ZestBuy

The Devil Wears Prada 2 เปิดตัวแรง กวาดรายได้ทั่วโลก

โปรไฟล์ cloudycloudy05-06

The Devil Wears Prada 2 สร้างปรากฏการณ์ใหม่ กวาดรายได้เปิดตัวทั่วโลกกว่า 233 ล้านดอลลาร์ พร้อมดันหนังแฟชั่นกลับมาครองกระแสอีกครั้ง

The Devil Wears Prada 2 เปิดตัวแรง กวาดรายได้ทั่วโลกถล่มทลาย

The Devil Wears Prada 2 กลายเป็นภาพยนตร์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการฮอลลีวูดขณะนี้ หลังเปิดตัวสุดสัปดาห์แรกด้วยรายได้มหาศาลจากโรงภาพยนตร์ในอเมริกาเหนือกว่า 77 ล้านดอลลาร์ พร้อมสร้างสถิติใหม่เหนือกว่าภาคแรกที่เคยเปิดตัวไว้เมื่อปี 2006 อย่างชัดเจน

นอกจากกระแสตอบรับในสหรัฐอเมริกาแล้ว ภาพยนตร์ยังประสบความสำเร็จในตลาดต่างประเทศอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รายได้รวมทั่วโลกพุ่งสูงถึง 233.6 ล้านดอลลาร์ หรือราว 7.6 พันล้านบาท ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันหลังเข้าฉาย ถือเป็นหนึ่งในผลงานเปิดตัวที่แข็งแกร่งที่สุดของปี 2026


การกลับมาของหนังแฟชั่นระดับตำนาน

จากภาพยนตร์ปี 2006 สู่ปรากฏการณ์ใหม่

The Devil Wears Prada ภาคแรกเข้าฉายในปี 2006 และกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แฟชั่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล ทั้งในด้านรายได้ คำวิจารณ์ และอิทธิพลต่อวัฒนธรรมป๊อป

เรื่องราวของโลกแฟชั่นสุดเข้มข้น ผ่านตัวละคร Miranda Priestly ที่รับบทโดย Meryl Streep ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นผลงานระดับไอคอนิกที่ยังถูกพูดถึงต่อเนื่องมานานเกือบ 20 ปี

การกลับมาของ The Devil Wears Prada 2 จึงไม่ใช่เพียงแค่การสร้างภาคต่อ แต่ยังเป็นการปลุกกระแส Nostalgia ของผู้ชมยุคเก่า พร้อมดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้าสู่โลกแฟชั่นอีกครั้ง

นักแสดงชุดเดิมกลับมาครบทีม

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หนังได้รับความสนใจมหาศาล คือการกลับมาของนักแสดงหลักจากภาคแรก ได้แก่

  • Meryl Streep

  • Anne Hathaway

  • Emily Blunt

  • Stanley Tucci

การรวมตัวของนักแสดงระดับแถวหน้าฮอลลีวูด ทำให้แฟนภาพยนตร์ต่างตั้งตารอและกลายเป็นจุดขายสำคัญของโปรเจกต์นี้


รายได้เปิดตัวสุดแข็งแกร่งของปี 2026

กวาดรายได้ในอเมริกาเหนือกว่า 77 ล้านดอลลาร์

The Devil Wears Prada 2 เปิดตัวในโรงภาพยนตร์กว่า 4,150 แห่งทั่วอเมริกาเหนือ และทำรายได้ทันที 77 ล้านดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์แรก

ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าภาคแรกเกือบ 3 เท่า เพราะ The Devil Wears Prada ภาคแรกเคยเปิดตัวที่ 27.5 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2006

นอกจากนี้ หนังยังขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์เปิดตัวสูงสุดอันดับ 4 ของปี 2026 ตามหลังเพียง

  1. The Super Mario Galaxy Movie – 131 ล้านดอลลาร์

  2. Michael – 97.5 ล้านดอลลาร์

  3. Project Hail Mary – 80 ล้านดอลลาร์

ตลาดต่างประเทศตอบรับดีเกินคาด

นอกเหนือจากตลาดสหรัฐฯ หนังยังได้รับความนิยมในยุโรป เอเชีย และละตินอเมริกาอย่างรวดเร็ว

