เปิดเส้นทางในฝันบนรางเหล็ก
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเกมรุกตลาดต่างชาติระยะไกล ด้วยการดันจุดขายใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Blue Jasmine Rail Journey” ทัวร์รถไฟหรูที่พาออกเดินทางเชื่อม 3 เมืองมรดกโลกของไทย ในบรรยากาศสโลว์ทราเวลแต่หรูหราสมศักดิ์ศรีจุดหมายปลายทางระดับโลก

ทริปนี้ไม่ใช่แค่ “นั่งรถไฟชมวิว” แบบทั่ว ๆ ไป แต่เป็นการดีไซน์เส้นทางให้ครบรสทั้งประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และความคลาสสิกของการเดินทางบนขบวนรถไฟหรู ที่ตั้งใจจับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยเฉพาะ
จากแผน TATAP สู่ทริปทดลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
หลังแผนปฏิบัติการท่องเที่ยว 2568 (Post-TATAP 2026) ททท.ร่วมกับ บริษัท ดีทีเอช เดสติเนชั่น (ประเทศไทย) จำกัด จัดทริปทดลองเส้นทาง “Blue Jasmine Rail Journey” ระหว่างวันที่ 22–24 กรกฎาคม 2568
ในทริปนี้มีทั้งผู้จัดการตลาด ตัวแทนการตลาด และผู้บริหาร ททท. รวม 39 คน ลงพื้นที่ทดสอบเส้นทางรถไฟหรูที่เชื่อม 3 จังหวัดเมืองมรดกโลก ได้แก่
พระนครศรีอยุธยา
อุทัยธานี
สุโขทัย

เป้าหมายของทริปทดสอบครั้งนี้คือ
ตรวจสอบคุณภาพสินค้าและบริการด้านท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง
พูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้ประกอบการในพื้นที่
เก็บข้อมูลจริงเพื่อไปออกแบบโปรแกรมขายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มคุณภาพ
ททท.ตั้งธงชัดว่าไทยต้องถูกมองเป็นจุดหมายปลายทางเที่ยวได้ทั้งปี เน้นประสบการณ์ที่ “แตกต่าง มีคุณค่า และน่าประทับใจจนอยากกลับมาอีกครั้ง”
เปิดบริการจริง โปรแกม 9 วัน สายรถไฟต้องจด

สำหรับการให้บริการจริง “Blue Jasmine Rail Journey” จะเปิดตัวด้วยโปรแกรมท่องเที่ยว 9 วัน ระหว่างวันที่ 16–24 พฤศจิกายน 2568 เส้นทางใหญ่จัดเต็มคือ
กรุงเทพมหานคร
พระนครศรีอยุธยา
อุทัยธานี
เชียงใหม่
สุโขทัย
กลับสู่กรุงเทพฯ
ททท.มองว่าการท่องเที่ยวด้วยรถไฟหรูเป็นไลฟ์สไตล์การเดินทางที่ตลาดระยะไกลชื่นชอบอยู่แล้ว จึงใช้ “Blue Jasmine Rail Journey” เป็นตัวช่วยยกระดับภาพลักษณ์และเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูง
บนขบวนนี้เน้นทั้งความคลาสสิกของดีไซน์และมาตรฐานการบริการระดับเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อให้ทุกการเดินทางไม่ใช่แค่การย้ายที่ แต่เป็น “ประสบการณ์ที่เล่าได้ไม่รู้จบ”
กลยุทธ์: เพิ่มวันพัก เพิ่มการใช้จ่าย เพิ่มคุณภาพ

