เปลี่ยนเศษไม้ให้กลายเป็นบ้านหลังแรกของสุนัขคุณ
บูธสุนัขที่ดีไม่ได้เป็นแค่ที่กันฝนกันแดด แต่คือ บ้านจริงๆ ตลอดชีวิตของสุนัข ที่มันจะนอน หลบฝน หลบแดด และใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันอยู่ในนั้น
ถ้าคุณกำลังคิดจะทำบูธจากเศษวัสดุหรือไม้ที่มีอยู่เอง สิ่งที่ต้องคิดไม่ใช่แค่ “ทำให้เสร็จ” แต่คือทำให้ อบอุ่น ปลอดภัย แข็งแรง และพอดีกับตัวสุนัข
บูธไม้ถือเป็นตัวเลือกยอดนิยม เพราะทำง่าย วัสดุหาไม่ยาก และโดยธรรมชาติแล้วไม้จะให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตัวมากกว่าบูธอิฐหรือโลหะ แถมยังดูกลมกลืนกับสนามหญ้าไปในตัว
6–7 หลักคิดก่อนเริ่มสร้างบูธ
ก่อนลงมือประกอบบูธจากเศษวัสดุ ให้ลองเช็กแนวคิดพื้นฐานเหล่านี้ก่อน เพื่อไม่ให้สร้างเสร็จแล้วหมาไม่ยอมเข้า
อบอุ่นหน้าหนาว เย็นหน้าร้อน
ใช้วัสดุฉนวนกันความร้อนช่วยเก็บอุณหภูมิภายใน ไม่ให้หนาวเกินไปหรือร้อนจนสุนัขอึดอัดไม่ให้ลมโกรก น้ำรั่ว
ถึงจะไม่ได้บุฉนวนเต็มระบบ อย่างน้อยก็ควรหลีกเลี่ยงช่องโหว่ รอยแตก และจุดที่ฝนสาดหรือลมแรงพัดเข้าตัวบูธได้ง่ายยกพื้นสูงกว่าระดับดิน
บูธควรอยู่บนที่สูงเล็กน้อย หรือมีขาเตี้ย ๆ ยกพื้นขึ้น เพื่อให้ด้านล่างแห้งไม่อับชื้น แม้วันที่ฝนตกหนักโครงสร้างต้องรับน้ำหนักได้
สุนัขหนุ่ม ๆ หรือสายพันธุ์พลังงานสูง มักกระโดดขึ้นไปนั่งบนหลังคาเล่น หลังคาและโครงต้องแข็งแรงพอรองรับน้ำหนักได้ไม่มีอะไรแหลมบาดเจ็บได้
ตะปูที่โผล่ สกรูหัวแหลม เศษไม้บิ่น ขอบคมต่าง ๆ ทั้งด้านในและด้านนอก ต้องตรวจเช็กและเก็บให้เรียบทั้งหมดเลือกวัสดุไม่มีกลิ่นเคมีแรง
โดยเฉพาะถ้าเป็นการทำบูธแบบใช้ชั่วคราว อย่าใช้วัสดุที่มีกลิ่นฉุน สุนัขจมูกไวมาก อาจไม่ยอมเข้าใกล้เลย ไม้สนเป็นวัสดุที่เหมาะและปลอดภัยทางเข้า (หลุม) ต้องช่วยให้ทำหน้าที่ “ยามสนาม” ได้
ถ้าจัดตำแหน่งรูให้ดี สุนัขจะสามารถกระโดดออกจากบูธได้เร็ว เฝ้าดูพื้นที่รอบ ๆ รวมถึงมองเห็นทางเข้าบ้านของเจ้าของ โดยไม่จำเป็นต้องออกมาจากบูธตลอดเวลา
บ้านสุนัขที่ดี ไม่จำเป็นต้องแพงหรือซับซ้อน ขอแค่เรียบง่าย สบายตัว ราคาย่อมเยา ดูไม่รกสนาม และตอบโจทย์การใช้งานของสุนัข ก็ถือว่าผ่านแล้ว
เลือกตำแหน่งบูธในสนามให้หมาชอบ คนก็สบาย

ถ้าเป็นไปได้ ควรทำบูธแบบ เคลื่อนย้ายได้ เพราะการจัดสวนหรือวางผังสนามอาจเปลี่ยนไปในอนาคต คุณจะได้สามารถย้ายบูธตามเงาแดด ลม และทิศทางฝนได้สะดวก
