รับแอปรับแอป

เลือกให้ถูกตั้งแต่แรก! คู่มือเปรียบเทียบ ChatGPT vs Gemini สำหรับคนทำงานกับ AI ในปี 2025

อนุพงษ์ บุญมี01-29

เปิดมวยคู่เดือดแห่งวงการ AI

ในยุคที่ AI กลายเป็นผู้ช่วยประจำโต๊ะทำงานและในชีวิตประจำวัน ชื่อที่หนีไม่พ้นคือ ChatGPT จาก OpenAI และ Gemini จาก Google

หลายคนเลยติดคำถามในใจว่า

  • สรุปแล้ว AI ตัวไหน “เก่งกว่า”?

  • ถ้าจะเลือกใช้จริงๆ ตัวไหนเหมาะกับงานของเราที่สุด?

บทความนี้คือเวทีเปรียบเทียบแบบหมัดต่อหมัด ระหว่าง ChatGPT (GPT-4o) และ Gemini 2.5 Pro เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่า ใครคือผู้ช่วย AI ที่ใช่สำหรับคุณในปี 2025

ทำความรู้จักคู่ชิงก่อนขึ้นสังเวียน

ก่อนจะเลือกทีม มารู้จักสไตล์ของแต่ละตัวกันสักนิด

ChatGPT: สายคอนเทนต์ สายคิด สายเล่าเรื่อง

ChatGPT ถูกพัฒนาโดย OpenAI และโดดเด่นมากในฐานะ AI ที่คุยเก่ง คุยลื่น และเข้าใจภาษามนุษย์ได้เป็นธรรมชาติ

จุดเด่นสำคัญคือความสามารถด้านภาษา:

  • เขียนบทความ บทความยาว ๆ ให้อ่านง่าย

  • แต่งบทกวี สคริปต์ วิดีโอ หรือคอนเทนต์สร้างสรรค์หลากรูปแบบ

  • ช่วยสรุปใจความให้กระชับ แต่ยังอ่านลื่นและเข้าใจง่าย

ถ้างานของคุณต้องใช้ โทนภาษา บรรยากาศ และสตอรี่เล่าเรื่อง ChatGPT ถือว่าเป็นตัวเต็งเลยทีเดียว

Gemini: AI สายข้อมูล สายเหตุผล จาก Google

Gemini (เดิมคือ Bard) คือ AI จาก Google ที่ถูกออกแบบมาให้ทำได้มากกว่าแค่คุยกับผู้ใช้

จุดแข็งของ Gemini คือ:

  • เข้าถึงข้อมูลล่าสุดจากอินเทอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ผ่าน Google Search

  • ตอบคำถามด้วยข้อมูลที่สดใหม่ และมักอ้างอิงแหล่งที่มาได้

  • เก่งด้านการให้เหตุผลเชิงตรรกะ และการวิเคราะห์เชิงลึก

  • ทำงานร่วมกับบริการใน Google Ecosystem ได้ดีมาก เช่น Gmail, Docs, Sheets, Drive เป็นต้น

พูดง่าย ๆ ถ้าชีวิตคุณผูกอยู่กับ Google อยู่แล้ว Gemini จะกลายเป็นผู้ช่วยที่เข้าใจบริบทการทำงานของคุณได้ดีเป็นพิเศษ

มองภาพรวม: ChatGPT vs Gemini ต่างกันยังไง?

ถ้ามองแบบกว้าง ๆ จุดต่างหลักของทั้งสองตัวคือ

  • ChatGPT เด่นด้านภาษา การเล่าเรื่อง การเขียนคอนเทนต์ และการสร้างสรรค์

  • Gemini เด่นด้านข้อมูลทันสมัย การค้นคว้า การวิเคราะห์ และการผสานเข้ากับเครื่องมือของ Google

ทั้งสองตัวไม่ได้มาแทนกัน แต่เหมาะกับงานคนละแบบมากกว่า

เจาะจุดแข็ง: ใครชนะในแต่ละด้าน?

จากภาพรวมจะเห็นว่า ทั้ง ChatGPT และ Gemini มี “สนามถนัด” ของตัวเองอย่างชัดเจน

🥇 ด้านคอนเทนต์และงานเขียน: แต้มต่ออยู่ที่ ChatGPT

ถ้างานของคุณเน้นไปที่ การเขียนและการสื่อสาร เช่น

  • คอนเทนต์โซเชียลมีเดีย

  • บทความยาว ๆ บทรีวิว หรือเล่าเรื่องเชิงสตอรี่

  • อีเมลการตลาด หรือคอนเทนต์ที่ต้องมีอารมณ์และโทนชัดเจน

  • การระดมไอเดียใหม่ ๆ แบบ Brainstorm

ChatGPT มักจะให้ผลลัพธ์ที่

  • ใช้ภาษาได้ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ

  • โครงสร้างเนื้อหาอ่านง่าย ไม่แข็งหรือทื่อเกินไป

  • ปรับโทนได้หลากหลาย จะให้เป็นทางการ สนุกสนาน หรือสไตล์เพจตัวเองก็ทำได้ดี

สรุป: ถ้าโฟกัสของคุณคือ “เขียนให้คนอ่านรู้สึก” ChatGPT ยังได้เปรียบ

🥇 ด้านการค้นคว้าและข้อมูลเรียลไทม์: ยกธงให้ Gemini

ถ้างานที่คุณทำต้องการ ข้อมูลที่อัปเดตและอ้างอิงได้ เช่น

  • งานวิจัย หาข้อมูลเชิงลึก

  • ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด ข่าว เทคโนโลยี กฎหมาย หรือสถิติ

