เทคโนโลยี Ray Regeneration ของ AMD ซึ่งเป็นระบบปรับปรุงภาพสำหรับ Ray Tracing รุ่นใหม่ เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น หลังมีการทดลองนำมาใช้งานในเกม Cyberpunk 2077 ผ่านม็อดยอดนิยมอย่าง Optiscaler แม้จะยังไม่ใช่เวอร์ชันทางการ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย ทั้งในด้านคุณภาพภาพและการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีของ AMD อย่าง FSR
การทดลองครั้งนี้เกิดขึ้นจากการพัฒนาของนักพัฒนาม็อดที่ใช้ชื่อว่า DarkHelmet ซึ่งทำให้สามารถสลับการทำงานจาก NVIDIA Ray Reconstruction มาเป็น AMD Ray Regeneration ได้ แม้เกมนั้นจะยังไม่ได้รองรับเทคโนโลยีนี้อย่างเป็นทางการก็ตาม
ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญ เพราะปัจจุบันมีเกมที่รองรับ Ray Regeneration อย่างเป็นทางการเพียง สองเกมเท่านั้น และหนึ่งในนั้นยังไม่ได้วางจำหน่ายด้วยซ้ำ
Optiscaler คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
Optiscaler เป็นม็อดสำหรับเกมพีซีที่ช่วยให้ผู้เล่นสามารถใช้เทคโนโลยีอัปสเกลภาพหรือฟีเจอร์กราฟิกจากค่ายหนึ่งกับเกมที่รองรับอีกค่ายหนึ่งได้
ตัวอย่างเช่น
ใช้ FSR แทน DLSS
ใช้ Frame Generation จาก AMD ในเกมที่ออกแบบมาสำหรับ NVIDIA
แนวคิดคือการทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกเทคโนโลยีที่ต้องการได้ แม้เกมจะไม่ได้รองรับโดยตรง
การเพิ่ม Ray Regeneration เข้ามาใน Optiscaler จึงถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะมันเปิดโอกาสให้การ์ดจอ AMD สามารถใช้ระบบปรับปรุงภาพสำหรับ Ray Tracing ได้ในเกมที่ออกแบบมาสำหรับ NVIDIA

Ray Regeneration คืออะไร
Ray Regeneration เป็นเทคโนโลยีใหม่ของ AMD ที่ใช้ปรับปรุงคุณภาพภาพในระบบ Ray Tracing
โดยทำหน้าที่คล้ายกับ
Ray Reconstruction ของ NVIDIA
หน้าที่หลักของระบบนี้คือ
ลด noise จาก Ray Tracing
ปรับปรุงรายละเอียดของแสง
ทำให้ภาพที่ผ่าน Ray Tracing ดูสะอาดขึ้น
เทคโนโลยีนี้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม FSR Redstone
ซึ่งเป็นชุดเทคโนโลยีกราฟิกที่ AMD พัฒนาเพื่อแข่งขันกับระบบของ NVIDIA
ใช้งานร่วมกับ FSR Redstone
เมื่อรวม Ray Regeneration เข้ากับ Optiscaler ผู้ใช้สามารถเปิดใช้ฟีเจอร์ของ AMD ได้หลายอย่างพร้อมกัน เช่น
FSR 4.1 Redstone Upscaling
FSR Redstone ML Frame Generation
FSR Redstone Ray Regeneration
ฟีเจอร์เหล่านี้สามารถทำงานในเกมที่รองรับระบบของ NVIDIA เช่น
DLSS
Frame Generation
Ray Reconstruction
ทำให้ผู้ใช้การ์ดจอ AMD สามารถเข้าถึงฟีเจอร์เหล่านี้ได้ในเกมจำนวนมากขึ้น
การทดลองกับ Cyberpunk 2077
ในตอนนี้ Ray Regeneration ผ่าน Optiscaler ถูกทดสอบได้สำเร็จในเกม
Cyberpunk 2077
ซึ่งเป็นหนึ่งในเกมที่ใช้ Ray Tracing และ Path Tracing อย่างหนัก
ผู้ทดลองพยายามใช้ม็อดกับเกมอื่น เช่น
Avatar: Frontiers of Pandora
Indiana Jones and the Great Circle
แต่ยังไม่สามารถทำงานได้สำเร็จในตอนนี้
วิธีการทำงานของม็อด
แม้รายละเอียดทางเทคนิคจะค่อนข้างซับซ้อน แต่แนวคิดหลักของการทำงานมีดังนี้
DarkHelmet ได้เชื่อมกระบวนการ Ray Regeneration เข้ากับ pipeline ของระบบอัปสเกลภาพ
โดยใช้ shader แปลงข้อมูลจาก
Ray Reconstruction ของ NVIDIA
