รับแอปรับแอป

แปลงเศษไม้ให้กลายเป็นบูธหมาสุดเท่: คู่มือทำเองแบบละเอียดทุกขั้นตอน

เอกชัย พูลเพิ่ม01-31

เปลี่ยนเศษไม้ให้กลายเป็นบ้านหลังแรกของสุนัขคุณ

บูธสุนัขที่ดีไม่ได้เป็นแค่ที่กันฝนกันแดด แต่คือ บ้านจริงๆ ตลอดชีวิตของสุนัข ที่มันจะนอน หลบฝน หลบแดด และใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันอยู่ในนั้น

ถ้าคุณกำลังคิดจะทำบูธจากเศษวัสดุหรือไม้ที่มีอยู่เอง สิ่งที่ต้องคิดไม่ใช่แค่ “ทำให้เสร็จ” แต่คือทำให้ อบอุ่น ปลอดภัย แข็งแรง และพอดีกับตัวสุนัข

บูธไม้ถือเป็นตัวเลือกยอดนิยม เพราะทำง่าย วัสดุหาไม่ยาก และโดยธรรมชาติแล้วไม้จะให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตัวมากกว่าบูธอิฐหรือโลหะ แถมยังดูกลมกลืนกับสนามหญ้าไปในตัว

6–7 หลักคิดก่อนเริ่มสร้างบูธ

ก่อนลงมือประกอบบูธจากเศษวัสดุ ให้ลองเช็กแนวคิดพื้นฐานเหล่านี้ก่อน เพื่อไม่ให้สร้างเสร็จแล้วหมาไม่ยอมเข้า

  • อบอุ่นหน้าหนาว เย็นหน้าร้อน
    ใช้วัสดุฉนวนกันความร้อนช่วยเก็บอุณหภูมิภายใน ไม่ให้หนาวเกินไปหรือร้อนจนสุนัขอึดอัด

  • ไม่ให้ลมโกรก น้ำรั่ว
    ถึงจะไม่ได้บุฉนวนเต็มระบบ อย่างน้อยก็ควรหลีกเลี่ยงช่องโหว่ รอยแตก และจุดที่ฝนสาดหรือลมแรงพัดเข้าตัวบูธได้ง่าย

  • ยกพื้นสูงกว่าระดับดิน
    บูธควรอยู่บนที่สูงเล็กน้อย หรือมีขาเตี้ย ๆ ยกพื้นขึ้น เพื่อให้ด้านล่างแห้งไม่อับชื้น แม้วันที่ฝนตกหนัก

  • โครงสร้างต้องรับน้ำหนักได้
    สุนัขหนุ่ม ๆ หรือสายพันธุ์พลังงานสูง มักกระโดดขึ้นไปนั่งบนหลังคาเล่น หลังคาและโครงต้องแข็งแรงพอรองรับน้ำหนักได้

  • ไม่มีอะไรแหลมบาดเจ็บได้
    ตะปูที่โผล่ สกรูหัวแหลม เศษไม้บิ่น ขอบคมต่าง ๆ ทั้งด้านในและด้านนอก ต้องตรวจเช็กและเก็บให้เรียบทั้งหมด

  • เลือกวัสดุไม่มีกลิ่นเคมีแรง
    โดยเฉพาะถ้าเป็นการทำบูธแบบใช้ชั่วคราว อย่าใช้วัสดุที่มีกลิ่นฉุน สุนัขจมูกไวมาก อาจไม่ยอมเข้าใกล้เลย ไม้สนเป็นวัสดุที่เหมาะและปลอดภัย

  • ทางเข้า (หลุม) ต้องช่วยให้ทำหน้าที่ “ยามสนาม” ได้
    ถ้าจัดตำแหน่งรูให้ดี สุนัขจะสามารถกระโดดออกจากบูธได้เร็ว เฝ้าดูพื้นที่รอบ ๆ รวมถึงมองเห็นทางเข้าบ้านของเจ้าของ โดยไม่จำเป็นต้องออกมาจากบูธตลอดเวลา

บ้านสุนัขที่ดี ไม่จำเป็นต้องแพงหรือซับซ้อน ขอแค่เรียบง่าย สบายตัว ราคาย่อมเยา ดูไม่รกสนาม และตอบโจทย์การใช้งานของสุนัข ก็ถือว่าผ่านแล้ว

เลือกตำแหน่งบูธในสนามให้หมาชอบ คนก็สบาย

ถ้าเป็นไปได้ ควรทำบูธแบบ เคลื่อนย้ายได้ เพราะการจัดสวนหรือวางผังสนามอาจเปลี่ยนไปในอนาคต คุณจะได้สามารถย้ายบูธตามเงาแดด ลม และทิศทางฝนได้สะดวก