เวลาเลือกตำแหน่งบูธ ไม่ใช่เอาไปตั้งมุมไหนก็ได้ แต่ควรคิดถึง
สภาพภูมิอากาศของพื้นที่
การวางตัวของบ้าน รั้ว และสนาม
นิสัยและสายพันธุ์ของสุนัข (ชอบเฝ้าดู ชอบนอนหลบ ชอบแดด ฯลฯ)
ตำแหน่งที่ดี ควรมี ผนัง รั้ว หรือโครงสร้างบางอย่างช่วยบังลม อยู่ด้านใดด้านหนึ่งใกล้บูธ และจะยิ่งดีถ้ามีร่มเงาบางส่วน
ตอนเช้าแดดอ่อน ๆ ให้สุนัขได้อาบแดดอุ่นตัว แต่ช่วงกลางวันควรมีร่มให้มันหลบความร้อน
พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นที่ต้องห้าม เพราะในหน้าฝนหรือช่วงหิมะละลาย พื้นจะเฉอะแฉะหรือท่วมง่าย ทำให้บูธชื้นและอับอยู่ตลอดเวลา
อีกเรื่องสำคัญคือ สัญชาตญาณการเฝ้าและปกป้องพื้นที่ ของสุนัข ถึงมันจะนอนอยู่ในบูธ มันก็ยังอยากมองเห็นบริเวณรอบ ๆ อยู่ดี
สุนัขควรสามารถมองเห็นส่วนใหญ่ของสนาม ทางเข้าบ้าน และพื้นที่หลัก ๆ ได้ผ่านรูหรือทางเข้าบูธ
ถ้ามองอะไรไม่ค่อยเห็น พอมีเสียงทีไร มันจะกระโดดออกมาเห่าตลอด ทำให้ทั้งหมาและเจ้าของเครียดไปพร้อมกัน
แต่อย่าตั้งบูธ ใกล้ทางเดินหลักเกินไป เพราะเสียงคนเดินไปมาและการเคลื่อนไหวตลอดวันจะทำให้สุนัขหงุดหงิด และกลายเป็นเห่าทั้งวันโดยไม่จำเป็น
คำนวณขนาดบูธให้พอดีตัวสุนัข

ก่อนลงมือทำแบบหรือประกอบชิ้นงาน สิ่งแรกที่ต้องจัดการคือ ขนาดบูธ เพราะต่อให้ทำสวยแค่ไหน แต่เล็กไปหรือใหญ่ไป ก็ทำให้สุนัขไม่สบายตัว
หลักการคือ บูธต้องกว้างพอให้สุนัข
นอนเหยียดยาวได้
พลิกตัวได้สบาย
ยืนเต็มความสูงได้
แต่ ไม่ควรทำใหญ่เกินจำเป็น เพราะในหน้าหนาว พื้นที่ใหญ่เกินไปจะทำให้เก็บความร้อนได้ยาก แม้จะบุฉนวนไว้แล้วก็ตาม
วิธีวัดตัวสุนัขเพื่อคำนวณขนาดบูธ:
วัด ความสูงถึงหัวไหล่ ของสุนัข แล้วบวกเพิ่มประมาณ 20 ซม.
→ ค่านี้คือ ความสูงบูธ โดยคร่าว ๆให้นอนตะแคง เหยียดขาหน้าไปด้านหน้า วัดจากปลายหางถึงปลายเท้าหน้า
จากนั้นบวกเพิ่มประมาณ 15 ซม.
→ จะได้ ความลึกบูธความกว้างของบูธ ใช้แนวคิดเดียวกับความลึก
ทำให้รูปทรงออกมาเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือใกล้เคียง เพื่อให้หมานอนได้สบายทั้งยาวและขวาง
สำหรับ ทางเข้า (ท่อระบายน้ำ/หลุม) ก็ต้องคิดขนาดให้ดีเช่นกัน
หลุมต้องกว้างพอให้สุนัขเข้าออกได้เร็ว ไม่ต้องเบียด
แต่ก็ไม่ควรกว้างเกินไป เพราะในหน้าหนาวลมเย็นจะพัดเข้าไปเต็ม ๆ
แนวทางคร่าว ๆ คือ
ความสูงหลุม: วัดจากความสูงที่หัวไหล่ แล้ว บวกประมาณ 12 ซม.
