รับแอปรับแอป

ขี่สกู๊ตเตอร์เที่ยวญี่ปุ่นวันเดียวให้คุ้มสุด ด้วย NMAX 125 ทริปเดียวรู้เรื่อง!

ธนากร อินทร์แก้ว01-30

เริ่มต้นทริปขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวญี่ปุ่นแบบสายชิล

การ เช่าจักรยานยนต์ขี่เองในญี่ปุ่น เป็นไอเดียที่ไบค์เกอร์หลายคนเคยคิดเล่นๆ แต่พอจะเริ่มทำจริงกลับไม่รู้จะเริ่มยังไงดี

หลายคนอาจเคยเช่ารถยนต์ขับในญี่ปุ่นกันมาบ้างแล้ว แต่ต้องบอกเลยว่า การขี่มอเตอร์ไซค์กับการขับรถยนต์ให้ฟีลต่างกันเยอะ แถมเรายังติดสไตล์การจราจรแบบไทยๆ มาด้วย ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ

เลือกร้านเช่า – เลือกมอเตอร์ไซค์ – เลือกอิสระในแบบเรา

เดี๋ยวนี้การหาร้านเช่ารถในญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องยาก แค่เสิร์ชบนกูเกิลก็มีตัวเลือกเพียบ

ครั้งนี้เลือกร้านเช่าที่ชื่อ rental819 แถวอิเคบุคุโระในโตเกียว บรรยากาศร้านมีรถให้เลือกหลายแบบตั้งแต่รถเล็กไปจนถึงบิ๊กไบค์

สุดท้ายจบที่การเลือก ยามาฮ่า NMAX 125 ใหม่ เพราะ

  • ขี่ง่าย ไม่ต้องปรับตัวเยอะ

  • ใต้เบาะเก็บของได้เยอะ ใช้งานจริงสะดวก

  • ประหยัดทั้งค่าเช่าและค่าน้ำมัน

ส่วนการเตรียมเอกสารไปเช่ารถ แนะนำให้จองรุ่นรถล่วงหน้าทางออนไลน์ พอไปถึงร้านใช้เอกสารแค่ 3 อย่าง

  • พาสปอร์ต

  • ใบขับขี่สากล

  • ใบขับขี่ไทย

ค่าเช่าและค่าประกันจ่ายผ่านบัตรเครดิตได้เลย สะดวกไม่ต้องพกเงินสดเยอะ

ค่าเช่า NMAX 125 – คุ้มแค่ไหนถ้าไปทริปวันเดียว

ยามาฮ่า NMAX อยู่ในคลาส P2 เป็นสกู๊ตเตอร์ขนาดเล็กกลางๆ ไม่เล็กสุด ราคาค่าเช่าถือว่ากำลังดี

  • แบบ 24 ชั่วโมง: 6,900 เยน

  • ถ้าไม่อยากพารถไปค้างคืนนอกที่พัก ไม่อยากวุ่นหาที่จอดแบบรถยนต์ เลือกแบบ 8 ชั่วโมง: 5,700 เยน จะคุ้มกว่า

แต่ต้องคุมเวลาดีๆ เพราะถ้าเกิน 8 ชั่วโมง คลาส P2 จะคิดเพิ่ม 1,400 เยนต่อชั่วโมง

สำหรับคลาส P2 จะมี ค่าประกันอุบัติเหตุเพิ่มอีก 1,500 เยน และก่อนคืนรถต้องไปเติมน้ำมันให้เต็มถังเหมือนตอนรับรถ

ปลายทางของทริปนี้คือ ชายหาดคะมะกุระ ระยะทางไปกลับราว 130 กว่ากิโลเมตร ถือว่าเป็นทริปวันเดียวที่กำลังสวย ไม่หนักเกินไป

จุดตั้งต้นคือไปรับรถตั้งแต่ร้านเปิดตอน 10.00 น. เพื่อจะได้มีเวลาเที่ยวเต็มวัน

ของต้องมีสำหรับทริปขี่มอเตอร์ไซค์ในญี่ปุ่น

นอกจากชุดขี่มาตรฐานแล้ว ทริปแบบนี้จะสบายขึ้นเยอะถ้าเตรียมของเหล่านี้ไปด้วย

อุปกรณ์พื้นฐาน

  • หมวกกันน็อค

  • ถุงมือ

  • รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าที่ขี่รถแล้วถนัด

อุปกรณ์เสริมที่ควรมี

  • ที่จับมือถือสำหรับติดแฮนด์หรือก้านกระจกมองข้าง เพื่อใช้ดูแผนที่

  • สายชาร์จและหัวชาร์จแบบเสียบช่อง 12V

เพราะเราจะใช้กูเกิลแมปนำทางเป็นหลัก ถ้าปล่อยให้แบตหมดกลางทางนี่คือเรื่องใหญ่มาก แนะนำให้

