รับแอปรับแอป

ฟีลสแกนดิเนเวียไม่ต้องบินไกล! 7 วันบนทะเลสาบน้ำแข็งไบคาล ดวงตาสีฟ้าแห่งไซบีเรีย

อรรถพล วงศ์เจริญ01-31

หนีร้อนไปเหยียบน้ำแข็งที่ “ดวงตาสีฟ้าแห่งไซบีเรีย”

อยากลองเดินบนผืนน้ำแข็งใส ๆ ที่เค้าว่ากันว่าเป็น ดวงตาสีฟ้าแห่งไซบีเรีย ไหม? ทริปนี้พาไปทะเลสาบไบคาลแบบจุก ๆ 7 วันเต็ม ตั้งแต่เมืองเอียร์คุตสค์สุดคลาสสิก ไปจนถึงเกาะโอลคอนสุดลึกลับ พร้อมจัดเต็มทุกประสบการณ์หิมะ น้ำแข็ง วัฒนธรรม และอาหารท้องถิ่นตัวจริงเสียงจริง

  • เที่ยวทะเลสาบน้ำแข็งในช่วงที่สวยที่สุดของปี

  • พักรีสอร์ทบรรยากาศดีบนเกาะโอลคอน โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว

  • ชิมอาหารสไตล์ยุโรปผสมเอเชีย และเมนูปลาโอมุลขึ้นชื่อ

  • ซึมซับธรรมชาติสุดอลังการ พร้อมเรียนรู้วิถีชาวไซบีเรียและชนเผ่าพื้นเมือง

  • พิเศษ! ถ่ายภาพมุมสูงบนทะเลสาบน้ำแข็งด้วยโดรนโดยช่างภาพมืออาชีพ

ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 109,000 บาท โดยสายการบินไซบีเรีย แอร์ไลน์ (S7) บินตรงสู่เอียร์คุตสค์

ช่วงเดินทางที่จัดโปรแกรม: มกราคม – กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2569 (หลายวันเดินทางให้เลือก)

หมายเหตุ: โปรแกรมเป็นแผนที่จัดทำล่วงหน้า ควรเช็คที่นั่งว่างและอัปเดตก่อนจองทุกครั้ง

ไฮไลต์เส้นทางในทริปเดียว

เส้นทางนี้อัดแน่นไปด้วยทั้งแลนด์มาร์กเมืองเอียร์คุตสค์และธรรมชาติรอบทะเลสาบไบคาล

  • กรุงเทพฯ – เอียร์คุตสค์ (รัสเซีย)

  • เมืองเอียร์คุตสค์และแลนด์มาร์กสำคัญ: คีรอฟสแควร์, มหาวิหารเอพิพานี, ถนนคาร์ล มาร์ก, พิพิธภัณฑ์บ้านกบฎเดือนธันวาคม

  • เมืองลิสต์เวียนก้า ริมทะเลสาบไบคาล, TALTSY MUSEUM, พิพิธภัณฑ์ไบคาล, จุดชมวิวเนินเขาเชียร์สกี้

  • กิจกรรมสนุก ๆ: สุนัขลากเลื่อน, นั่งกระเช้า Chair Lift, นั่งเรือ Hovercraft บนน้ำแข็ง

  • เกาะโอลคอน: หมู่บ้านคูเซอร์, แหลมบูรคาน, โขดหินชามาน, แหลมโคบอย, ถ้ำน้ำแข็ง, อ่าว UZYTY BAY

  • เรียนรู้วัฒนธรรม: พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์, หมู่บ้าน Ust-Orda, โชว์พื้นเมืองบูร์ยาต และวิถีชนเผ่ามองโกล

  • เดินเล่นชิล ๆ ที่ย่านถนนคนเดิน 130 ควอร์เตอร์ แหล่งแฮงเอาต์เก๋ ๆ ของเอียร์คุตสค์

