รับแอปรับแอป

ถอดรหัสอนาคตอาหารไทย 2569: จากดาวมิชลินสู่เทรนด์ที่ทั้งโลกจับตา

วรพล ศรีรุ่ง01-31

เปิดฉาก: ทำไมอาหารไทยกำลังดังที่สุดในรอบยุค

ไม่ต้องเป็นนักชิมมืออาชีพก็พอจะรู้สึกได้ว่า อาหารไทยกำลังยืนหนึ่งบนเวทีโลก ธงไตรรงค์โบกสะบัดอยู่ทุกลิสต์สำคัญ ร้านอาหารในบ้านเราทยอยไต่อันดับในรายชื่อร้านดีที่สุดของโลกกันแบบรัวๆ

ในประเทศเอง วงการอาหารก็เดือดจนแทบเดือดพล่าน เต็มไปด้วยพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และความมั่นใจแบบที่ไม่เคยชัดเจนเท่านี้มาก่อน

เราเลยชวนคุณมาดูสองร้านอาหารในไทยที่สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ พร้อมส่องให้ลึกว่า ทิศทางอาหารไทยและเทรนด์อาหารโลกปี 2569 กำลังมุ่งหน้าไปทางไหน

The Groundbreakers: ร้านที่เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่

The Southern Rebellion: Sorn

ศรณ์ (Sorn) ไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหารใต้ แต่คือการลุกขึ้นมาปฏิวัติภาพจำอาหารปักษ์ใต้บนเวทีโลก

เชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ พาเด็กปักษ์ใต้ในก้นครัวขึ้นมายืนกลางสปอร์ตไลต์ ด้วยการทำให้ Sorn กลายเป็น ร้านอาหารไทยร้านแรกของโลกที่คว้า 3 ดาวมิชลิน ในปี 2567

แม้จะเติบโตมาในครอบครัวสายบันเทิง พ่อแม่เป็นผู้กำกับและนักแสดงชื่อดัง แต่ช่วงเวลาที่จำได้ไม่มีวันลืมกลับเป็นช่วงที่อยู่กับคุณย่าชาวปักษ์ใต้ในครัว ช่วยทำกับข้าว ซึมซับรสชาติอาหารบ้านๆ รสจัดจ้านแบบ “หรอยแรง”

จากความทรงจำในครัวเล็กๆ นั้น นำไปสู่การเปิดร้านแรกในชีวิตอย่าง ‘บ้านไอซ์’ ย่านประชานิเวศน์ จุดสตาร์ตเส้นทางสายอาหารของเขา

สิ่งที่ทำให้เชฟไอซ์โดดเด่น คือเขาไม่ได้เดินตามสูตรสำเร็จของการเรียนครัวฝรั่งเหมือนเชฟไทยอีกหลายคน แต่เลือกยืนบนรากเหง้าของตัวเองอย่างเต็มตัว

เขาเชื่อใน “รสมือคุณย่า” และวิถีการกินแบบไทยแท้ เลยตั้งใจอนุรักษ์วิธีการกินของคนไทยในแบบดั้งเดิม พร้อมปรับภาพลักษณ์อาหารปักษ์ใต้จากคำว่า “บ้านๆ” ให้กลายเป็นจานหรูบนโต๊ะไฟน์ไดนิ่ง

ผลลัพธ์คืออาหารปักษ์ใต้ที่ยังคงความเข้มข้นแบบดั้งเดิม แต่เล่าเรื่องได้ทันสมัย สวยงาม และภาคภูมิใจในความเป็นไทยสุดๆ

The German Ambassadors with Knives: Sühring

อีกฟากหนึ่งของกรุงเทพฯ Sühring คือหลักฐานว่า การทำอาหารไม่จำเป็นต้องเป็น “อาหารไทย” เพื่อจะไปถึงฝันในประเทศนี้

ร้านนี้ก่อตั้งโดยสองเชฟฝาแฝดชาวเบอร์ลิน Thomas และ Mathias Sühring ผู้หลอมรวมหัวใจคลาสสิกแบบเยอรมันเข้ากับมุมมองร่วมสมัย

เทสติ้งเมนูของพวกเขาเต็มไปด้วยเสน่ห์ของอาหารเยอรมันที่ถูกเล่าใหม่ ผ่านแรงบันดาลใจจากหลายอย่างในชีวิต

