ภาพใหญ่ที่ต้องรู้: ส่งออกพุ่ง-เงินทุนต่างชาติเริ่มเหลียวมอง
ตลาดหุ้นไทยกำลังได้รับแรงหนุนจากสัญญาณบวกชุดใหญ่ หลังตัวเลขส่งออกเดือนธันวาคม 2568 กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี ส่งสัญญาณว่าภาคต่างประเทศยังไม่หมดลมหายใจ แถมยังมีลุ้นต่อเนื่องในระยะถัดไป
พร้อมกันนี้ ปัจจัยต่างประเทศก็เข้ามาช่วยหนุนบรรยากาศลงทุน ทั้ง ค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มอ่อนค่า และ ราคาน้ำมันดิบที่ยืนในระดับสูงขึ้น ทำให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (Fund Flow) มีแนวโน้มไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายก็คือไทย
ส่งออกไทยฟื้นแรง กลุ่มเทคฯ – อาหารนำขบวน
ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนธันวาคม 2568 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้แบบทิ้งห่าง
การส่งออกขยายตัว +16.8% YoY (ในขณะที่ตลาดเดิมคาดแค่ +8.0%)
การนำเข้าขยายตัว +18.8% YoY
แม้ดุลการค้าจะยังขาดดุล แต่ก็ขาดดุลน้อยกว่าที่หลายฝ่ายกังวล แสดงให้เห็นว่ากลไกการค้าไทยยังเดินหน้าได้ดี โดยเฉพาะ 2 กลุ่มหลักที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ได้แก่
กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี
หม้อแปลงไฟฟ้าโตแรงต่อเนื่อง คำสั่งซื้อพุ่งขึ้นถึง +53.3% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 15 ได้แรงส่งจากการขยายตัวของ Data Center ทั่วโลก
แผงวงจรไฟฟ้าเติบโต +33.2% สะท้อนวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ที่กลับมาคึกคัก
กลุ่มอาหารและเกษตรแปรรูป
ไก่แปรรูปกลับมาเติบโตอีกครั้งที่ +17.3%
อาหารสัตว์เลี้ยงยังวิ่งต่อเนื่อง +18.4% รับอานิสงส์จากเทรนด์ Pet Humanization ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงหันมาให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพอาหารมากขึ้น เหมือนดูแลคนในครอบครัว
สรุปคือ ภาคส่งออกไทยไม่ได้พึ่งแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ฟื้นตัวแบบกระจายตัว ทั้งฝั่งเทคโนโลยีและฝั่งอาหาร โดยเฉพาะอาหารสัตว์เลี้ยงที่ยังเป็นดาวเด่นต่อเนื่อง
ด้านมืดของภาพใหญ่: ความเสี่ยงโลกยังไม่หาย
แม้พื้นฐานในประเทศจะดูเข้มแข็งขึ้น แต่เวทีโลกยังเต็มไปด้วยความผันผวนที่ต้องจับตาแบบห้ามกะพริบ
ราคาน้ำมันดิบดีดตัว
ราคาน้ำมันดิบ WTI ขยับขึ้นมายืนเหนือระดับ 61 เหรียญฯ/บาร์เรล จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ ส่งเรือรบไปกดดันอิหร่าน ทำให้ตลาดกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันตึงตัว (Supply Shortage)การเมืองสหรัฐฯ เสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Shutdown
ความขัดแย้งด้านงบประมาณและการเมืองภายใน ทำให้มีโอกาสสูงถึง 80% ที่สหรัฐฯ จะเจอภาวะ US Government Shutdown ในวันที่ 31 ม.ค. 2026 ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อบรรยากาศลงทุนทั่วโลกค่าเงินดอลลาร์อ่อน จากกระแส De-dollarization
