รับแอปรับแอป

จัดกระเป๋าบัตรเที่ยวญี่ปุ่น 2026: ใช้ใบไหนให้คุ้มสุด แบบไม่เสีย FX Fee สักบาท

ณัฐพงศ์ ศรีวงศ์01-31

วางแผนเที่ยวญี่ปุ่น 2026 แค่จองตั๋วไม่พอ ต้องวางแผน “บัตร” ด้วย

การเตรียมทริปญี่ปุ่นให้สนุกและคุ้ม ไม่ได้จบแค่จองตั๋วเครื่องบินหรือเลือกโรงแรมวิวดีๆ เท่านั้นค่ะ อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือ บัตรที่ใช้รูดและจ่ายระหว่างทริป

เพราะบัตรเครดิตทั่วไปมักมีค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงิน (FX Fee) ประมาณ 2–2.5% ฟังดูเหมือนนิดเดียว แต่ถ้าเป็นทริปยาว ช้อปจัดเต็ม กินทุกมื้อ เที่ยวทุกวัน ค่าธรรมเนียมจุกๆ เหล่านี้รวมกันอาจกลายเป็นหลักพันแบบไม่รู้ตัวได้เลยค่ะ

เพื่อให้การใช้เงินเยนของคุณทั้งคุมงบได้ และยังสะดวกเวลาใช้จริง เรามาไล่ดูทีละแบบว่าบัตรแต่ละใบเหมาะกับสไตล์ไหน และควรเอาไปใช้ยังไงให้คุ้มที่สุด

ทำไมต้องเลือกบัตรให้ตรงสไตล์ก่อนขึ้นเครื่อง

เวลาเราเดินทางต่างประเทศ บัตรแต่ละประเภทไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนกันทั้งหมดค่ะ แบ่งง่ายๆ ได้ประมาณนี้

  • Travel Card / Prepaid Card: เน้นเรทดีคล้ายแลกเงินสดเอง จุดเด่นคือส่วนใหญ่ ไม่มีค่า FX Fee 2.5% ใช้จ่ายรายวันได้สบายใจ ไม่ต้องกลัวเจ็บตัวตอนตัดบัตร

  • บัตรเครดิต: แม้บางใบจะมีค่าธรรมเนียม FX แต่แลกมาด้วย คะแนนสะสม ประกันเดินทาง และสิทธิพิเศษในห้าง / เลาจน์สนามบิน ที่ช่วยอัปเกรดทริปให้สบายและดูแพงขึ้นเยอะ

สรุปคือ ไม่มีคำว่าบัตรไหนดีที่สุด แต่มีบัตรที่เหมาะกับเราที่สุด มากกว่า

1. YouTrip — คู่หูรูดรายวัน สายกิน–เที่ยวต้องมี

ถ้าคุณชอบเดินเข้าคาเฟ่ทุกมุม ซูเปอร์มาร์เก็ตทุกที่ และร้านสะดวกซื้อทุกตรอก YouTrip คือบัตรที่ควรมีติดกระเป๋าเลยค่ะ

เพราะจุดเด่นคือ

  • ไม่มีค่า FX Fee เวลาใช้จ่ายต่างประเทศ

  • จัดการทุกอย่างได้ผ่านแอป ใช้ง่าย ดูยอดได้แบบเรียลไทม์

  • รองรับ Apple Pay แตะจ่ายรถไฟ ร้านค้า และตู้ขายของอัตโนมัติได้สะดวกมาก

เหมาะกับคนที่อยากคุมงบรายวันให้ชัดๆ ใช้เท่าไหร่รู้เท่านั้น และชอบความคล่องตัว ไม่ต้องพกเงินสดเยอะให้กังวล

2. SCB Planet — สายตามกราฟเรท ต้องเลิฟ

ใครเป็นสายเช็กเรทเงินเยนทุกวันก่อนบิน ต้องมองมาทาง SCB Planet ค่ะ บัตรนี้ตอบโจทย์คนที่อยาก “ล็อกเรท” ให้สบายใจตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง

จุดเด่นคือ

  • เลือกช่วงที่เรทเงินเยนถูกใจ แล้วแลกเก็บไว้ในแอปได้ทันที

  • ช่วยให้เรารู้ต้นทุนค่าใช้จ่ายล่วงหน้าชัดเจน ไม่ต้องลุ้นว่าไปถึงวันจริงเรทจะเด้งขึ้นหรือลง

เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการ ล็อกความสบายใจ ของทั้งทริปเอาไว้ก่อนขึ้นเครื่อง ใครไม่ชอบความเซอร์ไพรส์เรื่องเรทเงิน บัตรนี้คือเพื่อนที่ดีมากค่ะ

3. KTC JCB Ultimate — สายห้าง สายโรงแรม ห้ามพลาด

ญี่ปุ่นคือถิ่นของ JCB อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าคิดจะรูดค่าโรงแรม หรือช้อปปิ้งในห้างใหญ่ๆ KTC JCB Ultimate คือหนึ่งในใบที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ

