เปิดตำนานความมัน “โคตรระห่ำแดนเถื่อน”
ภาพยนตร์ไทยฟอร์มใหญ่แนวบู๊แอคชั่นเรื่องใหม่ “โคตรระห่ำแดนเถื่อน” เตรียมมาสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ให้วงการหนังไทย ด้วยการยกระดับความมัน ความดิบ และกลิ่นอายความเป็นไทยที่ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
งานนี้เดินหน้าโดยทีมสร้างมืออาชีพ พร้อมนักแสดงนำอย่าง กิตติศักดิ์ บรรจงแก้ว (เสือมิ่ง) ในนาม ZATO ที่จะมารับบทนำสุดเดือด และเบื้องหลังยังมีทีมที่ตั้งใจผลักดันให้หนังเรื่องนี้ก้าวสู่ระดับสากลอย่างจริงจัง
คอนเซ็ปต์ชัดเจน: บู๊โหด ดุเดือด แต่ยังคงหัวใจไทยเต็มเปา
เริ่มต้นด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ขอพร “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช”

ก่อนจะเปิดกล้องถ่ายทำ ทีมภาพยนตร์ได้จัดพิธีบวงสรวงต่อองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดพลับ ตำบลบางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพรให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างราบรื่น และให้ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย
ทีมงาน ผู้กำกับ และเหล่านักแสดง ต่างพร้อมใจกันแต่งชุดคาวบอยมาร่วมพิธี สื่อให้เห็นถึงเอกลักษณ์สำคัญของหนังเรื่องนี้ ที่ต้องการผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับกลิ่นอายตะวันตกในสไตล์คาวบอยได้อย่างลงตัว
พิธีเปิดทางความเชื่อ เพื่อส่งต่อพลังใจสู่เบื้องหลังและเบื้องหน้าจอ
เส้นเรื่อง: ดิบ เดือด แต่แฝงข้อคิดเรื่อง “ความยุติธรรม” และ “สัจจะ”
โครงเรื่องของ “โคตรระห่ำแดนเถื่อน” ไม่ได้มีดีแค่ฉากบู๊ระห่ำเท่านั้น แต่ยังเล่าถึงการแก่งแย่งชิงผลประโยชน์ การล่าความโลภ และการปะทะกันของด้านมืด–ด้านสว่างในสังคม
หัวใจของเรื่องจะพาผู้ชมไปสำรวจมุมมองเรื่อง
ความยุติธรรม ที่บางครั้งต้องแลกมาด้วยเลือดและน้ำตา
สัจจะ คำพูดที่ให้แล้วต้องรักษาไว้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิต
มิตรภาพและความเป็นเพื่อน ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์
เนื้อเรื่องถูกออกแบบให้มีความสลับซับซ้อนในแบบหนังบู๊ร่วมสมัย แต่ยังเข้าใจง่าย ดูสนุก และเต็มไปด้วยอารมณ์ให้คนดูอินตาม
การคัมแบ็คของ “ดามพ์ ดัสกร” ปูชนียบุคคลในวงการหนังไทย

อีกหนึ่งไฮไลท์ของเรื่องนี้ คือการกลับคืนจอภาพยนตร์ของ ดามพ์ ดัสกร ในฐานะบุคคลสำคัญของวงการ ที่มารับบทบาททั้งหน้ากล้องและเป็นที่ปรึกษาด้านการแสดงให้กับทีมงานและนักแสดงรุ่นใหม่
การได้ดาราระดับครูมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ การตีความบท และลีลาการแสดง ทำให้แฟนหนังไทยตั้งตารอชมผลงานครั้งนี้เป็นพิเศษ
