BEYOND THE SCREEN: ค่ำคืนที่ประกาศศักดาหนังไทยปี 2026
งานแถลงข่าว “BEYOND THE SCREEN MOVIE LINE UP 2026” จัดขึ้นที่พารากอนซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน เปรียบเหมือนการยิงปืนเปิดศึกให้วงการหนังไทยปี 2569 แบบไม่เกรงใจใคร ทั้งสองค่ายไฟแรงอย่าง ดรีม เมคเกอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และ ณ๊อบ โปรดักชั่นส์ จับมือกันปล่อยไลน์อัปหนังจอเงิน 5 เรื่อง ที่ตั้งใจจะพาคนดูหลุดเข้าไปในโลกของหนังจริง ๆ ตามคอนเซ็ปต์ Beyond The Screen
สายหนังได้เจอครบทุกอารมณ์ในครั้งเดียว ทั้ง สยองขวัญชวนขนลุก แอ็กชันเดือด ดราม่าจิตวิทยา ไปจนถึงโรแมนติกเข้มข้น เรียกได้ว่าแทบทุกรสชาติที่คนดูโหยหา ถูกแพ็กมาอยู่ในโปรแกรมปี 2026 รอบนี้แล้ว
ความหลากหลายที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อคนดู
บรรยากาศงานอัดแน่นไปด้วยแขกจากหลากหลายวงการ ทั้งตัวแทนจากภาครัฐ สมาคม สื่อมวลชน และคนในแวดวงบันเทิงที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน ว่าหนังไทยกำลังเดินหน้าไปอีกระดับ
จุดร่วมของทั้ง 5 เรื่อง คือการโฟกัส เนื้อหาเข้มข้น โปรดักชันจัดเต็ม และมุมมองการเล่าเรื่องที่ร่วมสมัย ไม่ใช่แค่ทำหนังให้จบเรื่อง แต่ต้องทำให้คนดูรู้สึกว่ายังติดอยู่ในโลกของหนังแม้ไฟในโรงจะเปิดแล้วก็ตาม

1. TELEVIL (มันแอบในจอ): จอทีวีเก่าที่เปิดทางให้ฝันร้าย
แนว: Horror, Suspense, Mystery
หนังที่สายสยองต้องขีดเส้นใต้ชื่อเอาไว้ เพราะเล่นกับ “จอ” ที่เราเจอทุกวัน แต่ซ่อนบางอย่างที่เราไม่เคยเห็นเอาไว้ด้านใน
นักแสดงนำ:
เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ
ปู สหจักร บุญธนกิจ
ต้อล ภวัต เกตุศรีศักดา
ไดม่อน ฐานพัฒน์ โชคสุวรรณาคิน
จุน ธิปไตย วงศ์พัวพันธ์
ผู้กำกับ:
เลิศศิริ บุญมี
วุฒิชัย วงศ์นภดล
ณ๊อบ ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง
เรื่องย่อฉบับชวนหลอน
หนุ่มมัธยมธรรมดา ๆ คนหนึ่งบังเอิญได้ทีวีเก่ามาไว้ในห้อง แต่ทีวีเครื่องนี้ไม่ได้มีแค่เสียงซ่า ๆ หรือภาพล้มเหลวทั่วไป ทว่าเขากลับเห็น วัยรุ่น 4 คนที่หายตัวไปเมื่อ 35 ปีก่อน ปรากฏตัวขึ้นมาในจอ…และกำลัง ร้องขอความช่วยเหลือ จากโลกอีกฝั่ง
ยิ่งเขาขุดลึกลงไปในปริศนา ก็ยิ่งค้นพบความจริงอันน่าหนักใจ เพราะทุกอย่างอาจโยงกลับไปที่ พ่อของเขาเอง เรื่องราวจากอดีตที่ไม่เคยถูกเล่า อาจไม่ใช่แค่ความผิดพลาดธรรมดา แต่เป็นความลับที่ไม่มีใครอยากให้ถูกเปิดเผย
สำหรับสายผี–สายระทึก: TELEVIL คือหนังที่เล่นกับความกลัวจากสิ่งใกล้ตัวอย่าง “ทีวี” และความลับในครอบครัว ที่ยิ่งรู้ยิ่งอยากหนี

