันทน์ ตั้งวง ดิ โอเรียนทัล ฟังค์ เติมสีสันใหม่ให้วงการเพลงไทย

ส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ ก็ยังโลดแล่นอยู่หน้าม่าน มีเพียง ปราจีน ทรงเผ่า ที่เลือกถอยออกไปทำงานเบื้องหลังอย่างเต็มตัว และนั่นเองที่กลายเป็นจุดตั้งต้นของตำนานเสียงประสานอีกบทหนึ่ง

จาก “เสือภูเขา” สู่กำเนิด Hot Pepper

เมื่อครูเพลงระดับครูใหญ่ ชาลี อินทรวิจิตร มอบหมายให้ ปราจีน ทรงเผ่า แต่งทำนองประกอบภาพยนตร์เรื่อง “เสือภูเขา” และได้ สันติ ลุนเผ่ มารับหน้าที่ขับร้อง ดนตรีที่เรียบเรียงออกมาจึงทั้งเร้าอารมณ์และทรงพลัง สมชื่อหนังอย่างแท้จริง

ในการสร้างงานเพลงชุดนี้ ปราจีนรวบรวมทีมดนตรีฝีมือจัดจ้านมาร่วมกันเสกสรรเสียงประสาน ได้แก่

  • ยงยุทธ เสกสรร (เปียโน)

  • ศาสสัณฑ์ บุญญาศัย (กีต้าร์ และร้องประสานเสียงชาย)

  • นิพนธ์ ขจรโยธิน (เบส)

  • สุรชัย เล็กแคล้วภัย (กลอง)

  • วิชัย อึ้งอัมพร (แซ็กโซโฟน)

  • มนัส พุกกะรัตน์ (ทรอมโบน)

  • ยงยุทธ มีแสง (ทรัมเป็ต และร้องประสานเสียงชาย)

ทั้งหมดนี้คือฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยผลักดันให้บทเพลงประกอบภาพยนตร์กลายเป็นมากกว่าดนตรีประกอบ แต่เป็นเสน่ห์หลักที่คนฟังจดจำได้ไม่รู้ลืม

เดิมทีทีมประสานเสียงหญิงถูกวางตัวให้เป็นวงทรีโอ ประกอบด้วย ผุสดี เอื้อเฟื้อ, รุ่งพิรุณ เมธานนท์ และ กรองกาญจน์ โมราวงศ์ ทว่าเมื่อกรองกาญจน์ไม่สะดวกมาร่วมงาน จึงเหลือเพียงดูโอ

ปราจีนจึงตั้งชื่อวงใหม่ว่า Hot Pepper โดยหยิบแรงบันดาลใจจากชื่ออัลบั้มสุดท้ายของ ดิ อิมพอสซิเบิ้ลส์ มาต่อสายใยจากอดีตสู่ปัจจุบัน

จาก “เสือภูเขา” ต่อเนื่องสู่ “เจ้าพายุ” และ “ไอ้ฟาง ร.ฟ.ท.” วงเสียงประสานชุดนี้เริ่มแจ้งเกิดอย่างจริงจัง

เดอะ ฮอทเปปเปอร์ซิงเกอร์ส และยุคเพลงไทยเสียงประสาน

ความร่วมมือกับครูชาลี อินทรวิจิตร ยังต่อยอดไปอีกไกล เมื่อเพลง “น้ำตานกขมิ้น” ที่ เดอะ ฮอตเปปเปอร์ซิงเกอร์ส ขับร้องคว้ารางวัลแผ่นเสียงพระราชทาน สาขาคำร้องยอดเยี่ยมในปี 2523 ตอกย้ำว่าพวกเขาไม่ได้มาเล่น ๆ แต่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการเพลงประสานเสียงไทย

จากนั้น เดอะ ฮอทเปปเปอร์ซิงเกอร์ส ก็เริ่มมีอัลบั้มเพลงไทยแนวประสานเสียงเต็มตัว โดย ปราจีน ทรงเผ่า คัดสรรงานคลาสสิกของครูสุรพล โทณะวณิก มาตีความใหม่ในสไตล์ของวง เช่น

