ถ้าพูดถึงชื่อ Pokemon
แทบไม่มีเกมเมอร์คนไหนไม่รู้จัก
IP ระดับตำนานที่อยู่คู่โลกเกมมานานหลายสิบปี
ตั้งแต่ยุคจอขาวดำ ไปจนถึงโอเพนเวิลด์ 3D เต็มรูปแบบ
แต่ยิ่งกาลเวลาผ่านไป
เสียงวิจารณ์หนึ่งที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือ
“ทำไมเกม Pokemon ยุคใหม่ กราฟิกดูไม่สมกับฮาร์ดแวร์?”
และประเด็นนี้ก็กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
เมื่อ Game Freak ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงโดยตรง
ผ่านคำให้สัมภาษณ์ของ Kota Furushima
ผู้กำกับเกมแอ็กชัน RPG ตัวใหม่อย่าง Beast of Reincarnation
คำถามสำคัญคือ
นี่คือข้ออ้าง หรือคือแนวคิดการพัฒนาเกมที่แตกต่างจริง ๆ

ดราม่า “กราฟิกตกยุค” ของ Pokemon เกิดขึ้นได้อย่างไร
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เกม Pokemon เวอร์ชัน 3D โดยเฉพาะภาคที่เป็นโอเพนเวิลด์
มักถูกตั้งคำถามเรื่อง
คุณภาพกราฟิกที่ดูเรียบ
พื้นผิว (Texture) ที่ไม่ละเอียด
เฟรมเรตตกในบางฉาก
ประสิทธิภาพที่ดูไม่เต็มศักยภาพฮาร์ดแวร์
แม้ Pokemon จะยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
แต่ในสายตาเกมเมอร์ยุคใหม่
หลายคนเริ่มเปรียบเทียบกับเกม 3D จากค่ายอื่น
ที่สามารถรีดพลังเครื่องออกมาได้มากกว่า
และนั่นทำให้คำว่า
“Pokemon กราฟิกตกยุค”
กลายเป็นวลีที่ถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงการเกม
Kota Furushima พูดแทน Game Freak ว่าอย่างไร
จากบทสัมภาษณ์กับสื่ออย่าง IGN
Kota Furushima ได้ออกมาชี้แจงประเด็นนี้อย่างตรงไปตรงมา
ใจความสำคัญคือ
Game Freak ไม่ได้โฟกัสที่กราฟิกเพียงอย่างเดียว
แต่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์การเล่น” เป็นหลัก
เขาอธิบายว่า
แม้การทำให้เกมรันได้ดีจะเป็นสิ่งสำคัญ
แต่สิ่งที่ทีมให้ความสำคัญมากกว่าคือ
การถ่ายทอด “วิสัยทัศน์ของเกม”
ไปถึงมือและหัวใจของผู้เล่น
พูดง่าย ๆ คือ
Game Freak เลือกให้ Game Feel
นำหน้า Graphic Power
ประสบการณ์การเล่น vs กราฟิกแรง ใครสำคัญกว่า
นี่คือคำถามคลาสสิกของวงการเกม
ฝั่งหนึ่งมองว่า
เกมยุคใหม่ควรใช้ฮาร์ดแวร์ให้คุ้ม
IP ใหญ่ระดับ Pokemon ควรทำได้ดีกว่านี้
อีกฝั่งมองว่า
เกมที่สนุก ไม่จำเป็นต้องกราฟิกสมจริง
สไตล์และเอกลักษณ์สำคัญกว่าเทคโนโลยี
สำหรับ Game Freak
คำตอบดูจะชัดเจนว่า
ประสบการณ์การเล่นมาก่อนเสมอ
Pokemon ไม่ได้ขายความสมจริง
แต่ขายความรู้สึกของการผจญภัย
การสะสม
และการผูกพันกับโลกในเกม

แล้ว Beast of Reincarnation เกี่ยวอะไรกับ Pokemon
สิ่งที่น่าสนใจคือ
Kota Furushima ไม่ได้พูดถึง Pokemon อย่างเดียว
แต่เขากำลังเปิดตัว
Beast of Reincarnation
เกมแอ็กชัน RPG ตัวใหม่ที่ไม่ใช่ Pokemon
เกมนี้ถูกมองว่าเป็น
“บทพิสูจน์” ของ Game Freak
ว่าพวกเขาสามารถสร้างเกมนอกกรอบเดิมได้
Beast of Reincarnation
จึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญ
ที่หลายคนจับตาดูว่า
Game Freak จะโชว์ศักยภาพด้านไหน
จะยังยึดแนวคิดเดิมหรือไม่
หรือจะพัฒนาเกมให้ตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น
วิเคราะห์เชิงลึก: ทำไม Pokemon ถึงยังเลือกทางนี้
หากมองในมุมธุรกิจและการพัฒนาเกม
Pokemon คือ
เกมที่ต้องออกภาคใหม่อย่างสม่ำเสมอ
มีฐานผู้เล่นทุกวัย
ต้องเข้าถึงง่าย
การเลือกกราฟิกที่ไม่ซับซ้อนเกินไป
ช่วยให้
พัฒนาได้เร็ว
ลดความเสี่ยงด้านบั๊ก
คุมต้นทุนและเวลาได้ดี
ในขณะที่
ความซับซ้อนของระบบเกม
โลกในเกม
และจำนวนตัวละคร
คือสิ่งที่ Pokemon ให้ความสำคัญมาโดยตลอด

เกมเมอร์ควรคาดหวังอะไรจาก Game Freak ต่อไป
จากคำให้สัมภาษณ์ครั้งนี้
ชัดเจนว่า Game Freak
รับรู้เสียงวิจารณ์
แต่ยังไม่เปลี่ยนแนวคิดหลักของตัวเอง
สิ่งที่ควรจับตาคือ
Beast of Reincarnation จะออกมาในทิศทางไหน
จะเป็นเกมที่เน้นระบบลึกขึ้นหรือไม่
หรือจะเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของค่าย
หากเกมนี้ประสบความสำเร็จ
อาจส่งผลต่อแนวทางการพัฒนา Pokemon ในอนาคต
แล้วผู้เล่นควรมองประเด็นนี้อย่างไรดี
สำหรับผู้เล่น
อาจต้องถามตัวเองว่า
ต้องการกราฟิกระดับ AAA
หรือประสบการณ์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์
Pokemon อาจไม่ใช่เกมที่สวยที่สุด
แต่ยังเป็นเกมที่
เข้าถึงง่าย
มีเสน่ห์เฉพาะตัว
และเชื่อมโยงผู้เล่นได้หลายเจเนอเรชัน
สรุป: กราฟิกอาจไม่สุด แต่ Game Freak ยังยึด “หัวใจเกม”
กรณีดราม่า “Pokemon กราฟิกตกยุค”
สะท้อนความคาดหวังที่สูงขึ้นของเกมเมอร์ยุคใหม่
แต่ในมุมของ Game Freak
พวกเขายังคงเชื่อว่า
ประสบการณ์การเล่นคือแก่นของเกม
Beast of Reincarnation
จึงไม่ใช่แค่เกมใหม่
แต่เป็นคำตอบว่า
Game Freak จะเดินต่อไปทางไหนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว
สุดท้ายแล้ว
ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่
สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ
ชื่อ Pokemon และ Game Freak
ยังคงเป็นประเด็นที่ทั้งวงการเกมจับตาเสมอ