2. BEHIND THE SCREENS (บีฮาย เดอะ สกรีน): ดินเนอร์คืนเดียวพังเพื่อนทั้งวง
แนว: Drama, Black Comedy
ถ้าคุณเคยกลัวว่า “ถ้าคนอื่นได้อ่านแชทเรา ชีวิตคงไม่รอด” เรื่องนี้คือการเอาความกลัวแบบนั้นมาขยายต่อให้สุดทางในรูปแบบหนังดราม่าผสมอารมณ์เสียดสี
นักแสดง:
ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์
ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ
เร แม๊คโดแนลด์
เต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์
ส้ม ณัฐวรา หงษ์สุวรรณ
บอย ภิษณุ จุฑานิ่มสกุล
เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย
ผู้กำกับ: มิคกี้ วี.
เสิร์ฟความพังกลางโต๊ะอาหาร
กลุ่มเพื่อนสนิทนัดดินเนอร์กันสบาย ๆ แต่จู่ ๆ เกมสนุก ๆ บนโต๊ะก็ดันกลายเป็นระเบิดเวลา เมื่อทุกคนต้องเปิดเผย ข้อความ แชท และอีเมลลับ ของตัวเองให้เพื่อนที่นั่งอยู่ตรงหน้ารับรู้แบบไม่มีกรอง
สิ่งที่เคยถูกเก็บไว้หลังกระจกหน้าจอ กลับถูกลากออกมาอยู่กลางวงสนทนา ความลับ ความแอบคิด และความสัมพันธ์ที่ไม่มีใครยอมพูดถึง เริ่มกัดกินมิตรภาพอย่างช้า ๆ
หนังเรื่องนี้เตือนเบา ๆ ว่า: บางทีสิ่งที่น่ากลัวกว่าหนังสยองขวัญ คือความจริงที่เราปิดบังกันอยู่ทุกวัน

3. TEA LOUNGE (ทีเลานจ์): เมื่อมิตรภาพกลายเป็นเส้นบาง ๆ ของความรัก
แนว: Drama, Romantic, BL
สายดราม่า–โรแมนติก–วาย มีเรื่องให้รอติดตามเช่นกัน กับบรรยากาศอบอุ่นในร้านน้ำชา ที่ซ่อนความปั่นป่วนทางหัวใจเอาไว้เต็มแก้ว
นักแสดง:
กอล์ฟ คุณาวุธ จิรัฐติกร
ปีเตอร์ ปรัตถกร ดวงสว่าง
มาวิน ธนาวินท์ ดวงเนตร
เจน กุลจิราณัฐ วรรักษา
ผู้กำกับ: ณ๊อบ ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง
เรื่องราวความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตรงไปตรงมา
บัณฑิตหนุ่มเพิ่งจบใหม่ก้าวเข้าสู่โลกการทำงาน ผ่านร้านน้ำชาเล็ก ๆ ที่เจ้าของร้านคือรุ่นพี่ที่เขาเคารพและสนิทใจ ความใกล้ชิดในแต่ละวันค่อย ๆ เปลี่ยนจากความไว้ใจเป็น ความรู้สึกที่ลึกซึ้งขึ้น อย่างที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยตรง ๆ
แต่รักไม่ได้เดินบนถนนโล่งเสมอไป เมื่อรุ่นพี่มีแฟนสาวอยู่แล้ว แถมยังมีผู้ชายอีกคนเข้ามาเขย่าความสัมพันธ์ จนทุกคนต้องถามตัวเองว่า แท้จริงแล้วหัวใจต้องการอะไรแน่
ทีเลานจ์จึงไม่ใช่แค่ร้านน้ำชา แต่เป็นพื้นที่ที่ทุกคนต้องซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองแบบไม่เหลือที่ให้หลบ

4. THE LITTLE TIGER พยัคฆ์น้อย: จากสงครามเกาหลีสู่การค้นหาความจริงในปัจจุบัน
แนว: Drama, Romantic, War
อีกหนึ่งโปรเจกต์ที่น่าจับตา เพราะต่อยอดมาจากบทประพันธ์ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ และหยิบเหตุการณ์สงครามมาผูกกับการค้นหาตัวตนและอดีตของครอบครัว
บทประพันธ์: ครูนิมิตร พิพิธกุล (ศิลปินศิลปาธร) โดยได้รับทุนพัฒนาบทภาพยนตร์จากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
ผู้กำกับ: ณ๊อบ ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง
การเดินทางข้ามกาลเวลาผ่านบาดแผลของสงคราม
หญิงสาวชาวเกาหลีออกเดินทางเพื่อเปิดประตูสู่ความจริงในอดีตของคุณย่า ที่ครั้งหนึ่งเคยมี นายทหารไทย เป็นผู้คอยปกป้องดูแลในยุคสงครามเกาหลี
การสืบค้นครั้งนี้ทำให้เธอได้ร่วมมือกับนักศึกษาไทย วิชาเอกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งคู่ไม่ได้เพียงตามรอยประวัติศาสตร์ แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับคำถามเรื่อง หน้าที่ มนุษยธรรม และความผูกพันที่เกิดขึ้นท่ามกลางไฟสงคราม
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่โรแมนติกดราม่า แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า บางครั้งเรื่องราวในอดีตสามารถก่อรูปชีวิตของคนรุ่นหลังได้มากแค่ไหน

