วางแผนเที่ยวญี่ปุ่น 2026 แค่จองตั๋วไม่พอ ต้องวางแผน “บัตร” ด้วย
การเตรียมทริปญี่ปุ่นให้สนุกและคุ้ม ไม่ได้จบแค่จองตั๋วเครื่องบินหรือเลือกโรงแรมวิวดีๆ เท่านั้นค่ะ อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือ บัตรที่ใช้รูดและจ่ายระหว่างทริป
เพราะบัตรเครดิตทั่วไปมักมีค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงิน (FX Fee) ประมาณ 2–2.5% ฟังดูเหมือนนิดเดียว แต่ถ้าเป็นทริปยาว ช้อปจัดเต็ม กินทุกมื้อ เที่ยวทุกวัน ค่าธรรมเนียมจุกๆ เหล่านี้รวมกันอาจกลายเป็นหลักพันแบบไม่รู้ตัวได้เลยค่ะ
เพื่อให้การใช้เงินเยนของคุณทั้งคุมงบได้ และยังสะดวกเวลาใช้จริง เรามาไล่ดูทีละแบบว่าบัตรแต่ละใบเหมาะกับสไตล์ไหน และควรเอาไปใช้ยังไงให้คุ้มที่สุด
ทำไมต้องเลือกบัตรให้ตรงสไตล์ก่อนขึ้นเครื่อง
เวลาเราเดินทางต่างประเทศ บัตรแต่ละประเภทไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนกันทั้งหมดค่ะ แบ่งง่ายๆ ได้ประมาณนี้
Travel Card / Prepaid Card: เน้นเรทดีคล้ายแลกเงินสดเอง จุดเด่นคือส่วนใหญ่ ไม่มีค่า FX Fee 2.5% ใช้จ่ายรายวันได้สบายใจ ไม่ต้องกลัวเจ็บตัวตอนตัดบัตร
บัตรเครดิต: แม้บางใบจะมีค่าธรรมเนียม FX แต่แลกมาด้วย คะแนนสะสม ประกันเดินทาง และสิทธิพิเศษในห้าง / เลาจน์สนามบิน ที่ช่วยอัปเกรดทริปให้สบายและดูแพงขึ้นเยอะ
สรุปคือ ไม่มีคำว่าบัตรไหนดีที่สุด แต่มีบัตรที่เหมาะกับเราที่สุด มากกว่า
1. YouTrip — คู่หูรูดรายวัน สายกิน–เที่ยวต้องมี
ถ้าคุณชอบเดินเข้าคาเฟ่ทุกมุม ซูเปอร์มาร์เก็ตทุกที่ และร้านสะดวกซื้อทุกตรอก YouTrip คือบัตรที่ควรมีติดกระเป๋าเลยค่ะ
เพราะจุดเด่นคือ
ไม่มีค่า FX Fee เวลาใช้จ่ายต่างประเทศ
จัดการทุกอย่างได้ผ่านแอป ใช้ง่าย ดูยอดได้แบบเรียลไทม์
รองรับ Apple Pay แตะจ่ายรถไฟ ร้านค้า และตู้ขายของอัตโนมัติได้สะดวกมาก
เหมาะกับคนที่อยากคุมงบรายวันให้ชัดๆ ใช้เท่าไหร่รู้เท่านั้น และชอบความคล่องตัว ไม่ต้องพกเงินสดเยอะให้กังวล
2. SCB Planet — สายตามกราฟเรท ต้องเลิฟ
ใครเป็นสายเช็กเรทเงินเยนทุกวันก่อนบิน ต้องมองมาทาง SCB Planet ค่ะ บัตรนี้ตอบโจทย์คนที่อยาก “ล็อกเรท” ให้สบายใจตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง
จุดเด่นคือ
เลือกช่วงที่เรทเงินเยนถูกใจ แล้วแลกเก็บไว้ในแอปได้ทันที
ช่วยให้เรารู้ต้นทุนค่าใช้จ่ายล่วงหน้าชัดเจน ไม่ต้องลุ้นว่าไปถึงวันจริงเรทจะเด้งขึ้นหรือลง
เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการ ล็อกความสบายใจ ของทั้งทริปเอาไว้ก่อนขึ้นเครื่อง ใครไม่ชอบความเซอร์ไพรส์เรื่องเรทเงิน บัตรนี้คือเพื่อนที่ดีมากค่ะ
3. KTC JCB Ultimate — สายห้าง สายโรงแรม ห้ามพลาด
