รับแอปรับแอป

เปรียบเทียบชัด ๆ Philips NA210 vs Philips NA110

Ymho02-18

หม้อทอดไร้น้ำมัน 3.2 ลิตร รุ่นไหนเหมาะกับครัวของคุณ?

หม้อทอดไร้น้ำมันกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำครัวของหลายบ้าน เพราะช่วยให้ทำอาหารกรอบอร่อยโดยใช้น้ำมันน้อยลง ตอบโจทย์ทั้งสายเฮลท์ตี้ คนทำงานที่มีเวลาจำกัด และครอบครัวขนาดเล็ก

ในบรรดาแบรนด์ยอดนิยม Philips ถือเป็นหนึ่งในผู้นำตลาด โดยเฉพาะรุ่นความจุ 3.2 ลิตร ที่เหมาะกับบ้าน 1–3 คน วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบ 2 รุ่นที่หลายคนลังเล ได้แก่

  • Philips NA210 Air Fryer 3.2L เทคโนโลยี RapidAir 13

  • Philips NA110 Air Fryer 3.2 ลิตร

แม้ความจุเท่ากัน แต่รายละเอียดด้านเทคโนโลยี การออกแบบ และประสบการณ์ใช้งานมีความแตกต่าง บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่ารุ่นไหนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด

ทำไมหม้อทอดไร้น้ำมัน 3.2 ลิตรถึงได้รับความนิยม?

ก่อนเข้าสู่การเปรียบเทียบ เรามาทำความเข้าใจว่าขนาด 3.2 ลิตรเหมาะกับใคร

ความจุ 3.2 ลิตร เหมาะกับ:

  • ครอบครัว 1–3 คน

  • คนอยู่คอนโด

  • คนที่มีพื้นที่ครัวจำกัด

  • คนที่ทำอาหารปริมาณไม่มากต่อครั้ง

ตัวอย่าง:
คุณพลอยอาศัยอยู่คอนโดคนเดียว ต้องการทำไก่ทอด 2 ชิ้นหรือเฟรนช์ฟรายส์จานเล็ก ๆ หม้อขนาด 3.2 ลิตรจึงเพียงพอ และไม่กินพื้นที่เคาน์เตอร์


ภาพรวมสเปกพื้นฐาน

แม้ดูเหมือนใกล้เคียงกัน แต่ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ “ระบบหมุนเวียนลม”


เทคโนโลยี RapidAir 13 vs RapidAir ต่างกันอย่างไร?

1. Philips NA210 – RapidAir 13

RapidAir 13 คือการพัฒนาระบบกระจายลมร้อนที่มีการออกแบบช่องลมและรูปแบบการไหลเวียนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อดีคือ:

  • ลมร้อนหมุนเวียนทั่วถึง

  • อาหารสุกสม่ำเสมอ

  • ลดจุดไหม้เฉพาะด้าน

  • ได้ความกรอบที่ใกล้เคียงการทอดจริง

ตัวอย่าง:
คุณต้นทำปีกไก่ 8 ชิ้นในครั้งเดียว รุ่น NA210 ให้สีสม่ำเสมอทั้งด้านบนและล่างโดยไม่ต้องกลับชิ้นบ่อย


2. Philips NA110 – RapidAir (มาตรฐาน)

NA110 ใช้เทคโนโลยี RapidAir แบบพื้นฐาน ซึ่งยังคงจุดเด่นของ Philips คือใช้ลมร้อนหมุนเวียนความเร็วสูงแทนน้ำมัน

ข้อดีคือ:

  • ใช้งานง่าย

  • ให้ความกรอบดีในระดับมาตรฐาน

  • เพียงพอสำหรับเมนูทั่วไป

ตัวอย่าง:
คุณเมย์ทำเฟรนช์ฟรายส์แช่แข็งใน NA110 ได้กรอบด้านนอก นุ่มด้านใน โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที


ประสิทธิภาพการทำอาหาร: กรอบแค่ไหน ต่างกันไหม?

ทั้งสองรุ่นสามารถทำอาหารได้หลากหลาย เช่น

  • ไก่ทอด

  • หมูย่าง

  • ปลาแซลมอน

  • เฟรนช์ฟรายส์

  • นักเก็ต

  • อบผัก

แต่ความแตกต่างเล็กน้อยจะเห็นชัดในเมนูที่ต้องการความกรอบสม่ำเสมอหลายชิ้นพร้อมกัน

NA210 เหมาะกับ:

  • ทำอาหารหลายชิ้นในรอบเดียว

  • ต้องการสีสวยทั่วถึง

  • ลดการกลับอาหารระหว่างทอด

NA110 เหมาะกับ:

  • ทำอาหารทีละปริมาณพอดี

  • เมนูง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน


การใช้งานและความสะดวก

ทั้งสองรุ่นมักใช้ระบบหมุนปุ่มปรับอุณหภูมิและเวลา (Manual Dial) ซึ่งมีข้อดีคือใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

