ท่ามกลางคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายเมืองของจีน เทคโนโลยีหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจคือ ระบบพ่นละอองน้ำบนดาดฟ้า (Rooftop Mist Cooling System) ซึ่งถูกชาวเน็ตเรียกว่า "แอร์กลางแจ้ง" หลังมีคลิปอาคารสูงพ่นหมอกน้ำลงมาปกคลุมพื้นที่รอบ ๆ จนกลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์
แม้จะดูเหมือนฝนตกจากตัวอาคาร แต่แท้จริงแล้ว ระบบนี้อาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า Evaporative Cooling หรือการระเหยของน้ำ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิในพื้นที่กลางแจ้งโดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่
ทำงานอย่างไร?
ระบบจะใช้ปั๊มแรงดันสูงส่งน้ำผ่านหัวฉีดพิเศษบนดาดฟ้าหรือขอบอาคาร เพื่อสร้างละอองน้ำที่มีขนาดเล็กมาก
เมื่อละอองน้ำสัมผัสอากาศ จะระเหยอย่างรวดเร็วและดูดซับความร้อนจากบริเวณรอบ ๆ ส่งผลให้อุณหภูมิลดลง โดยละอองน้ำส่วนใหญ่จะระเหยก่อนตกถึงพื้น จึงไม่ทำให้พื้นที่เปียกเหมือนการฉีดน้ำทั่วไป

ลดอุณหภูมิได้ 3–6 องศา
ข้อมูลจากหลายรายงานระบุว่า ระบบสามารถช่วยลดอุณหภูมิบริเวณรอบอาคารได้ประมาณ 3–6 องศาเซลเซียส และในสภาพอากาศที่เหมาะสมอาจลดได้มากกว่านั้น อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับ
ความชื้นในอากาศ
ความเร็วลม
อุณหภูมิภายนอก
สภาพแวดล้อมของพื้นที่ติดตั้ง
เปิดอัตโนมัติเมื่ออากาศร้อนจัด
หลายโครงการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้น เพื่อให้ระบบเริ่มทำงานอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิสูงเกินประมาณ 35°C และจะหยุดทำงานเมื่ออากาศเย็นลงหรือมีฝนตก ช่วยประหยัดทั้งน้ำและพลังงาน
ไม่ใช่เครื่องปรับอากาศ แต่ช่วยสร้าง "พื้นที่เย็น"
แม้หลายคนจะเรียกระบบนี้ว่า "แอร์กลางแจ้ง" แต่ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า มันไม่ได้ทำความเย็นทั้งพื้นที่เหมือนเครื่องปรับอากาศ
ระบบจะสร้าง Microclimate หรือพื้นที่ที่เย็นลงเฉพาะบริเวณรอบอาคาร ทางเดิน ลานกิจกรรม หรือพื้นที่สาธารณะ จึงเหมาะกับการลดผลกระทบจากปรากฏการณ์ Urban Heat Island ที่ทำให้เมืองร้อนกว่าพื้นที่ชนบทจากการสะสมความร้อนของคอนกรีตและอาคารสูง
อีกหนึ่งแนวทางรับมือโลกร้อน
ปัจจุบันหลายเมืองในจีนกำลังทดลองใช้ระบบลักษณะนี้ในพื้นที่พักอาศัย ร้านอาหาร สวนสาธารณะ และพื้นที่กลางแจ้ง เพื่อช่วยให้ประชาชนใช้ชีวิตได้สบายขึ้นในช่วงอากาศร้อนจัด
แม้เทคโนโลยีนี้จะไม่สามารถทดแทนเครื่องปรับอากาศภายในอาคารได้ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจในการรับมือกับคลื่นความร้อนและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้หลักการทางธรรมชาติที่เรียบง่ายและประหยัดพลังงานกว่าการทำความเย็นแบบเดิม
ที่มา indiatoday


ความคิดเห็น