5. STATION ELEVEN (สเตชั่น อีเลเว่น): ภารกิจสุดเดือดก่อนเกษียณ
แนว: Action
สำหรับคนที่โหยหาหนังแอ็กชันเลือดสูบฉีด STATION ELEVEN พร้อมจัดหนัก ด้วยตัวละครคู่หูต่างรุ่นที่ต้องมาชนกับภารกิจเกินกว่าที่ใครเตรียมใจไว้
นักแสดง:
นักแสดงหญิงแถวหน้าของเมืองไทย
หนุ่ม สันติสุข พรหมศิริ
แอ็กชันที่เดิมพันด้วยชีวิตและศักดิ์ศรี
เรื่องราวของตำรวจสืบสวนสาวไฟแรงที่ยอมไม่ถอยเมื่อเจอความไม่ถูกต้อง และตำรวจรุ่นใหญ่ที่กำลังรอนับวันเกษียณแบบสงบ ๆ แต่ดันต้องกลับมาจับปืนอีกครั้ง เมื่อทั้งคู่ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับปฏิบัติการที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นจริง
ระหว่างหน้าที่ ความถูกต้อง และความปลอดภัยของตัวเอง ทั้งคู่ต้องเลือกเดินในเส้นทางที่อาจไม่มีทางย้อนกลับมาเหมือนเดิม

โปรดักชันระดับสากล: กล้อง 8K และภาพที่ตั้งใจให้ “คมกว่าความจริง”
สิ่งที่ทั้งสองสตูดิโอย้ำชัด คือความตั้งใจจะยกระดับมาตรฐานงานภาพยนตร์ไทยให้ไปได้ไกลกว่าที่เคย ทั้งในแง่ คุณภาพงานภาพ เนื้อหา และศักยภาพในการออกสู่ตลาดต่างประเทศ
โปรเจกต์เหล่านี้ถ่ายทำด้วยกล้อง Sony BURANO ระดับ 8K บนเซ็นเซอร์ Full Frame ซึ่งช่วยให้ได้ไฟล์ภาพคมชัด ละเอียด และยืดหยุ่นต่อการทำโพสต์โปรดักชัน เหมาะกับหนังที่ต้องการเล่าเรื่องผ่านบรรยากาศ ภาพ และรายละเอียดเล็ก ๆ บนใบหน้าตัวละคร
พูดง่าย ๆ คือ ไม่ได้เน้นแค่ให้ดู “สวย” แต่ต้อง ส่งอารมณ์และความรู้สึกออกมาจนคนดูรู้สึกเหมือนอยู่ในฉากเดียวกัน

การก้าวข้ามขีดจำกัดของหนังไทยจริง ๆ หรือไม่? ต้องพิสูจน์กันในโรง
ภาพรวมของทั้ง 5 เรื่องสะท้อนให้เห็นชัดว่า ดรีม เมคเกอร์ เอ็น터เทนเม้นท์ และ ณ๊อบ โปรดักชั่นส์ ไม่ได้อยากทำแค่ “หนังไทยแบบเดิม ๆ” อีกต่อไป แต่กำลังพยายามพาคนดูไปให้ไกลกว่าแค่การนั่งชมอยู่หลังจอ
จุดเด่นที่เห็นได้ชัดจากไลน์อัปนี้ คือ
แนวเรื่องหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่สยองขวัญ ดราม่า โรแมนติก ไปจนถึงแอ็กชันเต็มสูบ
การหยิบประเด็นร่วมสมัย เช่น ความลับในแชท ความสัมพันธ์ยุคดิจิทัล และแผลเก่าจากสงครามมาร้อยเรื่องเข้าด้วยกัน
โปรดักชันที่ใส่ใจทั้งภาพและการเล่าเรื่อง เพื่อให้หนังดูแข็งแรงพอจะไปต่อในตลาดต่างประเทศ




สำหรับสายหนัง โดยเฉพาะคนที่หลงรัก หนังสยอง–หนังระทึก–หนังดราม่าเข้ม ๆ ปี 2026 คงเป็นอีกปีที่ปฏิทินการดูหนังในโรงของคุณจะไม่ว่างง่าย ๆ เพราะหนังทั้ง 5 เรื่องนี้ ตั้งใจจะพาคุณไปไกลกว่าแค่ “ดูจบแล้วลืม” แต่เป็น หนังที่ออกจากโรงแล้ว เรื่องยังวนอยู่ในหัวต่อไปอีกนาน
"}

