ในช่วงที่ ราคา RAM โดยเฉพาะ DDR5 และ DDR4 พุ่งขึ้นไม่หยุด ผู้ใช้จำนวนมาก โดยเฉพาะสายเกมและประกอบคอม เริ่มหันไปมองผู้ผลิตจากจีนอย่าง CXMT และ YMTC ในฐานะ “ตัวช่วยกู้วิกฤต” ที่อาจทำให้แรมกลับมาราคาเอื้อมถึงอีกครั้ง
แต่เมื่อมองลึกลงไปในโครงสร้างอุตสาหกรรม ความจริงอาจไม่ได้สวยงามอย่างที่หลายคนคาดหวัง เพราะทั้งเรื่องเทคโนโลยี การผลิตจำนวนมาก ราคา และข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ แรมจีนอาจไม่สามารถเข้ามาแก้ปัญหาขาดแคลน RAM ทั่วโลกได้ง่าย ๆ
วิกฤต RAM ตอนนี้รุนแรงแค่ไหน
สถานการณ์ตลาดแรมในปัจจุบันเรียกได้ว่า “ตึงมือ” อย่างมาก
แรมความจุสูงปรับราคาขึ้นแทบทุกสัปดาห์
สาเหตุหลักมาจาก DRAM ขาดแคลน
ผู้ผลิตรายใหญ่หันกำลังการผลิตไปให้ตลาด AI และเซิร์ฟเวอร์
ผลคือ
เกมเมอร์และผู้ใช้ทั่วไปเริ่มหาซื้อ RAM ยากขึ้น
ราคาที่เคยคุ้ม กลายเป็นของแพงในเวลาไม่นาน
ตรงจุดนี้เองที่ชื่อของผู้ผลิตจีนเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น
CXMT และ YMTC คือใครในตลาดหน่วยความจำ
CXMT (ChangXin Memory Technologies)
ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ที่สุดของจีน
เริ่มทำ DDR4 และขยับมาที่ DDR5
YMTC (Yangtze Memory Technologies)
โดดเด่นด้าน NAND Flash
กำลังลงทุนขยายเข้าสู่ DRAM เช่นกัน
ในมุมผู้บริโภค หลายคนหวังว่า
“ถ้าจีนทำแรมได้ ราคาน่าจะถูกกว่าเกาหลีหรือไต้หวัน”
แต่ในความเป็นจริง เรื่องนี้ซับซ้อนกว่านั้นมาก

ปัญหาแรก: เทคโนโลยีการผลิต DDR5 ของ CXMT
DDR5 เป็นเทคโนโลยีที่ปกติแล้วต้องใช้ EUV Lithography
ซึ่งจีน ไม่สามารถเข้าถึงเครื่อง EUV ได้ จากข้อจำกัดด้านการส่งออก
สิ่งที่ CXMT เลือกทำคือ
ใช้เทคนิคทดแทน เช่น
SAQP
การคัดชิปอย่างเข้มข้น (aggressive binning)
ใช้แรงดันไฟ XMP สูงกว่าปกติ
ผลที่ได้คือ
ผลิต DDR5 ได้จริง
แต่ ต้นทุนสูงกว่า คู่แข่งอย่าง Samsung หรือ SK hynix
มีรายงานว่า
ขนาดไดของ CXMT ใหญ่กว่าเจ้าเกาหลีถึง 40–50%
ได้จำนวนชิปต่อเวเฟอร์น้อยกว่า
ยิ่งผลิตเยอะ ต้นทุนยิ่งเสียเปรียบ
ความร้อนและความเสถียรยังเป็นโจทย์ใหญ่
เพื่อดันความเร็วไปถึงระดับ 8,000 MT/s
CXMT ต้องพึ่งการคัดชิปอย่างหนัก ซึ่งส่งผลให้
อุณหภูมิของแรมสูงกว่าคู่แข่ง
ความเสถียรในระยะยาวยังต้องพิสูจน์
และอย่าลืมว่า
การนำแรมไปใช้จริง ไม่ใช่แค่ “เสียบแล้วจบ”
แต่ต้องผ่านขั้นตอน
การทดสอบกับเมนบอร์ด
การรับรองกับ CPU
การแก้ปัญหาร่วมกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์
ซึ่ง CXMT ยังขาดประสบการณ์ในระดับโลก
ผู้ผลิตรายใหญ่ยังไม่กล้าเสี่ยง
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมชี้ตรงกันว่า
แบรนด์อย่าง Apple, HP, Dell
จะไม่เลือกใช้หน่วยความจำจากผู้ผลิตใหม่
หากยังไม่มีประวัติด้านคุณภาพและการแก้ปัญหาระยะยาว
เมื่อมีตัวเลือกที่พิสูจน์แล้วอย่าง Samsung และ SK hynix
ก็แทบไม่มีเหตุผลให้เสี่ยงเปลี่ยน
ราคาถูกจริงไหม? คำตอบคือ “ไม่”
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ
แรมจีน = ราคาถูกกว่าเสมอ
แต่ในความเป็นจริง
CXMT ปฏิเสธว่าไม่ได้ขายต่ำกว่าตลาด
รายงานจาก DigiTimes ระบุว่า
CXMT กำลังปรับราคาให้ใกล้เคียงผู้ผลิตเกาหลี
ฝั่ง YMTC เอง
ยังไม่มีสัญญาณว่าจะตัดราคาตลาด DDR4/DDR5
หมายความว่า
ไม่มี “แรมจีนราคาถูกพิเศษ” อย่างที่หลายคนหวัง
ต่อให้ถูก แล้วจะขายในอเมริกาได้ไหม
นี่คืออุปสรรคใหญ่อีกด้านหนึ่ง
YMTC
ถูกขึ้นบัญชี U.S. Entity List ตั้งแต่ปี 2022
CXMT
แม้ไม่อยู่ใน Entity List
แต่ถูกจำกัดภายใต้กฎหมาย Section 1260H
สหรัฐฯ มีท่าทีชัดเจนว่า
ไม่ต้องการให้เทคโนโลยีหลักของจีน
เข้าไปอยู่ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ขายในตลาดอเมริกา
แม้จะมีความพยายาม
รัฐบาลก็สามารถออกมาตรการสกัดได้ทันที
สรุป: แรมจีนยังไม่ใช่ฮีโร่ของตลาด
เมื่อพิจารณาทั้งหมดแล้ว
ต้นทุนการผลิตยังสูง
ยังขาดประสบการณ์ระดับโลก
ไม่มีความได้เปรียบด้านราคา
และติดข้อจำกัดด้านการเมืองและกฎระเบียบ
ทำให้ความหวังที่ว่า
CXMT หรือ YMTC จะมาช่วยกดราคาแรมให้ถูกลงทั่วโลก
อาจเป็นเพียงความฝันในระยะสั้น
ในโลกความจริง วิกฤต RAM ยังต้องพึ่ง
ผู้ผลิตรายเดิม
และการคลี่คลายของตลาด DRAM สำหรับ AI
มากกว่าการรอ “ผู้ช่วยจากจีน” เข้ามาเปลี่ยนเกม

