รับแอปรับแอป

ทดลอง AMD Ray Regeneration ใน Cyberpunk 2077 ผ่าน Optiscaler ผลลัพธ์ดีเกินคาด แม้ยังเป็นเวอร์ชันทดลอง

Phanuphong.T03-06

เทคโนโลยี Ray Regeneration ของ AMD ซึ่งเป็นระบบปรับปรุงภาพสำหรับ Ray Tracing รุ่นใหม่ เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น หลังมีการทดลองนำมาใช้งานในเกม Cyberpunk 2077 ผ่านม็อดยอดนิยมอย่าง Optiscaler แม้จะยังไม่ใช่เวอร์ชันทางการ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย ทั้งในด้านคุณภาพภาพและการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีของ AMD อย่าง FSR

การทดลองครั้งนี้เกิดขึ้นจากการพัฒนาของนักพัฒนาม็อดที่ใช้ชื่อว่า DarkHelmet ซึ่งทำให้สามารถสลับการทำงานจาก NVIDIA Ray Reconstruction มาเป็น AMD Ray Regeneration ได้ แม้เกมนั้นจะยังไม่ได้รองรับเทคโนโลยีนี้อย่างเป็นทางการก็ตาม

ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญ เพราะปัจจุบันมีเกมที่รองรับ Ray Regeneration อย่างเป็นทางการเพียง สองเกมเท่านั้น และหนึ่งในนั้นยังไม่ได้วางจำหน่ายด้วยซ้ำ


Optiscaler คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

Optiscaler เป็นม็อดสำหรับเกมพีซีที่ช่วยให้ผู้เล่นสามารถใช้เทคโนโลยีอัปสเกลภาพหรือฟีเจอร์กราฟิกจากค่ายหนึ่งกับเกมที่รองรับอีกค่ายหนึ่งได้

ตัวอย่างเช่น

  • ใช้ FSR แทน DLSS

  • ใช้ Frame Generation จาก AMD ในเกมที่ออกแบบมาสำหรับ NVIDIA

แนวคิดคือการทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกเทคโนโลยีที่ต้องการได้ แม้เกมจะไม่ได้รองรับโดยตรง

การเพิ่ม Ray Regeneration เข้ามาใน Optiscaler จึงถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะมันเปิดโอกาสให้การ์ดจอ AMD สามารถใช้ระบบปรับปรุงภาพสำหรับ Ray Tracing ได้ในเกมที่ออกแบบมาสำหรับ NVIDIA


Ray Regeneration คืออะไร

Ray Regeneration เป็นเทคโนโลยีใหม่ของ AMD ที่ใช้ปรับปรุงคุณภาพภาพในระบบ Ray Tracing

โดยทำหน้าที่คล้ายกับ

Ray Reconstruction ของ NVIDIA

หน้าที่หลักของระบบนี้คือ

  • ลด noise จาก Ray Tracing

  • ปรับปรุงรายละเอียดของแสง

  • ทำให้ภาพที่ผ่าน Ray Tracing ดูสะอาดขึ้น

เทคโนโลยีนี้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม FSR Redstone

ซึ่งเป็นชุดเทคโนโลยีกราฟิกที่ AMD พัฒนาเพื่อแข่งขันกับระบบของ NVIDIA


ใช้งานร่วมกับ FSR Redstone

เมื่อรวม Ray Regeneration เข้ากับ Optiscaler ผู้ใช้สามารถเปิดใช้ฟีเจอร์ของ AMD ได้หลายอย่างพร้อมกัน เช่น

  • FSR 4.1 Redstone Upscaling

  • FSR Redstone ML Frame Generation

  • FSR Redstone Ray Regeneration

ฟีเจอร์เหล่านี้สามารถทำงานในเกมที่รองรับระบบของ NVIDIA เช่น

  • DLSS

  • Frame Generation

  • Ray Reconstruction

ทำให้ผู้ใช้การ์ดจอ AMD สามารถเข้าถึงฟีเจอร์เหล่านี้ได้ในเกมจำนวนมากขึ้น


การทดลองกับ Cyberpunk 2077

ในตอนนี้ Ray Regeneration ผ่าน Optiscaler ถูกทดสอบได้สำเร็จในเกม

Cyberpunk 2077

ซึ่งเป็นหนึ่งในเกมที่ใช้ Ray Tracing และ Path Tracing อย่างหนัก

ผู้ทดลองพยายามใช้ม็อดกับเกมอื่น เช่น

  • Avatar: Frontiers of Pandora

  • Indiana Jones and the Great Circle

แต่ยังไม่สามารถทำงานได้สำเร็จในตอนนี้


วิธีการทำงานของม็อด

แม้รายละเอียดทางเทคนิคจะค่อนข้างซับซ้อน แต่แนวคิดหลักของการทำงานมีดังนี้

DarkHelmet ได้เชื่อมกระบวนการ Ray Regeneration เข้ากับ pipeline ของระบบอัปสเกลภาพ

