เปิดโลกน้ำหอมให้หอมเป๊ะทั้งวัน
ใครที่ลงทุนซื้อน้ำหอมขวดโปรดมาใช้ ก็ต้องอยากให้กลิ่นติดผิวยาวๆ เดินไปไหนคนรอบตัวได้กลิ่นหอมอ่อนๆ แบบไม่ต้องคอยหยิบขวดมาฉีดซ้ำทั้งวันใช่ไหมคะ
มาลองปรับวิธีการใช้กันสักนิด จะช่วยให้น้ำหอม ติดทนนานขึ้นแบบรู้สึกได้ แถมยังหอมแบบมีเสน่ห์กว่าที่เคยด้วย
รู้จักประเภทน้ำหอมก่อนเลือกซื้อ
ในท้องตลาดมีน้ำหอมหลายแบบ แต่สิ่งที่ต่างกันหลักๆ คือ ความเข้มข้นของหัวน้ำหอม (น้ำมันหอม) ยิ่งเข้มข้นก็ยิ่งติดทน และราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
ประเภทที่เจอบ่อยมีประมาณนี้ค่ะ
Eau de Parfum (EDP)
มีส่วนน้ำมันหอมประมาณ 15–18% กลิ่นชัด ติดทนมาก เหมาะกับคนที่ชอบความหรูหราและต้องการความทนนานเป็นพิเศษEau de Toilette (EDT)
มีส่วนน้ำมันหอมราว 4–8% กลิ่นชัดกำลังดี ใช้ได้ทุกวัน ราคาย่อมเยากว่า และเป็นประเภทที่สาวไทยนิยมใช้กันมากEau de Cologne (EDC)
ความเข้มข้นประมาณ 3–5% กลิ่นบางเบา เหมาะกับการใช้เพิ่มความสดชื่นชั่วคราว แต่ติดไม่ค่อยทน
สำหรับอากาศร้อนแบบเมืองไทย Eau de Toilette มักจะใช้ง่ายที่สุด กลิ่นชัดกำลังดี ไม่แรงจนเวียนหัว ส่วน Eau de Parfum ถ้าใช้ในวันที่อากาศร้อนจัดอาจทำให้กลิ่นฉุนและรู้สึกเวียนหัวได้ ควรใช้เบามือหรือเลือกใช้ในห้องแอร์จะดีที่สุด
เทคนิคฉีดน้ำหอมให้ติดทนนาน
อยากให้น้ำหอมอยู่กับเราตลอดวัน ไม่ใช่แค่ฉีดแล้วจบ แต่ต้อง ฉีดให้ถูกจุด ถูกวิธี ด้วยนะคะ
1. ฉีดบนผิวบริเวณจุดชีพจร
การฉีดน้ำหอมลงบนผิวโดยตรง โดยเฉพาะบริเวณ จุดชีพจร จะช่วยให้กลิ่นกระจายตัวดีและทนนานขึ้น เพราะจุดเหล่านี้มีอุณหภูมิอุ่นกว่าส่วนอื่นๆ
จุดที่แนะนำ เช่น
ข้อมือด้านใน
ข้อพับแขน
ใต้ติ่งหู
ร่องอก
ขาพับ
บริเวณกระดูกหน้าขา
ซอกคอ
ความร้อนตามร่างกายจะช่วยดันกลิ่นให้ฟุ้งขึ้น ยิ่งตอนเราขยับตัว เดิน ขยับแขน หรือหันหน้า กลิ่นก็จะลอยตามการเคลื่อนไหว ทำให้คนรอบตัวได้กลิ่นหอมแบบพอดีๆ
2. ฉีดน้ำหอมลงในอากาศแล้วเดินผ่าน
เทคนิคนี้อาจจะดูเปลืองนิดหน่อย แต่เหมาะมากกับน้ำหอมที่กลิ่นแรง อย่าง Eau de Parfum เพราะช่วยให้กลิ่นเนียนและไม่ฉุนจนเกินไป
วิธีทำคือ
ฉีดน้ำหอมพ่นออกไปในอากาศรอบตัว
ให้ขวดห่างจากตัวประมาณ 6 นิ้ว
จากนั้น เดินผ่านละออง หรือหมุนตัวเบาๆ ให้ละอองน้ำหอมเกาะทั่วร่างกาย
ข้อดีคือกลิ่นจะติดทั้งตัว ดูเป็นความหอมแบบฟุ้งๆ ธรรมชาติ ไม่ได้พุ่งแรงเฉพาะจุด
