กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของงาน Grammy Awards 2026 เมื่อ Billie Eilish และ FINNEAS ขึ้นรับรางวัล Song of the Year จากเพลง WILDFLOWER ในอัลบั้ม Hit Me Hard and Soft
แต่แทนที่จะจบแค่คำขอบคุณ Billie กลับใช้เวทีนี้เป็นพื้นที่ในการออกมาแสดงจุดยืนทางการเมือง ต่อต้านการทำงานของหน่วย ICE (สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ) ที่ถูกวิจารณ์เรื่องการตรวจจับผู้อพยพด้วยความรุนแรง ภายใต้นโยบายของ Donald Trump
ประโยคที่ทำให้คนทั่วโลกจับตาคือ
“ไม่มีใครเป็นคนผิดกฎหมายบนแผ่นดินที่ถูกขโมยมา”
และเธอยังทิ้งท้ายแบบเดือดสุดว่า
“เราต้องพูดต่อไป ประท้วงต่อไป เพราะเสียงของเรามีความหมาย… f*ck ICE”
แน่นอนว่าสปีชนี้สร้างความไม่พอใจให้คนจำนวนไม่น้อย
ทั้ง Kristi Noem รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ที่กล่าวว่า Billie “ขาดข้อมูลโดยสิ้นเชิง”
รวมถึง Elon Musk ที่โจมตีว่าเธอเป็นพวก “ปากว่าตาขยิบ”
แม้แต่ Donald Trump ก็ออกมาวิจารณ์งาน Grammys ว่าเป็น “ขยะ” และ “แย่ที่สุด”
FINNEAS ไม่เงียบ ตอบโต้ผ่าน X
ล่าสุด FINNEAS ออกมาตอบโต้เสียงวิจารณ์เหล่านั้นแบบแรงไม่น้อย โดยโพสต์ว่า
“การที่ได้เห็นเหล่าคนขาวแก่ๆ ทรงอิทธิพลโกรธกับสิ่งที่น้องสาววัย 26 ปีของผมพูด…
มันทำให้เห็นชื่อพวกคุณบนแฟ้มคดี Epstein ชัดเจนมากทีเดียว”
ประโยคนี้ยิ่งทำให้ประเด็นลุกลาม เพราะช่วงนี้ Epstein Files กำลังถูกจับตา หลังมีการเปิดเผยเอกสารเพิ่มเติมหลายล้านหน้า และมีชื่อบุคคลทรงอิทธิพลจำนวนมากปรากฏอยู่ในนั้น
เหตุการณ์นี้สะท้อนชัดว่า Grammy ไม่ได้เป็นแค่งานมอบรางวัลเพลงอีกต่อไป
แต่เป็นพื้นที่ที่ศิลปินใช้ “เสียง” ของตัวเองเพื่อส่งสารทางสังคม
Billie Eilish เป็นตัวแทนของศิลปินรุ่นใหม่ที่ไม่กลัวจะพูดเรื่องสิทธิมนุษยชน
ขณะที่กระแสต่อต้านจากฝ่ายการเมืองและผู้มีอำนาจ ก็ชี้ให้เห็นว่า
“เสียงของคนดัง” ยังมีพลังมากพอจะสร้างแรงสั่นสะเทือน
และการที่ FINNEAS ออกมาปกป้องน้องสาวแบบตรงไปตรงมา
ก็ยิ่งตอกย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดราม่า แต่เป็นบทสนทนาใหญ่ของสังคมอเมริกันในตอนนี้
🎶 สุดท้ายแล้ว นี่อาจเป็นอีกครั้งที่โลกเห็นว่า
ดนตรีไม่ใช่แค่ความบันเทิง
แต่มันคือเครื่องมือของการเคลื่อนไหว และการตั้งคำถามต่ออำนาจด้วยเช่นกัน ✨

