เที่ยวเกาหลี 2026 ครบจบสำหรับมือใหม่
1. ภาพรวมเที่ยวเกาหลี 2026 และสิ่งที่ควรรู้ก่อนวางแผน
เกาหลีใต้ยังคงเป็นจุดหมายยอดฮิตของคนไทยในปี 2026 เพราะเดินทางง่าย บินตรงจากกรุงเทพฯ ราว 5–6 ชั่วโมง ไปลงสนามบินหลักอย่าง อินชอน (ICN) สำหรับโซล, กิมโป (GMP) สำหรับไฟลต์ในประเทศ และ กิมแฮ (PUS) สำหรับปูซาน มีทั้งสายการบิน Full Service และ Low Cost ให้เลือก โดยมักแนะนำให้จองล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วง ใบไม้ผลิ และ ใบไม้ร่วง ที่เป็น High Season
ด้านงบประมาณ หากรวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร เดินทาง และค่าเข้าแลนด์มาร์กต่าง ๆ ทริป 5–7 วันมักอยู่ช่วงประมาณ 25,000–55,000 บาทต่อคน ขึ้นกับสไตล์ที่พักและการกินเที่ยว
เรื่องการเดินทางในเมือง เกาหลีมีระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกมาก ทั้งรถไฟใต้ดิน รถบัส KTX และแท็กซี่ สามารถใช้บัตร T-money Card ใบเดียวรูดได้เกือบทุกอย่าง แนะนำให้เติมเริ่มต้นราว 20,000 วอน และโหลดแอปสำคัญ เช่น Naver Map, Subway Korea, Kakao T, Papago เพื่อช่วยนำทาง เรียกแท็กซี่ และแปลภาษา
ด้านฤดูกาล เกาหลีมีครบทั้ง 4 ฤดู แต่ละฤดูให้บรรยากาศแตกต่างกัน
ใบไม้ผลิ (มี.ค.–พ.ค.) 6–16°C ดอกไม้และซากุระบาน
ฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) 25–38°C ร้อนและมีฝน เหมาะกับเที่ยวทะเล
ใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.) 8–20°C ช่วง “ท็อปฟอร์ม” ของการเที่ยว ใบไม้เปลี่ยนสี
ฤดูหนาว (ธ.ค.–ก.พ.) -5 ถึง -20°C หนาวจัด เหมาะกับเล่นสกีและชมเมืองหิมะ
คนไทยสามารถเข้าเกาหลีได้โดย ไม่ต้องขอวีซ่าแบบปกติ แต่ต้องลงทะเบียน K‑ETA ออนไลน์ ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน มีอายุ 2 ปี ใช้เข้าได้ไม่จำกัดครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน ใช้เวลาพิจารณาโดยทั่วไป 24–72 ชั่วโมง จึงควรสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนเดินทาง
2. โซนท่องเที่ยวหลักของเกาหลี: มือใหม่เลือกพักเมืองไหนดี
แม้ข้อมูลจะครอบคลุมทั้งประเทศ แต่สามารถจัดกลุ่มโซนหลัก ๆ ที่มือใหม่มักไปได้ดังนี้
โซลและปริมณฑล (เมืองหลวง + รอบ ๆ)
เมืองใหญ่ทันสมัย ผสมกับย่านโบราณ และพระราชวังสำคัญ
มีย่านดัง เช่น เมียงดง, ฮงแด, กังนัม, อิกซอนดง, อินซาดง