เวลาเลือกตำแหน่งบูธ ไม่ใช่เอาไปตั้งมุมไหนก็ได้ แต่ควรคิดถึง

  • สภาพภูมิอากาศของพื้นที่

  • การวางตัวของบ้าน รั้ว และสนาม

  • นิสัยและสายพันธุ์ของสุนัข (ชอบเฝ้าดู ชอบนอนหลบ ชอบแดด ฯลฯ)

ตำแหน่งที่ดี ควรมี ผนัง รั้ว หรือโครงสร้างบางอย่างช่วยบังลม อยู่ด้านใดด้านหนึ่งใกล้บูธ และจะยิ่งดีถ้ามีร่มเงาบางส่วน

ตอนเช้าแดดอ่อน ๆ ให้สุนัขได้อาบแดดอุ่นตัว แต่ช่วงกลางวันควรมีร่มให้มันหลบความร้อน

คำแนะนำ! สามารถติดตั้งบูธใต้ชายคากว้าง ๆ หรือใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา

พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นที่ต้องห้าม เพราะในหน้าฝนหรือช่วงหิมะละลาย พื้นจะเฉอะแฉะหรือท่วมง่าย ทำให้บูธชื้นและอับอยู่ตลอดเวลา

อีกเรื่องสำคัญคือ สัญชาตญาณการเฝ้าและปกป้องพื้นที่ ของสุนัข ถึงมันจะนอนอยู่ในบูธ มันก็ยังอยากมองเห็นบริเวณรอบ ๆ อยู่ดี

  • สุนัขควรสามารถมองเห็นส่วนใหญ่ของสนาม ทางเข้าบ้าน และพื้นที่หลัก ๆ ได้ผ่านรูหรือทางเข้าบูธ

  • ถ้ามองอะไรไม่ค่อยเห็น พอมีเสียงทีไร มันจะกระโดดออกมาเห่าตลอด ทำให้ทั้งหมาและเจ้าของเครียดไปพร้อมกัน

แต่อย่าตั้งบูธ ใกล้ทางเดินหลักเกินไป เพราะเสียงคนเดินไปมาและการเคลื่อนไหวตลอดวันจะทำให้สุนัขหงุดหงิด และกลายเป็นเห่าทั้งวันโดยไม่จำเป็น

โปรดทราบ! ควรวางบูธบนพื้นที่ที่มีผิวแข็งหรือถมให้แน่น เช่น ทางเดิน ปูน หรือพื้นโรยหิน สุนัขจะได้เดินเข้าออกบูธโดยไม่ต้องย่ำโคลน และเจ้าของเองก็เข้าไปให้อาหารได้สะดวก

คำนวณขนาดบูธให้พอดีตัวสุนัข

ก่อนลงมือทำแบบหรือประกอบชิ้นงาน สิ่งแรกที่ต้องจัดการคือ ขนาดบูธ เพราะต่อให้ทำสวยแค่ไหน แต่เล็กไปหรือใหญ่ไป ก็ทำให้สุนัขไม่สบายตัว

หลักการคือ บูธต้องกว้างพอให้สุนัข

  • นอนเหยียดยาวได้

  • พลิกตัวได้สบาย

  • ยืนเต็มความสูงได้

แต่ ไม่ควรทำใหญ่เกินจำเป็น เพราะในหน้าหนาว พื้นที่ใหญ่เกินไปจะทำให้เก็บความร้อนได้ยาก แม้จะบุฉนวนไว้แล้วก็ตาม

วิธีวัดตัวสุนัขเพื่อคำนวณขนาดบูธ:

  • วัด ความสูงถึงหัวไหล่ ของสุนัข แล้วบวกเพิ่มประมาณ 20 ซม.
    → ค่านี้คือ ความสูงบูธ โดยคร่าว ๆ

  • ให้นอนตะแคง เหยียดขาหน้าไปด้านหน้า วัดจากปลายหางถึงปลายเท้าหน้า
    จากนั้นบวกเพิ่มประมาณ 15 ซม.
    → จะได้ ความลึกบูธ

  • ความกว้างของบูธ ใช้แนวคิดเดียวกับความลึก
    ทำให้รูปทรงออกมาเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือใกล้เคียง เพื่อให้หมานอนได้สบายทั้งยาวและขวาง

สำหรับ ทางเข้า (ท่อระบายน้ำ/หลุม) ก็ต้องคิดขนาดให้ดีเช่นกัน

  • หลุมต้องกว้างพอให้สุนัขเข้าออกได้เร็ว ไม่ต้องเบียด

  • แต่ก็ไม่ควรกว้างเกินไป เพราะในหน้าหนาวลมเย็นจะพัดเข้าไปเต็ม ๆ

แนวทางคร่าว ๆ คือ

  • ความสูงหลุม: วัดจากความสูงที่หัวไหล่ แล้ว บวกประมาณ 12 ซม.