แนวคิดหลักของโครงการนี้คือ
เจาะนักท่องเที่ยวคุณภาพจากตลาดต่างประเทศระยะไกล
กระตุ้นให้เพิ่มระยะเวลาพักในไทย
ดันการใช้จ่ายต่อทริปให้สูงขึ้นผ่านประสบการณ์ระดับพรีเมียม
ด้วยเส้นทางที่เชื่อมกลุ่มเมืองมรดกโลก ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งมิติของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตในพื้นที่จริง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยก็มีโอกาสต่อยอดออกแบบโปรแกรมที่ตอบโจทย์ลูกค้าพรีเมียมในระดับสากล
นี่คือการใช้ “รถไฟหรู” เป็นเวทีเชื่อมโลกเข้าหาเมืองไทยอย่างมีสไตล์
3 เมืองมรดกโลก ไฮไลต์ที่ต้องไปเห็นด้วยตา
เส้นทางของ Blue Jasmine เริ่มต้นจาก “สถานีรถไฟหัวลำโพง” ในกรุงเทพฯ ก่อนจะพุ่งเข้าสู่ 3 เมืองมรดกโลกนำร่องที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการนานาชาติ
พระนครศรีอยุธยา – อดีตอาณาจักรยิ่งใหญ่ริมสายน้ำ
อดีตเมืองหลวงเก่าของไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกจากยูเนสโก
โดดเด่นด้วยโบราณสถาน วัดโบราณ และร่องรอยอารยธรรมที่ยังคงความยิ่งใหญ่ให้สัมผัสได้จนถึงวันนี้
ที่นี่คือจุดหมายของสายประวัติศาสตร์และสายถ่ายรูป ที่อยากได้ภาพวัดเก่าแสงสวย ๆ คู่กับบรรยากาศสุดคลาสสิก
อุทัยธานี – เมืองเงียบที่เต็มไปด้วยเสน่ห์
เมืองสงบที่ยังรักษาเสน่ห์ธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้ได้อย่างเต็มที่
มีวิถีชีวิตริมแม่น้ำสะแกกรังที่เรียบง่าย แต่น่าหลงรัก
วัดท่าซุงและพระมหาวิหารแก้วคือไฮไลต์ที่สวยจับตา
อุทัยธานีถือเป็นพื้นที่ตัวอย่างของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการท่องเที่ยวชุมชน ที่เน้นความยั่งยืนและความเป็นตัวเองของท้องถิ่น
สุโขทัย – ต้นกำเนิดอารยธรรมไทย
หนึ่งในเมืองมรดกโลกที่สำคัญที่สุดของไทย
มีอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยที่โดดเด่นทั้งด้านศิลปะ สถาปัตยกรรม และคุณค่าทางประวัติศาสตร์
ที่นี่คือเมืองที่สะท้อนยุครุ่งเรืองของอารยธรรมไทยในอดีต และเป็นหมุดหมายสำคัญของสายวัฒนธรรมที่อยากรู้รากเหง้าของความเป็นไทย

เชื่อมผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่ตลาดโลก
อีกหนึ่งไฮไลต์ของโปรเจกต์นี้คือ การเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการใน อุทัยธานี และสุโขทัย ได้เจอกับตัวแทนตลาดต่างประเทศโดยตรง
ททท.จัดให้มีการ
แลกเปลี่ยนแนวคิดและมุมมองด้านการท่องเที่ยว
แชร์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการท้องถิ่นกับตัวแทนจากต่างชาติ
สร้างเครือข่ายธุรกิจเพื่อพัฒนาโปรแกรมท่องเที่ยวร่วมกัน
ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือ
เส้นทางท่องเที่ยวใหม่ที่มีมาตรฐานและเล่าเรื่องเมืองไทยได้อย่างน่าสนใจ
สินค้าและบริการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพจากต่างประเทศ
การผลักดันเมืองศักยภาพให้กลายเป็น “เมืองน่าเที่ยว” ที่ยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม
Blue Jasmine Rail Journey จึงไม่ได้เป็นแค่ทัวร์รถไฟหรู แต่เป็นเครื่องมือในการยกระดับภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย เชื่อมผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ากับตลาดโลก และเล่าเรื่องเมืองไทยผ่านรางรถไฟอย่างมีสไตล์และทรงพลัง
ใครเป็นสายทริปพรีเมียม ชอบฟีลรถไฟคลาสสิก และหลงรักเมืองเก่า มีเหตุผลมากพอที่จะจับตาทริปนี้ให้ดี เพราะนี่อาจกลายเป็น “ทริปในฝัน” ครั้งต่อไปของคุณบนแผ่นดินไทยก็ได้

