ZestBuyZestBuy

ยุคของสมาร์ทโฟน AI: หลังจากกระแสเปิดตัวครั้งใหญ่จบลง ความน่าสนใจของมือถือ AI ยังคงอยู่หรือไม่?

ยุคของสมาร์ทโฟน AI: หลังจากกระแสเปิดตัวครั้งใหญ่จบลง ความน่าสนใจของมือถือ AI ยังคงอยู่หรือไม่?
ความสนใจ|AI สำหรับผู้บริโภคทั่วไป

คลื่นลูกใหม่ของสมาร์ทโฟน AI: จากการแข่งขันพารามิเตอร์ สู่การเข้าใจผู้ใช้จริง

ตั้งแต่ปี 2565 ถึง 2566 คลื่นลูกใหม่ของ AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และแน่นอนว่าภาคส่วนสมาร์ทโฟนก็ไม่อาจอยู่นิ่ง ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ต่างกระโดดเข้าสู่สนามแข่งขันครั้งใหม่นี้อย่างพร้อมเพรียง เป้าหมายไม่ใช่เพียงการเปิดตัวโทรศัพท์เครื่องใหม่ แต่คือการสร้าง "สมาร์ทโฟน AI" ที่ฉลาดขึ้น เข้าใจผู้ใช้มากขึ้น และมีความสามารถระดับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่สามารถรันได้บนอุปกรณ์โดยตรง

ในปี 2566 เราได้เห็นบริษัทใหญ่ๆ ตั้งแต่ Huawei, OPPO, vivo จนถึง Xiaomi เปิดตัวโมเดลขนาดใหญ่ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น Pangu รุ่นใหญ่ของ Huawei, AndesGPT ของ OPPO หรือ Blue Heart ของ vivo ต่างก็เน้นย้ำถึงจำนวนพารามิเตอร์ที่มหาศาล ความสามารถในการประมวลผลฝั่งอุปกรณ์ (on-device AI) และ “เนื้อหา AI” ที่ใช้เป็นจุดขายหลักในงานแถลงข่าว จนทำให้ช่วงเวลานั้นกลายเป็นยุคทองของการโชว์พลัง AI

ยุคของสมาร์ทโฟน AI: หลังจากกระแสเปิดตัวครั้งใหญ่จบลง ความน่าสนใจของมือถือ AI ยังคงอยู่หรือไม่?

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงครึ่งหลังของปี 2567 ความตื่นเต้นเหล่านั้นกลับค่อยๆ จางหายลง ตลาดเริ่มมองเห็นความจริงว่าผู้ใช้ทั่วไปไม่ได้ต้องการโทรศัพท์ที่รันโมเดลขนาดใหญ่เหมือนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ พวกเขาเพียงต้องการฟังก์ชันที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น สนุกขึ้น และสะดวกขึ้น การคุยโทรศัพท์ เล่นโซเชียล ดูวิดีโอ หรือประชุมงานผ่านมือถือ ยังคงเป็นกิจกรรมหลักในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่การเรียกใช้คำสั่งซับซ้อนจาก AI ที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะด้าน

นอกจากนี้ ความเต็มใจของผู้ใช้ในการ “จ่ายเพิ่มเพื่อฟีเจอร์ AI” ก็ยังต่ำกว่าที่ผู้ผลิตคาดหวังไว้มาก แทนที่จะเพิ่มเงินอีกหนึ่งหรือสองพันบาทเพื่อซื้อสมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชัน AI ขั้นสูง ผู้ใช้ส่วนใหญ่กลับเลือกดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AI ฟรี หรือสมัครบริการรายเดือนราคาย่อมเยา เช่นเดียวกับที่ ChatGPT, Copilot หรือ Gemini กลายเป็นตัวเลือกหลักของผู้บริโภคทั่วไป ผลลัพธ์ก็คือ การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาที่สูงลิ่วของผู้ผลิตโทรศัพท์กลับไม่ได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า

ยุคของสมาร์ทโฟน AI: หลังจากกระแสเปิดตัวครั้งใหญ่จบลง ความน่าสนใจของมือถือ AI ยังคงอยู่หรือไม่?