  • ความกว้างหลุม: วัดรอบอกสุนัข แล้ว บวกประมาณ 10 ซม.

รูปทรงหลุมเข้าอาจทำเป็น โค้งมน หรือ สี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วแต่สไตล์ที่ต้องการ

เตรียมวัสดุจากของเหลือให้พร้อมใช้งาน

ถ้าคุณมีเศษไม้และวัสดุเหลือใช้ในสวนหรือในโรงเก็บของ นี่คือโอกาสดีที่จะเอามารีไซเคิลเป็นบูธสุนัขที่ทั้งแข็งแรงและประหยัด

แนวคิดเรื่องวัสดุหลัก ๆ มีดังนี้

  • โครงสร้างหลักสามารถใช้ ไม้แท่ง (บาร์) ขนาดประมาณ 50×50 มม.
    ใช้ทำโครงพื้น ผนัง และหลังคา

  • พื้น ผนัง และโครงหลังคา ใช้ไม้กระดานหนา 20–30 มม. หรือจะใช้แผ่น OSB ก็ได้

  • ไม่แนะนำแผ่นไม้อัด เพราะเมื่อโดนแดดจะปล่อยกลิ่นที่รบกวนสุนัข และเมื่อโดนฝนหรือความชื้นจะบวมและแตกเป็นเศษเล็ก ๆ

สำหรับการหุ้มด้านนอก:

  • ผนังและหลังคาด้านนอก สามารถบุทับด้วย แผ่นเหล็กชุบสังกะสี หรือแผ่น กระเบื้องลอน/เมทัลชีท เพื่อเพิ่มความทนทาน

  • หลีกเลี่ยงการใช้ ซับพลาสติก เพราะสุนัขสามารถกัดหรือข่วนจนหลุดได้ง่ายมาก

ถ้าต้องการทำบูธแบบบุฉนวน:

  • องค์ประกอบโครง (พื้น ผนัง หลังคา) ทำเป็น สองชั้น แล้วเว้นช่องตรงกลาง

  • ใส่ โฟม หรือ ฉนวนใยหินบะซอลต์ ไว้ตรงกลาง

  • ใช้วัสดุกันซึมราคาประหยัด เช่น วัสดุมุงหลังคา ฟิล์มพลาสติก หรือเสื่อน้ำมันเก่า

ขั้นตอนทำบูธไม้ทีละสเต็ป

เมื่อลองกำหนดขนาดเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถร่างแบบง่าย ๆ หรือใช้ภาพโครงสร้างช่วยเป็นไกด์ในการประกอบ จะช่วยให้ตัดไม้และประกอบได้แม่นขึ้น

ขั้นตอนการทำบูธจากไม้มีลำดับประมาณนี้

  • 1. ประกอบโครงหลักจากไม้แท่ง
    เริ่มจากประกอบกรอบพื้นเป็นสี่เหลี่ยม จากนั้นยึดเสาตั้งทั้งสี่มุม แล้วติดเสาเพิ่มบริเวณทางเข้าบูธ
    ด้านบนสุดผูกด้วยไม้บาร์รอบกรอบ ให้กลายเป็นกรอบบน
    เสริมความแข็งแรงด้วยค้ำเฉียงที่มุมและจัมเปอร์เพิ่มตามจุดสำคัญ
    ถ้าต้องการยกบูธให้มีขา สามารถต่อเสามุมให้ยาวเลยกรอบล่างลงมาประมาณ 100 มม. เพื่อใช้เป็นขารับน้ำหนักในตัว

  • 2. ทำพื้นบูธ
    ปูพื้นด้านบนด้วยไม้กระดานหรือแผ่น OSB
    ถ้าต้องการพื้นแบบบุฉนวน ให้ตัดแผ่น OSB ปิดด้านล่างกรอบก่อน จากนั้นทำกรอบอีกชั้นด้วยไม้ระแนงรอบ ๆ เพื่อสร้างช่องว่างสำหรับใส่ฉนวน
    วางชั้นกันซึม → ใส่ฉนวน → ปิดด้านบนด้วยพื้นไม้กระดาน

  • 3. ปิดผนังรอบตัวบูธ
    นำไม้กระดานหรือแผ่น OSB มายึดติดด้านนอกโครง
    ถ้าทำแบบบุฉนวน ผนังจะใช้หลักการเดียวกับพื้น คือทำสองชั้น มีช่องฉนวนตรงกลางแล้วปิดทับทั้งสองด้าน

