ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ญี่ปุ่นพัฒนา Wi-Fi รุ่นพิเศษ ใช้งานได้ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์

ญี่ปุ่นพัฒนา Wi-Fi รุ่นพิเศษ ใช้งานได้ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์
ความสนใจ|เครือข่ายภายในบ้าน

Wi-Fi สายอึด! นักวิจัยญี่ปุ่นโชว์ตัวรับสัญญาณที่ทำงานได้ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์โดยไม่พัง

ในโลกของเทคโนโลยีไร้สาย "รังสี" คือศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายวงจรอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2026 เว็บไซต์ TechSpot ได้เปิดเผยนวัตกรรมสุดล้ำจากทีมวิจัย Institute of Science Tokyo (อดีต Tokyo Tech) ที่สามารถสร้างตัวรับสัญญาณ Wi-Fi ที่มีความทนทานสูงจนสามารถนำไปใช้งานภายใน เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ได้สำเร็จ

ความสำเร็จนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกข้อจำกัดในการใช้หุ่นยนต์เข้าไปปฏิบัติภารกิจกู้ภัยหรือรื้อถอนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งเดิมทีต้องพึ่งพาสายเคเบิลที่ทั้งหนักและเสี่ยงต่อการขาดเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย


ญี่ปุ่นพัฒนา Wi-Fi รุ่นพิเศษ ใช้งานได้ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์

ทำไม Wi-Fi ทั่วไปถึงตายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์?

ปกติแล้ว อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เราใช้กันอยู่ (รวมถึงสมาร์ทโฟนและหูฟัง) จะเริ่มทำงานผิดปกติเมื่อได้รับรังสีเพียงไม่กี่ร้อย Grays เพราะรังสีจะเข้าไปรบกวนการไหลของกระแสไฟฟ้าในทรานซิสเตอร์ ทำให้เกิด "ประจุค้าง" จนวงจรลัดวงจรหรือหยุดทำงานไปในที่สุด

แต่ชิปตัวใหม่นี้ถูกทดสอบให้ทนทานต่อรังสีได้สูงถึง 500 kilograys (kGy) หรือสูงกว่าอุปกรณ์ไอทีทั่วไปถึง 1,000 เท่า! ซึ่งแรงพอที่จะทำให้หุ่นยนต์ทำงานในจุดที่อันตรายที่สุดได้นานต่อเนื่องถึง 6 เดือน


เบื้องหลังการออกแบบ: กลยุทธ์ "น้อยแต่มาก"

ทีมนักวิจัยนำโดย Yasuto Narukiyo และ Atsushi Shirane ได้ใช้เทคนิคการออกแบบระดับนาโนที่แตกต่างจากชิปทั่วไปเพื่อสู้กับรังสี:

  1. ใช้ NMOS แทน PMOS: ทีมงานพบว่าทรานซิสเตอร์ชนิด PMOS มักจะพังก่อนเมื่อเจอพายรังสี จึงเลือกใช้ NMOS เป็นหลักในการสร้างวงจรรับสัญญาณ

  2. ขยายขนาด Gate: มีการปรับรูปทรงของทรานซิสเตอร์ให้มีความยาวและความกว้างมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากประจุไฟฟ้าที่รังสีสร้างขึ้น (Charge Trapping)

  3. ลดความซับซ้อน: ยิ่งชิปมีทรานซิสเตอร์น้อย พื้นที่ที่จะถูกรังสีโจมตีก็ลดน้อยลงตามไปด้วย ทำให้ระบบมีความเสถียรสูงขึ้นในสภาพแวดล้อมสุดขั้ว


ประโยชน์ที่จะเปลี่ยนอนาคตพลังงานนิวเคลียร์

การมี Wi-Fi ที่ "อึด" ขนาดนี้จะส่งผลกระทบเชิงบวกในหลายด้าน:

  • หุ่นยนต์ไร้สาย: หุ่นยนต์กู้ภัยและโดรนสำรวจจะสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ 360 องศา โดยไม่มีสายเคเบิลมาพันกันหรือติดขัดในซากปรักหักพัง

  • การรื้อถอนโรงไฟฟ้า: ช่วยเร่งกระบวนการรื้อถอนโรงไฟฟ้าที่หมดอายุการใช้งาน (Decommissioning) เช่น ฟุกุชิมะ ไดอิจิ ให้ทำได้รวดเร็วและปลอดภัยขึ้น

  • การตรวจสอบแบบ Real-time: วิศวกรสามารถรับข้อมูลเซนเซอร์จากภายในจุดเสี่ยงได้ทันทีผ่านระบบไร้สายที่ไว้ใจได้


บทสรุป: ก้าวต่อไปสู่ตัวส่งสัญญาณ (Transmitter)

แม้ตอนนี้ทีมวิจัยจะพัฒนา ตัวรับ (Receiver) ได้สำเร็จแล้ว แต่เป้าหมายถัดไปคือการสร้าง ตัวส่ง (Transmitter) ที่ทนทานในระดับเดียวกัน เพื่อให้ระบบสื่อสารสองทางสมบูรณ์แบบที่สุด

นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่าเทคโนโลยี ไวไฟ ในปี 2026 ไม่ได้พัฒนาไปเพื่อความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ยังพัฒนาไปสู่ "ความทนทาน" ในระดับที่มนุษย์ไม่สามารถก้าวเท้าเข้าไปถึงได้ครับ!

ที่มา techspot

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!