จากห้องเรียนเล็ก ๆ สู่หอศิลป์กลางกรุง
ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี กำลังเปิดเวทีให้ทั้งสังคมได้เห็นพลัง ความฝัน และศักยภาพของเยาวชน ผ่านนิทรรศการ fai-fah Art Exhibition 2026 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ใจกลางเมือง
จากเด็กรุ่นใหม่ที่เคยเชื่อว่า “งานของเราแค่ติดบอร์ดห้องเรียนก็ดีมากแล้ว” วันนี้ผลงานของพวกเขากลับได้ถูกจัดวางบนผนังหอศิลป์มืออาชีพ และกำลังส่งเสียงเล่าเรื่อง “การเปลี่ยนแปลง” ในแบบฉบับของเด็กธรรมดาที่ค่อย ๆ เติบโตจากการได้ลองทำ ได้เรียนรู้ และได้เชื่อในคุณค่าของตัวเอง
นิทรรศการที่บอกโลกว่าเด็กธรรมดาก็เปลี่ยนสังคมได้
โครงการไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี เดินหน้าจัดนิทรรศการศิลปะระดับประเทศ fai-fah Art Exhibition 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
ปีนี้มาพร้อมแนวคิดแรงสะเทือนใจ The Ordinary – We CHANGE “เราอาจธรรมดา…แต่เรากำลังเปลี่ยนแปลงโลกในแบบของเรา”
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการขยายพื้นที่จัดแสดงจากห้องเรียนและศูนย์เรียนรู้ สู่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เพื่อให้
งานของเด็กไฟ-ฟ้าออกจากมุมเล็ก ๆ สู่สายตาสาธารณชนอย่างแท้จริง
ผู้ชมทั่วไปเข้าถึงและเข้าใจผลงานของเด็ก ๆ ได้ง่ายและใกล้ชิดมากขึ้น
นี่ไม่ใช่แค่การย้ายสถานที่จัดงาน แต่คือ การยกระดับเวทีชีวิตของเด็กธรรมดา ให้ได้มีพื้นที่ยืนในเมืองใหญ่
เมื่อเด็กธรรมดาได้มีพื้นที่ส่งเสียง
ตัวแทนจากทีทีบีถ่ายทอดแนวคิดของนิทรรศการครั้งนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า การจัดแสดงไม่ใช่แค่การโชว์ผลงานศิลปะ แต่คือการ เปิดพื้นที่ให้เด็กได้แสดงตัวตน และบอกให้สังคมรู้ว่า
เด็กทุกคนล้วนมีศักยภาพซ่อนอยู่
หากได้รับโอกาสและพื้นที่ที่เหมาะสม พวกเขาสามารถสร้างสรรค์งานที่ลึกซึ้งและมีความหมายต่อสังคมได้
ในอีกด้าน เด็ก ๆ เองก็ได้เรียนรู้ว่าผลงานของพวกเขาไม่ได้จบแค่คำว่า “สวย” หรือ “เก่ง” แต่ยังเชื่อมโยงกับบทบาทของการเป็น “ผู้ให้”
รายได้จากการจำหน่ายผลงานส่วนหนึ่งถูกส่งต่อไปยังมูลนิธิทีทีบี เพื่อนำไปสร้างโอกาสให้เด็กคนอื่น ๆ ต่อไป
นี่คือการต่อยอดแนวคิด Make REAL Change ที่เชื่อว่าความสำเร็จของนิทรรศการไม่ได้วัดจากจำนวนคนมาชมเท่านั้น แต่คือการที่ผู้ชม
เข้าใจความหมายเบื้องหลังชิ้นงาน
ได้รับแรงบันดาลใจกลับไป
มองเห็นคุณค่าของ “เด็กธรรมดา” ในมุมที่ลึกและจริงมากขึ้น
เส้นทางเติบโตของเด็กไฟ-ฟ้า: จากความเงียบสู่ความกล้า
หนึ่งในเรื่องราวที่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกอบอุ่นหัวใจ คือการเดินทางของ น้องมูนิต – นายธราธิป แสงวิเชียร เด็กไฟ-ฟ้าจากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า จันทน์