เมื่อ “โอเพนซอร์ส” กลายเป็นทางรอด

ปรากฏการณ์ที่ตอกย้ำการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่คือการมาถึงของ DeepSeek โมเดลโอเพนซอร์สขนาดใหญ่ที่เปิดให้ใช้งานเชิงพาณิชย์ได้อย่างอิสระ ด้วยประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงหรือบางกรณีเหนือกว่าโมเดลปิดบางรุ่น DeepSeek จึงกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก

ในช่วงต้นปี 2568 เราได้เห็นการเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจน ผู้ผลิตหลายรายเริ่มละทิ้งแนวคิด “พัฒนาโมเดลของตัวเอง” แล้วหันไปผสานรวมโมเดลภายนอกที่ผ่านการพิสูจน์แล้วแทน หัวเว่ยถือเป็นรายแรกที่ประกาศรวม DeepSeek เข้ากับผู้ช่วยส่วนตัว Xiaoyi Assistant และภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ Honor, OPPO, และ vivo ก็ประกาศตามรอยอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสระยะสั้น แต่สะท้อนถึงแนวโน้มหลักของอุตสาหกรรม

สาเหตุหลักมาจากสองประการสำคัญ

  • ลดต้นทุนอย่างมหาศาล — การพัฒนาโมเดลภายในต้องใช้ทรัพยากรสูง ตัวอย่างเช่น Honor เคยลงทุนด้าน AI มากกว่า 1 หมื่นล้านหยวนในปีเดียว ขณะที่ vivo ทุ่มถึงกว่า 2.3 หมื่นล้านหยวนภายในเวลาไม่ถึงสองปี การใช้โมเดลโอเพนซอร์สอย่าง DeepSeek ที่เปิดภายใต้ใบอนุญาต MIT จึงช่วยลดภาระต้นทุนและเวลาพัฒนาได้อย่างมาก

  • เพิ่มความสามารถในการแข่งขันเชิงฟีเจอร์ — ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือไม่จำเป็นต้องแข่งในระดับ “พื้นฐานของโมเดล” อีกต่อไป แต่สามารถโฟกัสไปที่การออกแบบฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริง เช่น ระบบสรุปการโทรอัตโนมัติ การสร้างภาพถ่ายอัจฉริยะ หรือการช่วยทำงานข้ามแอป

  • ยุคของสมาร์ทโฟน AI: หลังจากกระแสเปิดตัวครั้งใหญ่จบลง ความน่าสนใจของมือถือ AI ยังคงอยู่หรือไม่?

    การแข่งขันสมาร์ทโฟน AI ในปี 2568: จาก “พลัง” สู่ “ประสบการณ์”

    เมื่อโมเดลภายนอกกลายเป็นเรื่องปกติ ความแตกต่างที่แท้จริงของโทรศัพท์ AI จึงไม่ได้อยู่ที่ว่า “ใครมีโมเดลใหญ่กว่า” แต่อยู่ที่ว่า “ใครเข้าใจผู้ใช้มากกว่า”

    ผู้ผลิตเริ่มหันมาแข่งขันกันในระดับของ ประสบการณ์การใช้งาน (User Experience) และ สถานการณ์ใช้งานจริง (Scenario-based AI) ตัวอย่างเช่น

    • vivo เปิดตัวฟีเจอร์ Magic Move ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตัดต่อและสลับตัวละครจากภาพต่างๆ ได้อย่างอิสระ กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่วัยรุ่น Gen Z ที่หลงใหลการสร้างคอนเทนต์

    • Honor เปิดตัว Any Door ระบบลากและวางข้ามแอปที่ AI จะช่วยระบุปลายทางที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกในการทำงานหลายแอปพร้อมกัน

    • OPPO เปิดตัว AI Call Summary ฟังก์ชันสรุปบทสนทนาโทรศัพท์และประชุม ช่วยให้ผู้ใช้ไม่พลาดประเด็นสำคัญ

    ฟีเจอร์เหล่านี้สะท้อนแนวโน้มใหม่ของอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ AI ที่มุ่งเน้น “การแก้ปัญหาจริง” มากกว่าการสาธิตเทคโนโลยี

    ยุคของสมาร์ทโฟน AI: หลังจากกระแสเปิดตัวครั้งใหญ่จบลง ความน่าสนใจของมือถือ AI ยังคงอยู่หรือไม่?

