รับแอปรับแอป

อยากปังด้วยไลฟ์ขายของ? เช็กก่อน ธุรกิจคุณเหมาะหรือเปล่า!

ชนกนันท์ ทองมี01-30

ไลฟ์ขายสินค้า คืออะไร ทำไมถึงบูมขนาดนี้

“ไลฟ์ขายสินค้า” หรือ Live Selling คือการขายของออนไลน์แบบเรียลไทม์ ผ่านแพลตฟอร์มยอดฮิตอย่าง Facebook, TikTok, Instagram หรือ YouTube ที่ผู้ขายสามารถพูดคุยกับลูกค้า ตอบคำถาม สด ๆ และสาธิตวิธีใช้สินค้าไปพร้อมกันได้เลยในไลฟ์เดียว

ในยุคที่ลูกค้าอยากเห็น ของจริงแบบไม่ตัดต่อ และอยาก คุยกับคนขายได้ทันที ไลฟ์สดเลยกลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่ทั้งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และดันยอดขายให้พุ่งได้ในเวลาไม่นาน

ธุรกิจแบบไหน “โคตรเหมาะ” กับการไลฟ์ขายของ

ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่ไลฟ์แล้วจะเวิร์ก แต่สำหรับบางกลุ่มสินค้า บอกเลยว่าไลฟ์คือ ช่องทางทำเงินตัวท็อป เพราะตอบโจทย์ทั้งพฤติกรรมและจิตวิทยาการตัดสินใจของลูกค้า

1. แฟชั่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า

สายแฟชั่นคือหนึ่งในกลุ่มที่เหมาะกับไลฟ์ที่สุด เพราะลูกค้าอยากเห็นทั้ง ทรงจริง สีจริง ฟิตติ้งจริง

เวลาคนขายลองใส่ให้ดู หมุนตัว โชว์เนื้อผ้า ความยาว หรือเทียบสีให้เห็นตรง ๆ ผู้ชมจะรู้สึกเหมือนได้ลองด้วยตัวเอง ทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่าดูจากรูปนิ่งเยอะมาก

2. เครื่องสำอางและสกินแคร์

สินค้าแนวบิวตี้ต้องพึ่ง ความเชื่อใจ สูง การไลฟ์ให้ดูสด ๆ เช่น ทาให้ดูบนผิวจริง โชว์เนื้อครีม เนื้อรองพื้น หรือเทียบ Before–After ทำให้ลูกค้าเห็นภาพชัดว่า “ใช้จริงแล้วเป็นยังไง”

ยิ่งถ้าคนขายอธิบายสภาพผิว ปัญหาผิว และเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงจุด ลูกค้าจะยิ่งรู้สึกว่าได้รับคำแนะนำเฉพาะตัว ความมั่นใจในการซื้อก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

3. อาหารและเครื่องดื่ม

ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือสินค้าอาหารแปรรูป เหมาะมากกับการไลฟ์โชว์ขั้นตอนการทำ การจัดจาน หรือรีวิวจากลูกค้าจริง ๆ

ภาพตอนผัด เสียงตอนทอด หรือช็อตตอนชิมแล้วบอกความรู้สึก จะช่วยกระตุ้น ความหิวแบบเรียลไทม์ ทำให้คนดูหลายคนตัดสินใจสั่งทันทีโดยไม่คิดเยอะ

4. สินค้าท้องถิ่นและงานแฮนด์เมด (Handmade)

สินค้าพวกงานทำมือ หรือของท้องถิ่นที่มีเรื่องเล่าอยู่เบื้องหลัง ยิ่งไลฟ์ยิ่งได้เปรียบ เพราะคุณสามารถใช้เวลาในไลฟ์เล่าที่มา แนวคิด และขั้นตอนการทำได้เต็มที่

เมื่อผู้ชมได้เห็นทั้ง ความตั้งใจ รายละเอียด และกระบวนการผลิต สินค้าจะดูมีคุณค่า ไม่ใช่แค่ของชิ้นหนึ่ง แต่กลายเป็นงานที่มีเรื่องราว ทำให้ยอมจ่ายง่ายขึ้น

5. สินค้าโปรแรง โปรโมชั่นจัดหนัก หรือ Flash Sale

การไลฟ์เหมาะมากกับแคมเปญแบบ จำกัดเวลา เช่น ลดราคาชั่วโมงนี้เท่านั้น หรือของแถมเฉพาะคนดูไลฟ์ รอบนี้เท่านั้น

การประกาศดีลแบบสด ๆ พร้อมตัวเลขสต็อกที่ลดลงเรื่อย ๆ จะสร้างความรู้สึก FOMO (กลัวพลาด) ทำให้คนดูรีบตัดสินใจซื้อก่อนที่จะ “ช้าแล้วอด”