  • “ลมรัก”

  • “อยากลืมกลับจำ”

  • “ใครหนอ”

  • “พิษรัก”

  • “รักไม่รู้ดับ”

แม้จะเป็นเพลงที่คนไทยคุ้นหูอยู่แล้ว จึงอาจยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร แต่ก็กลายเป็นสะพานสำคัญที่พาผู้ฟังเข้าสู่โลกของเสียงประสานคุณภาพอย่างแนบเนียน

จากซีรีส์จีนสู่เพลงไทย : พลังของทำนองข้ามพรมแดน

จุดเปลี่ยนอีกครั้งของ เดอะ ฮอทเปปเปอร์ซิงเกอร์ส เกิดขึ้นเมื่อ คมน์ อรรฆเดช มองเห็นกระแสซีรีส์จีนกำลังภายในที่กำลังโด่งดัง จึงดึง ฉีเส้าเฉียน ผู้รับบท “ฮุ้นโป๊ยเอี๊ยง” จากละครโทรทัศน์ชุด “กระบี่ไร้เทียมทาน” มาประชันบทบาทกับ สรพงษ์ ชาตรี ในภาพยนตร์เรื่อง “เพชรตัดหยก”

เช่นเคย เดอะ ฮอทเปปเปอร์ซิงเกอร์ส รับหน้าที่ร้องประสานเสียงร่วมกับ โอน สอนระเบียบ จนผลงานเพลงนำของภาพยนตร์เรื่องนี้คว้ารางวัลตุ๊กตาทอง สาขาเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครอง

ความสำเร็จดังกล่าวกลายเป็น สารตั้งต้นสำคัญ ให้กับการสร้างสรรค์เพลงไทยทำนองต่างประเทศในยุคต่อมา

วงจึงหยิบทำนองเพลงจีนสุดคลาสสิก “京华春梦 (จิงฮหวาชุนเมิ่ง)” เพลงประกอบภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง “ฝันสลาย” (Yesterday’s Glitter) ที่ออกฉายในปี 2524 นำแสดงโดย หวังหมิงฉวน มาใส่คำร้องภาษาไทยในชื่อว่า “หัวใจสลาย”

“หัวใจสลาย” : บทเรียนเรื่องความเจ็บปวดที่งดงาม

การแปลงเพลง “หัวใจสลาย” ไม่ได้มีดีเพียงแค่ทำนอง แต่ความเฉียบคมอยู่ที่คำร้อง โดยได้นักแต่งคำระดับแถวหน้าอย่าง ทวีพงศ์ มณีนิล ผู้สร้างงานอมตะมาแล้วมากมาย เช่น

  • “ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก” (ธานินทร์)

  • “ถ้าหัวใจฉันมีปีก” (จิตติมา)

  • “คนหน้าเดิม” (รุ่งฤดี)

ห้างแผ่นเสียงเมโทรเป็นผู้ปลุกปั้นชุด “หัวใจสลาย” ให้กลายเป็นผลงานที่ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น และกลายเป็นต้นแบบให้วงการเพลงไทยหันมาใช้ทำนองต่างประเทศมากขึ้น จนเพลงแนวนี้ล้นตลาดในเวลาต่อมา

แต่หากพูดถึงความลึกซึ้งของเนื้อหาแล้ว “หัวใจสลาย” คือหนึ่งในงานที่ยากจะหาใครเทียบได้ ตั้งแต่ท่อนแรกก็จิกอารมณ์คนฟังทันที

“ดั่งแก้วบางเขาทุบทิ้งแตก ใจฉันแหลกเพราะน้ำมือเธอ”

และยังมีวรรคทองที่ฝังลึกในความทรงจำอีกหลายท่อน เช่น

“เธอช่างฆาตกรรมได้แสนบรรจง เกินดวงจิตพะวงไหวทัน”

นี่คือการใช้ถ้อยคำที่ทั้งงดงามและบาดลึกในเวลาเดียวกัน จนเพลงนี้กลายเป็นมาตรฐานของเพลงรักเศร้าที่ทั้งโหดร้ายและโรแมนติกไปพร้อม ๆ กัน