วันแรก: ลุยไซบีเรีย เริ่มต้นที่เอียร์คุตสค์

เช้าเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินไซบีเรีย แอร์ไลน์ เจ้าหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องเช็คอินและสัมภาระ จากนั้นขึ้นเครื่องมุ่งหน้าสู่เมืองเอียร์คุตสค์ ใช้เวลาบินราว 6 ชั่วโมงกว่า ๆ มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

ลงเครื่องที่เอียร์คุตสค์ เมืองเวลานำหน้าไทยเล็กน้อย เสร็จขั้นตอน ตม. และศุลกากรแล้ว เข้าสู่ที่พักในตัวเมือง

ค่ำนี้รับประทานอาหารที่ห้องอาหารโรงแรม ก่อนพักผ่อนที่ IRKUTSK CITY CENTER HOTEL หรือโรงแรมระดับใกล้เคียง 4 ดาว

กระเป๋าโหลดส่วนใหญ่จำกัดที่ประมาณ 23 กก. และกระเป๋าถือราว 10 กก. แนะนำวางแผนสัมภาระให้ดีตั้งแต่ต้นทริป

วันที่สอง: ทำความรู้จัก “ปารีสแห่งไซบีเรีย”

วันนี้คือวันทำความรู้จักเอียร์คุตสค์ เมืองใหญ่สุดในแถบไซบีเรียตะวันออก ที่ถูกเรียกว่า ปารีสแห่งไซบีเรีย เพราะถนนกว้างและอาคารสไตล์ยุโรปสุดคลาสสิก

ช่วงเช้า รับประทานอาหารที่โรงแรม แล้วเริ่มทัวร์รอบเมือง

  • เดินชมย่าน คีรอฟสแควร์ (Kirov Square) ศูนย์กลางการค้าและสวนสาธารณะสำคัญ

  • ชมอนุสาวรีย์เปลวไฟนิรันดร์ ริมแม่น้ำแองการ่า และป้อมไม้ที่เคยใช้ป้องกันสัตว์ป่าและเก็บสมบัติจากการค้า

  • แวะชม มหาวิหารเอพิพานี ที่ปัจจุบันถูกปรับใช้เป็นอาคารราชการ โรงเรียนการแพทย์ พิพิธภัณฑ์ และสวนสาธารณะกลางเมือง

ช่วงบ่าย ทัวร์ต่อบนถนนสายสำคัญของเมือง

  • เดินทางสู่ ถนนคาร์ล มาร์ก ชมอนุสาวรีย์พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 ผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิดสร้างทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียระยะทางเกือบ 9,300 กม.

  • เข้าเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์บ้านกบฎเดือนธันวาคม (Decembrist Museum) ที่เล่าเรื่องราวของเหล่าขุนนางและคนชั้นสูงซึ่งถูกเนรเทศมายังไซบีเรีย พร้อมเปิดมุมมองอีกด้านของประวัติศาสตร์รัสเซีย

ค่ำ รับประทานอาหารที่ภัตตาคารในเมือง ก่อนกลับเข้าพักที่โรงแรมเดิม

วันที่สาม: ลิสต์เวียนก้า – ใกล้ชิดทะเลสาบไบคาลแบบเน้น ๆ

วันนี้เริ่มสัมผัสทะเลสาบไบคาลแบบใกล้ชิด ขึ้นชื่อว่าเป็น ไข่มุกแห่งไซบีเรีย และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากยูเนสโกตั้งแต่ปี 1996

หลังอาหารเช้า ออกเดินทางสู่เมือง ลิสต์เวียนก้า (LISTVYANKA) เมืองเล็ก ๆ ริมทะเลสาบไบคาล ระยะทางประมาณ 70 กม. ตลอดทางได้ชมวิวแม่น้ำแองการ่า แม่น้ำสายหลักที่ทะเลสาบไบคาลไหลออก และเป็นแม่น้ำที่ไม่เคยกลายเป็นน้ำแข็งแม้อากาศจะหนาวเพียงใด

ระหว่างทางแวะชมสถานที่สำคัญ

  • TALTSY MUSEUM พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่รวมบ้านไม้ โบสถ์ โรงเรียน และสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมจากหมู่บ้านรอบ ๆ ทะเลสาบไบคาล หลังจากหลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมจากการสร้างเขื่อน บ้านโบราณที่ยังมีคุณค่าจึงถูกย้ายมารวมไว้ที่นี่