แนวโน้มลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ (De-dollarization) กดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงราว 2% ภายในสัปดาห์เดียว แม้จะสร้างแรงเสี่ยงต่อสินทรัพย์เสี่ยงในหลายประเทศ แต่สำหรับไทยถือว่าเป็นจุดแข็ง เพราะ ตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนหุ้นที่อิงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) อยู่ในระดับสูง เมื่อดอลลาร์อ่อน สินค้าโภคภัณฑ์มักได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย
จีนดันธีมใหม่ ‘Smart Glasses’ เตรียมปลุกเศรษฐกิจปี 2026
ฝั่งจีนเองก็เริ่มวางหมากกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2026 แบบมีสีสัน ด้วยการหยิบอุตสาหกรรม Smart Glasses (แว่นตาอัจฉริยะ) มาเป็นหนึ่งในธีมพระเอก
รัฐบาลจีนออกมาตรการอุดหนุนการซื้อ Smart Glasses ให้ประชาชน 15% ต่อชิ้น (สูงสุดไม่เกิน 500 หยวนต่อชิ้น) ทำให้สินค้ากลุ่มนี้มีโอกาสเปลี่ยนจากของเล่นเทคฯ ไปเป็นสินค้า mass ที่เข้าถึงคนจำนวนมากขึ้น
บรรดาบริษัทผู้ผลิตที่ได้แรงหนุนตรง ๆ คือ
Lens Technology (6613 HK)
Goertek (002241 SZ)
ทั้งสองบริษัทเริ่มได้รับคำสั่งซื้อล็อตใหญ่เข้ามาแล้ว และมีโอกาสที่ ผลประกอบการปี 2026 จะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากธีม Smart Glasses ปังจริง
กลยุทธ์ลงทุนสไตล์ Synapse: เล่น Global Play + สินค้าโภคภัณฑ์
เมื่อภาพใหญ่เป็นแบบนี้ ฝ่ายวิจัยมองว่าหุ้นไทยที่น่าสนใจจะกระจุกตัวอยู่ใน 2 กลุ่มหลัก คือ หุ้น Global Play และ หุ้นที่อ้างอิงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ พร้อมแตกกลยุทธ์ออกมาแบบเน้น ๆ ดังนี้
เก็งกำไรหุ้นน้ำมันและโรงกลั่น
รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ยืนระดับสูงและบรรยากาศเชิงบวกต่อกลุ่มพลังงานหุ้นแนะนำ: PTT, PTTEP, TOP, SPRC, IVL
หุ้นส่งออกที่มีโมเมนตัมเติบโตชัดเจน
โฟกัสกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอาหารที่งบดุลแข็งแรง และได้อานิสงส์ทั้งจากวัฏจักรเทคฯ และเทรนด์การบริโภคใหม่ ๆหุ้นแนะนำ: DELTA, KCE, ITC, HANA, GFPT
ในมุมของสายสนใจ อาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะ การเติบโตของการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงกว่า +18% บวกกับกระแส Pet Humanization ที่ยังไม่แผ่ว คือสัญญาณชัดว่า เซ็กเตอร์นี้ไม่ได้เป็นแค่กระแสชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นเมกะเทรนด์
สรุปมุมมอง: โอกาสซ่อนอยู่ในความผันผวน
เมื่อเชื่อมภาพทั้งหมดเข้าด้วยกัน จะเห็นว่า
ส่งออกไทยกลับมาโดดเด่นสุดในรอบ 4 ปี
เงินทุนต่างชาติพร้อมมองตลาดเกิดใหม่มากขึ้น
กลุ่มเทคโนโลยี อาหาร และสินค้าโภคภัณฑ์ คือแกนสำคัญของรอบนี้
ฝั่งความเสี่ยงยังมีทั้งน้ำมัน การเมืองสหรัฐฯ และค่าเงิน แต่ก็สร้างโอกาสให้บางกลุ่มได้เปรียบ
สำหรับนักลงทุนที่มองไกลและพร้อมรับความผันผวน นี่อาจเป็นจังหวะทองของหุ้นส่งออกเทคฯ หุ้นพลังงาน และโดยเฉพาะ “หุ้นอาหารสัตว์เลี้ยง” ที่กำลังขี่คลื่นพฤติกรรมเจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่
ในโลกที่เศรษฐกิจยังไม่นิ่ง การมองหากลุ่มที่มีกระแสโครงสร้างรองรับ เช่น อาหารสัตว์เลี้ยงและเทคโนโลยีเพื่อผู้บริโภค อาจเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของพอร์ตที่อยากเติบโตให้ทันโลกใบใหม่.