    “กำแพงประสบการณ์” ที่ยากจะลอกเลียน

    นอกจากฟังก์ชันเฉพาะ ผู้ผลิตยังพยายามสร้าง “กำแพงประสบการณ์” ที่ผสานทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เพื่อให้เกิดความแตกต่างอย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่น

    • Huawei ใช้ระบบนิเวศ HarmonyOS เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างอุปกรณ์อย่างราบรื่น ตั้งแต่โทรศัพท์ แท็บเล็ต ไปจนถึงสมาร์ทวอทช์

    • Honor พัฒนาเทคโนโลยีติดตามดวงตาและหน้าจอ “ลมหายใจ” ที่ตรวจจับการจ้องมองและตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติ

    • Apple ก็ไม่ได้นิ่งเฉย โดยนำความสามารถของ AI มาผสานเข้ากับฟีเจอร์หลักของ iOS เช่น การจัดหมวดหมู่ภาพอัตโนมัติ และการช่วยเขียนข้อความอัจฉริยะในระบบข้อความ

    “AI + Imaging” จุดขายใหม่ที่เติบโตแรง

    ในบรรดานวัตกรรมทั้งหมด ฟีเจอร์ AI + Imaging หรือ “AI ด้านการถ่ายภาพ” กำลังกลายเป็นสนามแข่งขันหลักของปี 2568 เพราะเป็นฟังก์ชันที่ผู้ใช้มองเห็นและสัมผัสได้ชัดเจนที่สุด

    ตัวอย่างเช่น Huawei Pura 80 Series ที่ผสาน AI เข้ากับเทคโนโลยีการถ่ายภาพอย่างลึกซึ้ง ฟีเจอร์ “Personalized Color Chart” ใช้ระบบ Deep Learning วิเคราะห์รูปแบบแสง เงา และองค์ประกอบภาพจากฐานข้อมูลภาพมืออาชีพกว่า 500,000 ภาพ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแปลงภาพธรรมดาให้กลายเป็นภาพศิลป์ได้ภายในคลิกเดียว อีกฟีเจอร์อย่าง “AI-Assisted Composition” ยังช่วยปรับมุมกล้องและโฟกัสอัตโนมัติตามหลักสัดส่วนทองคำ ทำให้แม้แต่ผู้เริ่มต้นก็สามารถถ่ายภาพสวยระดับมืออาชีพได้

    เมื่อรวมกับนวัตกรรมด้านฮาร์ดแวร์ เช่น เซนเซอร์กล้องรุ่นใหม่และการประมวลผลภาพแบบเรียลไทม์ สมาร์ทโฟน AI จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสาร แต่กลายเป็นเครื่องมือสร้างสรรค์ที่ช่วยให้ทุกคนเป็น “ครีเอเตอร์” ได้

    สรุป: จุดเปลี่ยนจาก “พลังโมเดล” สู่ “พลังประสบการณ์”

    การพัฒนาอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน AI ในปี 2568 คือการเดินทางผ่านช่วงเวลาแห่งการ “ซบเซาและฟื้นคืน” หลังจากความนิยมของโมเดลขนาดใหญ่ภายในองค์กรเริ่มจางหาย การผสานรวมโมเดลโอเพนซอร์สและการสร้างฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริงจึงกลายเป็นแนวทางใหม่ ผู้ผลิตไม่ได้แข่งขันกันที่พารามิเตอร์ของโมเดลอีกต่อไป แต่แข่งขันกันที่ “ความเข้าใจในผู้ใช้” และ “ประสบการณ์ที่จับต้องได้”

    ในขณะที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่เริ่มถอยไปเป็นเบื้องหลัง ฟังก์ชัน “AI + Imaging” และ “AI ที่เข้าใจผู้ใช้” กำลังกลายเป็นหัวใจหลักของสมาร์ทโฟนยุคใหม่ ปี 2568 จึงอาจเป็นปีที่สมาร์ทโฟนไม่ได้อวดความฉลาดของ AI แต่แสดงให้เห็นว่า “AI เข้าใจมนุษย์ได้ฉลาดแค่ไหน”

    ZestBuy Take

    คลื่นลูกใหม่ของสมาร์ทโฟน AI: จากการแข่งขันพารามิเตอร์ สู่การเข้าใจผู้ใช้จริงตั้งแต่ปี 2565 ถึง 2566 คลื่นลูกใหม่ของ AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ได้แผ่ขยาย...

    , ZestBuy editorial

    ZestBuy earns a commission when you shop through our links, at no extra cost to you. Editorial content is independently selected by our team.

    You May Also Like

    Comments
    พูดอะไรบางอย่าง...
    ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!