โดยใช้ shader แปลงข้อมูลจาก

Ray Reconstruction ของ NVIDIA

ให้สามารถทำงานกับ

Ray Regeneration ของ AMD

กระบวนการนี้ต้องมีการแปลงข้อมูลหลายส่วน เช่น

  • โครงสร้างข้อมูลภาพ

  • การจัดองค์ประกอบภาพ

  • การปรับ input ของ Ray Tracing

จึงทำให้ระบบสามารถทำงานร่วมกันได้แม้จะมาจากคนละค่าย


ขั้นตอนติดตั้งสำหรับ Cyberpunk 2077

การติดตั้ง Ray Regeneration ผ่าน Optiscaler ยังต้องใช้ขั้นตอนหลายอย่าง และเหมาะกับผู้ใช้ที่มีประสบการณ์กับม็อดพีซี

ขั้นตอนหลัก ได้แก่

  1. ดาวน์โหลด Optiscaler test build จาก Discord

  2. ดาวน์โหลดไฟล์ Optiscaler.dll รุ่นที่รองรับ Ray Regeneration

  3. ดาวน์โหลด FSR 4.1

  4. ดาวน์โหลดไฟล์ Ray Regeneration จาก FSR SDK v2.1.1

จากนั้นให้คัดลอกไฟล์ทั้งหมดไปยังโฟลเดอร์เกม

เมื่อเข้าเกมแล้ว

  • เปิด Path Tracing

  • เปิด DLSS Ray Reconstruction

แล้วเลือกในเมนู Optiscaler ให้ใช้

  • FSR Ray Regeneration

  • FSR 4.1


คุณภาพภาพที่ได้

จากการทดลอง Ray Regeneration ให้ผลลัพธ์ที่ดีในหลายด้าน

จุดที่เห็นได้ชัดคือ

แสงสะท้อนดีขึ้น

พื้นผิวโลหะและวัตถุสะท้อนแสงมีรายละเอียดมากขึ้น

Global illumination สมจริงขึ้น

แสงสะท้อนทางอ้อมดูเป็นธรรมชาติและมีมิติมากขึ้น

หมอกและแสงกระจายดีขึ้น

ระบบ volumetric lighting เช่น หมอกและควันดูสมจริงขึ้น

โดยรวมแล้ว Ray Regeneration ให้ภาพที่ดูสะอาดกว่า denoiser แบบเดิม


ปัญหาที่ยังพบ

แม้ผลลัพธ์จะดี แต่ยังมีข้อจำกัดอยู่

หนึ่งในปัญหาที่พบคือ

อาการภาพสั่นหรือ wobbling

ลักษณะคล้ายกับ

  • shimmering

  • noise

ซึ่งเกิดขึ้นในบางฉาก

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการทำงานนี้ยังเป็น

การดัดแปลงแบบไม่เป็นทางการ

ปัญหานี้อาจเกิดจากกระบวนการแปลงข้อมูลระหว่างระบบของ NVIDIA และ AMD


ใช้พลังประมวลผลสูง

อีกข้อจำกัดหนึ่งคือ

Ray Regeneration ผ่าน Optiscaler ใช้ทรัพยากร GPU ค่อนข้างมาก

เนื่องจากต้องมีขั้นตอนแปลงข้อมูลก่อนประมวลผล

จึงทำให้ประสิทธิภาพลดลงเมื่อเทียบกับการใช้งานแบบ native


รองรับเฉพาะ RDNA 4

ในตอนนี้ Ray Regeneration ผ่าน Optiscaler รองรับเฉพาะ

การ์ดจอ RDNA 4

ส่วน

  • RDNA 3 สามารถใช้ FSR 4.1 ได้เฉพาะบน Linux

ดังนั้นผู้ใช้การ์ดจอรุ่นเก่าอาจยังไม่สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้


อนาคตของ Ray Regeneration

แม้จะยังอยู่ในช่วงทดลอง แต่การที่ Ray Regeneration สามารถทำงานในเกมอย่าง Cyberpunk 2077 ได้ถือเป็นก้าวสำคัญ

โดยเฉพาะเมื่อการ์ดจอ AMD รุ่นใหม่อย่าง

RX 9000 Series

เริ่มมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับ Path Tracing

หาก Optiscaler ออกเวอร์ชันทางการที่รองรับฟีเจอร์นี้อย่างสมบูรณ์ อาจทำให้ผู้ใช้ AMD สามารถใช้เทคโนโลยี Ray Tracing ขั้นสูงได้ในเกมจำนวนมากขึ้น


สรุป

การทดลองใช้ AMD Ray Regeneration ผ่าน Optiscaler ใน Cyberpunk 2077 แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้สามารถปรับปรุงคุณภาพภาพของ Ray Tracing ได้อย่างน่าสนใจ

แม้ยังมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพและความเสถียร แต่การทำงานร่วมกับ FSR 4.1 Redstone เปิดโอกาสให้การ์ดจอ AMD ใช้ฟีเจอร์ขั้นสูงในเกมที่รองรับเทคโนโลยีของ NVIDIA

หากการพัฒนาดำเนินต่อไปและมีเวอร์ชันทางการในอนาคต Ray Regeneration อาจกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ AMD สำหรับการแข่งขันด้าน Ray Tracing ในตลาด GPU