ความกว้างหลุม: วัดรอบอกสุนัข แล้ว บวกประมาณ 10 ซม.
รูปทรงหลุมเข้าอาจทำเป็น โค้งมน หรือ สี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วแต่สไตล์ที่ต้องการ
เตรียมวัสดุจากของเหลือให้พร้อมใช้งาน

ถ้าคุณมีเศษไม้และวัสดุเหลือใช้ในสวนหรือในโรงเก็บของ นี่คือโอกาสดีที่จะเอามารีไซเคิลเป็นบูธสุนัขที่ทั้งแข็งแรงและประหยัด
แนวคิดเรื่องวัสดุหลัก ๆ มีดังนี้
โครงสร้างหลักสามารถใช้ ไม้แท่ง (บาร์) ขนาดประมาณ 50×50 มม.
ใช้ทำโครงพื้น ผนัง และหลังคาพื้น ผนัง และโครงหลังคา ใช้ไม้กระดานหนา 20–30 มม. หรือจะใช้แผ่น OSB ก็ได้
ไม่แนะนำแผ่นไม้อัด เพราะเมื่อโดนแดดจะปล่อยกลิ่นที่รบกวนสุนัข และเมื่อโดนฝนหรือความชื้นจะบวมและแตกเป็นเศษเล็ก ๆ
สำหรับการหุ้มด้านนอก:
ผนังและหลังคาด้านนอก สามารถบุทับด้วย แผ่นเหล็กชุบสังกะสี หรือแผ่น กระเบื้องลอน/เมทัลชีท เพื่อเพิ่มความทนทาน
หลีกเลี่ยงการใช้ ซับพลาสติก เพราะสุนัขสามารถกัดหรือข่วนจนหลุดได้ง่ายมาก
ถ้าต้องการทำบูธแบบบุฉนวน:
องค์ประกอบโครง (พื้น ผนัง หลังคา) ทำเป็น สองชั้น แล้วเว้นช่องตรงกลาง
ใส่ โฟม หรือ ฉนวนใยหินบะซอลต์ ไว้ตรงกลาง
ใช้วัสดุกันซึมราคาประหยัด เช่น วัสดุมุงหลังคา ฟิล์มพลาสติก หรือเสื่อน้ำมันเก่า
ขั้นตอนทำบูธไม้ทีละสเต็ป

เมื่อลองกำหนดขนาดเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถร่างแบบง่าย ๆ หรือใช้ภาพโครงสร้างช่วยเป็นไกด์ในการประกอบ จะช่วยให้ตัดไม้และประกอบได้แม่นขึ้น
ขั้นตอนการทำบูธจากไม้มีลำดับประมาณนี้
1. ประกอบโครงหลักจากไม้แท่ง
เริ่มจากประกอบกรอบพื้นเป็นสี่เหลี่ยม จากนั้นยึดเสาตั้งทั้งสี่มุม แล้วติดเสาเพิ่มบริเวณทางเข้าบูธ
ด้านบนสุดผูกด้วยไม้บาร์รอบกรอบ ให้กลายเป็นกรอบบน
เสริมความแข็งแรงด้วยค้ำเฉียงที่มุมและจัมเปอร์เพิ่มตามจุดสำคัญ
ถ้าต้องการยกบูธให้มีขา สามารถต่อเสามุมให้ยาวเลยกรอบล่างลงมาประมาณ 100 มม. เพื่อใช้เป็นขารับน้ำหนักในตัว2. ทำพื้นบูธ
ปูพื้นด้านบนด้วยไม้กระดานหรือแผ่น OSB
ถ้าต้องการพื้นแบบบุฉนวน ให้ตัดแผ่น OSB ปิดด้านล่างกรอบก่อน จากนั้นทำกรอบอีกชั้นด้วยไม้ระแนงรอบ ๆ เพื่อสร้างช่องว่างสำหรับใส่ฉนวน
วางชั้นกันซึม → ใส่ฉนวน → ปิดด้านบนด้วยพื้นไม้กระดาน3. ปิดผนังรอบตัวบูธ
นำไม้กระดานหรือแผ่น OSB มายึดติดด้านนอกโครง
