คู่มือกู้เงินออมสิน 2026 ฉบับเข้าใจง่าย
1. ภาพรวมสินเชื่อออมสิน 2026 และความสำคัญของการวางแผนก่อนกู้
ธนาคารออมสินในปี 2026-2569 เดินหน้าตามบทบาท Smart Social Bank for All Lives เน้นช่วยคนตัวเล็ก ฐานราก และผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ โดยมีทั้งการ
ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทลง 0.15% ต่อปี ทำให้ MLR, MOR, MRR อยู่ในระดับต่ำที่สุดในระบบสถาบันการเงิน
ปล่อยสินเชื่อใหม่จำนวนมาก ทั้งฐานรากและ SMEs วงเงินรวมประมาณ 270,000-320,000 ล้านบาท
เน้นช่วยลดต้นทุนทางการเงิน บรรเทาภาระหนี้ และกระตุ้นการบริโภค
ในบริบทนี้ ผู้กู้จำเป็นต้อง วางแผนก่อนกู้ ให้ชัดเจน เช่น วัตถุประสงค์กู้ (หมุนเวียนธุรกิจ ใช้จ่ายประจำวัน ปิดหนี้นอกระบบ หรือรีไฟแนนซ์บ้าน) และความสามารถผ่อนชำระ เพื่อใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยต่ำและโปรแกรมช่วยเหลือต่าง ๆ ได้อย่างยั่งยืน โดยยึดหลักที่ออมสินย้ำซ้ำ ๆ ว่า
“รู้ก่อนกู้…กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว”
2. รู้จักประเภทสินเชื่อรายย่อย-ฐานรากของออมสิน เลือกให้ตรงกับความต้องการ
จากข้อมูลที่เผยแพร่ ออมสินมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อยและฐานรากหลายรูปแบบ ที่ตอบโจทย์คนรายได้ประจำ รายได้อิสระ และผู้ประกอบการรายย่อย ดังนี้
2.1 สินเชื่อธุรกิจรายย่อยเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
เหมาะกับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการทุนหมุนเวียน หรือเติมทุนให้ธุรกิจก้าวต่อได้
วงเงินกู้สูงสุด 1,000,000 บาท
ดอกเบี้ยเริ่มต้น 7.945% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง MRR+1.75 ถึง MRR+3.25)
ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี
เหมาะสำหรับผู้ที่มีธุรกิจอยู่แล้ว แต่สะดุดจากสภาพเศรษฐกิจ และต้องการสภาพคล่องกลับมาอย่างต่อเนื่อง
2.2 สินเชื่อธนาคารประชาชน (เงินหมุนเวียนใช้จ่ายประจำวัน)
เน้นช่วยคนรายได้ไม่พอใช้ หรือมีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่ต้องบริหารให้ราบรื่นขึ้น
วงเงินกู้สูงสุด 200,000 บาท
ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.50% ต่อเดือน (อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 0.50%-1.00% ต่อเดือน แบบ Flat Rate)
เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 10.80%-21.60% ต่อปี
ผ่อนได้สูงสุด 8 ปี
แจกแจงให้เห็นว่าเป็นสินเชื่อเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพื่อการลงทุนขนาดใหญ่ การเลือกวงเงินจึงควร “เท่าที่จำเป็น” ตามคำแนะนำของธนาคาร
2.3 สินเชื่อธนาคารประชาชนเพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบ
ออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีหนี้นอกระบบ และต้องการปิดหนี้เดิมเพื่อเริ่มต้นใหม่ในระบบสถาบันการเงิน
วงเงินกู้สูงสุด 50,000 บาท
ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน (Flat Rate)
เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 16.20%-21.60% ต่อปี
ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 5 ปี
จุดเน้นคือการ “ดึงคนจากหนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบ” ให้มีโอกาสสร้างประวัติเครดิตที่ดีต่อไป
2.4 สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส
เหมาะกับผู้ที่ ไม่เคยมีประวัติกู้เงินกับธนาคาร แต่มีรายได้ เช่น อาชีพอิสระ ค้าขาย รับจ้าง ลูกจ้างโรงงาน ฯลฯ
วงเงินกู้เริ่มต้นสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท
ชำระคืนครบตามเงื่อนไข 12 เดือน จะมีประวัติเครดิตที่ดี
หลังจากนั้นสามารถขอวงเงินกู้เพิ่มได้สูงสุดถึง 50,000 บาท
ดอกเบี้ยคงที่ 0.60% ต่อเดือน
ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 1 ปี ปลอดชำระเงินต้น 3 งวดแรก (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย)
เป็น “นวัตกรรมการเงินเพื่อสังคม” สำหรับสร้างเครดิตให้คนที่ไม่เคยกู้ธนาคารมาก่อน ให้มีโอกาสขอกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำลงหรือวงเงินสูงขึ้นในอนาคต
2.5 สินเชื่อบ้านแลกเงิน (GSB บ้านแลกเงิน)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีบ้านหรือที่ดิน และต้องการเงินก้อนสำหรับใช้จ่ายอเนกประสงค์ หรือรีไฟแนนซ์จากสถาบันการเงินอื่น (ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอุปโภคบริโภค)
ดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 3.39% ต่อปี (6 เดือนแรก)
วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท
ผ่อนชำระนานสูงสุด 30 ปี
สนับสนุนค่าประเมินหลักประกันสูงสุด 5,000 บาท และค่าจดจำนองสูงสุด 100,000 บาท (ตามเงื่อนไขวงเงิน)
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) โดยรวมอยู่ระหว่าง 3.390%-5.795% ต่อปี
เป็นอีกทางเลือกของคนที่มีหลักทรัพย์ และต้องการ “เปลี่ยนบ้านเป็นเงินก้อน” ภายใต้ดอกเบี้ยที่โปร่งใสและชัดเจน
2.6 สินเชื่อเคหะรีไฟแนนซ์ (รีไฟแนนซ์บ้านไปออมสิน)
ใช้สำหรับย้ายสินเชื่อบ้านจากธนาคารเดิมมาออมสิน หลังหมดโปรดอกเบี้ย 3 ปีแรก เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่ดีกว่า
ลดดอกเบี้ยลงจากธนาคารเดิม ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง
ช่วยให้ผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้นหลายปี
มีการกำหนดระยะเวลาเปิดรับคำขอกู้ชัดเจน (เช่น ยื่นกู้ได้ถึง 15 มกราคม 2569 และต้องจัดทำนิติกรรมสัญญาภายใน 16 กุมภาพันธ์ 2569 ตามข้อมูลตัวอย่าง)
ผู้ที่เหมาะคือคนที่ผ่อนบ้านมาแล้วระยะหนึ่ง และกำลังจะหมดโปรดอกเบี้ยเดิม แต่ต้องการลดภาระดอกเบี้ยระยะยาว
3. เช็กคุณสมบัติพื้นฐานก่อนยื่นกู้ออมสิน 2026: รายได้ เอกสาร ประวัติเครดิต
จากตัวอย่างเงื่อนไขของ สินเชื่อเคหะรีไฟแนนซ์ออมสิน ซึ่งสะท้อนแนวทางการพิจารณาสินเชื่อของธนาคาร สามารถสรุปคุณสมบัติหลักที่ควรมีไว้ก่อนยื่นกู้ได้ดังนี้
มีสัญญากู้เดิมเพื่อที่อยู่อาศัย
ต้องเป็นลูกค้าที่มีสัญญากู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น เพื่อแสดงว่ามีการกู้ซื้อบ้านจริง และต้องการรีไฟแนนซ์ ไม่ใช่การขอสินเชื่อไปทำธุรกรรมอื่นมีประวัติชำระหนี้ที่ดี
ไม่เคยมีประวัติค้างชำระ
โดยปกติผู้ที่สนใจรีไฟแนนซ์มักผ่อนบ้านมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี โดยไม่ผิดนัด
ธนาคารออมสินให้ความสำคัญกับ “ลูกหนี้ดี” และมีแนวทางลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมให้กลุ่มนี้ในอนาคต โดยเริ่มในกลุ่มสินเชื่อบ้าน
มีอาชีพและรายได้มั่นคง
ใช้เอกสาร เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสเตทเมนต์ เพื่อยืนยันความสามารถในการผ่อนชำระ