เพราะว่า

  • มักมีโปรส่วนลดเฉพาะบัตร JCB กับร้านดังและห้างสรรพสินค้าหลายแห่งในญี่ปุ่น

  • ได้สิทธิ์เข้าใช้ JCB Plaza Lounge ในเมืองใหญ่ รวมถึงเลาจน์สนามบินที่ร่วมรายการ

ผลลัพธ์คือทริปของคุณจะดูแพงขึ้นทันที ทั้งจากส่วนลดและความสบายเวลารอเครื่องหรือเดินช้อป เหมาะมากกับสายช้อปและสายพักโรงแรมดีๆ ค่ะ

4. TTB All Free — สายมินิมอล ไม่ชอบยุ่งกับแอป

ถ้าคุณไม่อินกับการต้องคอยเติมเงินในแอป หรือคอยกดแลกเงินล่วงหน้า TTB All Free เป็นบัตรเดบิตที่ตอบโจทย์มาก

แค่มีเงินบาทในบัญชี ก็สามารถ

  • แตะจ่ายรูดจ่ายที่ญี่ปุ่นได้เลย

  • ระบบจะคำนวณเรทตามเวลาจริงให้

  • ไม่มีค่า FX Fee 2.5% มากวนใจ

เหมาะมากจะใช้เป็น บัตรสำรอง ไว้เผื่อฉุกเฉิน หรือจะใช้เป็นบัตรหลักสำหรับสายมินิมอล ที่อยากให้ทุกอย่างเรียบง่ายแต่คุ้มค่า ก็รอดค่ะ

5. Krungthai Travel Premium — สายชอบความนิ่งและความอุ่นใจ

ถ้าใครมี Krungthai Travel Premium อยู่แล้ว ถือว่าเป็นอีกใบที่ใช้เที่ยวญี่ปุ่นได้ดีทีเดียว

เพราะจุดเด่นคือ

  • เรทเงินค่อนข้างนิ่ง ไม่เหวี่ยงแรง ทำให้วางแผนค่าใช้จ่ายได้ไม่ปวดหัว

  • ได้สิทธิประโยชน์จากฝั่ง Mastercard ซึ่งมักมี ประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง แนบมากับตัวบัตร

ใครให้ความสำคัญกับความอุ่นใจระหว่างอยู่ต่างประเทศ ใบนี้ช่วยเพิ่มเลเยอร์ความสบายใจให้ทริปได้ดีเลยค่ะ

สูตรจัดเซ็ตบัตรให้คุ้มทริปญี่ปุ่น

เพื่อให้ทั้งคุ้ม ทั้งคล่อง และไม่ต้องแบกบัตรจนกระเป๋าตุง ลองจัดบัตรตามบทบาทแบบนี้ค่ะ

  • ค่าใช้จ่ายทั่วไปในทุกวัน
    มื้ออาหาร คาเฟ่ ค่ารถไฟ ร้านสะดวกซื้อ แนะนำให้ใช้ YouTrip หรือ SCB Planet เป็นหลัก เพื่อเซฟค่า FX Fee ให้ได้มากที่สุด

  • ช้อปชิ้นใหญ่ / ค่าโรงแรม
    อย่างพวกของแบรนด์เนม หรือค่าที่พัก ลองใช้ KTC JCB Ultimate เพื่อเก็บส่วนลดพิเศษ และสะสมคะแนนให้คุ้ม

  • แผนสำรองกันไว้ดีกว่าแก้ทีหลัง
    พก TTB All Free ติดกระเป๋าไว้ เผื่อกรณีเงินใน Travel Card หมด หรือระบบแอปขัดข้องชั่วคราว จะได้ยังจ่ายเงินได้ไม่สะดุด

สรุป: เลือกบัตรให้เหมาะ เซฟได้ทั้งเงินและอารมณ์เที่ยว

การเลือกบัตรให้ตรงกับสไตล์การใช้เงินของเรา ก่อนบินไปญี่ปุ่น เป็นดีเทลเล็กๆ ที่ช่วย ประหยัดเงินได้มากกว่าที่คิด

ไม่จำเป็นต้องพกทุกใบที่มี แค่เลือกให้ชัดว่า

  • บัตรไหนไว้รูดใช้จ่ายประจำวัน

  • บัตรไหนไว้จัดช้อปชิ้นใหญ่และโรงแรม

  • บัตรไหนเป็นตัวช่วยสำรองเวลาเหตุฉุกเฉิน

เมื่อแบ่งหน้าที่ของแต่ละบัตรให้ดี ทริปญี่ปุ่นของคุณจะทั้งคุมงบได้อยู่หมัด ใช้จ่ายได้อย่างสบายใจ และมีสมองว่างๆ เหลือไปโฟกัสที่อย่างเดียวคือ เก็บทุกโมเมนต์สนุกๆ ระหว่างทางให้เต็มที่