รับแอปรับแอป

เปิดพรมแดงสะเทือนแพนดอร่า! ญาญ่า-โอปอล-เป้-เพิร์ธ-แซนต้า รวมพลังชาวนาวีจุดไฟ hype “Avatar: Fire and Ash” ก่อนเข้าฉาย

ภาคภูมิ ศรีสุข01-31

พรมแดงเดือด เปิดจักรวาลแพนดอร่าอีกครั้ง

งานเปิดตัวภาพยนตร์ภาคต่อระดับตำนาน “Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน” ในงาน Thailand Gala Premiere มาแบบจัดเต็มสมศักดิ์ศรีหนังฟอร์มยักษ์แห่งปี

บรรยากาศพรมแดงคึกคักเมื่อทีมนักแสดงและคนดังขวัญใจแฟน ๆ อย่าง ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์, โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี, เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ, เพิร์ธ-ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร และแซนต้า-พงศภัค อุดมโภชน์ แท็กทีมกันมาในคอนเซ็ปต์ตัวแทนชาวนาวีจากเผ่าต่าง ๆ เดินเฉิดฉายบนพรมแดงสุดยิ่งใหญ่

ไฮไลต์ของงานไม่ใช่แค่คนดัง แต่คือการพาแฟน ๆ ดิ่งตรงสู่แพนดอร่า ผ่านกิจกรรมสุดพิเศษ Avatar: Fire and Ash Immersive Experience ที่เปิดให้สัมผัสบรรยากาศก่อนเข้าโรงภาพยนตร์วันที่ 17 ธันวาคมนี้

ลุคชาวนาวีสุดปังบนพรมแดง

ภายในงาน ดาราแต่ละคนมาพร้อมคอนเซ็ปต์ตัวแทนเผ่าชาวนาวีสุดเท่

  • ญาญ่า : ตัวแทนเผ่าป่า สายธรรมชาติที่เต็มไปด้วยพลังและความอ่อนโยน

  • โอปอล สุชาตา : ตัวแทนเผ่าไฟ ความร้อนแรง ดุดัน และทรงพลัง

  • เป้ อารักษ์ : ตัวแทนเผ่าลม อิสระ เท่ และลื่นไหลเหมือนสายลม

  • เพิร์ธ และแซนต้า : ตัวแทนเผ่าน้ำ สายสงบ ลึกซึ้ง แต่น่าค้นหา

บรรยากาศรอบงานเต็มไปด้วยแฟนภาพยนตร์ที่มารอเก็บโมเมนต์พรมแดง บรรยากาศระดับงานเปิดตัวหนังโลกที่ถูกยกมาไว้กลางกรุงเทพฯ แบบจัดเต็มทุกดีเทล

เสียงจากคนดัง: ทำไม “Fire and Ash” ต้องดูในโรงเท่านั้น

เหล่าคนดังไม่ได้มาแค่เดินพรมแดง แต่ยังร่วมแชร์ความรู้สึกต่อแฟรนไชส์ Avatar และความคาดหวังต่อภาค “Fire and Ash” ที่หลายคนฟันธงแล้วว่า ต้องดูในโรงเท่านั้นถึงจะสุด

ญาญ่า: ทุกอย่างถูกยกระดับไปอีกขั้น

ญาญ่าเล่าว่า ภาคนี้คือการ อัปเลเวลทุกองค์ประกอบ ทั้งงานภาพ แอ็กชัน ดราม่า และการผจญภัย ด้วยทีมสร้างนำโดย เจมส์ คาเมรอน ทำให้มั่นใจได้ว่า “Avatar: Fire and Ash” จะอลังการและน่าประทับใจยิ่งกว่าทุกภาคที่ผ่านมา

เธอชวนทุกคนไปดูในโรงภาพยนตร์ เพราะเชื่อว่าคนดูจะได้สัมผัสความตื่นตาตื่นใจแบบจัดเต็ม และอินไปกับเนื้อเรื่องที่เข้มข้นมากขึ้นอย่างแน่นอน