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันในร้านท้องถิ่น พร้อมเมนูไฮไลต์คือ ปลาโอมุล ปลาเฉพาะถิ่นของไบคาล

บ่าย เข้าสู่โหมดเรียนรู้ไบคาลแบบลึกขึ้น

  • เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ไบคาล เพื่อทำความรู้จักประวัติความเป็นมาของทะเลสาบที่มีอายุกว่า 25 ล้านปี ชมนิทรรศการจำลองใต้น้ำ และสัตว์น้ำท้องถิ่นหายาก รวมถึงแมวน้ำพันธุ์น้ำจืดที่พบได้ที่นี่ที่เดียวในโลก

  • ขึ้นกระเช้าแบบห้อยขา CHAIR LIFT สู่จุดชมวิว CHERSKY STONE ที่เป็นทั้งลานสกีและจุดชมวิวแบบพาโนรามา

  • สนุกกับการนั่งรถเลื่อนลากด้วยสุนัขฮัสกี้สายพันธุ์ท้องถิ่น ลากไปบนทุ่งหิมะและป่าสนไทก้า ใช้เวลาต่อรอบประมาณไม่กี่นาที แต่ความประทับใจยาวนาน

ค่ำ รับประทานอาหารที่ภัตตาคาร จากนั้นเตรียมจัดกระเป๋าใบเล็กสำหรับไปค้างคืนบนเกาะโอลคอน 2 คืน ส่วนกระเป๋าใบใหญ่ฝากไว้ที่โรงแรม เพื่อให้การเดินทางสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น

พักที่โรงแรมในเอียร์คุตสค์เช่นเดิม

วันที่สี่: มุ่งหน้าสู่เกาะโอลคอน และหมู่บ้านคูเซอร์

เกาะโอลคอนคือหัวใจของทริปนี้ เพราะเป็นจุดที่ได้สัมผัสทะเลสาบน้ำแข็งแบบจัดเต็ม ทั้งวิว ทั้งวัฒนธรรม และบรรยากาศ

หลังอาหารเช้าที่โรงแรมและเช็คเอาต์แล้ว ออกเดินทางมุ่งหน้าไปเกาะโอลคอน ระหว่างทางแวะ

  • พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ (MUSEUM OF BURYAT CULTURE) เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาวยาคุตสค์และชาวพื้นเมืองแถบนี้ ผ่านข้าวของเครื่องใช้ วิถีชีวิตแบบล่าสัตว์และเก็บของป่า ตลอดจนความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งศักดิ์สิทธิ์

  • แวะชม หมู่บ้าน Ust-Orda แหล่งชุมชนชาวเผ่า Buryat ที่ใหญ่ที่สุดในไซบีเรีย ซึ่งมีวัฒนธรรมผสมผสานการนับถือผีและพุทธมหายาน ให้บรรยากาศแบบอาณาจักรมองโกลในอดีต พร้อมร่วมกิจกรรมการเต้นรำแบบดั้งเดิม Golden Horde Dance Culture และชิมว้อดกาท้องถิ่น

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันในร้านท้องถิ่น พร้อมชมการแสดงพื้นเมืองของชาวบูร์ยาต

จากนั้นเดินทางต่อสู่ เกาะโอลคอน (OLKHON ISLAND) เกาะขนาดใหญ่ที่สุดในทะเลสาบไบคาล พื้นที่กว่า 730 ตารางกิโลเมตร ในฤดูหนาวที่ผิวน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง รถตู้รัสเซีย UAZ จะพาขับข้ามผืนน้ำแข็ง สู่ หมู่บ้านคูเซอร์ (KHUZHIR VILLAGE) หมู่บ้านหลักของเกาะ

