กันเงินบำนาญจากมิจฉาชีพแอบอ้างกรมบัญชีกลาง
1. สถานการณ์ภัยมิจฉาชีพปี 2026 และเหตุผลที่ผู้รับบำนาญถูกเล็งเป้า
ในช่วงปี 2568–2569 มีการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อ กรมบัญชีกลาง รวมถึงชื่อผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ ใช้ทั้งโทรศัพท์ ไลน์ปลอม และหนังสือราชการปลอม หลอกให้ผู้รับบำนาญและผู้สูงอายุหลงเชื่อ ส่งข้อมูลส่วนบุคคล หรือแม้แต่โอนเงินออกจากบัญชีตัวเองไปยังบัญชีของมิจฉาชีพ ทำให้เกิดความเสียหายแล้วหลายราย โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม 2568 ที่ตำรวจสอบสวนกลางพบผู้เสียหายจำนวนหนึ่งถูกหลอกให้โอนเงินจนสูญเงินไปจากบัญชีเงินฝาก
กลุ่มเป้าหมายสำคัญคือ ผู้รับบำนาญ ผู้เกษียณอายุราชการ และผู้สูงอายุ เพราะเป็นกลุ่มที่มีสิทธิรับเงินบำเหน็จบำนาญหรือสวัสดิการจากรัฐ มิจฉาชีพจึงอ้างเรื่องที่เกี่ยวกับ
เงินฌาปนกิจ
เงินสวัสดิการค้างจ่าย
เงินสิทธิประโยชน์ของผู้เกษียณ
พร้อมหลอกว่า ต้องอัปเดตข้อมูลส่วนตัวเพื่อใช้รับเงิน หากหลงเชื่อก็อาจถูกควบคุมโทรศัพท์หรือถูกหลอกให้ดำเนินการทางการเงินจนเสียทรัพย์สิน
หน่วยงานรัฐหลายแห่งย้ำตรงกันว่า “ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรเข้าหา เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ” กับผู้รับบำนาญหรือทายาท ทั้งกรมบัญชีกลาง กรมสรรพสามิต และสถาบันการศึกษาอย่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ต่างเตือนว่า ไม่มีการติดต่อสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลผ่านโทรศัพท์หรือ Line Application เพื่อดำเนินการเรื่องสิทธิใด ๆ
2. รูปแบบกลโกงยอดฮิตที่แอบอ้างกรมบัญชีกลาง
จากคำเตือนของกรมบัญชีกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบรูปแบบกลโกงหลัก ๆ ดังนี้
โทรศัพท์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ เช่น กรมบัญชีกลาง หรือหน่วยงานต้นสังกัดของผู้รับบำนาญ อ้างว่า
มีเงินสิทธิประโยชน์หรือเงินฌาปนกิจค้างจ่าย
มีเงินสวัสดิการที่ยังไม่ได้รับ
ต้องปรับปรุงข้อมูลหรืออัปเดตข้อมูลส่วนตัวเพื่อรับเงิน
หลอกให้แอดไลน์ปลอม
มิจฉาชีพสลับกันโทรหาเหยื่อ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
จบที่การ “ให้เพิ่มเพื่อนในไลน์” แล้วใช้ไลน์ปลอมเป็นช่องทางติดต่อรับ–ส่งข้อมูล
บางกรณีสร้างไลน์ปลอมโดยใช้ชื่อและภาพถ่ายของผู้บริหารระดับสูงกรมบัญชีกลาง
ส่งลิงก์อันตรายควบคุมโทรศัพท์
ให้เหยื่อกดลิงก์และเข้าแอปพลิเคชันที่ใช้ควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อ
หลอกให้เปลี่ยนภาษาหรือทำตามขั้นตอนที่ชี้นำ
หากทำตามอาจเปิดทางให้มิจฉาชีพเข้าถึงข้อมูลหรือทำธุรกรรมแทนได้
หนังสือราชการปลอม / เพจปลอม
ส่งหนังสือราชการปลอมอ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง
ใช้เพจและบัญชีโซเชียลปลอม พร้อมโลโก้หน่วยงานรัฐหรือแอปพลิเคชันที่ประชาชนคุ้นเคย เพื่อหลอกให้ติดต่อผ่านกล่องข้อความ
กลุ่มไลน์ “บำเหน็จ–บำนาญ” และแอปปลอม
ในกรณีของกรมสรรพสามิต มีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่โทรชวนผู้รับบำนาญเข้าร่วมกลุ่มไลน์ชื่อ “บำเหน็จ–บำนาญ”
ชวนติดตั้งแอปพลิเคชันที่อ้างว่าเป็นของหน่วยงานรัฐ เพื่อแอบเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและโอนเงินออกจากบัญชีผู้เสียหาย