จากเด็กที่เงียบ เก็บตัว และไม่กล้าแสดงออก เมื่อมีโอกาสเข้ามาในโครงการไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี
เขาได้พบเพื่อนที่ชอบอะไรคล้ายกัน
ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการลองผิดลองถูก
ได้รับโอกาสทั้งด้านการเรียนรู้ วัสดุอุปกรณ์ และครูผู้สอนที่ครบครัน
ความคิดธรรมดา ๆ จากสิ่งรอบตัวค่อย ๆ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นผลงานศิลปะที่ส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้พบเห็น
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังใช้ความสามารถไปทำงานเพื่อชุมชน เช่น
วาดภาพและทาสีกำแพงในชุมชน
เปลี่ยนผนังธรรมดาให้กลายเป็นแลนด์มาร์กเล็ก ๆ ที่ช่วยดึงดูดผู้คนและการท่องเที่ยว
อีกด้านหนึ่ง น้องใบหม่อน – นางสาวภัทรธิดา หมายดี จากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า บางกอกน้อย ก็สะท้อนประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน
เธอได้มีโอกาสนำผลงานขึ้นจัดแสดงในเวทีสาธารณะต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งสำหรับเด็กคนหนึ่ง นี่คือการ
เดินออกจากขอบเขตห้องเรียนอย่างแท้จริง
เผชิญหน้ากับมุมมองและคำวิจารณ์จากคนหลากหลายกลุ่ม
เธอเล่าว่านี่เป็นทั้งความตื่นเต้นและความภูมิใจ เพราะทำให้ต้อง
ใส่ใจในสิ่งที่ถ่ายทอดมากขึ้น
กล้าที่จะเติบโตผ่านความคิดเห็นจากสังคม
ศิลปะจึงไม่ใช่แค่ผลงาน แต่กลายเป็นเครื่องมือฝึกหัวใจให้แข็งแรงและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน
ศิลปะไม่จำกัดแค่บนผืนผ้าใบ
ในมุมมองของเด็กไฟ-ฟ้า ศิลปะไม่ได้ถูกขังอยู่แค่บนเฟรมหรือผ้าใบอีกต่อไป ไฟ-ฟ้าช่วยเปิดโลกให้เห็นว่า
ศิลปะซ่อนอยู่ในสิ่งใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน
อยู่ในวิธีคิด กระบวนการแก้ปัญหา และวิธีมองโลกของแต่ละคน
เด็ก ๆ ได้ลองสร้างงานในรูปแบบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ งานเพนต์บนพื้นที่สาธารณะ หรือการออกแบบตัวละครและสื่อภาพต่าง ๆ
ระหว่างทาง พวกเขาจึงได้
ค่อย ๆ ค้นพบสไตล์และศักยภาพของตัวเอง
รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในทิศทางไหน
บทบาทคุณครู: ไม่ได้สั่งให้วาด แต่ช่วยให้ “ค้นตัวตน”
ครูแจ๋ม – นางสาวสุพัตรา จันทราภรณ์ ครูอาสาสมัครคลาสศิลปะ เล่าถึงเด็กยุคดิจิทัลที่เติบโตมากับการ์ตูน เกม และโซเชียลมีเดีย
สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาเป็นงานศิลปะที่เต็มไปด้วยคาแรกเตอร์และพลังจินตนาการ
บทบาทของครูจึงไม่ใช่การกำหนดกรอบว่า “อะไรถูกหรือผิด” แต่คือการ
ช่วยให้เด็ก ๆ ถอดตัวตน จากสิ่งที่ชอบ