นี่ไม่ใช่แค่การกลับมาเล่นหนัง แต่คือการกลับมาเติมชีวิตให้หนังบู๊ไทย
เอกลักษณ์: ไทย x ตะวันตก สไตล์คาวบอยแดนสยาม
จุดขายที่ทำให้ “โคตรระห่ำแดนเถื่อน” แตกต่างจากหนังบู๊ทั่วไป คือการผสมผสานระหว่าง
ความเป็นไทย ทั้งในด้านความเชื่อ สถานที่ และค่านิยม
ความเป็นตะวันตก ในโทนภาพ คาแรกเตอร์ และสไตล์คาวบอย
หนังเรื่องนี้ถูกออกแบบมาให้เป็น “คาวบอยเมืองไทย” ที่ไม่หลุดรากเหง้า แต่กลับทำให้เอกลักษณ์ไทยดูทันสมัยและเข้าถึงผู้ชมในวงกว้างมากขึ้น
ภาพยนตร์ไทยแท้ๆ แต่มีโครงสร้างและอารมณ์แบบสากล ดูได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โลเคชั่นใหญ่: จากราชบุรี สู่ดินแดนจตุคามรามเทพ
หลังพิธีบวงสรวงเบื้องต้น ทีมงานวางแผนเปิดกล้องถ่ายทำในวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 โดยใช้จังหวัดราชบุรีเป็นโลเคชั่นหลัก ถ่ายทอดบรรยากาศดิบๆ ของแดนเถื่อนในแบบไทยๆ
ก่อนหน้าการถ่ายทำ ทีมผู้สร้างยังเตรียมยกคณะลงใต้ไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อกราบสักการะและขอพรต่อองค์พ่อจตุคามรามเทพ ณ ศาลหลักเมือง เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยอีกครั้ง
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า โปรเจกต์นี้ไม่ได้มองแค่การทำหนังเชิงพาณิชย์ แต่ยังให้ความสำคัญกับความเชื่อ ความศรัทธา และขวัญกำลังใจของทุกคนในกองถ่าย
เป้าหมาย: จากโรงหนังไทย สู่สายตาคนดูทั่วโลก
สำหรับ “โคตรระห่ำแดนเถื่อน” วางเป้าไว้ชัดเจนว่า หลังปิดกล้อง ตัดต่อ ใส่เอฟเฟ็กต์จนสมบูรณ์แล้ว จะเดินหน้าเข้าฉายพร้อมกันทั่วประเทศ
และไม่หยุดแค่ในไทยเท่านั้น เพราะยังมีแผนผลักดันออกสู่ตลาดต่างประเทศ หวังให้หนังบู๊สัญชาติไทยเรื่องนี้ไปยืนอยู่บนเวทีโลกอย่างภาคภูมิ
จุดเด่นที่ถูกวางไว้ คือ
บู๊เข้มข้น แต่ไม่ทิ้งโครงเรื่องและอารมณ์
มีความเป็นไทยชัดเจน ทั้งในเรื่องความเชื่อและวัฒนธรรม
บรรยากาศคาวบอย ลูกผสมไทย–ตะวันตกที่แปลกใหม่สำหรับคนดู
ไม่ใช่แค่หนังแอคชั่น แต่คือการโชว์ตัวตนของหนังไทยในยุคใหม่
ส่งท้าย: โปรเจกต์ใหญ่ที่แฟนหนังแอคชั่นไทยไม่ควรพลาด
“โคตรระห่ำแดนเถื่อน” คือหนึ่งในโปรเจกต์หนังบู๊ที่น่าจับตาที่สุด ทั้งในมุมของเนื้อหา ความเชื่อ การกลับมาของนักแสดงระดับตำนาน และการวางเป้าหมายสู่ตลาดโลก
ใครที่ชอบหนังบู๊ดุเดือด สไตล์คาวบอย ดิบๆ แต่ยังมีประเด็นให้คิดตาม ทั้งเรื่องความยุติธรรม มิตรภาพ และสัจจะ เตรียมรอดูเรื่องนี้ให้ดี เพราะนี่อาจเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการหนังไทยบนเวทีโลก

