DJI เปิดตัว Osmo Pocket 4P อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่สุดของตระกูล Pocket นับตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรก โดยจุดเด่นสำคัญคือการเปลี่ยนมาใช้ ระบบกล้องคู่ (Dual Camera) เป็นครั้งแรก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้หลากหลายขึ้นในอุปกรณ์ขนาดพกพาเพียงเครื่องเดียว
ก่อนหน้านี้ DJI ครองตลาดกล้องกิมบอลขนาดเล็กมาอย่างต่อเนื่องผ่าน Osmo Pocket หลายรุ่น แต่การแข่งขันเริ่มรุนแรงขึ้นหลัง Insta360 เปิดตัว Luna Ultra ที่มาพร้อมระบบกล้องคู่เช่นกัน ทำให้ Osmo Pocket 4P กลายเป็นคำตอบของ DJI สำหรับตลาดครีเอเตอร์และสายวิดีโอที่ต้องการคุณภาพระดับสูงในขนาดที่พกติดตัวได้ง่าย
กล้องคู่ครั้งแรกของซีรีส์ Pocket
หัวใจสำคัญของ Osmo Pocket 4P คือระบบกล้องคู่ที่ประกอบด้วยกล้องหลักเซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 1 นิ้ว พร้อมเลนส์มุมกว้างระยะเทียบเท่า 20 มม. รูรับแสง f/2.0 ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดด้านคุณภาพภาพครั้งสำคัญสำหรับกล้องพกพาของ DJI
ส่วนกล้องตัวที่สองเป็นเลนส์เทเลโฟโต้ระยะเทียบเท่า 60 มม. ใช้เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.28 นิ้ว พร้อมรูรับแสง f/1.8 รองรับการซูมออปติคอล 3 เท่า และซูมดิจิทัลได้สูงสุด 12 เท่า
การเพิ่มเลนส์เทเลเข้ามาช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพบุคคลหรือวัตถุระยะไกลได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการครอปภาพเหมือนรุ่นก่อน ๆ ซึ่งเป็นข้อจำกัดของกล้อง Pocket มาโดยตลอด

เซ็นเซอร์ใหม่ เน้นคุณภาพวิดีโอระดับมืออาชีพ
DJI ระบุว่าเซ็นเซอร์หลักของ Pocket 4P ใช้เทคโนโลยี LOFIC ที่ช่วยเพิ่ม Dynamic Range ได้สูงสุดถึง 17 สต็อป ช่วยเก็บรายละเอียดในส่วนมืดและส่วนสว่างได้มากขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายวิดีโอในสภาพแสงที่มีคอนทราสต์สูง
กล้องทั้งสองตัวยังรองรับการบันทึกวิดีโอแบบ 10-bit D-Log2 ซึ่งเป็นฟอร์แมตที่ออกแบบมาสำหรับการเกรดสีในงานระดับมืออาชีพ ช่วยให้ช่างภาพและครีเอเตอร์มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งสีหลังถ่ายทำมากขึ้น
นอกจากนี้ยังรองรับการบันทึกวิดีโอ 4K สูงสุด 240 เฟรมต่อวินาที ทำให้สามารถสร้างวิดีโอสโลว์โมชั่นคุณภาพสูงได้ในอุปกรณ์ขนาดเล็กเพียงเครื่องเดียว
หน้าจอสว่างขึ้น พร้อมระบบติดตามตัวแบบรุ่นใหม่
Osmo Pocket 4P มาพร้อมหน้าจอ OLED ความสว่างสูงสุด 1,000 นิต ช่วยให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนแม้อยู่กลางแจ้งหรือในสภาพแสงจ้า
ด้านระบบติดตามตัวแบบ DJI ยังคงพัฒนาฟีเจอร์ ActiveTrack ต่อเนื่อง โดย Pocket 4P ใช้ระบบติดตามอัตโนมัติรุ่นใหม่ที่สามารถติดตามบุคคลหรือวัตถุได้แม่นยำขึ้นระหว่างการเคลื่อนไหว
ตัวกล้องยังคงใช้ระบบกิมบอล 3 แกนแบบเดียวกับที่ทำให้ซีรีส์ Pocket ได้รับความนิยม ช่วยให้ภาพวิดีโอมีความนิ่งกว่าสมาร์ตโฟนหรือกล้องแอ็กชันทั่วไปอย่างชัดเจน
เน้นครีเอเตอร์และงานวิดีโอจริงจังมากขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจคือ DJI เลือกเปิดตัว Pocket 4P ที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส แทนที่จะเป็นงานเทคโนโลยีทั่วไป ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทต้องการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ให้เป็นเครื่องมือสำหรับงานสร้างสรรค์วิดีโอและภาพยนตร์มากกว่ากล้องสำหรับสาย Vlog เพียงอย่างเดียว
DJI ยังระบุว่า Pocket 4P ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับระบบนิเวศของบริษัท ไม่ว่าจะเป็น DJI Mic, Ronin และอุปกรณ์เสริมด้านการถ่ายทำอื่น ๆ เพื่อรองรับงานคอนเทนต์ระดับมืออาชีพมากขึ้น
ราคาเริ่มต้นราว 20,000 บาทในจีน
DJI เปิดราคา Osmo Pocket 4P ในจีนที่ 3,799 หยวน หรือประมาณ 17,000-18,000 บาท สำหรับชุดมาตรฐาน ขณะที่ชุด Vlog Kit อยู่ที่ 4,299 หยวน หรือประมาณ 20,000 บาท โดยเพิ่มอุปกรณ์เสริมสำหรับสายครีเอเตอร์เข้ามาอีกหลายรายการ
ในตอนนี้ DJI ยังไม่ได้ประกาศราคาและกำหนดวางจำหน่ายในตลาดโลกอย่างเป็นทางการ แต่หลายสื่อคาดว่าการเปิดตัวในประเทศอื่นจะตามมาในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า
สำหรับตลาดกล้องพกพาปี 2026 การมาของ Osmo Pocket 4P ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของซีรีส์ Pocket เพราะนอกจากจะได้ระบบกล้องคู่เป็นครั้งแรกแล้ว ยังเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์จากกล้อง Vlog ทั่วไปไปสู่เครื่องมือสร้างคอนเทนต์ที่รองรับงานวิดีโอระดับจริงจังมากขึ้นอย่างชัดเจน
ที่มา gsmarena


ความคิดเห็น