เข้าที่พักบรรยากาศอุ่นสบายในสไตล์รีสอร์ท ปล่อยเวลาให้ทุกคนพักผ่อนตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารที่ห้องอาหารของรีสอร์ท และพักที่ BAIKAL VIEW (ห้องพัก COMFORT ROOM หรือเทียบเท่า)

วันที่ห้า: ฟินสุดบนทะเลสาบน้ำแข็ง – แหลมบูรคาน แหลมโคบอย และโดรนช็อตสุดปัง

วันนี้คือวันโปรดของสายถ่ายรูปและสายล่าทะเลสาบน้ำแข็งสีฟ้าแบบตัวจริง

หลังอาหารเช้าที่รีสอร์ท เตรียมชุดกันหนาวให้พร้อม แล้วออกขับรถบนทะเลสาบน้ำแข็ง

เส้นทางวันนี้มุ่งหน้าสู่ แหลมบูรคาน (BURKHAN CAPE) หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในเอเชีย เพราะที่นี่คือที่ตั้งของ โขดหินชามาน (SHAMAN ROCK) หินผาสูงตระหง่านยื่นออกไปบนผืนน้ำแข็ง เคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีของหมอผีพื้นเมืองมาก่อนที่ศาสนาพุทธจากธิเบตจะแพร่เข้ามา

ระหว่างเดินเที่ยวและถ่ายรูป คุณจะได้เห็นทะเลสาบน้ำแข็งสีฟ้ากว้างสุดสายตา เป็นวิวที่ทั้งนิ่ง สงบ และมีพลังไปพร้อม ๆ กัน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบ ปิกนิกบนทะเลสาบน้ำแข็ง ประสบการณ์ที่ไม่ได้เจอกันง่าย ๆ

ช่วงบ่าย ทริปพาไปยังตอนเหนือของเกาะโอลคอน สู่ แหลมโคบอย (KOBOI CAPE) จุดชมวิวที่มองออกไปเห็นน้ำแข็งและหิมะกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา น้ำในส่วนนี้ของทะเลสาบมีความลึกและสีเข้มกว่าทางตอนใต้ ให้มู้ดต่างกันแบบชัดเจน

  • แวะชม หินสามพี่น้อง (THREE BROTHER ROCK)

  • เก็บภาพวิวแบบจัดเต็มที่ อ่าว UZYTY BAY จุดชมวิวที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของเกาะ

  • แวะตามจุดต่าง ๆ บนผืนน้ำแข็งสีฟ้า เพื่อชมถ้ำน้ำแข็งที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งงอกน้ำแข็งย้อย รูปทรงแปลกตา

และที่ไม่ควรพลาดคือกิจกรรม ถ่ายภาพมุมสูงด้วยโดรน โดยช่างภาพท้องถิ่นมืออาชีพ ให้ภาพคุณยืนเล่นบนทะเลสาบน้ำแข็งแบบมุม bird-eye view ที่ไม่ต้องพึ่งไม้เซลฟี่

ค่ำ กลับที่พัก รับประทานอาหารในรีสอร์ท พักผ่อนที่ BAIKAL VIEW คืนที่สอง

วันที่หก: โชว์โหมด Hovercraft – ล่องบนผืนน้ำแข็ง และปิดท้ายด้วยย่าน 130 ควอร์เตอร์

วันนี้ได้เปลี่ยนบรรยากาศการเดินทางอีกครั้ง หลังอาหารเช้าที่โรงแรมและเช็คเอาต์ รถตู้ UAZ จะมารับสัมภาระไปจัดส่งที่รถบัส ส่วนเราเปลี่ยนมานั่ง เรือ Hovercraft ที่สามารถวิ่งได้ทั้งบนผิวน้ำ หิมะ และน้ำแข็ง

เรือจะพาออกสำรวจฝั่งตอนใต้ของเกาะโอลคอน ในเขตทะเลน้อย พื้นที่ที่มักจะแข็งตัวเป็นน้ำแข็งก่อนบริเวณอื่น ๆ แถมยังเต็มไปด้วยถ้ำน้ำแข็ง อุโมงค์ และผืนน้ำแข็งใสที่มีฟองอากาศสวย ๆ ให้ถ่ายรูปเพลิน