รายได้จากต่างประเทศรวมอยู่ที่ 156.6 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดรวมทั่วโลกทะลุ 233.6 ล้านดอลลาร์ภายในสุดสัปดาห์แรก

ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าภาพยนตร์แนวแฟชั่นและดราม่าคอมเมดี้ยังคงมีฐานผู้ชมขนาดใหญ่ในยุคสตรีมมิง


Disney ทุ่มทุนมหาศาลเพื่อภาคต่อครั้งนี้

งบสร้างเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

Disney และ 20th Century Studios ลงทุนกับ The Devil Wears Prada 2 สูงถึงประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งยังไม่รวมงบการตลาดและโปรโมชันทั่วโลก

เมื่อเทียบกับภาคแรกที่ใช้งบประมาณเพียง 40 ล้านดอลลาร์ จะเห็นได้ว่าภาคใหม่นี้ถูกยกระดับทั้งด้านโปรดักชัน งานแฟชั่น และคุณภาพการถ่ายทำอย่างชัดเจน

ค่าตัวนักแสดงคือหนึ่งในต้นทุนหลัก

David Frankel ผู้กำกับของภาพยนตร์ ให้สัมภาษณ์กับ New York Times ว่า งบประมาณส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับค่าตัวนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์

เนื่องจากนักแสดงหลักทุกคนต่างมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับโลก ทำให้ค่าตัวของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเมื่อ 20 ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม การลงทุนครั้งนี้ดูเหมือนจะคุ้มค่า เพราะกระแสตอบรับจากผู้ชมและรายได้ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความแข็งแรงของแบรนด์ภาพยนตร์เรื่องนี้


ทำไม The Devil Wears Prada 2 ถึงประสบความสำเร็จ?

พลังของ Nostalgia Marketing

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของภาพยนตร์ยุคปัจจุบันคือการใช้ Nostalgia หรือความทรงจำเก่าในการดึงผู้ชมกลับเข้าสู่โรงภาพยนตร์

The Devil Wears Prada 2 สามารถเชื่อมโยงผู้ชมรุ่นเดิมที่เติบโตมากับภาคแรก เข้ากับคนรุ่นใหม่ที่สนใจแฟชั่นและวัฒนธรรมป๊อปได้อย่างลงตัว

กระแสแฟชั่นและโซเชียลมีเดียช่วยหนุน

อีกปัจจัยสำคัญคืออิทธิพลของโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ TikTok และ Instagram ที่เต็มไปด้วยการพูดถึงลุคแฟชั่นของตัวละคร

หลายแบรนด์แฟชั่นยังร่วมทำการตลาดกับภาพยนตร์ ส่งผลให้หนังกลายเป็นมากกว่าภาพยนตร์ แต่เป็น Pop Culture Event ระดับโลก


ผลกระทบต่อวงการภาพยนตร์และแฟชั่น

หนังแฟชั่นกลับมามีบทบาทอีกครั้ง

ความสำเร็จของ The Devil Wears Prada 2 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สตูดิโอฮอลลีวูดหันกลับมาสนใจภาพยนตร์แนวแฟชั่นมากขึ้น

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนังซูเปอร์ฮีโร่และแอ็กชันครองตลาดเป็นหลัก แต่กระแสของหนังเรื่องนี้พิสูจน์ว่าผู้ชมยังต้องการคอนเทนต์ที่มีทั้งแฟชั่น ดราม่า และคาแรกเตอร์ที่แข็งแรง

แบรนด์ลักชัวรีได้รับอานิสงส์

หลายแบรนด์แฟชั่นระดับโลกเริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากการปรากฏในภาพยนตร์ รวมถึงเทรนด์การแต่งตัวสไตล์ Office Glam ที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

นักวิเคราะห์มองว่าความสำเร็จของหนังอาจช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าแฟชั่นและความนิยมของ Luxury Branding ในปีนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น