ธุรกิจแบบไหนที่ไลฟ์แล้วอาจไม่ค่อยคุ้ม

ถึงไลฟ์จะทรงพลัง แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกประเภทสินค้า บางธุรกิจธรรมชาติของการขายไม่ได้เอื้อกับการตัดสินใจแบบรวดเร็วในไลฟ์

1. ธุรกิจ B2B ที่ขายให้บริษัทหรือองค์กร

เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์อุตสาหกรรม ระบบซอฟต์แวร์องค์กร ฯลฯ ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการข้อมูลเชิงเทคนิค การเปรียบเทียบสเปก การคุยรายละเอียด และการเจรจาเงื่อนไข

การตัดสินใจซื้อจึงไม่ได้เกิดขึ้นทันทีจากการดูไลฟ์ แต่ใช้เวลาและขั้นตอนมากกว่านั้น

2. สินค้าราคาสูงมาก เช่น รถยนต์ หรืออสังหาริมทรัพย์

การไลฟ์สามารถช่วย โปรโมทและสร้างการรับรู้แบรนด์ ได้ดี แต่ไม่ค่อยเหมาะกับการปิดการขายแบบจบในไลฟ์เดียว

เพราะลูกค้าต้องใช้เวลา คิด เปรียบเทียบ วิเคราะห์ข้อมูลหลายด้าน และอาจต้องดูของจริงหรือคุยแบบตัวต่อตัวก่อนตัดสินใจ

3. สินค้าเฉพาะทางที่ต้องใช้ความรู้ลึก

เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องมือวิจัย หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีรายละเอียดซับซ้อนสูง

การจะอธิบายฟังก์ชัน ข้อจำกัด วิธีใช้ที่ถูกต้อง รวมถึงความปลอดภัยให้ครบถ้วนในไลฟ์ อาจทำได้ยาก และคนดูก็อาจตามข้อมูลไม่ทัน จึงไม่ใช่ช่องทางหลักในการปิดการขาย

สรุป: ไลฟ์ขายของเหมาะกับธุรกิจแบบไหนกันแน่

โดยภาพรวมแล้ว ไลฟ์ขายสินค้าจะเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการ

  • เพิ่มยอดขายแบบรวดเร็ว เห็นผลไว

  • ใช้ ความจริงใจและความเป็นกันเอง ในการปิดการขาย

  • มีสินค้าที่จับต้องได้ และ โชว์ผ่านภาพได้ชัดเจน

แต่สำหรับธุรกิจที่ต้องใช้ข้อมูลเชิงลึกงัดกัน หรือสินค้าเป็นดีลใหญ่ ราคาสูง ไลฟ์มักจะเหมาะในฐานะ เครื่องมือเสริม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และให้ข้อมูลเบื้องต้น มากกว่าจะใช้เป็นช่องทางปิดการขายหลัก

ทิปส์เตรียมตัวก่อนเริ่มไลฟ์ขายของ

ถ้าอ่านแล้วเริ่มรู้สึกว่าธุรกิจตัวเองน่าจะไปได้กับไลฟ์ ลองเช็กสิ่งที่ควรเตรียมก่อนกดปุ่ม “เริ่มไลฟ์”

  • สคริปต์หรือโครงเรื่องการพูด
    ไม่จำเป็นต้องเป๊ะทุกคำ แต่ควรวางโครงให้ชัดว่าเริ่มต้นยังไง ช่วงกลางพูดอะไร ปิดการขายตรงไหน จะช่วยให้ไลฟ์ลื่นไหล ไม่หลุดประเด็น

  • ทีมช่วยดูคอมเมนต์และตอบแชต
    ระหว่างที่คุณพูดและโชว์สินค้า จะให้ตอบทุกคอมเมนต์เองคนเดียวอาจไม่ไหว การมีคนคอยช่วยตอบ ช่วยปิดดีลหลังบ้าน จะเพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น

  • อุปกรณ์ถ่ายทำคุณภาพดี
    อย่างน้อยควรมีไฟให้หน้าสว่าง ภาพคมชัด และไมค์ที่เสียงใสฟังรู้เรื่อง ภาพและเสียงที่ดูเป็นมืออาชีพจะช่วยให้คนดูรู้สึกว่าแบรนด์น่าเชื่อถือมากขึ้น และอยู่ดูไลฟ์ได้นานกว่าเดิม

ใครที่กำลังคิดจะใช้ไลฟ์ขายของ ลองเทียบจากลักษณะธุรกิจและสินค้าของตัวเองดู ถ้าใช่สายที่ “โชว์ได้ พูดได้ ปิดไว” ไลฟ์สดอาจกลายเป็นอาวุธลับที่ทำให้ยอดขายของคุณเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือก็ได้