รับแอปรับแอป

ดนตรี แสงสี และดีวาลี: เปิดประสบการณ์ค่ำคืนสุดมหัศจรรย์กลางกรุงเทพฯ

เอกชัย พูลเพิ่ม01-31

แสงแห่งดีวาลีส่องกลางกรุงเทพฯ

ค่ำคืนวันที่ 19 ตุลาคม 2568 บรรยากาศย่านพาหุรัดและคลองโอ่งอ่างในกรุงเทพฯ ถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟ ดนตรี และพลังแห่งวัฒนธรรมจากสองชาติ เมื่อพิธีเปิดงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” เริ่มต้นขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–31 ตุลาคม 2568 เปลี่ยนย่านเก่าแก่ริมเจ้าพระยาให้กลายเป็นเวทีเฉลิมฉลองเทศกาลดีวาลีกลางเมืองไทย ที่ทั้งสายท่องเที่ยว สายถ่ายรูป และสายดนตรีไม่ควรพลาด

บรรยากาศวันเปิดงานเต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ รวมถึงตัวแทนจากหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของไทยและอินเดีย ที่มาร่วมกันจุดประกายแสงแห่งมิตรภาพบนถนนสายประวัติศาสตร์สายนี้

Light Unites Us: แสงที่เชื่อมโยงสองวัฒนธรรม

แนวคิดหลักของงานปีนี้คือ “Light Unites Us” หรือแสงที่เชื่อมเราไว้ด้วยกัน ทุกพื้นที่ของพาหุรัดและคลองโอ่งอ่างถูกเนรมิตให้เต็มไปด้วยแสง สี ศิลปะ และเสียงดนตรี สร้างบรรยากาศดีวาลีสไตล์อินเดียแต่ผสานกลิ่นอายความเป็นไทยได้อย่างลงตัว

ถนนทั้งสายจึงไม่ใช่แค่ที่จัดงานเทศกาลธรรมดา แต่กลายเป็นเวทีแสดงพลังวัฒนธรรมที่สะท้อนความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างไทย–อินเดีย พร้อมทั้งผลักดันกรุงเทพฯ สู่ภาพลักษณ์ Global Destination เมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ทุกคนอยากมาเยือน

ผู้จัดงานมองว่าเทศกาลนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว ทั้งด้านแสงสี แฟชั่น อาหาร วัฒนธรรม และดนตรี พร้อมทั้งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวและชุมชนโดยรอบให้กลับมาคึกคักมากยิ่งขึ้น

ดีวาลี: เทศกาลแห่งชัยชนะและแสงสว่าง

เทศกาลดีวาลี หรือเทศกาลแห่งแสงสว่าง ถือเป็นหนึ่งในงานเฉลิมฉลองสำคัญที่สุดของชาวอินเดียทั่วโลก สื่อถึง “ชัยชนะของความสว่างเหนือความมืด” และความหวังที่ไม่เคยดับไปจากหัวใจของผู้คน

ปีนี้ ประเทศไทยยกระดับการจัดงานขึ้นในชื่อ “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ครอบคลุมพื้นที่ทั้งถนนพาหุรัดและคลองโอ่งอ่าง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดอินเดียที่กำลังเติบโตอย่างร้อนแรง

ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มระยะใกล้ที่มีศักยภาพสูง ติดอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทย ทั้งด้านจำนวนและรายได้ การจัดดีวาลีครั้งนี้จึงเป็นทั้งงานเฉลิมฉลองและเวทีสื่อสารความสัมพันธ์ไทย–อินเดียในเวลาเดียวกัน พร้อมคาดการณ์ว่าช่วยสร้างเม็ดเงินสะพัดด้านการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่าหลายร้อยล้านบาท

ไฮไลต์ค่ำคืนเปิดงาน: ศิลปะ ดนตรี และขบวนแห่สุดตระการตา

พิธีเปิดงานวันที่ 19 ตุลาคม 2568 ถูกออกแบบให้เป็นโชว์เต็มรูปแบบที่ผสมผสานศิลปวัฒนธรรมไทย–อินเดียเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีมิติ

บนเวทีหลัก ผู้ร่วมงานจะได้ชมการแสดงหลากหลายชุด อาทิ

  • การแสดงเชิงพิธีกรรมและวัฒนธรรมในธีมปูจาและเทพเจ้าฮินดู

  • การแสดงเกี่ยวกับการกำเนิดของพระพิฆเนศและมหาลักษมีในรูปแบบร่วมสมัย

  • ขบวนแห่ Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 ที่อัดแน่นด้วยสีสัน เครื่องแต่งกาย และศิลปะการแสดง

  • การแสดงดนตรีจากศิลปิน Jaipuri Brothers จากอินเดีย เติมจังหวะและพลังเสียงให้ค่ำคืนของเทศกาลแสงสว่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบให้ทั้งถ่ายรูปสวย ฟังเพลิน ดูเพลิน และสะท้อนเสน่ห์วัฒนธรรมได้อย่างชัดเจน

2 โซนหลักที่ต้องไปเช็กอิน

พื้นที่จัดงานปีนี้แบ่งออกเป็น 2 โซนสำคัญ ที่เดินถึงกันได้สบาย ๆ แต่ให้บรรยากาศต่างกันชัดเจน เหมาะกับคนรักวัฒนธรรมและสายดนตรีกลางแจ้งโดยเฉพาะ

1. ถนนพาหุรัด: ถนนเก่าที่กลายเป็นรันเวย์แห่งแสง

ถนนพาหุรัดซึ่งเป็นย่านชุมชนชาวอินเดียเก่าแก่กว่า 200 ปี ถูกจัดให้เป็นโซนหลักของเทศกาล โดยจะประดับไฟและใช้เทคโนโลยีสื่อผสมสร้างบรรยากาศตั้งแต่วันที่ 16–31 ตุลาคม เวลา 16.00–22.00 น.