  • ต้องการลิงก์อ้างอิงแหล่งข้อมูลจากเว็บต่าง ๆ

Gemini มีจุดแข็งคือการเชื่อมต่อกับ Google Search แบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถ

  • ดึงข้อมูลล่าสุดจากอินเทอร์เน็ต

  • อธิบายพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มา

  • เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา นักวิจัย หรือคนทำงานวิเคราะห์ข้อมูล

สรุป: ถ้าคุณต้องการความ “สดใหม่” และ “อ้างอิงได้” ของข้อมูล Gemini มักตอบโจทย์มากกว่า

🥇 ด้านการทำงานร่วมกับแอปอื่น (Ecosystem): Gemini ขึ้นนำชัดเจน

นี่คือพื้นที่ที่ Gemini โดดเด่นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้บริการของ Google เป็นประจำ เช่น

  • Gmail – ให้ช่วยสรุปอีเมล เขียนร่างอีเมลตอบกลับ

  • Google Docs – ให้ช่วยร่างเอกสาร ปรับปรุงเนื้อหา หรือเรียบเรียงใหม่

  • Google Sheets – ให้ช่วยเขียนสูตร สร้างตารางวิเคราะห์ หรือจัดโครงข้อมูล

  • Google Drive / Calendar / Maps – ช่วยจัดการงาน จัดตาราง หรือวางแผนการเดินทาง

คุณสามารถสั่งงานหลายอย่างได้จากหน้าต่างแชทเดียว แล้วให้ Gemini ไปจัดการในแอปของ Google ให้แทน

ภาพที่ควรนึกถึง: ผู้ใช้กำลังนั่งหน้าคอม ให้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลในเอกสารและสรุปออกมาอ่านง่าย นี่คือจุดที่ Gemini และ ChatGPT เริ่มเข้ามาเป็น “ผู้ช่วยประจำเครื่องมือทำงาน” ไม่ใช่แค่บ็อตตอบแชท

สรุปให้เลือกง่าย: แบบไหนเหมาะกับคุณ?

สุดท้ายคำถามที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ว่า “ใครเก่งกว่าใคร” แต่คือ

ใครเหมาะกับสไตล์งานและเป้าหมายของคุณมากกว่ากัน?

ลองไล่เช็กลิสต์ดูว่า คุณควรเอนเอียงไปทางไหน

ถ้าแบบนี้ ให้เลือก ChatGPT

เหมาะกับคุณถ้าคุณคือคนประเภทนี้:

  • นักเขียน, นักการตลาด, Content Creator หรือคนทำเพจที่ต้องผลิตงานเขียนตลอดเวลา

  • ต้องการคู่คิดไว้ช่วย ระดมไอเดีย สร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ หรือช่วยต่อยอดความคิด

  • อยากได้ AI ที่ช่วย สรุปเนื้อหายาว ๆ ให้สั้นลง แต่ยังอ่านลื่นและดูเป็นธรรมชาติ

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าหา AI มาเป็น “เพื่อนคิด เพื่อนไอเดีย เพื่อนเขียน” ให้ ChatGPT ลองก่อน

ถ้าแบบนี้ ให้เลือก Gemini

เหมาะกับคุณถ้า:

  • งานของคุณต้องใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเหตุการณ์ และต้องอ้างอิงได้ เช่น งานวิจัย รายงาน วิเคราะห์สถานการณ์

  • คุณใช้บริการ Google เป็นหลักในชีวิตประจำวัน เช่น Gmail, Docs, Sheets, Drive และอยากให้ AI มาช่วยทำงานในระบบเหล่านี้

  • คุณต้องการ AI ที่ช่วย วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และให้เหตุผลแบบเป็นขั้นตอน

พูดอีกแบบคือ ถ้าคุณอยากได้ “เลขา AI ที่เชื่อมกับ Google เต็มระบบ” Gemini คือคำตอบ

แล้วต้องเลือกฝ่ายเดียวไหม?

จริง ๆ แล้ว คำตอบที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่การเลือกแค่ตัวเดียว แต่คือ

ลองใช้ทั้งสอง แล้วหาวิธีให้แต่ละตัวทำในสิ่งที่มันถนัดที่สุด

  • ใช้ ChatGPT เป็นคู่หูด้านคอนเทนต์ การเล่าเรื่อง และการคิดเชิงสร้างสรรค์

  • ใช้ Gemini เป็นคู่หูด้านข้อมูล การค้นคว้า เอกสาร และการทำงานร่วมกับ Google Apps

ปัจจุบันทั้ง ChatGPT และ Gemini ต่างก็มีเวอร์ชันให้ใช้งานฟรี คุณจึงสามารถทดลองใช้จริงกับงานของตัวเองได้เลย โดยไม่ต้องเดา

ลองใช้กับงานประจำ 1–2 สัปดาห์ แล้วถามตัวเองว่า

  • ตัวไหนช่วยประหยัดเวลาคุณมากที่สุด?

  • ตัวไหนทำให้คุณสนุกกับการทำงานมากขึ้น?

  • ตัวไหนให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับสไตล์ที่คุณต้องการมากที่สุด?

เมื่อได้คำตอบจากการลองใช้จริง นั่นแหละคือ AI ที่เหมาะกับคุณมากที่สุดในปี 2025

สุดท้ายแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องอยู่ทีมเดียวตลอดไป แต่อยู่ทีมที่ทำให้ “งานของคุณดีขึ้น และชีวิตคุณง่ายขึ้น” จะดีกว่า