หม้อทอดไร้น้ำมัน 3.2 ลิตร รุ่นไหนเหมาะกับครัวของคุณ?
หม้อทอดไร้น้ำมันกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำครัวของหลายบ้าน เพราะช่วยให้ทำอาหารกรอบอร่อยโดยใช้น้ำมันน้อยลง ตอบโจทย์ทั้งสายเฮลท์ตี้ คนทำงานที่มีเวลาจำกัด และครอบครัวขนาดเล็ก
ในบรรดาแบรนด์ยอดนิยม Philips ถือเป็นหนึ่งในผู้นำตลาด โดยเฉพาะรุ่นความจุ 3.2 ลิตร ที่เหมาะกับบ้าน 1–3 คน วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบ 2 รุ่นที่หลายคนลังเล ได้แก่
Philips NA210 Air Fryer 3.2L เทคโนโลยี RapidAir 13
Philips NA110 Air Fryer 3.2 ลิตร
แม้ความจุเท่ากัน แต่รายละเอียดด้านเทคโนโลยี การออกแบบ และประสบการณ์ใช้งานมีความแตกต่าง บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่ารุ่นไหนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด
ทำไมหม้อทอดไร้น้ำมัน 3.2 ลิตรถึงได้รับความนิยม?
ก่อนเข้าสู่การเปรียบเทียบ เรามาทำความเข้าใจว่าขนาด 3.2 ลิตรเหมาะกับใคร
ความจุ 3.2 ลิตร เหมาะกับ:
ครอบครัว 1–3 คน
คนอยู่คอนโด
คนที่มีพื้นที่ครัวจำกัด
คนที่ทำอาหารปริมาณไม่มากต่อครั้ง
ตัวอย่าง:
คุณพลอยอาศัยอยู่คอนโดคนเดียว ต้องการทำไก่ทอด 2 ชิ้นหรือเฟรนช์ฟรายส์จานเล็ก ๆ หม้อขนาด 3.2 ลิตรจึงเพียงพอ และไม่กินพื้นที่เคาน์เตอร์
ภาพรวมสเปกพื้นฐาน

แม้ดูเหมือนใกล้เคียงกัน แต่ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ “ระบบหมุนเวียนลม”

เทคโนโลยี RapidAir 13 vs RapidAir ต่างกันอย่างไร?
1. Philips NA210 – RapidAir 13
RapidAir 13 คือการพัฒนาระบบกระจายลมร้อนที่มีการออกแบบช่องลมและรูปแบบการไหลเวียนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อดีคือ:
ลมร้อนหมุนเวียนทั่วถึง
อาหารสุกสม่ำเสมอ
ลดจุดไหม้เฉพาะด้าน
ได้ความกรอบที่ใกล้เคียงการทอดจริง
ตัวอย่าง:
คุณต้นทำปีกไก่ 8 ชิ้นในครั้งเดียว รุ่น NA210 ให้สีสม่ำเสมอทั้งด้านบนและล่างโดยไม่ต้องกลับชิ้นบ่อย

2. Philips NA110 – RapidAir (มาตรฐาน)
NA110 ใช้เทคโนโลยี RapidAir แบบพื้นฐาน ซึ่งยังคงจุดเด่นของ Philips คือใช้ลมร้อนหมุนเวียนความเร็วสูงแทนน้ำมัน
ข้อดีคือ:
ใช้งานง่าย
ให้ความกรอบดีในระดับมาตรฐาน
เพียงพอสำหรับเมนูทั่วไป
ตัวอย่าง:
คุณเมย์ทำเฟรนช์ฟรายส์แช่แข็งใน NA110 ได้กรอบด้านนอก นุ่มด้านใน โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที

ประสิทธิภาพการทำอาหาร: กรอบแค่ไหน ต่างกันไหม?
ทั้งสองรุ่นสามารถทำอาหารได้หลากหลาย เช่น
ไก่ทอด
หมูย่าง
ปลาแซลมอน
เฟรนช์ฟรายส์
นักเก็ต
อบผัก
แต่ความแตกต่างเล็กน้อยจะเห็นชัดในเมนูที่ต้องการความกรอบสม่ำเสมอหลายชิ้นพร้อมกัน
NA210 เหมาะกับ:
ทำอาหารหลายชิ้นในรอบเดียว
ต้องการสีสวยทั่วถึง
ลดการกลับอาหารระหว่างทอด
NA110 เหมาะกับ:
ทำอาหารทีละปริมาณพอดี
เมนูง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน

การใช้งานและความสะดวก
ทั้งสองรุ่นมักใช้ระบบหมุนปุ่มปรับอุณหภูมิและเวลา (Manual Dial) ซึ่งมีข้อดีคือใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
เหมาะกับ:
ผู้สูงอายุ
คนที่ไม่ต้องการหน้าจอดิจิทัล
คนที่ต้องการความทนทาน
ตัวอย่าง:
คุณแม่ของคุณบาสอายุ 60 ปี สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องอ่านคู่มือซับซ้อน
การประหยัดน้ำมันและสุขภาพ
จุดเด่นของหม้อทอดไร้น้ำมันคือใช้ลมร้อนแทนน้ำมัน ช่วยลดไขมันส่วนเกิน
ตัวอย่างเปรียบเทียบ:
ไก่ทอดน้ำมันแบบดั้งเดิม → ใช้น้ำมันหลายช้อนโต๊ะ
ไก่ทอดใน Air Fryer → ไม่ต้องใช้น้ำมันเพิ่ม (หรือใช้น้อยมาก)
ทั้ง NA210 และ NA110 ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันในด้านสุขภาพ
การทำความสะอาด
ตะกร้าและหม้อด้านในสามารถถอดล้างได้
เคล็ดลับ:
แช่น้ำอุ่น 10–15 นาที
ใช้ฟองน้ำนุ่ม
ไม่ใช้ฝอยเหล็ก
โดยทั่วไป รุ่นที่เคลือบผิวดีจะทำความสะอาดง่าย ซึ่ง Philips มีชื่อเสียงด้านคุณภาพวัสดุ

ขนาดและการจัดวางในครัว
แม้ความจุ 3.2 ลิตรเท่ากัน แต่ดีไซน์ภายนอกอาจแตกต่างเล็กน้อย
เหมาะกับ:
คอนโด
ครัวขนาดเล็ก
วางบนเคาน์เตอร์
ควรวัดพื้นที่ก่อนซื้อ โดยเผื่อพื้นที่ระบายความร้อนด้านหลัง
วิเคราะห์ตามไลฟ์สไตล์
เลือก Philips NA210 หากคุณ:
ต้องการเทคโนโลยีลมหมุนเวียนที่พัฒนาขึ้น
ชอบความกรอบสม่ำเสมอ
ทำอาหารหลายชิ้นพร้อมกัน
ต้องการอัปเกรดจากรุ่นพื้นฐาน
ตัวอย่าง:
คู่รักที่ชอบทำไก่ทอดหรือหมูกรอบในปริมาณพอแบ่งกัน 2–3 คน
เลือก Philips NA110 หากคุณ:
ต้องการรุ่นพื้นฐานคุณภาพดี
ทำเมนูทั่วไป เช่น นักเก็ต เฟรนช์ฟรายส์
เน้นความคุ้มค่า
ไม่ต้องการฟังก์ชันซับซ้อน
ตัวอย่าง:
นักศึกษาที่อยู่หอพัก ทำอาหารง่าย ๆ หลังเลิกเรียน
เปรียบเทียบข้อดี–ข้อสังเกต
Philips NA210
ข้อดี
RapidAir 13
ลมหมุนเวียนดีขึ้น
อาหารสุกทั่วถึง
ข้อสังเกต
ราคามักสูงกว่าเล็กน้อย
Philips NA110
ข้อดี
ใช้งานง่าย
คุ้มค่า
เหมาะกับมือใหม่
ข้อสังเกต
เทคโนโลยีลมเป็นรุ่นมาตรฐาน
สรุปสุดท้าย: รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?
ทั้ง Philips NA210 และ Philips NA110 เป็นหม้อทอดไร้น้ำมันขนาด 3.2 ลิตรที่เหมาะกับครัวขนาดเล็กถึงกลาง ให้ผลลัพธ์กรอบอร่อยใกล้เคียงกันในระดับหนึ่ง
ความแตกต่างหลักอยู่ที่:
NA210 → เทคโนโลยี RapidAir 13 ที่พัฒนาขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการความกรอบสม่ำเสมอมากขึ้น
NA110 → รุ่นพื้นฐานคุณภาพดี เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
หากคุณทำอาหารบ่อย และต้องการความมั่นใจเรื่องการกระจายความร้อน NA210 อาจคุ้มค่ากว่า
แต่หากคุณต้องการหม้อทอดไร้น้ำมันที่เชื่อถือได้ ใช้งานง่าย และราคาเข้าถึงง่าย NA110 ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวัน
สุดท้ายแล้ว การเลือกหม้อทอดไร้น้ำมันที่ดีที่สุด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสเปกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “พฤติกรรมการทำอาหาร” ของคุณเอง
เพราะครัวที่ดี ไม่ใช่ครัวที่มีอุปกรณ์แพงที่สุด แต่คือครัวที่ทำให้คุณทำอาหารได้ง่าย อร่อย และสม่ำเสมอทุกวัน 🍽️