โอปอล: 3 ชั่วโมงที่ไม่อยากลุกออกจากเบาะ

โอปอลที่มีโอกาสได้ดูรอบ World Premiere มาก่อนแล้ว ยอมรับเลยว่าไม่แปลกใจว่าทำไม Avatar ถึงขึ้นแท่นแฟรนไชส์ทำเงินสูงสุดในโลก

เธอบอกว่า

  • นี่คือหนังที่ “ต้องดูในโรงจริง ๆ”

  • ภาพ เนื้อเรื่อง และฉากแอ็กชัน อลังการและว้าวแบบสุด ๆ

  • แม้หนังจะยาวกว่า 3 ชั่วโมง แต่ ไม่รู้สึกเบื่อเลย

นอกจากความสวยงามของภาพ สิ่งที่กินใจไม่แพ้กันคือ เรื่องครอบครัว และการมองเห็นคุณค่าของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่ทำให้เรื่องนี้ทั้งยิ่งใหญ่และอบอุ่นไปพร้อมกัน

เธอทิ้งท้ายว่า 17 ธันวาคมนี้ ไม่ควรพลาดประสบการณ์การดูหนังในโรงที่ทั้งตรึงตาและตราตรึงใจ

เป้: แฟนตัวยงที่คาดหวังงานภาพขั้นสุด

สำหรับ เป้ ที่ตามดู Avatar มาตั้งแต่ภาคแรก เขายกให้ งานภาพของ Avatar คือ “ที่สุด” ในใจ

เขาย้อนเล่าถึงสองภาคแรกว่า

  • ภาคแรกเราได้เห็น ความงามของผืนป่า ในแพนดอร่า

  • ภาค “The Way of Water” พาเราไปสำรวจ โลกใต้ผืนน้ำ ที่ตระการตาไม่แพ้กัน

พอมาถึงภาค “Fire and Ash” เป้ตั้งความหวังไว้สูงกับ

  • ฉากแอ็กชันที่เกิดขึ้นบนดินแดนของ เผ่าไฟ

  • และมิติใหม่ของ เผ่าลม

เขาฝากถึงแฟน ๆ Avatar ว่า ห้ามพลาด 17 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

เพิร์ธ-แซนต้า: ศึกใหม่ของชาวนาวีที่เข้มข้นกว่าเดิม

เพิร์ธและแซนต้า ซึ่งติดตามแฟรนไชส์นี้มาโดยตลอด ต่างตื่นเต้นไม่แพ้กันที่จะได้หวนกลับไปเยือนแพนดอร่าอีกครั้ง ในภาคที่ทั้งสองคนเชื่อว่าจะยิ่งใหญ่และดุเดือดกว่าเดิม

เพิร์ธเล่าถึงสิ่งที่ทำให้ Avatar พิเศษสำหรับเขา

  • ทุกภาคจะพาผู้ชมไป ผจญภัยในดินแดนใหม่ ๆ ของแพนดอร่า

  • ภาคนี้จะพาเราไปรู้จัก เผ่าใหม่ ๆ และมุมใหม่ ๆ ในโลก Avatar ทำให้จักรวาลนี้กว้างขึ้นและน่าค้นหามากยิ่งขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษในภาคนี้คือการปรากฏตัวของ ตัวร้ายชาวนาวีชื่อ “วารัง”

  • ปกติเราเคยเห็นแค่ชาวนาวีต่อสู้กับมนุษย์

  • แต่คราวนี้คือ ชาวนาวีต้องมาปะทะกันเอง

ทำให้เนื้อเรื่องมีมิติซับซ้อนขึ้น และฉากแอ็กชันน่าจะดุเดือดกว่าที่เคยเห็นมา

แซนต้าแอบสปอยล์เล็ก ๆ ก่อนที่เพิร์ธจะเสริมว่า จากรีวิวรอบ Exclusive Premiere หลายคนพูดตรงกันว่า ฉากสงครามของชาวนาวีอลังการสุด ๆ และในฐานะคนที่ติดตามครอบครัวซัลลีมาตลอด เขาอยากรู้มากว่าในภาคนี้พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรอีกต่อไป