  • เสียบชาร์จมือถือไว้ตลอดขณะขี่

  • โหลดเส้นทางเก็บไว้ล่วงหน้าเผื่ออินเทอร์เน็ตหลุด

ถ้าใครไม่ได้เตรียมตัวมาเลย หลายร้านก็มีพวกอุปกรณ์เสริมให้เช่า แต่ถ้าพกของตัวเองมาได้ก็จะอุ่นใจกว่า

ออกเดินทางจากโตเกียวสู่คะมะกุระ

ยามาฮ่า NMAX เป็นรถที่ขี่ง่ายและควบคุมสบายมาก ที่จับมือถือยึดไว้ตรงก้านกระจกมองข้าง มุมกำลังดี มองแผนที่ได้ชัด ไม่บังหน้าปัดรถ

ตอนออกจากตัวเมืองโตเกียว ช่วงแรกใช้กูเกิลแมปนำทางก็ไม่ยากเท่าไหร่ พอเข้าถนนเส้นหลักได้แล้วก็ปล่อยไหลยาวๆ

ระหว่างทางจะมีทั้งช่วงลอดอุโมงค์ ข้ามสะพานยาวๆ และ สี่แยกพร้อมสัญญาณไฟจราจรจำนวนมาก ซึ่ง

  • ทำให้เสียเวลาเดินทางพอสมควร

  • ต้องระวังกฎจราจรแบบญี่ปุ่นให้ดีด้วย

เส้นทางจากโตเกียว ผ่านโยะโกะฮะมะไปคะมะกุระ กูเกิลแมปประเมินเวลาขาไปประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ไปกลับราว 5 ชั่วโมง ยังไม่รวมเวลาแวะพักกินข้าว เข้าห้องน้ำ หรือจอดถ่ายรูป

ถึงคะมะกุระ: เที่ยวเพลิน แต่ห้ามลืมเรื่องที่จอดรถ

คะมะมุระบีชเป็นแหล่งเที่ยวสุดฮิต โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นเองที่นิยมมาไหว้พระที่วัดโคโตกุอิน แถมมีทั้งแบบมาเองและมากับทัวร์บัส ทำให้รอบๆ วัดการจราจรหนาแน่นมาก

สิ่งที่ต้องโฟกัสคือ การหาที่จอดรถให้ถูกต้อง

  • ถ้าจอดไม่เป็นที่เป็นทาง โดนปรับหนักได้

  • มีสิทธิโดนลากรถ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์

โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์ ที่จอดแบบลานจ่ายเงินหาไม่ง่ายเท่ารถยนต์ ต้องใช้สกิลสังเกตและใช้ดวงนิดๆ

ในทริปนี้ เลือกจอดแถวจุดจอดชั่วคราวใกล้ชายหาด (เดาจากการเห็นมีหลายคันจอดอยู่) แล้วเดินลงไปเก็บบรรยากาศที่หาดสักพักใหญ่

หลังจากเดินเล่น ถ่ายรูปให้หนำใจแล้ว ก็ ขี่รถวนสำรวจรอบชายหาด แวะหาอะไรง่ายๆ กินจากร้านสะดวกซื้อ ซึ่งข้อดีคือ

  • มีที่จอดรถให้

  • มีห้องน้ำให้ใช้

อิ่มท้อง รูปครบ ก็ถึงเวลาเตรียมตัวขี่กลับโตเกียว

เหตุการณ์ไม่คาดฝัน: รถติด ตำรวจเรียก และบทเรียนเรื่องป้ายจราจร

ขากลับออกจากชายหาดเวลาประมาณ 15.30 น. แน่นอนว่าต้องเจอรถติดจากคนที่เพิ่งเที่ยวเสร็จเหมือนกัน

ตรงนี้แหละที่ข้อดีของการขี่ NMAX โผล่มาเต็มๆ เพราะ รถเล็ก เลาะรถติดได้คล่องตัว แต่เรื่องไม่คาดคิดก็ตามมาแบบไม่ทันตั้งตัว

โดนตำรวจญี่ปุ่นเรียกแถมเชิญไปสถานี ด้วยข้อหา ไม่หยุดตรงจุดให้หยุด ที่พื้นถนนเขียนภาษาญี่ปุ่นกำกับไว้ แต่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ซึ่งตอนขี่ผ่าน แค่ชะลอมองซ้ายขวาแล้วไปต่อ เพราะคิดว่าไม่มีรถก็โอเคแล้ว