“RERUN FUN HOT CONCERT” การกลับมาของตำนานเสียงประสาน

เมื่อเวลาผ่านไปหลายทศวรรษ ตำนานเสียงประสานของ The Hotpeppers ยังไม่เคยจางหาย ล่าสุด สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จับมือกับ The Hotpeppers ชุบชีวิตตำนานครั้งนี้ขึ้นมาอีกครั้งในคอนเสิร์ต “RERUN FUN HOT CONCERT”

หัวเรือใหญ่ของงานนี้คือ ผุสดี เอื้อเฟื้อ นักร้องระดับตำนาน ที่กลับมายืนเคียงข้าง ศาสสัณฑ์ บุญญาศัย อีกครั้ง ทั้งคู่คือ สมาชิก Original ที่จะพาผู้ชมย้อนเข้าสู่บรรยากาศยุคทองของเพลงประสานเสียงไทย

นอกจากนี้ยังมีศิลปินรับเชิญที่จะมาร่วมสร้างสีสันบนเวที ได้แก่

  • ชมพู ฟรุ๊ตตี้

  • วิชัย ปุญญะยันต์ จากวงพิ้งแพนเตอร์

นี่ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ต แต่คือการนัดพบกันของคนรักเสียงประสานยุคคลาสสิก ที่จะมาร่วมฟัง ร่วมร้อง และร่วมระลึกถึงเพลงที่เคยอยู่ในหัวใจของใครหลายคน

รายละเอียดงานที่แฟนตัวจริงไม่ควรพลาด

รายละเอียดการแสดง

  • วันแสดง: วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน 2568

  • สถานที่: MR.FOX LIVEHOUSE ทาวน์อินทาวน์

  • เวลาเริ่มแสดง: 14.00 น.

รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปมอบเพื่อการศึกษาแก่ สถาบันราชานุกูล จึงไม่ใช่แค่การย้อนฟังเพลงในอดีต แต่ยังเป็นการต่อยอดความงดงามของดนตรีไปสู่อนาคตของเยาวชนด้วย

รูปแบบบัตรเข้าชม

  • ราคาบัตร: 2,000 บาท ทุกที่นั่ง ราคาเดียว

  • สิทธิพิเศษ: สำรองที่นั่ง 50 ที่นั่งแรก จะได้รับเสื้อวง THE HOT PEPPERS เวอร์ชันสุด EXCLUSIVE เป็นของที่ระลึก

นี่คือโอกาสที่จะได้ทั้ง

  • ฟังเพลงตำนานแบบสด ๆ จากเสียงจริง รุ่น Original

  • เก็บของสะสมจากวงระดับคลาสสิก

  • มีส่วนร่วมช่วยสนับสนุนการศึกษาให้สถาบันราชานุกูล

ปิดท้าย: เมื่อความทรงจำถูกเปิดเล่นซ้ำอีกครั้ง

สำหรับคนรักแผ่นเสียง คนรักเพลงเก่า และแฟนเพลงสายประสานเสียงชื่อของ เดอะ ฮอตเปปเปอร์ซิงเกอร์ส ไม่เคยเลือนหายไปไหน เพียงแต่ถูกเก็บไว้ในชั้นวางความทรงจำ รอแค่จังหวะให้ใครสักคนลุกขึ้นมากดปุ่ม “Rerun” เท่านั้น

“RERUN FUN HOT CONCERT” จึงไม่ใช่แค่คอนเสิร์ต แต่คือการเปิดเล่นซ้ำความทรงจำทั้งยุคของเพลง หนัง และเสียงประสาน ที่เคยทำให้หัวใจของใครหลายคนสั่นไหว

สำหรับคนที่เคยโตมากับเสียงเหล่านี้ นี่อาจเป็นคอนเสิร์ตที่พาคุณได้เจอกับตัวเองในอดีตอีกครั้ง

และสำหรับคนรุ่นใหม่ นี่อาจเป็นครั้งแรกที่คุณจะได้รู้ว่า เหตุใดชื่อของเดอะ ฮอตเปปเปอร์ ถึงยังถูกพูดถึงอยู่จนถึงทุกวันนี้