ในช่วงวันที่ 18–20 ตุลาคม 2568 ช่วงเวลาเดียวกันจะมีการแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย–อินเดียวันละ 4 รอบ ได้แก่

  • ระบำโคมอัจจะกัป และระบำโคมบัวที่หยิบแรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนธรรมไทย

  • การแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัยผสมผสานระหว่าง Bharatanatyam (ระบำอินเดียคลาสสิก) กับ Bihu (นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคอัสสัม)

  • โชว์สไตล์โมเดิร์นอย่าง India Contemporary dance และ Bollywood dance ที่สีสันจัดจ้านและเต็มไปด้วยพลัง

  • มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังของไทยหลากหลายแนว ที่จะมอบความสนุกให้ผู้ร่วมงานตลอดทั้งคืน

ใครที่ชอบดนตรีสด การเต้น และเวทีที่เต็มไปด้วยแสงสี บอกเลยว่าโซนนี้ตอบโจทย์สุด

2. คลองโอ่งอ่าง: แสงไฟสะท้อนผืนน้ำสุดโรแมนติก

อีกโซนที่ห้ามพลาดคือ คลองโอ่งอ่าง ที่ถูกแต่งเติมให้กลายเป็นฉากหลังสุดโรแมนติกของเทศกาลดีวาลี

คลองทั้งสายถูกประดับด้วย

  • แสงไฟหลากสีสะท้อนผิวน้ำอย่างงดงาม

  • ศิลปะรังโกลี (Rangoli) ที่ออกแบบลวดลายอย่างประณีต

  • ตะเกียง Diyas นับร้อยที่ส่องแสงระยิบระยับตลอดแนว

บรรยากาศทั้งหมดนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16–31 ตุลาคม 2568 เวลา 16.00–22.00 น. และในช่วงวันที่ 16–20 ตุลาคม ยังมีการแสดงเชิงวัฒนธรรมบนเวทีย่อยริมคลองเพิ่มชีวิตชีวาให้ค่ำคืนของดีวาลียิ่งขึ้นไปอีกระดับ

สิทธิพิเศษและประสบการณ์เหนือระดับสำหรับนักท่องเที่ยว

เพื่อเพิ่มความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวอินเดียที่เดินทางมาเยือน ททท. จัดกิจกรรม “Amazing Thailand Grand Diwali Privilege 2025” ระหว่างวันที่ 16–20 ตุลาคม 2568

ในช่วงเวลาดังกล่าว นักท่องเที่ยวและผู้ร่วมงานจะได้รับทั้ง

  • เทียนที่ระลึกสำหรับร่วมสร้างบรรยากาศแสงสว่างในงาน

  • สิทธิพิเศษส่วนลดการใช้บริการด้านการท่องเที่ยวจากพันธมิตรหลากหลายแบรนด์ในไทย

สิทธิพิเศษเหล่านี้ช่วยต่อยอดประสบการณ์จากพื้นที่จัดงานไปสู่การท่องเที่ยวในเมืองหลวงและพื้นที่อื่น ๆ สร้างภาพจำดี ๆ ให้กับทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ

ดีวาลีที่พาหุรัด–คลองโอ่งอ่าง: ไม่ใช่แค่เทศกาล แต่คือพลังของเมือง

เทศกาลดีวาลีในย่านพาหุรัดและคลองโอ่งอ่างไม่ได้เป็นเพียงงานฉลองของชาวอินเดียหรือชุมชนไทยเชื้อสายอินเดียเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีที่สะท้อน ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน

ย่านเก่าแก่แห่งนี้ถูกปลุกให้มีชีวิตชีวาด้วย

  • แสงสีที่แต่งแต้มถนนและคลองให้สวยจนต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย

  • เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และเสียงดนตรีที่ดังไปตลอดคืน

  • วิถีชีวิตของผู้คนสองวัฒนธรรมที่เดินอยู่ในพื้นที่เดียวกันอย่างกลมกลืน

ทั้งหมดนี้ช่วยเติมพลังให้เศรษฐกิจชุมชนรอบพื้นที่คึกคักขึ้นอีกครั้ง ทั้งร้านอาหาร ร้านผ้า ร้านเครื่องประดับ และธุรกิจท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่ได้ต้อนรับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก

เทศกาลหนึ่งงาน แต่สร้างได้ทั้งความทรงจำ มิตรภาพ และโอกาสใหม่ ๆ ให้เมืองหลวงของเราได้ส่องแสงไม่แพ้แสงตะเกียงดีวาลีบนท้องถนน