  • 4. เลือกแบบหลังคาและประกอบโครง

    • ถ้าทำ หลังคาแบนลักษณะแลาดเอียงด้านเดียว (shed roof):
      ตอกไม้บาร์เสริมด้านหนึ่งของกรอบบนให้สูงกว่าอีกด้าน เพื่อสร้างความลาดเอียง จากนั้นปิดทับด้วยไม้กระดาน

    • ถ้าทำ หลังคาจั่ว:
      ประกอบโครงสามเหลี่ยมสองชุดจากไม้บาร์ แล้วยึดเข้ากับกรอบบนของผนัง จากนั้นปิดแผ่นไม้ด้านบนเป็นผิวลาดเอียงทั้งสองด้าน
      ส่วนหน้าจั่ว (ด้านสามเหลี่ยม) ควรใช้แผ่น OSB จะตัดและประกอบได้ง่าย

  • 5. มุงหลังคาไม่ให้รั่ว
    ไม่ว่าหลังคาจะเป็นแบบไหน ควรหุ้มทับด้วยวัสดุมุงหลังคาเสมอ เพราะแค่ไม้กระดานอย่างเดียว กันน้ำได้ไม่ดี
    แนะนำให้ใช้วัสดุประเภทโลหะแผ่น เช่น แผ่นสังกะสีหรือแผ่นลอนเหล็ก
    ถ้าเป็นเหล็กเปลือย ควรทาสีกันสนิมและทับสีให้สม่ำเสมอเพื่อยืดอายุการใช้งาน

  • 6. เก็บงานพื้นผิว ทาสีและเคลือบไม้
    เมื่อโครงสร้างพร้อม ให้ขัดส่วนที่คมและทาน้ำยาฆ่าเชื้อไม้ เพื่อป้องกันปลวกและเชื้อรา
    จากนั้นอาจทาด้วยน้ำมันชักเงา เคลือบเงา หรือสีโทนสุภาพ ไม่ต้องฉูดฉาดเกินไปก็ได้ เน้นกลมกลืนกับสนามและบ้านเป็นหลัก

เมื่อทิ้งไว้จนสีแห้งสนิท จึงค่อยย้ายบูธไปวางยังตำแหน่งถาวร แล้วค่อยจัดพื้นที่ผูกสุนัขหรือทำรั้วล้อมในรูปแบบที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของบ้านคุณ

เลือกรูปทรงหลังคาแบบไหนให้ตรงใจหมาและเจ้าของ

ในโลกของบูธสุนัข รูปทรงหลังคามักหนีไม่พ้นสองแบบนี้

  • หลังคาจั่ว (สองด้าน)

  • หลังคาแบนลาดเอียงด้านเดียว

แต่ละแบบก็มีบุคลิกต่างกัน และเหมาะกับสภาพการใช้งานไม่เหมือนกัน

หลังคาจั่ว: สวย คลาสสิก แต่หนัก

  • เหมาะกับบูธ ขนาดเล็ก หรือปานกลาง

  • เพิ่มพื้นที่ภายในด้านบน ทำให้ดูโล่งขึ้น แต่ก็ทำให้โครงสร้างมีน้ำหนักมากขึ้นด้วย

  • ถ้าใช้กับบูธขนาดใหญ่ ตัวบูธจะหนักและเคลื่อนย้ายยาก

หลังคาแบนลาดเอียง: เบา ทำง่าย และหมาชอบ

  • โครงสร้างง่ายกว่า น้ำหนักเบากว่า เหมาะกับ บูธขนาดใหญ่ มากกว่า

  • สามารถออกแบบให้ถอดออกได้ ทำให้การทำความสะอาดภายในสะดวกมาก

  • สุนัขจำนวนมาก โดยเฉพาะตัวใหญ่ ๆ ชอบ ขึ้นไปนอนบนหลังคาบูธ เพื่อสอดส่องสนามรอบ ๆ
    หลังคาแบบนี้จึงตอบโจทย์นิสัยชอบปีนป่ายของหมาได้ดี

คำแนะนำ! หากสุนัขของคุณเป็นสายเฝ้าดู ชอบขึ้นที่สูงและชอบสำรวจ ควรให้คะแนนหลังคาแบบแบนลาดเอียงเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสสูงที่มันจะยึดหลังคาเป็นที่นอนประจำ

ท้ายที่สุด ถ้าสุนัขเดินเข้าบูธอย่างมั่นใจ ยอมไปนอนเอง ไม่ลังเล แถมยังเลือกไปพักเองบ่อย ๆ นั่นแปลว่า คุณทำบูธจากเศษวัสดุได้ “ผ่านใจหมา” แล้วจริง ๆ