แปลงแรงบันดาลใจจากโลกดิจิทัลให้กลายเป็นลายเส้นและคาแรกเตอร์ที่เป็นของตัวเองจริง ๆ
จากการลอกเลียนแบบ สู่การสร้างตัวตน คือเส้นทางเติบโตที่ครูอยากให้เด็กทุกคนได้เดินด้วยตัวเอง
ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า: พื้นที่ปลอดภัยของเด็กธรรมดา
จุดเด่นของศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า คือการออกแบบทุกอย่างโดยมี “เด็ก” เป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
ที่นี่คือพื้นที่ที่เด็กได้
กล้าคิดในสิ่งที่ต่างออกไป
กล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ
กล้าแสดงออกในแบบที่เป็นตัวเองโดยไม่ต้องกลัวโดนตัดสิน
การได้เห็นงานศิลปะของเด็ก ๆ ถูกจัดแสดงในหอศิลป์กลางเมือง ซึ่งสำหรับหลายคนเคยเป็น “พื้นที่ที่ไกลเกินฝัน” จึงกลายเป็น
เครื่องยืนยันว่าความพยายามของพวกเขามีความหมาย
แรงผลักดันสำคัญให้เด็กกล้าก้าวต่อในเส้นทางการเติบโตของตัวเอง
หอศิลป์ไม่ใช่พื้นที่ของศิลปินมืออาชีพเท่านั้น แต่เริ่มกลายเป็นพื้นที่ของเด็กธรรมดาที่ตั้งใจจริงด้วย
fai-fah Art Exhibition 2026: งานศิลปะที่เล่าเรื่องการเติบโตจากข้างใน
นิทรรศการ fai-fah Art Exhibition 2026 ที่จัดขึ้น ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สะท้อนภาพของเด็กไฟ-ฟ้าได้อย่างชัดเจนว่า
พวกเขามีพลังและความคิดสร้างสรรค์มากกว่าที่สังคมเคยคาดหวัง
งานศิลปะที่ถูกจัดแสดงไม่ใช่แค่โชว์ทักษะ แต่คือการเปิดสมุดบันทึกชีวิตให้คนอื่นได้อ่าน
ในทุกชิ้นงาน เรามองเห็น
เรื่องราวของการเรียนรู้จากความผิดหวังและความสำเร็จเล็ก ๆ
การค้นหาตัวตนท่ามกลางโลกที่หมุนเร็ว
การเปลี่ยนแปลงจากภายใน ที่ค่อย ๆ ขยายออกไปแตะหัวใจผู้ชม
ผู้ชมจากหลากหลายกลุ่มจึงไม่ได้แค่เดินชมงาน แต่ยังได้รับแรงบันดาลใจกลับไป พร้อมกับมุมมองใหม่ที่มองเห็นคุณค่าของ “เด็กธรรมดา” ลึกซึ้งขึ้น
ไม่ได้ต้องเก่งเหนือใคร แค่มีโอกาสเท่า ๆ กัน
ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี ยังคงเดินหน้าจุดประกายเยาวชนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายของโครงการไม่ใช่การปั้นเด็กให้ต้อง “เก่งที่สุด” หรือ “โดดเด่นเหนือคนอื่น”
แต่คือการ
สร้าง ความเท่าเทียมด้านโอกาส ให้เด็กได้เริ่มต้นจากจุดที่แฟร์กว่านี้
เปิดทางให้เด็กธรรมดาค่อย ๆ เติบโตเป็นคนที่เห็นคุณค่าในตัวเอง
ช่วยขัดเกลาศักยภาพที่มีอยู่แล้วในตัว ให้พร้อมส่งต่อสิ่งดี ๆ กลับสู่สังคม
เมื่อเด็กธรรมดามีเวที มีเสียง และมีคนเชื่อในศักยภาพของพวกเขา โลกก็ไม่อาจเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
นี่แหละคือพลังของศิลปะ ที่เริ่มต้นจากห้องเรียนเล็ก ๆ แต่กำลังสั่นสะเทือนหอศิลป์กลางเมือง และหัวใจของผู้คนทีละน้อยอย่างงดงาม