มีสวนสนุกและแลนด์มาร์ก เช่น Lotte World, N Seoul Tower, พระราชวังคยองบกกุง, DDP, Seoul Forest, Haneul Park
ปริมณฑลคยองกีรอบโซลยังมี Everland, Legoland Korea, Anyang Art Park, Yangju Nari Park, Pocheon Art Valley, Garden of Morning Calm, หมู่บ้านอึนพยองฮันอก, ป้อมฮวาซอง ซูวอน
เหมาะกับ ทริปแรก สายช้อป สายคาเฟ่ K‑Culture และคนที่อยาก เที่ยวสั้น ๆ แต่ได้ครบรส
ปูซานและเมืองชายทะเลรอบ ๆ (คยองซัง)
เมืองใหญ่อันดับสอง ติดทะเล มีทั้งหาดสวยและภูเขา
แลนด์มาร์กดัง เช่น หาดแฮอุนแด, Haeundae Blueline Park & Sky Capsule, หาดควังอันลี, สะพานควังอัน, หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน, Songdo Skywalk, BUSAN X the SKY
เหมาะกับ สายทะเล คาเฟ่ริมหาด วิวกลางคืน และคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากโซล
เกาะเชจูและเกาะรอบ ๆ (เชจูโด + อูโด)**
เน้นธรรมชาติภูเขาไฟ ทุ่งดอกไม้ และกิจกรรมทางทะเล
จุดเด่น เช่น Hallasan National Park, Seongsan Ilchulbong, Jusangjeolli Cliff, Snoopy Garden, Arte Museum Jeju, Ecoland, Aqua Planet Jeju, Teddy Bear Museum, Udo Island, Dongmun Market, Hello Kitty Island
เหมาะกับ สายธรรมชาติ ชิลพักผ่อน ยาว 3–4 วัน โดยเฉพาะใบไม้ผลิ–ใบไม้ร่วง
เมืองประวัติศาสตร์และธรรมชาติภูเขาอื่น ๆ
คยองจู – เมืองพันปี มีวัดพุลกุกซา สุสานโบราณ และมรดกโลกหลายแห่ง
ซอรักซาน / ซกโช – จุดเดินเขาใบไม้เปลี่ยนสีและภูเขาสวย
โพซอง – ทุ่งชาเขียว Boseong Green Tea Field
คังนึง–คยองโพ–จูมุนจิน – หาดเงียบ ๆ และจุดตามรอยซีรีส์
3. รวม 30 ที่เที่ยวเกาหลีห้ามพลาด แบ่งตามเมืองและสไตล์
ด้านล่างคือการคัด 30 จุดยอดนิยม จากข้อมูลที่ให้มา เน้น “ไปง่าย ถ่ายรูปสวย” แบ่งคร่าว ๆ ตามเมือง/ประเภท
3.1 โซลและรอบโซล – เมือง+วัฒนธรรม+คาเฟ่
สายประวัติศาสตร์ & วัฒนธรรมดั้งเดิม
พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung) – พระราชวังหลักแห่งโชซอน ใส่ฮันบกเข้าได้ฟรี
พระราชวังชางด็อกกุง + สวนลับ Huwon – มรดกโลกที่เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ
พระราชวังท็อกซูกุง (Deoksugung) – พระราชวังเล็กแต่เก๋ มีอาคารสไตล์ตะวันตกผสม
พระราชวังชังกย็องกุง / คยองฮึยกุง – พระราชวังรองสำหรับคนอยากเก็บให้ครบ
หมู่บ้านบุกชอนฮันอก (Bukchon Hanok Village) – หมู่บ้านฮันอก 600 ปีกลางเมือง