รูปแบบเหล่านี้ล้วนใช้ “ชื่อหน่วยงานราชการหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือ” เป็นเหยื่อล่อ เพื่อให้ผู้รับบำนาญ “เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง” แล้วค่อย ๆ ดำเนินการหลอกลวงต่อไป
3. สัญญาณเตือน (Red Flags) ที่ควรรู้
จากคำเตือนของกรมบัญชีกลางและหน่วยงานอื่น สามารถสรุปสัญญาณเตือนสำคัญได้ดังนี้
จบด้วยการให้แอดไลน์
หากมีการติดต่อผ่านโซเชียลมีเดีย แล้วสุดท้ายให้เพิ่มเพื่อนทางไลน์ปลอม เพื่อดำเนินการต่อ ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ
อ้างว่าเป็นเรื่องลับ ห้ามบอกใคร
มิจฉาชีพมักบอกว่าเรื่องที่แจ้งเป็น “ความลับ” และห้ามเล่าให้คนอื่นฟัง
หากเจอข้อความลักษณะนี้ ให้ตั้งข้อสงสัยทันที
ขอให้โอนเงินไปตรวจสอบ
หน่วยงานภาครัฐ ไม่มีนโยบาย ให้โอนเงินเข้ามาเพื่อตรวจสอบ หรือเพื่อดำเนินการใด ๆ
ถ้ามีการติดต่อให้โอนเงิน ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพ
ขอข้อมูลส่วนบุคคลผ่านโทรศัพท์/ไลน์
เช่น เลขบัญชี รายละเอียดบัญชี รหัสผ่าน หรือข้อมูลสำคัญอื่น ๆ
ทุกหน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงในข้อมูลนี้ ล้วนยืนยันว่าไม่มีการสอบถามข้อมูลดังกล่าวผ่านโทรศัพท์หรือ Line Application
ให้กดลิงก์หรือเปิดไฟล์ที่ไม่รู้จัก
โดยเฉพาะลิงก์ที่อ้างว่าเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกของหน่วยงาน
หากไม่มั่นใจ ห้ามกดลิงก์หรือส่งเอกสารผ่านช่องทางที่ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นทางการ
หากพบพฤติการณ์แบบใดแบบหนึ่งข้างต้น ให้ “หยุดการสนทนา” และสงสัยไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ
4. ช่องทางทางการของกรมบัญชีกลาง ปี 2026
กรมบัญชีกลางเน้นย้ำว่า ประชาชนและผู้รับบำนาญควรติดตามข่าวสารและตรวจสอบสิทธิ์ผ่านช่องทางทางการเท่านั้น ได้แก่
เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง: www.cgd.go.th
สื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (Verified)
Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 (ในวัน เวลาราชการ)
หน่วยงานยืนยันซ้ำหลายครั้งว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น หากมีการติดต่อในลักษณะนั้น ให้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพทันที แล้วตรวจสอบกับหน่วยงานโดยตรงผ่านช่องทางข้างต้น
5. วิธีเช็กข้อมูลจริงก่อนทำรายการ
เมื่อได้รับการติดต่อที่อ้างว่าเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์หรือเงินจากทางราชการ ควรดำเนินการดังนี้
สงสัยไว้ก่อน
หากมีการโทรจากหมายเลขส่วนตัว หรือขอให้ดำเนินการบางอย่างเพื่อรับเงินสิทธิ ให้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพ
ไม่ควรสนทนาต่อ และควรวางสายทันที
โทรกลับหน่วยงานเอง
หากไม่มั่นใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ ให้ติดต่อหน่วยงานต้นสังกัดของตนเองโดยตรง
สำหรับผู้รับบำนาญที่เกี่ยวข้องกับกรมบัญชีกลาง สามารถโทรสอบถามได้ที่ Call Center 0 2270 6400 ในวันเวลาราชการ
เข้าหน้าเว็บกรมบัญชีกลางด้วยตนเอง
ไม่คลิกลิงก์ที่ส่งมาทางไลน์หรือ SMS โดยไม่รู้ที่มา
ให้เปิดเบราว์เซอร์แล้วพิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ด้วยตนเอง: www.cgd.go.th
ตรวจสอบข่าวปลอมจากแหล่งข้อมูลรัฐ
ในกรณีที่มีเพจหรือช่องทางอ้างตัวเป็นหน่วยงานรัฐ เช่น เพจเฟซบุ๊กที่ใช้โลโก้แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” มีการยืนยันแล้วว่าเป็นเพจปลอม
