รับแอปรับแอป

6 เทรนด์ความงามปี 2025 ที่คนรักผิวต้องรู้ก่อนใคร ถ้าอยากหน้าใส ดูอ่อนกว่าวัยแบบยั่งยืน

ชยุต ชัยมงคล01-29

6 เทรนด์ความงามใหม่ ที่กำลังจะพลิกวงการปี 2025

โลกความงามกำลังเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม ทั้งเทคโนโลยีดูแลผิว อินฟลูเอนเซอร์ และพฤติกรรมผู้บริโภค ล้วนทำให้คำว่า “สวย” ในปี 2025 ไม่ได้หมายถึงแค่หน้าเป๊ะ รูปร่างเป๊ะอีกต่อไป

แบรนด์ดูแลผิวระดับโลกอย่าง Galderma จึงร่วมกับบริษัทวิเคราะห์เทรนด์ชื่อดัง ทำการสำรวจและรวบรวมอินไซต์จากผู้บริโภคทั่วโลก สรุปออกมาเป็น 6 เทรนด์ความงามหลักของปี 2025 ที่จะเข้ามามีอิทธิพลอย่างมากต่อทั้งผู้ใช้และคนทำธุรกิจความงาม

แต่ละเทรนด์ไม่ใช่แค่บอกว่าอะไร “ฮิต” แต่กำลังสะท้อนวิธีคิดใหม่ ๆ เรื่องผิว ริ้วรอย ความงามแบบยั่งยืน และความเป็นตัวเอง ที่ลึกไปมากกว่าการตามแฟชั่นชั่วคราว

1. Proactive Beauty: ป้องกันริ้วรอย ก่อนจะต้องนั่งแก้

แนวคิดเรื่องริ้วรอยไม่ได้เริ่มตอนที่เห็นร่องลึกบนหน้าอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนเป็นการ ดูแลเชิงป้องกัน (Proactive) ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลผิว ตั้งแต่ยังไม่เห็นปัญหาชัดเจน แทนที่จะรอให้ริ้วรอยมาก่อนแล้วค่อยรีบหาวิธีแก้

  • สนใจผลิตภัณฑ์ที่ช่วย ชะลอริ้วรอยก่อนวัย มากกว่าการแก้ผิวที่เสียไปแล้ว

  • เลือกหัตถการหรือการรักษาที่ เจ็บน้อย บอบบาง ฟื้นตัวไว

  • เน้นผลลัพธ์ที่ “ดูดีระยะยาว” แทนการเปลี่ยนหน้ารวดเร็วแบบไม่เป็นธรรมชาติ

หัวใจของเทรนด์นี้ คือการมองผิวเหมือนการดูแลสุขภาพระยะยาว ไม่ใช่รอให้มีปัญหาแล้วค่อยวิ่งหาทางออกแบบเร่งด่วน

2. Mindful Aesthetics: สวยแบบใส่ใจโลกและผิว

ความงามไม่ได้ถูกมองแค่ผลลัพธ์อีกต่อไป แต่คนรุ่นใหม่เริ่มถามต่อว่า “สิ่งที่ใช้บนผิวเรามาจากไหน และกระทบอะไรบ้าง”

เทรนด์ Mindful Aesthetics คือการผสมกันระหว่างความงามกับความยั่งยืนอย่างจริงจัง

  • สนใจผลิตภัณฑ์ที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • ใช้ วัตถุดิบจากธรรมชาติ มากขึ้น

  • หลีกเลี่ยงสารเคมีฟุ่มเฟือยหรือการแต่งเติมเกินจำเป็น

  • เลือกเวชศาสตร์ความงามที่ให้ผลลัพธ์ ดูเป็นธรรมชาติ เผยผิวสุขภาพดี ไม่ฝืนโครงหน้า

แก่นของเทรนด์นี้ คือการสวยแบบไม่เบียดเบียน ทั้งไม่เบียดเบียนโลก และไม่เบียดเบียนผิวตัวเองเกินไป

3. Fast Aesthetics: เทรนด์มาไว แต่ต้องปลอดภัยเสมอ

ยุคโซเชียลมีเดียทำให้เทรนด์ความงามเกิดไว ดับไว จนแทบตามไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ดวงตาทรง Fox Eyes

  • ริมฝีปากทรง Russian Lip

อินฟลูเอนเซอร์และคอนเทนต์ไวรัลคือแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทำให้หลายคนอยากลองลุคใหม่ หัตถการใหม่อย่างต่อเนื่อง

แต่สิ่งที่ตามมาคือ ความเสี่ยงหากทำตามเทรนด์โดยไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง

ดังนั้นบทบาทของผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม โดยเฉพาะแพทย์ จึงสำคัญมากในการ

  • ให้ข้อมูลที่จริง ครบ และเข้าใจง่าย

  • ช่วยออกแบบการรักษาที่ ปลอดภัย เหมาะกับใบหน้าและสรีระของแต่ละคน

Fast Aesthetics ไม่ได้แปลว่าเปลี่ยนหน้ารัว ๆ อย่างเดียว แต่หมายถึงการรู้เท่าทันเทรนด์เร็ว แล้วยังต้อง ฉลาดเลือกและไม่เสี่ยงเกินไป ด้วย