แต่หากเป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นต่ำอย่าง Eau de Cologne เทคนิคนี้อาจไม่เหมาะ เพราะน้ำหอมเจือจางอยู่แล้ว ฉีดแบบลอยๆ อาจแทบไม่เหลือกลิ่นบนตัวเลย
3. ฉีดลงบนแปรงหรือหวี แล้วใช้กับเส้นผม
เส้นผมเป็นอีกจุดที่ ดูดซับกลิ่นเก่งมาก ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นควันรถ กลิ่นอาหาร หรือกลิ่นจากบรรยากาศรอบตัว ดังนั้นถ้าใช้น้ำหอมกับผมดีๆ กลิ่นจะติดนานและหอมมากเวลาเราขยับศีรษะหรือสะบัดผม
แต่การฉีดน้ำหอมลงบนเส้นผมตรงๆ บ่อยๆ อาจทำให้ผมแห้งเสียได้ เพราะมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่
วิธีที่นุ่มนวลกว่าคือ
ฉีดน้ำหอมลงบน แปรงหรือหวี ก่อน
จากนั้นค่อยหวีลงบนผมให้ทั่วศีรษะ
ควรหวีตอนที่ผมสะอาด เพื่อไม่ให้กลิ่นน้ำหอมปนกับกลิ่นอื่นบนเส้นผม
แบบนี้จะช่วยให้กลิ่นหอมกระจายทั่วเส้นผม และยังช่วยลดการทำร้ายผมจากแอลกอฮอล์ด้วย
4. ฉีดลงบนของใช้ส่วนตัว
การฉีดน้ำหอมบนของใช้เล็กๆ ที่เราใช้บ่อย ก็ช่วยให้มีออร่าความหอมติดตัวไปทุกที่
ตัวอย่างของที่เหมาะกับการฉีด
กระเป๋าถือหรือกระเป๋าสตางค์
ผ้าเช็ดหน้า
ผ้าพันคอ
โบว์หรือริบบิ้นติดผม
เมื่อเราหยิบของเหล่านี้ขึ้นมาใช้ กลิ่นน้ำหอมก็จะลอยตามขึ้นมาด้วย ให้ความรู้สึกหอมแบบไม่ต้องพยายามมาก
แต่มีข้อควรระวังคือ อย่าฉีดเยอะเกินไป เพราะบางวัสดุอาจเกิดคราบหรือเสื่อมสภาพได้ ควรทดลองฉีดนิดเดียวที่มุมเล็กๆ ก่อน
5. ฉีดน้ำหอมตอนรีดเสื้อผ้า
อีกวิธีที่ช่วยให้เสื้อผ้าหอมฟุ้งตั้งแต่เช้าจรดเย็น คือการฉีดน้ำหอมตอนที่กำลังรีดเสื้อผ้า
ทำได้ง่ายๆ แบบนี้เลย
ขณะรีดเสื้อผ้า ให้พรมน้ำหอมเบาๆ ลงบนผ้า
ความร้อนจากเตารีดจะช่วยให้กลิ่นน้ำหอมเกาะกับเส้นใยผ้า
เมื่อสวมใส่แล้ว กลิ่นก็จะค่อยๆ กระจายออกมาทั้งวัน
อย่างไรก็ตามต้อง ระวังชนิดของผ้า บางประเภทอาจเกิดรอยด่างหรือเสียรูปได้ ควรลองกับส่วนเล็กๆ ก่อน หรือหลีกเลี่ยงผ้าที่บอบบางมาก
สรุป: น้ำหอมแพง…ต้องใช้ให้คุ้ม
จะซื้อน้ำหอมขวดหนึ่งก็ไม่ใช่ถูกๆ แต่ถ้า ฉีดแป๊บเดียวกลิ่นหาย ก็เสียทั้งเงินและอารมณ์
ลองเอาวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้
เลือกประเภทน้ำหอมให้เหมาะกับอากาศและไลฟ์สไตล์
ฉีดให้ถูกจุด โดยเน้นบริเวณที่มีความอุ่นของร่างกาย
ใช้เทคนิคเสริมอย่างฉีดในอากาศ เดินผ่าน หรือลงบนหวีและของใช้ส่วนตัว
ระวังเรื่องปริมาณและประเภทวัสดุที่ฉีดโดน
ทำครบทุกข้อ รับรองว่า กลิ่นโปรดของคุณจะอยู่กับคุณได้ยาวนานกว่าเดิมแบบรู้สึกได้ ฉีดน้อยแต่หอมทน คุ้มค่ากับทุกหยดของน้ำหอมที่ลงทุนซื้อมาแน่นอนค่ะ