ญี่ปุ่นคือถิ่นของ JCB อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าคิดจะรูดค่าโรงแรม หรือช้อปปิ้งในห้างใหญ่ๆ KTC JCB Ultimate คือหนึ่งในใบที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ
เพราะว่า
มักมีโปรส่วนลดเฉพาะบัตร JCB กับร้านดังและห้างสรรพสินค้าหลายแห่งในญี่ปุ่น
ได้สิทธิ์เข้าใช้ JCB Plaza Lounge ในเมืองใหญ่ รวมถึงเลาจน์สนามบินที่ร่วมรายการ
ผลลัพธ์คือทริปของคุณจะดูแพงขึ้นทันที ทั้งจากส่วนลดและความสบายเวลารอเครื่องหรือเดินช้อป เหมาะมากกับสายช้อปและสายพักโรงแรมดีๆ ค่ะ
4. TTB All Free — สายมินิมอล ไม่ชอบยุ่งกับแอป
ถ้าคุณไม่อินกับการต้องคอยเติมเงินในแอป หรือคอยกดแลกเงินล่วงหน้า TTB All Free เป็นบัตรเดบิตที่ตอบโจทย์มาก
แค่มีเงินบาทในบัญชี ก็สามารถ
แตะจ่ายรูดจ่ายที่ญี่ปุ่นได้เลย
ระบบจะคำนวณเรทตามเวลาจริงให้
ไม่มีค่า FX Fee 2.5% มากวนใจ
เหมาะมากจะใช้เป็น บัตรสำรอง ไว้เผื่อฉุกเฉิน หรือจะใช้เป็นบัตรหลักสำหรับสายมินิมอล ที่อยากให้ทุกอย่างเรียบง่ายแต่คุ้มค่า ก็รอดค่ะ
5. Krungthai Travel Premium — สายชอบความนิ่งและความอุ่นใจ
ถ้าใครมี Krungthai Travel Premium อยู่แล้ว ถือว่าเป็นอีกใบที่ใช้เที่ยวญี่ปุ่นได้ดีทีเดียว
เพราะจุดเด่นคือ
เรทเงินค่อนข้างนิ่ง ไม่เหวี่ยงแรง ทำให้วางแผนค่าใช้จ่ายได้ไม่ปวดหัว
ได้สิทธิประโยชน์จากฝั่ง Mastercard ซึ่งมักมี ประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง แนบมากับตัวบัตร
ใครให้ความสำคัญกับความอุ่นใจระหว่างอยู่ต่างประเทศ ใบนี้ช่วยเพิ่มเลเยอร์ความสบายใจให้ทริปได้ดีเลยค่ะ
สูตรจัดเซ็ตบัตรให้คุ้มทริปญี่ปุ่น
เพื่อให้ทั้งคุ้ม ทั้งคล่อง และไม่ต้องแบกบัตรจนกระเป๋าตุง ลองจัดบัตรตามบทบาทแบบนี้ค่ะ
ค่าใช้จ่ายทั่วไปในทุกวัน
มื้ออาหาร คาเฟ่ ค่ารถไฟ ร้านสะดวกซื้อ แนะนำให้ใช้ YouTrip หรือ SCB Planet เป็นหลัก เพื่อเซฟค่า FX Fee ให้ได้มากที่สุดช้อปชิ้นใหญ่ / ค่าโรงแรม
อย่างพวกของแบรนด์เนม หรือค่าที่พัก ลองใช้ KTC JCB Ultimate เพื่อเก็บส่วนลดพิเศษ และสะสมคะแนนให้คุ้มแผนสำรองกันไว้ดีกว่าแก้ทีหลัง
พก TTB All Free ติดกระเป๋าไว้ เผื่อกรณีเงินใน Travel Card หมด หรือระบบแอปขัดข้องชั่วคราว จะได้ยังจ่ายเงินได้ไม่สะดุด
สรุป: เลือกบัตรให้เหมาะ เซฟได้ทั้งเงินและอารมณ์เที่ยว
การเลือกบัตรให้ตรงกับสไตล์การใช้เงินของเรา ก่อนบินไปญี่ปุ่น เป็นดีเทลเล็กๆ ที่ช่วย ประหยัดเงินได้มากกว่าที่คิด
ไม่จำเป็นต้องพกทุกใบที่มี แค่เลือกให้ชัดว่า
บัตรไหนไว้รูดใช้จ่ายประจำวัน
บัตรไหนไว้จัดช้อปชิ้นใหญ่และโรงแรม
บัตรไหนเป็นตัวช่วยสำรองเวลาเหตุฉุกเฉิน
เมื่อแบ่งหน้าที่ของแต่ละบัตรให้ดี ทริปญี่ปุ่นของคุณจะทั้งคุมงบได้อยู่หมัด ใช้จ่ายได้อย่างสบายใจ และมีสมองว่างๆ เหลือไปโฟกัสที่อย่างเดียวคือ เก็บทุกโมเมนต์สนุกๆ ระหว่างทางให้เต็มที่