จากนั้นขึ้นสู่จุดที่สูงที่สุดของเกาะ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน สถูปแห่งการตรัสรู้ สูงราว 8 เมตร ในสไตล์สถาปัตยกรรมแบบพุทธธิเบต สร้างอุทิศให้พระแม่ดรากินาโทรมานักโม ที่นี่ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธบนเกาะ เชื่อกันว่าหากตั้งจิตให้สงบ แล้วเดินวนรอบสถูป 3 รอบ คำอธิษฐานจะเป็นจริง

หลังเก็บภาพและซึมซับบรรยากาศจนเต็มที่ ก็ข้ามกลับฝั่ง ขึ้นรถบัสเดินทางกลับสู่เมืองเอียร์คุตสค์ ระหว่างทางชมวิวหมู่บ้านเล็ก ๆ และป่าสนไทก้าที่ถูกห่มด้วยหิมะราวฉากในนิทาน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันในร้านอาหารท้องถิ่น

บ่าย พาไปปล่อยช็อปและเดินเล่นที่ ย่านถนนคนเดิน 130 ควอร์เตอร์ ย่านฮิปของเอียร์คุตสค์ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร บาร์ ร้านของฝาก และอาคารไม้สไตล์ไซบีเรียสุดคลาสสิก ให้เวลาเดินถ่ายรูป จิบกาแฟ ชิมขนม หรือช้อปของฝากแบบสบาย ๆ

ค่ำ รับประทานอาหารที่ร้านอาหารท้องถิ่น ก่อนเข้าพักที่ IRKUTSK CITY CENTER HOTEL หรือโรงแรมระดับเทียบเท่า

วันที่เจ็ด: โบกมือลาดวงตาสีฟ้าแห่งไซบีเรีย

เช้าวันสุดท้าย รับประทานอาหารที่โรงแรมและเช็คเอาต์ เตรียมตัวเดินทางกลับสนามบินเอียร์คุตสค์ แนะนำยังคงสวมเสื้อผ้าให้ความอบอุ่นเต็มที่ เพราะต้องขึ้นรถบัสจากหน้าเกตไปขึ้นเครื่องกลางแจ้ง

จัดการเรื่องน้ำหนักกระเป๋าให้เรียบร้อย ก่อนเช็คอินและขึ้นเครื่องของสายการบินไซบีเรีย แอร์ไลน์ มุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ ใช้เวลาบินราว 6 ชั่วโมงกว่า ๆ พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

ลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมความทรงจำจากทะเลสาบน้ำแข็งที่สวยราวอยู่ในอีกโลกหนึ่ง

ทำไมทริปไบคาลนี้ถึงโคตรคู่ควร

  • ได้ทั้งเมือง ทั้งธรรมชาติ ทั้งวัฒนธรรม ในทริปเดียว

  • เดินบนผืนน้ำแข็งสีฟ้าแบบของจริง พร้อมถ้ำน้ำแข็งและวิวแบบที่ในรูปยังสู้ของจริงไม่ได้

  • ได้สัมผัสวิถีชาวไซบีเรีย ชาวบูร์ยาต และกลิ่นอายอาณาจักรมองโกลแบบไม่ต้องนั่งไทม์แมชชีน

  • กิจกรรมแน่นแต่ไม่โหด ทั้งสุนัขลากเลื่อน Hovercraft รถตู้วิ่งบนทะเลสาบ และโดรนเก็บภาพแบบจัดเต็ม

  • ที่พักดี อาหารจัดเต็ม ทั้งเมนูท้องถิ่นและอาหารสไตล์ยุโรป-เอเชีย

ถ้าคุณกำลังมองหาทริปต่างประเทศที่ได้ฟีลลุยหิมะ ยืนกลางผืนน้ำแข็ง และได้ภาพโทนฟ้า-ขาวสุดอลังการไว้ลงโซเชียล ทะเลสาบไบคาลช่วงต้นปีคือหนึ่งในลิสต์ที่ไม่ควรพลาดอย่างแรง