  • ฟาร์มและห้องครัวสนุกๆ ของคุณยาย

  • สูตรอาหารครอบครัว

  • ความทรงจำวัยเด็ก

  • การเดินทางของสองพี่น้อง

พวกเขาเน้นวัตถุดิบตามฤดูกาล ใช้เทคนิคดั้งเดิมแบบเยอรมัน ทั้งหมัก ดอง และรมควัน แล้วค่อยลากเส้นเชื่อมกับการใช้ชีวิตและภูมิปัญญาเกษตรของผู้คนในภูมิภาคนี้

ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวธัญพืช การหาปลาจากทะเลสาบ ไปจนถึงการหาอาหารในป่า ทุกอย่างถูกตีความใหม่ให้ร่วมสมัยและหรูหรา แต่ยังอบอุ่นด้วยความทรงจำ

Sühring ยืนระยะกับ ดาวมิชลิน 2 ดาวต่อเนื่องถึง 7 ปี ก่อนจะก้าวกระโดดคว้า 3 ดาวสำเร็จในปี 2568 กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของความเป็นเลิศด้านอาหารในประเทศไทย

นี่คือข้อความชัดเจนถึงคนทำอาหารทั่วโลกว่า กรุงเทพฯ คือเวทีที่คุณสามารถไล่ตามความฝันด้านอาหารได้ แม้จะไม่ได้ทำอาหารไทยเลยก็ตาม

What’s Next? บทต่อไปของวงการอาหารไทย

เมื่อสองร้านที่ยืนบนคนละปลายขั้ว—อาหารใต้โคตรดั้งเดิม และอาหารเยอรมันสไตล์ใหม่—ต่างก้าวไปยืนแถวหน้าในเวทีโลก คำถามคือ แล้วเทรนด์ต่อไปจะเป็นอย่างไร?

มาดูบทต่อไปของโลกอาหารปี 2569 ที่เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ

Casual: จากไฟน์ไดนิ่งสู่ฟีลสบายแต่โคตรตั้งใจ

แม้ร้านใหม่ๆ จะผุดขึ้นราวดอกเห็ด แต่ถ้าซูมดูดีๆ จะเห็นชัดว่า ไฟน์ไดนิ่งค่อยๆ หลบทางให้ร้านสไตล์สบายๆ มากขึ้น

เหตุผลก็ไม่ซับซ้อนนัก ในยุคเศรษฐกิจโลกผันผวน ร้านที่ปรับตัวง่าย คล่องตัว และราคาเข้าถึงได้ย่อมได้เปรียบ

  • ข้าวแกงกลายเป็นเมนูยอดนิยมบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี

  • บิสโทรเล็กๆ แต่อร่อยจริงจังถูกปักหมุดกันแน่น

  • บาร์ไวน์ที่เน้นสแน็กกินเพลินรสจัดจ้านกำลังมาแรง

  • อีสานบาร์ดีไซน์เก๋ในห้างก็ไม่ได้เป็นแค่ที่นั่งแวะ แต่เป็นจุดหมายปลายทาง

หลายคนเชื่อว่าเราอาจกำลังเข้าสู่ยุคของ “ฟันไดนิ่ง (fun dining)” ที่รองเท้าคอนเวิร์สเดินเข้าได้ ไม่ต้องเนี้ยบแบบพิธีรีตรอง แต่ยังเต็มไปด้วยความตั้งใจ รายละเอียด และรสชาติที่จริงจังเหมือนเดิม

ในโลกที่เปราะบางและเต็มไปด้วยความไม่มั่นคง อาหารที่ทำให้คนยิ้มออก หัวเราะได้ และรู้สึกสบายใจอาจคือสิ่งที่ทุกคนกำลังมองหา

Mindful Cooking: ทำอาหารแบบรู้ตัว รู้โลก

เมื่อผู้คนหันมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น ครัวที่ดีจึงไม่ใช่แค่ครัวที่อร่อย แต่ต้องรับผิดชอบต่อโลกด้วย

แนวคิด Mindful Cooking กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำอาหารในชีวิตประจำวันทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในร้านไฟน์ไดนิ่งหรือคาเฟ้สายกรีนเท่านั้น

  • เลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล

  • ให้ความสำคัญกับเกษตรกรและแหล่งผลิต

  • ลดขยะอาหาร ใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่าที่สุด

ทั้งหมดนี้กำลังกลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ของครัวร่วมสมัยมากกว่าจะเป็นแค่เทรนด์ชั่วคราว

Pairing Master: ยุคทองของการจับคู่เครื่องดื่ม

บนโต๊ะอาหารยุคใหม่ เครื่องดื่มไม่ได้เป็นแค่ตัวประกอบอีกต่อไป โดยเฉพาะเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต

เชฟและมิกโซโลจิสต์หันมาเล่นกับวัตถุดิบจากสมุนไพรและดอกไม้มากขึ้น สร้างเมนู pairing ที่

  • หอมซับซ้อนแบบเลเยอร์

  • สวยตา

  • เล่าเรื่องเดียวกับจานอาหารได้อย่างลื่นไหล

การจับคู่เครื่องดื่มกับเมนูต่างๆ จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ให้มีอะไรดื่ม” แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์รสชาติแบบครบวงจร

Ultra-local: กลับบ้านไปหาตัวตน แล้วเล่าใหม่ให้ทั้งโลกฟัง

อีกหนึ่งทิศทางที่เห็นชัดมากในหมู่เชฟไทย คือการกลับไปขุดรากของตัวเองแล้วดึงขึ้นมาฉายไฟให้โลกเห็นแบบชัดๆ

เชฟทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ต่างผลักดัน อาหารท้องถิ่นจากเหนือจรดใต้ ให้โดดเด่นยิ่งกว่าเดิม

  • รสชาติของแต่ละภูมิภาคชัดเจนขึ้น

  • อัตลักษณ์ถูกเล่าอย่างภาคภูมิใจ

  • วัตถุดิบท้องถิ่นถูกยกระดับโดยไม่ทิ้งราก

สำหรับเชฟแล้ว ช่วงเวลานี้คือจังหวะสำคัญในการ

  • เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน

  • ให้เกียรติรากเหง้าทางอาหาร

  • สร้างจานที่เต็มไปด้วย บริบท วัฒนธรรม และความหมาย

อาหารแบบ “บ้านๆ” ถูกตีความใหม่ให้ร่วมสมัยขึ้น แต่ยังรักษาหัวใจเดิมเอาไว้ รสชาติและเรื่องราวในแต่ละจานจึงเต็มไปด้วยความภูมิใจที่ส่งต่อได้ถึงคนกิน

Experienced Diners: นักชิมยุคใหม่ที่ไม่ได้หิวแค่อาหาร

คนกินยุคนี้ไม่ได้ต้องการแค่ความอร่อยอีกต่อไป แต่ หิวทั้งรสชาติใหม่ๆ และเรื่องราวเบื้องหลัง

นักชิมเปิดใจกับรสชาติที่ไม่คุ้นเคยมากขึ้น พร้อมตั้งใจฟังเรื่องเล่าของเชฟ วัตถุดิบ แหล่งที่มา และกระบวนการคิดในแต่ละจาน

ความรักในอาหารจึงไม่ได้อยู่แค่บนลิ้น แต่ลึกไปถึงความเข้าใจในวัฒนธรรมและตัวตนของคนทำอาหารด้วย

บทสรุป: ทำไมไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางของคนรักการกิน

ไม่ว่าเทรนด์จะเหวี่ยงไปทางไหน ภาพรวมชัดมากว่า วงการอาหารไทยยังคงขับเคลื่อนด้วยพลังสร้างสรรค์แบบไม่มีหมด

เมื่อวัฒนธรรมการกินของเรายังคงเติบโตต่อเนื่อง ผสานเข้ากับอัตลักษณ์ที่ชัดเจนและงดงาม ประเทศไทยจึงยังเป็น

  • สวรรค์ของเชฟที่อยากทดลอง สร้างสรรค์ และเติบโต

  • จุดหมายของนักชิมจากทั่วโลกที่พร้อมตกหลุมรักอาหารได้ครั้งแล้วครั้งเล่า

ในโลกที่เปลี่ยนเร็วอย่างทุกวันนี้ มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ยังคงมั่นคงเสมอคือ เสน่ห์ของอาหารไทย และหัวใจของคนทำอาหารในประเทศนี้