เหมาะทั้งกลุ่มรายได้ประจำและรายได้อิสระที่มีเงินเข้าออกบัญชีสม่ำเสมอ
สำหรับสินเชื่อรายย่อย-ฐานรากอื่น ๆ ออมสินยังเน้นช่วยคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน โดยใช้เกณฑ์ที่ยืดหยุ่นขึ้น แต่หัวใจยังคงเป็นเรื่อง วินัยทางการเงินและความสามารถผ่อนชำระ ตามที่ผู้บริหารธนาคารย้ำเสมอ
4. เอกสารต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับกู้รายย่อย-ฐานราก เพื่อให้อนุมัติง่ายขึ้น
ตัวอย่างจาก สินเชื่อเคหะรีไฟแนนซ์ออมสิน แสดงให้เห็นภาพเอกสารที่ธนาคารให้ความสำคัญ ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับการกู้ประเภทอื่นได้ ดังนี้
4.1 เอกสารส่วนบุคคล
สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
เอกสารเหล่านี้ใช้ยืนยันตัวตนและที่อยู่ของผู้กู้ เป็นพื้นฐานสำหรับการพิจารณาทุกประเภทสินเชื่อ
4.2 เอกสารทางการเงิน
หนังสือรับรองเงินเดือน อายุไม่เกิน 3 เดือน
สลิปเงินเดือนล่าสุด
สเตทเมนต์ย้อนหลัง 6 เดือน
ชุดเอกสารนี้ใช้ยืนยัน รายได้และกระแสเงินสด ซึ่งธนาคารจะนำไปใช้คำนวณความสามารถในการผ่อนชำระ และประเมินความเสี่ยงเครดิตของผู้กู้
4.3 เอกสารเกี่ยวกับหนี้เดิมและหลักประกัน (กรณีรีไฟแนนซ์บ้าน)
สำเนาสัญญากู้จากสถาบันการเงินเดิม
สำเนาสัญญาจำนองและสัญญาต่อท้าย
ใบเสร็จหรือหลักฐานการผ่อนชำระล่าสุด เช่น สเตทเมนต์เงินกู้เดิม
สำเนาโฉนดที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด พร้อมสารบัญจดทะเบียนทุกหน้า
แผนที่ตั้งหลักประกันที่ต้องการไถ่ถอน
สำเนาทะเบียนบ้านของหลักประกันที่จะไถ่ถอนจำนอง
ผู้ที่เตรียมเอกสารครบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ขั้นตอนพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างราบรื่น ลดโอกาสการล่าช้าและการถูกขอเอกสารเพิ่มหลายรอบ
5. ขั้นตอนการสมัครกู้เงินกับออมสิน 2026: ช่องทางสาขา แอป MyMo และออนไลน์
จากข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ธนาคารออมสินเปิดช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงสินเชื่อได้หลากหลาย ทั้งที่สาขา และผ่านช่องทางดิจิทัล โดยมีตัวอย่างขั้นตอนจากการขอ สินเชื่อเคหะรีไฟแนนซ์ผ่านแพลตฟอร์ม Refinn รวมถึงการใช้แอป MyMo ดังนี้
5.1 ขั้นตอนรีไฟแนนซ์บ้านไปออมสิน (ตัวอย่างผ่าน Refinn)
ตรวจสอบสัญญากู้เดิม
ตรวจยอดหนี้คงเหลือ ระยะเวลาผ่อนที่เหลือ และอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน
ตรวจสอบว่าสามารถรีไฟแนนซ์ได้หรือยัง (มักดำเนินการล่วงหน้า 1-2 เดือนก่อนหมดโปร)
เตรียมเอกสารประกอบการยื่นรีไฟแนนซ์
ตามรายการที่กล่าวในหัวข้อเอกสาร เช่น เอกสารส่วนบุคคล เอกสารทางการเงิน และเอกสารสัญญากู้เดิมยื่นรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ (ออมสิน)
ส่งเอกสารผ่านแพลตฟอร์ม Refinn ที่เป็นตัวกลางช่วยประสานกับธนาคาร
หรือเลือกยื่นตรงที่ธนาคารออมสินทุกสาขาตามข้อมูลประชาสัมพันธ์
สอบถามยอดหนี้คงเหลือ และนัดวันไถ่ถอนกับธนาคารเดิม
หลังสินเชื่อใหม่ได้รับอนุมัติ เจ้าหน้าที่ออมสินจะให้ผู้กู้ติดต่อธนาคารเดิม เพื่อขอหนังสือยอดหนี้ปิดบัญชี และนัดหมายโอนถ่ายหนี้ทำสัญญาและจดจำนองที่กรมที่ดิน
ธนาคารออมสินนัดผู้กู้เพื่อทำสัญญากู้ใหม่
จดจำนองหลักประกันในวันเดียวกัน เพื่อให้ทุกขั้นตอนเสร็จสิ้นพร้อมกัน
5.2 ช่องทางสาขาและศูนย์บริการของออมสิน
จากหลายประกาศของธนาคารระบุชัดเจนว่า ลูกค้าสามารถ