ย่านอินซาดง & ซัมชองดง – ถนนเก่ามีแกลเลอรี โรงน้ำชา ร้านงานคราฟต์
หมู่บ้านอึนพยองฮันอก (Eunpyeong Hanok Village) – หมู่บ้านฮันอกใหม่ วิวภูเขา โปร่งโล่งกว่า
แลนด์มาร์กวิวเมือง & สวนในเมือง
ภูเขานัมซาน + N Seoul Tower – จุดชมวิว 360° และ Love Lock แห่งโซล
Namsan Park – สวนบนเขาเส้นทางซากุระยาว
Cheonggyecheon – คลองฟื้นชีวิตกลางเมือง เดินเล่นได้ทั้งกลางวัน–กลางคืน
Seoul Forest – ป่าใหญ่กลางเมือง มีโซนป่า สวนดอกไม้ และสัตว์ป่าเบา ๆ
Haneul Park – ทุ่งหญ้า Eulalia / Pink Muhly บนเนินสูง วิวเมืองแบบ Panorama
Seoul Botanic Park – สวนพฤกษศาสตร์เรือนกระจกขนาดใหญ่ มีพืชจากหลายประเทศ
Gwanghwamun Square – ลานหน้าพระราชวัง มีรูปปั้นพระเจ้าเซจงและแม่ทัพยีซุนชิน
สาย K‑Culture, อาร์ต & คาเฟ่ชิค
Dongdaemun Design Plaza (DDP) & Dongdaemun History & Culture Park – ตึกโค้งล้ำยุค ศูนย์จัดนิทรรศการ แฟชั่นวีค และมีทุ่งกุหลาบไฟ LED Rose Garden
Starfield COEX Mall + Starfield Library + COEX Aquarium – ห้างใหญ่ ห้องสมุดชั้นหนังสือสูง 13 ม. และอควาเรียม
Dior Seongsu – คอนเซ็ปต์สโตร์ Dior ดีไซน์พิเศษย่านซองซู พร้อมคาเฟ่หรู
Anyang Art Park – สวนศิลปะกลางธรรมชาติ มีงาน installation มากกว่า 50 จุด
สายกิน & ช้อป
เมียงดง (Myeongdong) – ศูนย์กลางช้อปปิ้ง สกินแคร์ และสตรีทฟู้ด
ตลาดกวางจัง (Gwangjang Market) – ตลาดเก่าแก่ชื่อดังเรื่อง Street Food และผ้า
Namdaemun Market – ตลาดดั้งเดิมขนาดใหญ่ เน้นของใช้ เสื้อผ้า และอาหารราคาย่อมเยา
Noryangjin Fish Market – ตลาดปลาสด 24 ชม. เลือกซีฟู้ดสดและให้ร้านปรุงให้ได้
ย่านฮงแด (Hongdae) – ย่านวัยรุ่น ดีเจกลางถนน คาเฟ่ ร้านวินเทจ และผับ
กาโรซูกิล (Garosu-gil) & Sinsa-dong – ถนนต้นไม้แฟชั่นดีไซเนอร์ คาเฟ่สายถ่ายรูป
อิแทวอน (Itaewon) – ย่านนานาชาติ ร้านอาหารหลากชาติ และบาร์จำนวนมาก
The Hyundai Seoul – ห้างใหม่ยออีโด มีสวนในร่ม Sounds Forest และร้านฮิตเพียบ
สายสวนสนุก & ครอบครัวรอบโซล
Lotte World & Lotte World Tower – สวนสนุกในร่ม–กลางแจ้งติดทะเลสาบ + ตึกสูงและจุดชมวิว Seoul Sky
Everland (ยงอิน) – สวนสนุกใหญ่ที่สุดในประเทศ มี T‑Express, Panda World และสวนดอกไม้ตามฤดู
Seoul Land – สวนสนุกรุ่นบุกเบิก ค่าเข้าย่อมเยา อยู่ในโซลแกรนด์พาร์ค