ถ้าทำแบบบุฉนวน ผนังจะใช้หลักการเดียวกับพื้น คือทำสองชั้น มีช่องฉนวนตรงกลางแล้วปิดทับทั้งสองด้าน4. เลือกแบบหลังคาและประกอบโครง
ถ้าทำ หลังคาแบนลักษณะแลาดเอียงด้านเดียว (shed roof):
ตอกไม้บาร์เสริมด้านหนึ่งของกรอบบนให้สูงกว่าอีกด้าน เพื่อสร้างความลาดเอียง จากนั้นปิดทับด้วยไม้กระดานถ้าทำ หลังคาจั่ว:
ประกอบโครงสามเหลี่ยมสองชุดจากไม้บาร์ แล้วยึดเข้ากับกรอบบนของผนัง จากนั้นปิดแผ่นไม้ด้านบนเป็นผิวลาดเอียงทั้งสองด้าน
ส่วนหน้าจั่ว (ด้านสามเหลี่ยม) ควรใช้แผ่น OSB จะตัดและประกอบได้ง่าย
5. มุงหลังคาไม่ให้รั่ว
ไม่ว่าหลังคาจะเป็นแบบไหน ควรหุ้มทับด้วยวัสดุมุงหลังคาเสมอ เพราะแค่ไม้กระดานอย่างเดียว กันน้ำได้ไม่ดี
แนะนำให้ใช้วัสดุประเภทโลหะแผ่น เช่น แผ่นสังกะสีหรือแผ่นลอนเหล็ก
ถ้าเป็นเหล็กเปลือย ควรทาสีกันสนิมและทับสีให้สม่ำเสมอเพื่อยืดอายุการใช้งาน6. เก็บงานพื้นผิว ทาสีและเคลือบไม้
เมื่อโครงสร้างพร้อม ให้ขัดส่วนที่คมและทาน้ำยาฆ่าเชื้อไม้ เพื่อป้องกันปลวกและเชื้อรา
จากนั้นอาจทาด้วยน้ำมันชักเงา เคลือบเงา หรือสีโทนสุภาพ ไม่ต้องฉูดฉาดเกินไปก็ได้ เน้นกลมกลืนกับสนามและบ้านเป็นหลัก
เมื่อทิ้งไว้จนสีแห้งสนิท จึงค่อยย้ายบูธไปวางยังตำแหน่งถาวร แล้วค่อยจัดพื้นที่ผูกสุนัขหรือทำรั้วล้อมในรูปแบบที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของบ้านคุณ
เลือกรูปทรงหลังคาแบบไหนให้ตรงใจหมาและเจ้าของ

ในโลกของบูธสุนัข รูปทรงหลังคามักหนีไม่พ้นสองแบบนี้
หลังคาจั่ว (สองด้าน)
หลังคาแบนลาดเอียงด้านเดียว
แต่ละแบบก็มีบุคลิกต่างกัน และเหมาะกับสภาพการใช้งานไม่เหมือนกัน
หลังคาจั่ว: สวย คลาสสิก แต่หนัก
เหมาะกับบูธ ขนาดเล็ก หรือปานกลาง
เพิ่มพื้นที่ภายในด้านบน ทำให้ดูโล่งขึ้น แต่ก็ทำให้โครงสร้างมีน้ำหนักมากขึ้นด้วย
ถ้าใช้กับบูธขนาดใหญ่ ตัวบูธจะหนักและเคลื่อนย้ายยาก
หลังคาแบนลาดเอียง: เบา ทำง่าย และหมาชอบ
โครงสร้างง่ายกว่า น้ำหนักเบากว่า เหมาะกับ บูธขนาดใหญ่ มากกว่า
สามารถออกแบบให้ถอดออกได้ ทำให้การทำความสะอาดภายในสะดวกมาก
สุนัขจำนวนมาก โดยเฉพาะตัวใหญ่ ๆ ชอบ ขึ้นไปนอนบนหลังคาบูธ เพื่อสอดส่องสนามรอบ ๆ
หลังคาแบบนี้จึงตอบโจทย์นิสัยชอบปีนป่ายของหมาได้ดี
ท้ายที่สุด ถ้าสุนัขเดินเข้าบูธอย่างมั่นใจ ยอมไปนอนเอง ไม่ลังเล แถมยังเลือกไปพักเองบ่อย ๆ นั่นแปลว่า คุณทำบูธจากเศษวัสดุได้ “ผ่านใจหมา” แล้วจริง ๆ