กลายเป็นบทเรียนสำคัญของทริปนี้ว่า

  • ป้ายหรืออักษรบนพื้นถนนในญี่ปุ่น สำคัญมาก

  • ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น แต่ต้องสังเกตและเตรียมตัวเรื่องสัญลักษณ์จราจรให้ดี

กว่าจะเคลียร์เรื่องและออกจากโรงพักได้ เวลาก็ล่วงไปถึงประมาณ 17.05 น. กูเกิลแมปคำนวณต่อให้ว่า ต้องใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมงกว่าในการกลับไปถึงร้านเช่า

แม้เวลาเดินทางโดยรวมค่อนข้างตรงกับที่แอปบอก แต่ในญี่ปุ่น การทำเวลาให้เป๊ะไม่ง่าย เพราะ

  • จำกัดความเร็วชัดเจน

  • มีแยกไฟแดงจำนวนมาก

  • ถ้าทำผิด รถตำรวจพร้อมตามมาจัดการแบบไม่รีรอ

ขี่กลางคืนในญี่ปุ่น: ความยากที่ต้องเตรียมใจ

ช่วง 5 โมงเย็นไปแล้ว ฟ้าก็มืดจนเหมือนกลางคืน การขี่มอเตอร์ไซค์จากนอกเมืองกลับเข้าโตเกียวยามค่ำคืนต่างจากตอนกลางวันชัดเจน

ความยากของการขี่กลางคืนมีหลายอย่างรวมกัน

  • การมองเห็นทางไม่ชัดเท่าตอนกลางวัน

  • ต้องคอยมองทั้งแผนที่ในมือถือ รถรอบตัว ไฟจราจร และเส้นแบ่งเลนบนถนน

  • ลมเย็นปะทะตัวตลอดเวลา ยิ่งขี่ยิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆ

ถึงจะรู้ว่ามาถึงร้านเกินเวลา แต่ก็เลือกกลับไปร้านอยู่ดี เพราะคาดว่าเขาน่าจะยังเคลียร์ลูกค้าที่มาคืนรถช่วงเย็นอยู่ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

สุดท้ายเลยโดนคิด

  • ค่าเกินเวลา

  • ค่าน้ำมันที่ไม่ได้เติมเต็มคืน

รวมแล้วถูกบวกเพิ่มอีกประมาณ 2,000 เยน จบทริปนี้ด้วยความโล่งใจและได้ประสบการณ์ใหม่ๆ แบบแน่นๆ

NMAX 125 ในมุมมองสายทริปวันเดียว

มาดูตัวเลขกันชัดๆ สำหรับทริปนี้กับ ยามาฮ่า NMAX 125

  • ระยะทางรวมทั้งทริป: 134 กิโลเมตร

  • อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยบนหน้าจอ: ประมาณ 43 กิโลเมตร/ลิตร

ถือว่าเป็นสกู๊ตเตอร์ที่ ครบเครื่องในหนึ่งคัน

  • ขี่ง่าย ไม่งอแงทั้งในเมืองและนอกเมือง

  • ฟังก์ชันใช้งานจริงเยอะ ใส่ของใต้เบาะได้มหาศาล

  • เครื่องยนต์มีกำลังเหลือๆ สำหรับการใช้งานประจำวัน

  • เร่งแซงสบาย เพราะมีระบบ VVA วาล์วแปรผัน มาช่วย

  • ประหยัดน้ำมันจนรู้สึกได้ทุกครั้งที่เติม

ด้วยภาพรวมทั้งหมด ถ้ามีโอกาสไปญี่ปุ่นแล้วอยากเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่อีกครั้ง NMAX ยังเป็นตัวเลือกที่น่าเลือกซ้ำแบบไม่ต้องคิดมาก เพราะให้ความคุ้มค่าต่อเงินที่จ่ายในระดับ Best value ของทริปสั้นๆ แบบวันเดียวได้สบาย

สรุป: ทริปสั้นแต่ประสบการณ์แน่น

การเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยวในญี่ปุ่นไม่ยากอย่างที่คิด แค่

  • เตรียมเอกสารให้ครบ

  • วางแผนเส้นทางและเวลาเผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

  • ศึกษากฎและสัญลักษณ์จราจรของญี่ปุ่นให้ดี

แล้วเลือกสกู๊ตเตอร์ที่เหมาะกับการใช้งานอย่าง ยามาฮ่า NMAX 125 ก็ทำให้ทริปวันเดียวกลายเป็นทริปที่ทั้งสนุก อิสระ และได้ประสบการณ์แบบที่การนั่งรถไฟหรือรถทัวร์ให้ไม่ได้เลย