สรุปคือ 17 ธันวาคมนี้ ทั้งคู่ประกาศชัดว่า ไม่พลาดโรงแน่นอน

Immersive Experience: เดินเข้าแพนดอร่าแบบเต็มสองตา

นอกจากพรมแดงสุดยิ่งใหญ่แล้ว ภายในงานยังเปิดตัว Avatar: Fire and Ash Immersive Experience นิทรรศการที่จำลองโลกแพนดอร่าให้แฟนหนังได้เข้าไปสัมผัสแบบใกล้ชิด

ภายในนิทรรศการ ผู้ชมจะได้ท่องไปในสองขั้วที่ต่างกันสุดขีดของแพนดอร่า

  • ผืนป่าที่งดงาม อบอวลด้วยศรัทธาในจิตวิญญาณแห่งเอวา

  • ถิ่นฐานของเผ่าไฟ ที่ถูกเผาผลาญด้วยเปลวเพลิงจนกลายเป็นดินแดนแสนรกร้าง

ผู้ที่มีบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง “Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน” ในเครือโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และเอส เอฟ ซีเนม่า ทุกสาขาทั่วประเทศ สามารถนำบัตรมาแลกรับสิทธิ์เข้าชมนิทรรศการได้ฟรี (1 ใบต่อ 1 สิทธิ์)

นิทรรศการเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 16-21 ธันวาคม 2568 เวลา 11.00-22.00 น. ณ Infinite City Hall ชั้น 5 สยามพารากอน

ทำไมภาค “Fire and Ash” ถึงยิ่งต้องจับตา

“Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน” คือภาคต่อของภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาล ผลงานจากผู้กำกับระดับตำนาน เจมส์ คาเมรอน ที่เตรียมพาจักรวาล Avatar ขยายตัวอีกครั้ง

สิ่งที่ภาคนี้จัดเต็มเป็นพิเศษคือ

  • งานแอ็กชันและการผจญภัยที่ถูก อัปสเกลให้ยิ่งใหญ่ขึ้น

  • ภาพวิชวลระดับสุดตระการตาแบบเฉพาะตัวของแฟรนไชส์นี้

  • การเปิดตัว “เผ่าไฟ” เผ่าชาวนาวีที่เต็มไปด้วยความมืดมน ดุดัน และมีเสน่ห์ในความขัดแย้งของตัวเอง

ทั้งหมดนี้ช่วยผลักให้เรื่องราวในภาคนี้มีมิติและดราม่าที่เข้มข้นกว่าที่เคย

เคลียร์คิวรอ 17 ธันวาคม เจอกันในโรง

การกลับสู่แพนดอร่าในภาคนี้ไม่ได้มีแค่ฉากสวย ๆ หรือเทคนิคภาพสุดล้ำ แต่ยังมาพร้อม ศึกใหม่ของเหล่านักรบชาวนาวี ที่จะยกระดับเดิมพันของเรื่องให้ใหญ่และหนักหน่วงกว่าเดิม

“Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน” พร้อมพาคนดูดิ่งลึกสู่สงครามครั้งใหม่ในโรงภาพยนตร์ วันที่ 17 ธันวาคม ทั้งในระบบปกติ, IMAX, Dolby Vision + Atmos และระบบพิเศษทั่วประเทศ

เตรียมตัวให้พร้อม ปล่อยตัวเองให้หลุดเข้าไปในโลกแพนดอร่าบนจอใหญ่ แล้วออกมาพูดพร้อมกันว่า—นี่แหละ ประสบการณ์ดูหนังที่คิดถึงมานาน