เหมาะกับ:

  • ผู้สูงอายุ

  • คนที่ไม่ต้องการหน้าจอดิจิทัล

  • คนที่ต้องการความทนทาน

ตัวอย่าง:
คุณแม่ของคุณบาสอายุ 60 ปี สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องอ่านคู่มือซับซ้อน


การประหยัดน้ำมันและสุขภาพ

จุดเด่นของหม้อทอดไร้น้ำมันคือใช้ลมร้อนแทนน้ำมัน ช่วยลดไขมันส่วนเกิน

ตัวอย่างเปรียบเทียบ:

  • ไก่ทอดน้ำมันแบบดั้งเดิม → ใช้น้ำมันหลายช้อนโต๊ะ

  • ไก่ทอดใน Air Fryer → ไม่ต้องใช้น้ำมันเพิ่ม (หรือใช้น้อยมาก)

ทั้ง NA210 และ NA110 ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันในด้านสุขภาพ


การทำความสะอาด

ตะกร้าและหม้อด้านในสามารถถอดล้างได้

เคล็ดลับ:

  • แช่น้ำอุ่น 10–15 นาที

  • ใช้ฟองน้ำนุ่ม

  • ไม่ใช้ฝอยเหล็ก

โดยทั่วไป รุ่นที่เคลือบผิวดีจะทำความสะอาดง่าย ซึ่ง Philips มีชื่อเสียงด้านคุณภาพวัสดุ


ขนาดและการจัดวางในครัว

แม้ความจุ 3.2 ลิตรเท่ากัน แต่ดีไซน์ภายนอกอาจแตกต่างเล็กน้อย

เหมาะกับ:

  • คอนโด

  • ครัวขนาดเล็ก

  • วางบนเคาน์เตอร์

ควรวัดพื้นที่ก่อนซื้อ โดยเผื่อพื้นที่ระบายความร้อนด้านหลัง


วิเคราะห์ตามไลฟ์สไตล์

เลือก Philips NA210 หากคุณ:

  • ต้องการเทคโนโลยีลมหมุนเวียนที่พัฒนาขึ้น

  • ชอบความกรอบสม่ำเสมอ

  • ทำอาหารหลายชิ้นพร้อมกัน

  • ต้องการอัปเกรดจากรุ่นพื้นฐาน

ตัวอย่าง:
คู่รักที่ชอบทำไก่ทอดหรือหมูกรอบในปริมาณพอแบ่งกัน 2–3 คน


เลือก Philips NA110 หากคุณ:

  • ต้องการรุ่นพื้นฐานคุณภาพดี

  • ทำเมนูทั่วไป เช่น นักเก็ต เฟรนช์ฟรายส์

  • เน้นความคุ้มค่า

  • ไม่ต้องการฟังก์ชันซับซ้อน

ตัวอย่าง:
นักศึกษาที่อยู่หอพัก ทำอาหารง่าย ๆ หลังเลิกเรียน


เปรียบเทียบข้อดี–ข้อสังเกต

Philips NA210

ข้อดี

  • RapidAir 13

  • ลมหมุนเวียนดีขึ้น

  • อาหารสุกทั่วถึง

ข้อสังเกต

  • ราคามักสูงกว่าเล็กน้อย


Philips NA110

ข้อดี

  • ใช้งานง่าย

  • คุ้มค่า

  • เหมาะกับมือใหม่

ข้อสังเกต

  • เทคโนโลยีลมเป็นรุ่นมาตรฐาน


สรุปสุดท้าย: รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?

ทั้ง Philips NA210 และ Philips NA110 เป็นหม้อทอดไร้น้ำมันขนาด 3.2 ลิตรที่เหมาะกับครัวขนาดเล็กถึงกลาง ให้ผลลัพธ์กรอบอร่อยใกล้เคียงกันในระดับหนึ่ง

ความแตกต่างหลักอยู่ที่:

  • NA210 → เทคโนโลยี RapidAir 13 ที่พัฒนาขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการความกรอบสม่ำเสมอมากขึ้น

  • NA110 → รุ่นพื้นฐานคุณภาพดี เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน

หากคุณทำอาหารบ่อย และต้องการความมั่นใจเรื่องการกระจายความร้อน NA210 อาจคุ้มค่ากว่า
แต่หากคุณต้องการหม้อทอดไร้น้ำมันที่เชื่อถือได้ ใช้งานง่าย และราคาเข้าถึงง่าย NA110 ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวัน

สุดท้ายแล้ว การเลือกหม้อทอดไร้น้ำมันที่ดีที่สุด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสเปกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “พฤติกรรมการทำอาหาร” ของคุณเอง

เพราะครัวที่ดี ไม่ใช่ครัวที่มีอุปกรณ์แพงที่สุด แต่คือครัวที่ทำให้คุณทำอาหารได้ง่าย อร่อย และสม่ำเสมอทุกวัน 🍽️