รับแอปรับแอป

แรมจีนจะช่วยแก้วิกฤตได้จริงไหม? ทำไม CXMT และ YMTC อาจไม่ใช่คำตอบของเกมเมอร์

Phanuphong.T02-05

ในช่วงที่ ราคา RAM โดยเฉพาะ DDR5 และ DDR4 พุ่งขึ้นไม่หยุด ผู้ใช้จำนวนมาก โดยเฉพาะสายเกมและประกอบคอม เริ่มหันไปมองผู้ผลิตจากจีนอย่าง CXMT และ YMTC ในฐานะ “ตัวช่วยกู้วิกฤต” ที่อาจทำให้แรมกลับมาราคาเอื้อมถึงอีกครั้ง

แต่เมื่อมองลึกลงไปในโครงสร้างอุตสาหกรรม ความจริงอาจไม่ได้สวยงามอย่างที่หลายคนคาดหวัง เพราะทั้งเรื่องเทคโนโลยี การผลิตจำนวนมาก ราคา และข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ แรมจีนอาจไม่สามารถเข้ามาแก้ปัญหาขาดแคลน RAM ทั่วโลกได้ง่าย ๆ


วิกฤต RAM ตอนนี้รุนแรงแค่ไหน

สถานการณ์ตลาดแรมในปัจจุบันเรียกได้ว่า “ตึงมือ” อย่างมาก

  • แรมความจุสูงปรับราคาขึ้นแทบทุกสัปดาห์

  • สาเหตุหลักมาจาก DRAM ขาดแคลน

  • ผู้ผลิตรายใหญ่หันกำลังการผลิตไปให้ตลาด AI และเซิร์ฟเวอร์

ผลคือ

  • เกมเมอร์และผู้ใช้ทั่วไปเริ่มหาซื้อ RAM ยากขึ้น

  • ราคาที่เคยคุ้ม กลายเป็นของแพงในเวลาไม่นาน

ตรงจุดนี้เองที่ชื่อของผู้ผลิตจีนเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น


CXMT และ YMTC คือใครในตลาดหน่วยความจำ

  • CXMT (ChangXin Memory Technologies)

    • ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ที่สุดของจีน

    • เริ่มทำ DDR4 และขยับมาที่ DDR5

  • YMTC (Yangtze Memory Technologies)

    • โดดเด่นด้าน NAND Flash

    • กำลังลงทุนขยายเข้าสู่ DRAM เช่นกัน

ในมุมผู้บริโภค หลายคนหวังว่า

“ถ้าจีนทำแรมได้ ราคาน่าจะถูกกว่าเกาหลีหรือไต้หวัน”

แต่ในความเป็นจริง เรื่องนี้ซับซ้อนกว่านั้นมาก


ปัญหาแรก: เทคโนโลยีการผลิต DDR5 ของ CXMT

DDR5 เป็นเทคโนโลยีที่ปกติแล้วต้องใช้ EUV Lithography
ซึ่งจีน ไม่สามารถเข้าถึงเครื่อง EUV ได้ จากข้อจำกัดด้านการส่งออก

สิ่งที่ CXMT เลือกทำคือ

  • ใช้เทคนิคทดแทน เช่น

    • SAQP

    • การคัดชิปอย่างเข้มข้น (aggressive binning)

    • ใช้แรงดันไฟ XMP สูงกว่าปกติ

ผลที่ได้คือ

  • ผลิต DDR5 ได้จริง

  • แต่ ต้นทุนสูงกว่า คู่แข่งอย่าง Samsung หรือ SK hynix

มีรายงานว่า

  • ขนาดไดของ CXMT ใหญ่กว่าเจ้าเกาหลีถึง 40–50%

  • ได้จำนวนชิปต่อเวเฟอร์น้อยกว่า

  • ยิ่งผลิตเยอะ ต้นทุนยิ่งเสียเปรียบ


ความร้อนและความเสถียรยังเป็นโจทย์ใหญ่

เพื่อดันความเร็วไปถึงระดับ 8,000 MT/s
CXMT ต้องพึ่งการคัดชิปอย่างหนัก ซึ่งส่งผลให้

  • อุณหภูมิของแรมสูงกว่าคู่แข่ง

  • ความเสถียรในระยะยาวยังต้องพิสูจน์

และอย่าลืมว่า
การนำแรมไปใช้จริง ไม่ใช่แค่ “เสียบแล้วจบ”
แต่ต้องผ่านขั้นตอน

  • การทดสอบกับเมนบอร์ด

  • การรับรองกับ CPU

  • การแก้ปัญหาร่วมกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์

ซึ่ง CXMT ยังขาดประสบการณ์ในระดับโลก


ผู้ผลิตรายใหญ่ยังไม่กล้าเสี่ยง

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมชี้ตรงกันว่า

  • แบรนด์อย่าง Apple, HP, Dell

  • จะไม่เลือกใช้หน่วยความจำจากผู้ผลิตใหม่

  • หากยังไม่มีประวัติด้านคุณภาพและการแก้ปัญหาระยะยาว

เมื่อมีตัวเลือกที่พิสูจน์แล้วอย่าง Samsung และ SK hynix
ก็แทบไม่มีเหตุผลให้เสี่ยงเปลี่ยน


ราคาถูกจริงไหม? คำตอบคือ “ไม่”

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ

แรมจีน = ราคาถูกกว่าเสมอ

แต่ในความเป็นจริง

  • CXMT ปฏิเสธว่าไม่ได้ขายต่ำกว่าตลาด

  • รายงานจาก DigiTimes ระบุว่า

    • CXMT กำลังปรับราคาให้ใกล้เคียงผู้ผลิตเกาหลี

ฝั่ง YMTC เอง

  • ยังไม่มีสัญญาณว่าจะตัดราคาตลาด DDR4/DDR5

หมายความว่า
ไม่มี “แรมจีนราคาถูกพิเศษ” อย่างที่หลายคนหวัง


ต่อให้ถูก แล้วจะขายในอเมริกาได้ไหม

นี่คืออุปสรรคใหญ่อีกด้านหนึ่ง

  • YMTC

    • ถูกขึ้นบัญชี U.S. Entity List ตั้งแต่ปี 2022

  • CXMT

    • แม้ไม่อยู่ใน Entity List

    • แต่ถูกจำกัดภายใต้กฎหมาย Section 1260H

สหรัฐฯ มีท่าทีชัดเจนว่า

  • ไม่ต้องการให้เทคโนโลยีหลักของจีน

  • เข้าไปอยู่ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ขายในตลาดอเมริกา

แม้จะมีความพยายาม
รัฐบาลก็สามารถออกมาตรการสกัดได้ทันที


สรุป: แรมจีนยังไม่ใช่ฮีโร่ของตลาด

เมื่อพิจารณาทั้งหมดแล้ว

  • ต้นทุนการผลิตยังสูง

  • ยังขาดประสบการณ์ระดับโลก

  • ไม่มีความได้เปรียบด้านราคา

  • และติดข้อจำกัดด้านการเมืองและกฎระเบียบ

ทำให้ความหวังที่ว่า
CXMT หรือ YMTC จะมาช่วยกดราคาแรมให้ถูกลงทั่วโลก
อาจเป็นเพียงความฝันในระยะสั้น

ในโลกความจริง วิกฤต RAM ยังต้องพึ่ง

  • ผู้ผลิตรายเดิม

  • และการคลี่คลายของตลาด DRAM สำหรับ AI

มากกว่าการรอ “ผู้ช่วยจากจีน” เข้ามาเปลี่ยนเกม