รับแอปรับแอป

จากนักข่าวสนามสู่ครีเอทีฟจอเช้า: เส้นทางที่ "พรีน" ไม่เคยเบื่อสักวัน

วุฒิชัย ชาญชัย01-31

พรีน: พิธีกรข่าวสาวที่หลงรักงานหน้ากล้อง

จากเด็กผู้หญิงธรรมดาที่ไม่ได้มีคำตอบชัด ๆ ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร วันนี้ “พรีน” พิชญาพร โพธิ์สง่า กลายเป็นหนึ่งในหน้าจอคุ้นตาของคนดูไทยพีบีเอส ทั้งในบทบาทพิธีกรข่าว และครีเอทีฟรายการวาไรตี้ยามเช้า

เธอเป็นลูกสาวของนายทหารอากาศ คุณแม่ทำธุรกิจส่วนตัว เกิดที่โรงพยาบาลภูมิพล เส้นทางการเรียนเริ่มจากโรงเรียนพัฒนาวิทยา ก่อนต่อที่สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต แล้วมุ่งหน้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาและวรรณคดี และต่อยอดสู่ปริญญาโทด้านวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จากเด็กชอบพูดสู่การค้นพบตัวตนบนไมค์

ตอนเด็ก ๆ เธอเล่าว่าไม่ได้มีฝันอาชีพชัดเจน แค่รู้ตัวว่าเป็นคน ชอบเล่า ชอบนำเสนอ และกล้าแสดงออก

พอเข้ามหาวิทยาลัย ทุกอย่างเริ่มชัดขึ้น เมื่อมีโอกาสเป็นพิธีกรและจัดรายการวิทยุของมหาวิทยาลัย ก็เริ่มรู้สึกว่า “การเป็นผู้สื่อข่าว” นี่แหละ เป็นเส้นทางที่ใช่สำหรับตัวเอง

พอเรียนถึงปี 3 พรีนได้ขยับเข้าไปใกล้วงการสื่อมากขึ้น จากการทำรายการที่สถานีวิทยุจุฬาลงกรณ์ ทำงานกับสถานีเอ็มคอต แฟมิลี่ รวมถึงเริ่มเกี่ยวข้องกับรายการของไทยพีบีเอส ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่พาเธอเข้าสู่สายข่าวเต็มตัว

ประตูบานแรก: รายการวิทยุและโลกมหาวิทยาลัย

ช่วงที่ทำงานกับเอ็มคอต แฟมิลี่ ของ อสมท. พรีนรับหน้าที่ในรายการ “เปิดประตูสู่มหาวิทยาลัย” ที่เน้นแนะแนวทางการศึกษาต่อให้กับน้อง ๆ

อีกด้านหนึ่ง เธอทำเหมือนสปอตแนะนำรายการให้ไทยพีบีเอส บอกคนดูว่าช่องจะมีรายการดี ๆ อะไรน่าสนใจบ้าง ก่อนจะขยับไปทำรายการออกกำลังกายควบคู่กับการเรียนไปด้วย

การได้ลองทั้งหน้าที่พิธีกร ผู้เล่าเรื่อง และผู้เล่าเนื้อหาสาระ ทำให้เธอมั่นใจมากขึ้นว่า เส้นทางสายสื่อสารมวลชนคือสิ่งที่ตัวเองรักจริง ๆ

7 ปีในสนามข่าว: งานที่ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยสักวัน

เมื่อได้เข้าทำงานเต็มตัวในสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส พรีนรับบทเป็นนักข่าวสาย นโยบายสาธารณะ อยู่ราว ๆ 7 ปี พร้อมกับเป็นพิธีกรไปด้วย

เธอเล่าว่า รายการหนึ่งที่ถือเป็น “ทางของตัวเอง” คือช่วงที่พูดถึงการพัฒนาเมือง การจัดการเมือง และคุณภาพชีวิตของคนในเมือง เป็นคอนเทนต์ที่จริงจังแต่ก็เต็มไปด้วยมุมมองเพื่อสังคม

เธอบอกอย่างชัดเจนว่า ตอนเป็นนักข่าวรู้สึกสนุกมาก และไม่เคยรู้สึกเบื่อกับงานเลย เพราะในทุกวันมีอะไรใหม่ ๆ ให้ได้เจออยู่เสมอ

  • ได้พบผู้คนหลากหลาย

  • ต้องลงพื้นที่เกาะติดสถานการณ์

  • ถ้ามีม็อบหรือเหตุการณ์สำคัญ ก็ต้องไปรายงานสด

จนถึงขั้นที่เธอจำหน้าและแยกออกได้ว่าใครเป็นตำรวจสืบนครบาลจากการพบเจอบ่อย ๆ ในพื้นที่ชุมนุมและพื้นที่ข่าว

สลับบทบาท: จากนักข่าวสนาม สู่ครีเอทีฟวาไรตี้เช้า

หลังจากทำข่าวมาหลายปี พรีนขยับบทบาทตัวเองมาอยู่เบื้องหลังมากขึ้น ในฐานะ ครีเอทีฟรายการวันใหม่วาไรตี้ รายการเช้าของไทยพีบีเอส

หน้าที่ของเธอคือดูแลคอนเทนต์ตั้งแต่ช่วงเวลา 8 โมงถึง 10 โมง ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่กำลังออกจากบ้านไปทำงานหรือเตรียมเริ่มวันใหม่

โทนของรายการจะเน้น

  • เนื้อหาสาระที่ดูแล้วได้ประโยชน์

  • เกาะสถานการณ์ที่คนควรรู้

  • เล่าข่าวและเรื่องรอบตัวที่ช่วยให้เช้าวันนั้นไม่หนักจนเกินไป

แม้จะไม่ได้ลงสนามข่าวบ่อยเหมือนเมื่อก่อน แต่เธอก็ยังหายใจเข้าออกเป็นเรื่อง “สื่อ” อยู่ทุกวัน

มองไปข้างหน้า: เส้นทางยาว ๆ ที่อาจอยู่จนวันเกษียณ

ปัจจุบัน พรีนโฟกัสกับการทำรายการมากกว่าการลงพื้นที่ข่าว การทำงานของเธอเปลี่ยนจากการถือไมค์หน้าเหตุการณ์ มาเป็นการออกแบบรายการให้คนดูได้อะไรดี ๆ กลับไปทุกเช้า

ในมุมของอนาคต เธอยังไม่ได้คิดเรื่องการย้ายช่องหรือเปลี่ยนค่าย เพราะตอนนี้เป็นพนักงานบรรจุของไทยพีบีเอสแล้ว และก็ไม่ปิดโอกาสว่า ตัวเองอาจทำงานที่นี่ต่อไปยาว ๆ จนถึงวันเกษียณ

เส้นทางของพรีนอาจไม่ได้เริ่มต้นจากฝันที่ชัด แต่ทุกก้าวที่ลองทำ ทำให้เธอพบว่า งานข่าวและงานหน้าจอ คือสิ่งที่ทำให้เธอตื่นเช้าด้วยความรู้สึกว่า “วันนี้จะได้เล่าเรื่องอะไรให้คนฟังอีกนะ” ซึ่งอาจเป็นเหตุผลง่าย ๆ แต่ทรงพลัง ที่ทำให้เธอไม่เคยรู้สึกเบื่อกับงานนี้เลย