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ระบุช่องทางทางการของตนเองอย่างชัดเจน และเตือนว่าไม่ควรเชื่อเพจปลอมที่ชวนให้แจ้งอายัดบัญชีผ่านกล่องข้อความ
6. ทริคป้องกันเงินบำนาญถูกดูดจากบัญชี
นอกจากการไม่ให้ข้อมูลกับใครง่าย ๆ แล้ว กรมบัญชีกลางยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการจากธนาคารเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของบัญชีเงินฝาก ดังนี้
ใช้บริการล็อกบัญชีเงินฝาก
ธนาคารต่าง ๆ มีบริการให้ลูกค้าสามารถ “ล็อกบัญชีเงินฝาก” เพื่อป้องกันการโอนเงินออกผ่านช่องทางดิจิทัล (แอปพลิเคชันหรืออินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง)
เมื่อเปิดใช้บริการดังกล่าว เงินในบัญชีจะไม่สามารถถูกโอนได้ง่าย แม้จะเผลอกดลิงก์หรือให้ข้อมูลไปแล้ว
การทำธุรกรรมขาออกจะทำได้เฉพาะที่สาขาหรือตู้ ATM (ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร)
แม้ข้อมูลที่ให้มาจะไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องการตั้งวงเงินโอนหรือการแยกบัญชี แต่สาระสำคัญคือ การใช้บริการด้านความปลอดภัยจากธนาคารช่วยลดความเสี่ยงการถูกดูดเงินจากบัญชีได้อย่างมาก
7. แนวทางช่วยเหลือผู้สูงอายุและครอบครัว
ข้อมูลจากตำรวจและหน่วยงานรัฐสะท้อนตรงกันว่า ผู้สูงอายุและผู้รับบำนาญเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เพราะเชื่อมั่นในระบบราชการและอาจไม่คุ้นเคยกับกลโกงออนไลน์ จึงมีข้อเสนอแนะให้คนในครอบครัวช่วยกันดูแล เช่น
ช่วยกันสอดส่องพฤติกรรมการติดต่อที่น่าสงสัย
อธิบายให้ผู้สูงอายุเข้าใจว่า หน่วยงานรัฐ “ไม่มีนโยบายโทรถามข้อมูลส่วนตัวหรือให้ติดตั้งแอปเพิ่ม”
แนะนำให้สอบถามลูกหลานหรือหน่วยงานต้นสังกัดทุกครั้ง ก่อนให้ข้อมูลหรือดำเนินการทางการเงินใด ๆ
แม้เอกสารจะไม่ได้ลงรายละเอียดวิธีทำคู่มือหรือขั้นตอนสอน แต่เน้นชัดว่า ครอบครัวควรมีบทบาทช่วยตรวจสอบทุกครั้งก่อนโอนเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุถูกหลอก
8. สรุปย้ำจุดสำคัญและช่องทางแจ้งเหตุ
จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปหลักป้องกันตัวสั้น ๆ ได้ว่า
ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวกับใครง่าย ๆ ไม่ว่าช่องทางใด โดยเฉพาะทางโทรศัพท์และไลน์
ไม่ให้รหัส OTP หรือรหัสผ่านใด ๆ กับผู้อ้างเป็นเจ้าหน้าที่
ไม่คลิกลิงก์จากแหล่งที่มาไม่ชัดเจน แม้อ้างว่าเป็นหน่วยงานรัฐ
หน่วยงานภาครัฐไม่มีนโยบายให้โอนเงินเข้ามาเพื่อตรวจสอบ หากมีการขอให้โอนเงิน ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ
ยึดช่องทางทางการของหน่วยงานเท่านั้น
กรมบัญชีกลาง: www.cgd.go.th, สื่อโซเชียลที่มีเครื่องหมายถูก (Verified), Call Center 0 2270 6400 (ในวันเวลาราชการ)
หน่วยงานอื่น เช่น DGA และกรมสรรพสามิต ก็ระบุช่องทางอย่างเป็นทางการของตนไว้ชัดเจน
ในกรณีสงสัยว่าอาจถูกมิจฉาชีพหลอก หรือถูกติดต่ออ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางหรือหน่วยงานรัฐอื่น ควร
หยุดสนทนา
ไม่ดำเนินการตามคำขอใด ๆ
ติดต่อสอบถามหน่วยงานโดยตรงผ่านเบอร์โทรศัพท์หรือเว็บไซต์ทางการ
การ “ตั้งสติ สงสัยไว้ก่อน และตรวจสอบทุกครั้ง” คือเกราะป้องกันสำคัญ ที่ช่วยให้เงินบำนาญและทรัพย์สินของผู้สูงอายุปลอดภัยจากมิจฉาชีพในยุคดิจิทัล


ความคิดเห็น