Legoland Korea (ชุนชอน) – สวนสนุกธีมเลโก้สำหรับครอบครัวเด็กเล็ก
3.2 ปูซานและเมืองชายทะเล
หาดแฮอุนแด (Haeundae Beach) – หาดยอดนิยม คาเฟ่รอบหาด และเดินต่อไปเกาะทงแบกซอมได้
Haeundae Blueline Park & Sky Capsule – รถไฟแคปซูลสีพาสเทลวิ่งเลียบทะเล เห็นสะพานควังอันและวิวย่านชายฝั่ง
หาดควังอันลี + สะพานควังอัน (Gwangalli Beach & Gwangandaegyo) – จุดชมวิวยามค่ำคืนสุดปัง
หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน (Gamcheon Culture Village) – หมู่บ้านสีพาสเทลบนเนินเขา มีงานศิลปะและจุดถ่ายรูปจำนวนมาก
Songdo Skywalk & Songdo Bay Station (กระเช้าลอยฟ้า) – ทางเดินเลียบทะเลและเคเบิลคาร์เหนือทะเลชมวิวเมืองกับสะพาน
BUSAN X the SKY – จุดชมวิวจากตึกสูงมองเห็นเมืองและทะเลแบบ 360°
3.3 เชจู อูโด และธรรมชาติบนเกาะ
Hallasan National Park – ภูเขาไฟสูงสุดของเกาหลี เส้นทางเดินหลายระดับ
Seongsan Ilchulbong – ปล่องภูเขาไฟริมทะเล จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นระดับมรดกโลก
Seopjikoji & ชายฝั่งตะวันออกเชจู – ชายฝั่งหินลาวา ทุ่งหญ้า และวิวมหาสมุทร
Jusangjeolli Cliff – หน้าผาหินบะซอลต์หกเหลี่ยมติดทะเล
Ecoland – สวนเชิงนิเวศนั่งรถไฟวนรอบทะเลสาบและสวนดอกไม้
Aqua Planet Jeju – อควาเรียมขนาดใหญ่พร้อมโชว์สัตว์ทะเลและโซนเด็ก
Snoopy Garden – สวนธีม Peanuts มีทั้งโซนกลางแจ้งและนิทรรศการในร่ม
Arte Museum Jeju – พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัล immersive หลายธีม
Teddy Bear Museum – พิพิธภัณฑ์หมีเท็ดดี้ บอกเล่าประวัติและจัดแสดงรุ่นลิมิเต็ด
Dongmun Traditional Market – ตลาดดั้งเดิมของเชจู มีอาหารทะเลสดและของฝาก
Udo Island – เกาะเล็กที่มีหาดทรายขาว น้ำสีมรกต ปั่นจักรยานรอบเกาะ และไอศกรีมถั่วขึ้นชื่อ
Hello Kitty Island – พิพิธภัณฑ์และสวนสนุกธีม Hello Kitty
3.4 จุดชมดอกไม้และฤดูกาลพิเศษ
อุโมงค์ซากุระคลองยอชวาชอน (Yeojwacheon Stream) – จุดชมซากุระระดับประเทศในเมืองจินแฮ
Yeouido Cherry Blossom Road – ถนนซากุระรอบรัฐสภาในโซล
Yangju Nari Park – สวนดอกไม้ที่มีทั้งมูห์ลีย์ชมพูและทุ่งโคเคียแดงช่วงใบไม้ร่วง
Boseong Green Tea Field – ทุ่งชาเขียวขั้นบันไดยิ่งใหญ่ เหมาะกับใบไม้ผลิ–ฤดูร้อน
Gyeongpo & Jumunjin Beach – หาดและทะเลสาบ พร้อมเทศกาลซากุระท้องถิ่น
4. 15 มุมถ่ายรูปปัง ๆ + ไอเดียเวลาไปและสไตล์แต่งตัว