ติดต่อขอสินเชื่อได้ที่ ธนาคารออมสินทุกสาขา
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ GSB Contact Center 1115
สาขายังเป็นช่องทางสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับลูกค้าที่ต้องใช้เอกสารจำนวนมาก หรือกรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักประกันและสัญญา
5.3 ช่องทางดิจิทัลผ่านแอป MyMo
ธนาคารออมสินผลักดันการ “ปฏิรูปไอที” และทำให้บริการเข้าถึงได้มากขึ้นโดยไม่ต้องมาสาขา ลูกค้าสามารถใช้แอป MyMo ในการ
ลงทะเบียนจองสิทธิ์และยื่นขอ สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส
ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ เช่น สลากดิจิทัล เงินฝากพิเศษ ฯลฯ
ใช้งานบริการทางการเงิน เช่น โอนเงิน จ่ายเงิน หรือสมัครผลิตภัณฑ์บางประเภทตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
6. เทคนิคเพิ่มโอกาสอนุมัติ: บริหารหนี้เดิม จัดสลิปเงินเดือน เคลียร์เครดิตบูโร
จากคำแนะนำเชิงปฏิบัติที่รวบรวมจากประสบการณ์ดูแลลูกค้าสินเชื่อเคหะรีไฟแนนซ์ออมสิน มีเทคนิคสำคัญในการ “เตรียมตัวก่อนยื่นกู้” เพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติ ดังนี้
6.1 ตรวจเครดิตบูโรก่อนยื่นกู้
หากมีประวัติติดเครดิตบูโรในช่วง 3-6 เดือนที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้สูงว่าธนาคารอาจไม่อนุมัติ
จึงควรตรวจสอบและเคลียร์ปัญหาเครดิตบูโรก่อนยื่นขอสินเชื่อทุกประเภท
6.2 ควบคุมหนี้ต่อรายได้ไม่เกิน 40%
ตรวจสอบยอดหนี้ผ่อนรวมต่อเดือนทั้งหมด (เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ บัตรเครดิต ฯลฯ)
ควรไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อให้ธนาคารมั่นใจว่า “ผ่อนไหว”
หากยอดหนี้สูงเกินไป แนะนำจัดการลดภาระบางส่วนก่อนยื่นสินเชื่อใหม่
6.3 เตรียมสเตทเมนต์และรายรับให้สม่ำเสมอ
สเตทเมนต์ย้อนหลัง 6 เดือนเป็นหลักฐานสำคัญในการประเมินรายได้
ยิ่งเห็นรายได้เข้าบัญชีสม่ำเสมอ การบริหารเงินชัดเจน ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือ
6.4 ใช้ตัวช่วยตรวจเอกสารก่อนยื่นจริง
กรณีรีไฟแนนซ์ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Refinn จะมีทีมช่วยตรวจเอกสารให้ครบก่อนส่งธนาคาร ซึ่งลดความผิดพลาดและช่วยให้กระบวนการพิจารณาเร็วขึ้น รวมถึงอาจช่วยต่อรองดอกเบี้ยในฐานะพาร์ทเนอร์กับธนาคารได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
7. ข้อควรระวังดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และการผ่อนชำระไม่ให้เป็นหนี้เสีย
แม้ช่วงปี 2569-2026 ออมสินจะปรับลดดอกเบี้ย และบางโครงการมีดอกเบี้ยต่ำมาก แต่ยังมีประเด็นที่ผู้กู้ควรระวัง เพื่อไม่ให้กลายเป็นหนี้เสีย (NPL)
7.1 เข้าใจรูปแบบดอกเบี้ยและความผันผวน
สินเชื่อบางประเภทเป็น ดอกเบี้ยลอยตัว (เช่น อิง MRR, MLR, MOR) ซึ่งสามารถเพิ่มหรือลดตามภาวะตลาด
บางสินเชื่อมี ดอกเบี้ยคงที่ช่วงแรก (เช่น บ้านแลกเงิน 3.39% 6 เดือนแรก) แล้วปรับเป็นอัตราปกติภายหลัง
ผู้กู้ต้องอ่านเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยให้ครบ ว่า หลังหมดโปร จะเป็นเท่าใด เพื่อประเมินภาระผ่อนในระยะยาว
7.2 ค่าธรรมเนียมจดจำนองและเงื่อนไขพิเศษ
สินเชื่อบ้านแลกเงินมีเงื่อนไขสนับสนุนค่าธรรมเนียมจดจำนอง และค่าประเมินหลักประกัน ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินวงเงินกำหนด
หากปิดบัญชีภายใน 5 ปี ต้องชำระค่าธรรมเนียมจดจำนองคืนธนาคารเต็มจำนวน
จึงต้องวางแผนว่าตั้งใจถือสินเชื่อระยะยาวเพียงใด เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายคืนในอนาคต
7.3 ระวังช่องทางปลอมและมิจฉาชีพ
มีกรณีเพจเฟซบุ๊ก Ghislain Cote แอบอ้างชื่อและตราสัญลักษณ์ธนาคารออมสิน เพื่อโฆษณาสินเชื่อด่วนไม่ต้องใช้เอกสาร ซึ่งธนาคารยืนยันว่า
ไม่มีนโยบายอนุมัติสินเชื่อผ่าน Facebook, Line หรือ Messenger
เพจทางการคือ “GSB Society” ที่มีเครื่องหมายยืนยันตัวตน
จึงต้อง “ตรวจสอบให้แน่ใจ ก่อนนำภัยมาหาตัว” หลีกเลี่ยงการกดลิงก์หรือให้ข้อมูลส่วนตัวกับช่องทางที่ไม่ใช่ของธนาคาร
7.4 ผ่อนให้ตรงเวลา รักษาวินัยการเงิน
จากวิสัยทัศน์ผู้บริหารออมสิน เน้นว่า
ธนาคารจะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมให้ “ลูกหนี้ดี” ที่มีประวัติชำระดี โดยเริ่มจากสินเชื่อบ้านที่ผ่อนครบ 3 ปี
มีแนวโน้มขยายแนวทางลดดอกเบี้ยไปยังสินเชื่อประเภทอื่น เช่น เงินทุนหมุนเวียน และสินเชื่ออเนกประสงค์
ดังนั้นการรักษาประวัติผ่อนตรงเวลาไม่เพียงแค่ป้องกันหนี้เสีย แต่ยังเปิดโอกาสให้ได้รับสิทธิ์ดอกเบี้ยต่ำลงในอนาคต
8. สรุปเคล็ดลับกู้เงินออมสินให้ผ่านง่าย พร้อมแนวทางวางแผนหนี้อย่างยั่งยืน
เมื่อนำข้อมูลสินเชื่อและนโยบายของธนาคารออมสินในปี 2026-2569 มาสรุปเป็นแนวทางปฏิบัติ สามารถจัดเป็น Checklist สั้น ๆ ได้ดังนี้
กำหนดเป้าหมายการกู้ให้ชัดเจน
เลือกสินเชื่อให้ตรงกับความต้องการ เช่น ธุรกิจรายย่อย ธนาคารประชาชน แก้หนี้นอกระบบ รีไฟแนนซ์บ้าน หรือบ้านแลกเงินตรวจคุณสมบัติพื้นฐานของตัวเอง
มีรายได้สม่ำเสมอ
ประวัติชำระหนี้ดี ไม่มีค้าง
หนี้รวมต่อรายได้ไม่เกินประมาณ 40%
เตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่น
ทั้งเอกสารส่วนบุคคล เอกสารทางการเงิน และเอกสารเกี่ยวกับหนี้เดิม/หลักประกันในกรณีรีไฟแนนซ์หรือบ้านแลกเงินเช็กเครดิตบูโรและจัดการหนี้เดิม
เคลียร์ประวัติติดบูроให้เรียบร้อย
ปรับภาระหนี้ให้เหมาะสมก่อนยื่นสินเชื่อใหม่
เลือกช่องทางสมัครที่เหมาะสม
สาขาออมสินทุกแห่ง และ GSB Contact Center 1115
แอป MyMo สำหรับโครงการที่เปิดให้ลงทะเบียน เช่น สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส
แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Refinn สำหรับการรีไฟแนนซ์บ้านไปออมสิน
อ่านเงื่อนไขดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมให้ละเอียด
เข้าใจทั้งอัตราโปรฯ และอัตราปกติหลังโปรฯ
รับรู้เงื่อนไขการสนับสนุนค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขการปิดบัญชี
ระวังช่องทางปลอม ใช้เฉพาะช่องทางทางการของธนาคาร
ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวผ่านเพจหรือแอปที่ไม่ได้รับการยืนยันจากธนาคารออมสิน
ออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อสังคม” เน้นช่วยคนตัวเล็ก ฐานราก และผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ธนาคารก็ย้ำชัดว่า ไม่ได้เป็นธนาคารเพื่อการกุศล จึงยังต้องคัดกรองและวิเคราะห์ศักยภาพผู้กู้ควบคู่กันไป
ผู้ที่เตรียมตัวดี มีวินัยทางการเงิน และกู้เท่าที่จำเป็น จะสามารถใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยต่ำและโครงการช่วยเหลือต่าง ๆ ของออมสินได้เต็มที่ พร้อมวางแผนหนี้อย่างยั่งยืนในระยะยาว


ความคิดเห็น