4. Beauty Fandom: สวยในแบบโลกที่เรารัก

อีกเทรนด์ที่น่าสนใจมากคือ Beauty Fandom ความงามที่เกิดจาก แฟนด้อมและโลกดิจิทัลเฉพาะกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น

  • ศิลปินที่ชื่นชอบ

  • เซเลบไอดอล

  • คาแรกเตอร์อนิเมะ

  • ฟิลเตอร์ในแอปต่าง ๆ

หลายคนปรับลุคตัวเองให้เข้ากับโลกหรือคาแรกเตอร์ที่ตัวเองอิน เช่น การทำศัลยกรรมใบหูให้คล้ายหูเอลฟ์ เป็นต้น

ด้านหนึ่งมันคือการแสดงออกถึงตัวตนและความชอบอย่างเต็มที่ แต่อีกด้าน วงการแพทย์ความงามก็ต้องตั้งคำถามเรื่องจริยธรรมและขอบเขตความเหมาะสม ด้วย

เพราะไม่ใช่ทุกลุคหรือทุกอินสไปร์จากแฟนด้อมจะเหมาะกับร่างกายจริง ๆ ของเราเสมอไป

5. Expressionality: ความงาม = การเป็นตัวเองแบบไม่ต้องขออนุญาตใคร

เทรนด์นี้คือการใช้รูปลักษณ์และสไตล์เป็นเครื่องมือในการแสดงตัวตนอย่างชัดเจน โดยไม่ติดกรอบเดิม ๆ เรื่อง

  • เพศ

  • วัฒนธรรม

  • ขนบความงามแบบดั้งเดิม

คนจำนวนมากเริ่มเชื่อว่า ความงามที่แท้จริงคือการได้เป็นตัวเอง จะหวาน จัดจ้าน มินิมอล ฉูดฉาด ลุคไหนก็ได้ ขอแค่ตรงกับตัวตน ไม่ใช่สิ่งที่สังคมยัดเยียดให้

Expressionality ทำให้วงการความงามต้องปรับตัว เปิดพื้นที่ให้กับความหลากหลาย และเลิกบอกว่าแบบไหนคือมาตรฐานความสวยเพียงหนึ่งเดียว

6. Cancelling Age: เลิกยึดติดว่าต้องดูเด็กเสมอไป

นี่คือเทรนด์ที่สะเทือนทุกความเชื่อเก่า ๆ เรื่องอายุ เพราะผู้คนเริ่ม

  • เลิกหมกมุ่นกับการต้องดูเด็กกว่าจริงเสมอไป

  • หันมา โอบรับความงามที่เหมาะสมกับช่วงวัยของตัวเอง

ไม่ได้แปลว่าปล่อยเลยตามเลย แต่คือการดูแลผิวในมุมมองระยะยาว เน้นให้ผิวแข็งแรงจากภายใน มากกว่าพยายามลบทุกสัญญาณของวัยให้หายไปหมด

แนวโน้มสำคัญคือ

  • สนใจหัตถการและเทคโนโลยีที่ เสริมสร้างความแข็งแรงของผิว ไม่ใช่แค่แต่งเติมภายนอก

  • โฟกัสการดูแลผิวให้สุขภาพดีในทุกช่วงวัย มากกว่าต้องหน้าเหมือนอายุ 20 ตลอดเวลา

Cancelling Age จึงไม่ใช่การปฏิเสธอายุ แต่คือการปฏิเสธความเชื่อเดิม ๆ ที่บอกว่าความอ่อนวัยคือมาตรวัดความสวยเพียงอย่างเดียว

สรุป: ความงามในอนาคตคือเรื่องของตัวตน ผิวแข็งแรง และความยั่งยืน

เมื่อลองมองภาพรวมของทั้ง 6 เทรนด์ จะเห็นทิศทางชัดเจนว่า วงการความงามกำลังขยับจากคำว่า “สวยตามแบบ” ไปสู่การ สวยแบบที่ใช่สำหรับตัวเอง มากขึ้น

  • จากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า → สู่การดูแลเชิงป้องกัน

  • จากเน้นลุคเป๊ะระยะสั้น → สู่ผิวแข็งแรงยั่งยืน

  • จากตามเทรนด์อย่างเดียว → สู่การเลือกสิ่งที่ปลอดภัยและเหมาะกับตัวเองจริง ๆ

  • จากการพยายามหนีอายุ → สู่การยอมรับและดูแลผิวในทุกช่วงวัยอย่างเข้าใจ

ท้ายที่สุด ความงามในยุคใหม่ไม่ใช่เรื่องของการพยายามเปลี่ยนตัวเองเป็นคนอื่น แต่คือการใช้เทคโนโลยี ความรู้ และผลิตภัณฑ์อย่างมีสติ เพื่อช่วยให้เราเป็น ตัวเองในเวอร์ชันที่มั่นใจและมีความสุขที่สุด