ให้สามารถทำงานกับ
Ray Regeneration ของ AMD
กระบวนการนี้ต้องมีการแปลงข้อมูลหลายส่วน เช่น
โครงสร้างข้อมูลภาพ
การจัดองค์ประกอบภาพ
การปรับ input ของ Ray Tracing
จึงทำให้ระบบสามารถทำงานร่วมกันได้แม้จะมาจากคนละค่าย
ขั้นตอนติดตั้งสำหรับ Cyberpunk 2077
การติดตั้ง Ray Regeneration ผ่าน Optiscaler ยังต้องใช้ขั้นตอนหลายอย่าง และเหมาะกับผู้ใช้ที่มีประสบการณ์กับม็อดพีซี
ขั้นตอนหลัก ได้แก่
ดาวน์โหลด Optiscaler test build จาก Discord
ดาวน์โหลดไฟล์ Optiscaler.dll รุ่นที่รองรับ Ray Regeneration
ดาวน์โหลด FSR 4.1
ดาวน์โหลดไฟล์ Ray Regeneration จาก FSR SDK v2.1.1
จากนั้นให้คัดลอกไฟล์ทั้งหมดไปยังโฟลเดอร์เกม
เมื่อเข้าเกมแล้ว
เปิด Path Tracing
เปิด DLSS Ray Reconstruction
แล้วเลือกในเมนู Optiscaler ให้ใช้
FSR Ray Regeneration
FSR 4.1

คุณภาพภาพที่ได้
จากการทดลอง Ray Regeneration ให้ผลลัพธ์ที่ดีในหลายด้าน
จุดที่เห็นได้ชัดคือ
แสงสะท้อนดีขึ้น
พื้นผิวโลหะและวัตถุสะท้อนแสงมีรายละเอียดมากขึ้น
Global illumination สมจริงขึ้น
แสงสะท้อนทางอ้อมดูเป็นธรรมชาติและมีมิติมากขึ้น
หมอกและแสงกระจายดีขึ้น
ระบบ volumetric lighting เช่น หมอกและควันดูสมจริงขึ้น
โดยรวมแล้ว Ray Regeneration ให้ภาพที่ดูสะอาดกว่า denoiser แบบเดิม
ปัญหาที่ยังพบ
แม้ผลลัพธ์จะดี แต่ยังมีข้อจำกัดอยู่
หนึ่งในปัญหาที่พบคือ
อาการภาพสั่นหรือ wobbling
ลักษณะคล้ายกับ
shimmering
noise
ซึ่งเกิดขึ้นในบางฉาก
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการทำงานนี้ยังเป็น
การดัดแปลงแบบไม่เป็นทางการ
ปัญหานี้อาจเกิดจากกระบวนการแปลงข้อมูลระหว่างระบบของ NVIDIA และ AMD
ใช้พลังประมวลผลสูง
อีกข้อจำกัดหนึ่งคือ
Ray Regeneration ผ่าน Optiscaler ใช้ทรัพยากร GPU ค่อนข้างมาก
เนื่องจากต้องมีขั้นตอนแปลงข้อมูลก่อนประมวลผล
จึงทำให้ประสิทธิภาพลดลงเมื่อเทียบกับการใช้งานแบบ native
รองรับเฉพาะ RDNA 4
ในตอนนี้ Ray Regeneration ผ่าน Optiscaler รองรับเฉพาะ
การ์ดจอ RDNA 4
ส่วน
RDNA 3 สามารถใช้ FSR 4.1 ได้เฉพาะบน Linux
ดังนั้นผู้ใช้การ์ดจอรุ่นเก่าอาจยังไม่สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้
อนาคตของ Ray Regeneration
แม้จะยังอยู่ในช่วงทดลอง แต่การที่ Ray Regeneration สามารถทำงานในเกมอย่าง Cyberpunk 2077 ได้ถือเป็นก้าวสำคัญ
โดยเฉพาะเมื่อการ์ดจอ AMD รุ่นใหม่อย่าง
RX 9000 Series
เริ่มมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับ Path Tracing
หาก Optiscaler ออกเวอร์ชันทางการที่รองรับฟีเจอร์นี้อย่างสมบูรณ์ อาจทำให้ผู้ใช้ AMD สามารถใช้เทคโนโลยี Ray Tracing ขั้นสูงได้ในเกมจำนวนมากขึ้น
สรุป
การทดลองใช้ AMD Ray Regeneration ผ่าน Optiscaler ใน Cyberpunk 2077 แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้สามารถปรับปรุงคุณภาพภาพของ Ray Tracing ได้อย่างน่าสนใจ
แม้ยังมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพและความเสถียร แต่การทำงานร่วมกับ FSR 4.1 Redstone เปิดโอกาสให้การ์ดจอ AMD ใช้ฟีเจอร์ขั้นสูงในเกมที่รองรับเทคโนโลยีของ NVIDIA
หากการพัฒนาดำเนินต่อไปและมีเวอร์ชันทางการในอนาคต Ray Regeneration อาจกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ AMD สำหรับการแข่งขันด้าน Ray Tracing ในตลาด GPU