จากลิสต์ข้างต้น สามารถดึงมุม “ถ่ายแล้วรู้เลยว่าอยู่เกาหลี” ได้ชัด ๆ ประมาณ 15 จุด พร้อมแนวทางเลือกเวลาไปให้ภาพสวยขึ้น
แนวต้นสน/แปะก๊วย เกาะนามิ – ไปช่วงใบไม้ผลิ (ซากุระ) หรือใบไม้ร่วง (เหลือง–แดง) ใส่โค้ตโทนเอิร์ธโทนจะตัดกับสีต้นไม้
บันได Ewha Womans University – ถ่ายมุมมองจากล่างขึ้นบน เห็นอาคารรูปหุบเขา แต่งสไตล์นักศึกษา หรือโค้ตเรียบ ๆ
หอคอย N Seoul Tower + Love Lock – ช่วงเย็นถึงค่ำ แสงเมืองสวย ใส่คู่สีพาสเทลถ่ายกับกุญแจหลากสี
DDP & LED Rose Garden – กลางคืนจะเห็นไฟสะท้อนผิวโลหะของตึกและกุหลาบไฟ เล่นโทนมืด–เมทัลลิก
Starfield Library (COEX) – ถ่ายมุมชั้นหนังสือสูง 13 ม. แต่งโทนมินิมอลเรียบ ๆ เพื่อให้ฉากเด่น
หมู่บ้านบุกชอนฮันอก – ใส่ฮันบกสีสด ถ่ายมุมที่เห็นหลังคาฮันอกซ้อนกัน มีหอคอยโซลทาวเวอร์ไกล ๆ
หมู่บ้าน Gamcheon Culture Village (ปูซาน) – เสื้อผ้าโทนเรียบหรือสีตรงข้ามกับบ้านพาสเทลเพื่อไม่กลืนฉาก
Sky Capsule Haeundae Blue Line Park – เลือกแคปซูลสีตัดกับทะเล (เช่นเหลือง–ชมพู) ถ่ายเฉียงให้เห็นทะเลและสะพานควังอัน
สวนฮานึล – ทุ่งหญ้าพัมพัส/มูห์ลีย์ – ช่วงบ่ายแก่–เย็น แสงทอง ถ่ายย้อนแสงหญ้า แต่งโทนขาว ครีม น้ำตาลอ่อน
Anyang Art Park – อุโมงค์สีฟ้า / กระจก – ลุคสตรีทเรียบ ๆ เพื่อให้โครงสร้างศิลปะโดดเด่น
Seoul Forest – อุโมงค์ต้นไม้และบ่อหงส์ – เสื้อโทนพาสเทลหรือขาว ดึงฟีลปิกนิก
Dior Seongsu – แต่งลุคแฟชั่นนิสต้าโมโนโครม ให้เข้ากับอาคารสีขาวสะอาด
Gamcheon / Ikseon-dong คาเฟ่ฮันอก – เสื้อไหมพรม หรือลุควินเทจเข้ากับบ้านไม้และโคมไฟ
Seongsan Ilchulbong (เชจู) – เสื้อกันลมโทนจัด เช่น แดง เหลือง เพื่อให้เด่นบนภูมิประเทศหินและทุ่งหญ้า
สะพานบันโพ + น้ำพุสายรุ้ง – ช่วงค่ำ แสงไฟสะท้อนน้ำ ถ่ายด้วยสปีดชัตเตอร์ต่ำให้สายฟุ้งนุ่ม ๆ
5. ตัวอย่างแพลนเที่ยวเกาหลี 3–5 วัน สำหรับมือใหม่
แพลน 3 วัน: โซลล้วน ๆ (ไม่ออกนอกเมือง)
วันที่ 1 – พระราชวัง + หมู่บ้านเก่า + เมียงดง
เช้า: เช่าชุดฮันบก ใกล้พระราชวัง → เที่ยว คยองบกกุง
เที่ยง: เดินต่อไป บุกชอนฮันอก + ซัมชองดง
บ่าย: แวะ อินซาดง ซื้อของงานคราฟต์
กลางคืน: ช้อปและกินสตรีทฟู้ดที่ เมียงดง
วันที่ 2 – สวน + ศิลปะ + หอคอย
เช้า: เดินเล่นที่ Seoul Forest
เที่ยง: นั่งรถไฟไป COEX Mall แวะ Starfield Library + COEX Aquarium (ถ้าสนใจ)
เย็น: ไป DDP เดินชมสถาปัตยกรรม
ค่ำ: ขึ้น N Seoul Tower ชมวิวและคล้องกุญแจ
วันที่ 3 – สายช้อป+ตลาดท้องถิ่น
เช้า: กิน brunch แถว ฮงแด เดินเล่นย่านวัยรุ่น
เที่ยง–บ่าย: แวะ ตลาดกวางจัง ชิม Bindaetteok และ Gimbap / หรือ Namdaemun Market
เย็น: เดินเล่น คลองชองกเยชอน ปิดท้ายทริป
แพลน 5 วัน: โซล + นอกเมือง 1–2 วัน
วันที่ 1–2 ใช้ตามแพลน 3 วันข้างบน ปรับตามความสนใจ
วันที่ 3 – สวนสนุก 1 แห่ง
เลือกไป Everland (ยงอิน) หรือ Lotte World (ในเมือง)
เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน + Shuttle หรือเช่าทัวร์วันเดียว
วันที่ 4 – ทริปใกล้โซลแบบเช้า–เย็นกลับ (เลือก 1)
เกาะนามิ + Garden of Morning Calm (เน้นธรรมชาติ ถ่ายรูป)
หรือ ป้อมฮวาซอง ซูวอน + หมู่บ้านชาวพื้นเมือง Yongin Korean Folk Village (เน้นประวัติศาสตร์)
วันที่ 5 – คาเฟ่/ห้าง/ช้อปต่อ
เช้า: คาเฟ่ย่าน Seongsu (Dior Seongsu) หรือ Ikseon-dong
เที่ยง–บ่าย: ช้อปปิ้งโซน Garosu-gil / The Hyundai Seoul หรือกลับเมียงดงอีกรอบ
ค่ำ: ไปดู Banpo Bridge Rainbow Fountain ถ้าตรงฤดูกาลการแสดง
สำหรับแพลนที่รวมปูซานหรือเชจู สามารถอ้างอิงโครงสร้าง 7 วัน/14 วัน จากข้อมูลที่มี โดยแบ่งวันสำหรับโซล 3–4 วัน ปูซาน 2–3 วัน และเชจู 3 วัน
6. ทิปส์จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก บัตรเข้า และบัตรเดินทาง 2026
ตั๋วเครื่องบิน
สายการบิน Full Service อย่าง Korean Air, Asiana, Thai Airways ให้ความสะดวกเรื่องน้ำหนักและอาหาร
Low Cost เช่น Jeju Air, Thai Lion Air, T’way Air ช่วยประหยัด แต่ต้องเช็กสัมภาระเพิ่ม
จองล่วงหน้าหลายเดือน และดูโปรโมชั่นจากแพลตฟอร์มจองตั๋วจะช่วยกดราคาได้
ที่พัก
ย่านยอดนิยมในโซล: เมียงดง/จงโน (เดินทางง่าย), ฮงแด/อีฮวา (วัยรุ่น คาเฟ่), กังนัม/ซองซู (สายแฟชั่น)
ราคาตั้งแต่ Hostel 600–1,200 บาท/คืน ไปจนถึงโรงแรมระดับกลาง–หรู 2,500–4,000 บาทขึ้นไป
บัตรเข้าแลนด์มาร์ก
พระราชวังแต่ละแห่ง ~3,000 วอน (ผู้ใหญ่)
สวนสนุกใหญ่ (~50,000–60,000 วอน) ควรซื้อผ่านเว็บ/แอปล่วงหน้าเพื่อราคาโปรและ skip line
จุดชมวิว เช่น N Seoul Tower, BUSAN X the SKY, Arte Museum Jeju มีแพ็กเกจออนไลน์ให้เลือกหลากหลาย
บัตรเดินทาง & การเงิน
T‑money Card – ซื้อได้ที่สนามบินและร้านสะดวกซื้อ ใช้กับรถไฟ บัส แท็กซี่บางคัน และร้านค้า
แลกเงินวอน – เตรียมเงินสดส่วนหนึ่งสำหรับร้านเล็ก/ตลาด
eSIM / Pocket WiFi – สะดวกในการใช้แผนที่ แปลภาษา และจองบัตรหน้างาน
7. ข้อควรรู้ด้านกฎหมาย มารยาท ภาษา และความปลอดภัย
กฎหมายเข้าเมืองและ K‑ETA
ต้องมีพาสปอร์ตอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
ลงทะเบียน K‑ETA ผ่านเว็บ/แอป เอกสารที่ใช้มีแค่พาสปอร์ต รูปถ่าย และข้อมูลที่พัก
แม้ K‑ETA ผ่านแล้ว ยังมีขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านอีกครั้ง
มารยาทพื้นฐาน
บางหมู่บ้านฮันอก เช่น บุกชอน และอึนพยอง เป็นเขตที่อยู่อาศัยจริง ควรรักษาความสงบ ไม่ส่งเสียงดัง
ในวัดหรือโบสถ์ เช่น Bongeunsa, Myeongdong Cathedral ควรแต่งกายสุภาพ
ภาษา
ภาษาเกาหลีเป็นภาษาหลัก อังกฤษอาจมีจำกัดในบางพื้นที่
ใช้แอปแปลภาษาอย่าง Papago ช่วยได้มาก โดยเฉพาะเมนูอาหารและเส้นทาง
ความปลอดภัย
เกาหลีเป็นประเทศที่ปลอดภัยค่อนข้างสูงสำหรับนักท่องเที่ยว เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะได้ทั้งกลางวัน–ค่ำ
อย่างไรก็ดีควรรักษาทรัพย์สิน และระวังช่วงคนหนาแน่นในตลาด/สถานีใหญ่
8. สรุปไอเดียแพลนเที่ยวเกาหลี 2026 + เช็กลิสต์เตรียมตัวสั้น ๆ
สรุปรูปแบบทริปยอดนิยมปี 2026
3 วัน – โซลล้วน: พระราชวัง + หมู่บ้านโบราณ + เมียงดง + หอคอยนัมซาน
5 วัน – โซล + 1 สวนสนุก + 1 ทริปใกล้เมือง (นามิ หรือซูวอน/โฟล์ควิลเลจ)
7 วัน – โซล 3 วัน + ปูซาน 2–3 วัน หรือ โซล 3 วัน + เชจู 3 วัน
14 วัน – ตามแผนเจาะลึก: โซล–ซอรักซาน–คยองจู–ปูซาน–เชจู ตามลำดับ
เช็กลิสต์ก่อนเดินทาง
[ ] พาสปอร์ตอายุเหลือ > 6 เดือน
[ ] ลงทะเบียน K‑ETA ผ่านเว็บ/แอป และเช็กผลในอีเมล
[ ] จองตั๋วเครื่องบิน และที่พักในโซนที่เดินทางสะดวกใกล้รถไฟใต้ดิน
[ ] ซื้อประกันเดินทาง
[ ] ติดตั้งแอป: Naver Map, Subway Korea, Kakao T, Papago
[ ] เตรียม eSIM/ซิม/ Pocket WiFi
[ ] แลกเงินวอน + เตรียมบัตรเครดิต/เดบิตที่ใช้ต่างประเทศได้
[ ] วางแพลนคร่าว ๆ ว่าจะเน้นโซนไหน (โซลล้วน / โซล+ปูซาน / โซล+เชจู)
[ ] ตรวจอุณหภูมิช่วงเดินทาง แล้วเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดูกาล
เมื่อเตรียมครบตามนี้ การเที่ยวเกาหลีปี 2026 ไม่ว่าจะเป็นทริปสั้น 3 วัน หรือจัดเต็ม 14 วัน ก็สามารถวางแผนได้อย่างมั่นใจ เที่ยวเองได้จริง และเก็บแลนด์มาร์กสำคัญได้ครบโดยไม่ต้องวนเส้นทางซ้ำมากนัก

ความคิดเห็น