รับแอปรับแอป

วงการประกันต้องอ่าน! คปภ. ปูพรมกติกาใช้ AI รับมือความเสี่ยงยุคใหม่

ณัฐพงศ์ ศรีวงศ์01-30

กติกาใหม่ยุค AI ในอุตสาหกรรมประกันภัย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เดินหน้าวางกรอบการกำกับดูแลการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอุตสาหกรรมประกันภัยอย่างจริงจัง เพื่อให้ธุรกิจประกันภัยรับมือกับ ความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่มากับเทคโนโลยี ได้อย่างมั่นคงและมีความรับผิดชอบ

จุดเริ่มต้นคือการเปิดประชาพิจารณ์ (Public Hearing) ต่อร่าง “แนวปฏิบัติการกำกับดูแลการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ สำหรับบริษัทประกันภัย (AI Governance Guideline)” หลังจากที่มีการพูดคุยในวง Focus Group ร่วมกับภาคธุรกิจมาแล้วก่อนหน้านี้

ร่างแนวปฏิบัตินี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้การใช้นวัตกรรม AI ในธุรกิจประกันภัยเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ สอดคล้องกับหลัก Risk-Based Proportionality คือเข้มข้นพอเหมาะกับลักษณะธุรกิจและความซับซ้อนของเทคโนโลยี ไม่มากไป ไม่น้อยไป

4 เสาหลักของแนวปฏิบัติ AI สำหรับบริษัทประกันภัย

สาระสำคัญของร่างแนวปฏิบัติครอบคลุม 4 มิติใหญ่ ที่ถือเป็นเสาหลักของการใช้ AI อย่างปลอดภัยและเป็นธรรมในระบบประกันภัย

1. การกำกับดูแลการใช้งาน AI (AI Governance)

ประเด็นแรกคือการวางโครงสร้างการกำกับดูแลที่ชัดเจน ตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงระดับปฏิบัติการ โดยเน้นให้บริษัทประกันภัยต้องมี

  • โครงสร้างการบริหารจัดการ AI ที่ชัดเจน

  • การกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายอย่างโปร่งใส

  • การส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเรื่อง หลักจริยธรรม และ การบริหารความเสี่ยงจาก AI ให้กับบุคลากรทุกระดับ

เป้าหมายคือทำให้การใช้เทคโนโลยี AI ในองค์กรเป็นไปอย่าง ตรวจสอบได้ โปร่งใส และมีผู้รับผิดชอบชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้ระบบทำงานโดยไร้เจ้าภาพ

2. ความทนทานและความมั่นคงปลอดภัยของระบบ AI (Robustness and AI Security)

อีกด้านหนึ่งที่ คปภ. ให้ความสำคัญคือ ความปลอดภัยของระบบ AI ทั้งในมุมเทคนิคและมุมไซเบอร์ องค์กรต้องมีมาตรการครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตของระบบ ตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบไปจนถึงการใช้งานจริง

แนวทางสำคัญ เช่น

  • การออกแบบระบบให้มีความปลอดภัยตั้งแต่ต้น (Secure by Design)

  • การจัดการช่องโหว่และอัปเดตระบบอย่างต่อเนื่อง

  • การบันทึกเหตุการณ์ (Log) เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

  • การสำรองข้อมูลและเตรียมแผนกู้คืนข้อมูล เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ระบบ AI ของบริษัทประกันภัยมีความทนทาน พร้อมรับมือทั้ง ความผิดพลาด และ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ได้อย่างเป็นระบบ

3. ความโปร่งใสและความสามารถในการอธิบาย (Transparency and Explainability)

ในโลกประกันภัย การตัดสินใจด้วย AI อาจมีผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค เช่น การพิจารณารับประกัน การกำหนดเบี้ย หรือการจ่ายค่าสินไหม แนวปฏิบัตินี้จึงย้ำว่า บริษัทต้องทำให้ AI

  • อธิบายได้ ว่าตัดสินใจอย่างไร

  • บอกได้ว่ากระบวนการประมวลผลเป็นแบบไหน

  • แสดงเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังผลลัพธ์ของ AI ได้อย่างชัดเจน

เป้าคือการสร้าง ความเชื่อมั่น ให้กับทั้งผู้ใช้งานภายในองค์กรและผู้บริโภคภายนอก ไม่ให้รู้สึกว่า AI เป็น “กล่องดำ” ที่ไม่มีใครเข้าใจ

4. ความเป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค (Fairness and Consumer Protection)

หัวใจข้อสุดท้ายคือเรื่อง ความเป็นธรรม โดยเน้นว่า AI ในธุรกิจประกันภัยต้องไม่กลายเป็นกำแพงที่ทำให้ประชาชนเข้าไม่ถึงบริการประกันภัยอย่างไม่สมเหตุสมผล

แนวทางสำคัญ ได้แก่

  • กำกับดูแลคุณภาพข้อมูลอย่างจริงจัง ลดความเสี่ยงจาก อคติของข้อมูล (Data Bias) ที่อาจทำให้ระบบเลือกปฏิบัติ

  • ป้องกันการใช้ AI ในลักษณะที่นำไปสู่การปฏิเสธหรือให้บริการที่ไม่เป็นธรรมแก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

  • จัดให้มีช่องทางให้ผู้บริโภค
    • ขอคำอธิบายเกี่ยวกับการตัดสินใจของ AI

    • ขอให้มีบุคคลเข้ามาช่วยตรวจสอบหรือทบทวนผลการตัดสินใจของ AI

ทั้งหมดนี้เพื่อให้ AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับบริการ ไม่ใช่สร้างความเหลื่อมล้ำหรือปัญหาใหม่ให้กับผู้เอาประกันภัย

เป้าหมายระยะยาวของ คปภ. และทิศทางต่อไป

สำนักงาน คปภ. ต้องการให้บริษัทประกันภัยนำแนวปฏิบัตินี้ไปประยุกต์ใช้จริงในองค์กร เพื่อ

  • สร้าง ความเชื่อมั่น ให้กับประชาชนและผู้เอาประกันภัย

  • สนับสนุนการใช้นวัตกรรมอย่าง มีจริยธรรม และ ยั่งยืน

  • ทำให้การใช้ AI ในระบบประกันภัยไทยเดินไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งเรื่องความเสี่ยงและสิทธิของผู้บริโภคไว้ข้างหลัง

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคส่วนต่าง ๆ จะถูกนำมารวบรวมและใช้ในการปรับปรุงร่างแนวปฏิบัติ ก่อนเดินหน้าสู่การประกาศใช้เป็นทางการภายในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งจะกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการยกระดับมาตรฐานการใช้ AI ในอุตสาหกรรมประกันภัยไทย

เมื่อ AI กลายเป็นหัวใจใหม่ของธุรกิจประกันภัย การมีกติกาที่ชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรม จึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือเรื่องของความเชื่อมั่นทั้งระบบ