ซูมดีทุกคอนเสิร์ตด้วยกล้อง 200MP และวิดีโอ 4K 120fps

ถ้าคุณคือสายคอนเสิร์ตที่เบื่อรูปซูมแตก เบลอ และวิดีโอสั่นจนปวดตา ถึงเวลาอัปเกรดมาเป็น OPPO Find X9 Series ที่วางตัวชัดเจนว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่เกิดมาเพื่อ “ซูมดีทุกคอนเสิร์ต” ตัวจริง
หัวใจสำคัญคือกล้อง 200MP Hasselblad Telephoto พร้อมพลัง 120x Super Zoom และวิดีโอ 4K 120fps ที่ยกระดับจากมือถือทั่วไปไปเป็นระดับกึ่งโปร ทั้งภาพนิ่งและวิดีโออยู่ในเครื่องเดียว
ซีรีส์นี้เปิดมาด้วย 2 รุ่นหลักคือ
OPPO Find X9 Pro ราคา 42,999 บาท
OPPO Find X9 ราคาเริ่มต้น 29,999 บาท
แถมยังเปิดตัวคู่กับหูฟังไร้สายระดับแฟลกชิป OPPO Enco X3s ราคา 4,999 บาท เผื่อใครอยากอินทั้งภาพและเสียงแบบจัดเต็ม
บรรยากาศงานเปิดตัว: มือถือที่เกิดมาเพื่อสายคอนเสิร์ต

ภายในงานเปิดตัว OPPO Find X9 Series ทางแบรนด์จัดเต็มคอนเซ็ปต์สมาร์ตโฟน “ซูมดีทุกคอนเสิร์ต” ให้ผู้ร่วมงานได้ลองใช้งานจริงในบรรยากาศแบบคอนเสิร์ตเต็มขั้น
ด้วยกล้อง 200MP Hasselblad Telephoto และระยะซูมสุดไกล 120x Super Zoom ผู้ร่วมงานสามารถซูมเก็บศิลปินจากทุกมุมของฮอลล์ได้แบบคมชัดทุกรายละเอียด เหมาะสุดสำหรับคนที่ชอบลุ้นบัตรท้ายฮอลล์ แต่ก็ยังอยากได้รูปสวย ๆ ไม่แพ้โซนหน้าเวที
โหมด Stage Mode ถูกออกแบบมาสำหรับเวทีแสงจัด สีตัดแรง และการเคลื่อนไหวเร็ว ๆ ช่วยบาลานซ์ภาพให้ได้ทั้งอารมณ์เวทีและความคมชัดอย่างลงตัว

ในงานยังให้ลองวิดีโอ 4K 120fps ที่บันทึกทุกจังหวะได้เหมือนตาเห็น และโหมด Hasselblad Portrait สำหรับสายพอร์ตเทรตที่อยากได้โทนสีผิวสวย เนียนตา และมีมิติโบเก้แบบกล้องโปร
วิดีโอ 4K 120fps: เก็บทุกบีต ทุกจังหวะสโลว์ได้เนียนกว่าที่คิด
คุณสมบัติเด่นอีกอย่างของ OPPO Find X9 Series คือการถ่ายวิดีโอ 4K 120fps ที่ให้ความละเอียดสูงกว่าระดับ Full HD ถึง 4 เท่า และเฟรมเรตที่สูงจนทำให้การเคลื่อนไหวดู ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ
จุดที่น่าสนใจคือ
รองรับ สโลว์โมชั่นคุณภาพสูง โดยยังคงความคมชัดแม้ลดความเร็วลง
เหมาะกับการถ่ายคอนเสิร์ต กีฬา แอ็กชัน หรือคอนเทนต์สาย Vlog ที่ต้องการความสมจริงแบบจัดเต็ม
ผลลัพธ์ที่ได้คือวิดีโอที่ทั้งคม รายละเอียดแน่น และเก็บอารมณ์ของแสงบนเวทีได้ครบ ทำให้หลายครีเอเตอร์ถึงกับมองว่าใช้เก็บภาพคอนเสิร์ตระดับมืออาชีพได้สบาย ๆ

กล้อง 200MP Hasselblad Telephoto: ซูมไกลแต่ยังคมเหมือนยืนหน้าเวที
ช่างภาพระดับโปรที่คุ้นเคยกับกล้อง Hasselblad จริงก็ยืนยันตรงกันว่า จุดเด่นของ OPPO Find X9 Series คือกล้อง Hasselblad Telephoto ความละเอียดสูงสุด 200MP ที่ยังคงรายละเอียดชัดแม้ซูมหนักหรือครอปภาพทีหลัง
สิ่งที่ได้จากการร่วมพัฒนาระหว่าง OPPO กับ Hasselblad คือ
การ ปรับโทนสีผิวให้สมจริง และบาลานซ์สีได้แม่นยำ แม้ฉากหลังซับซ้อน
ภาพมี มิติและโบเก้สวย ตามสไตล์ Hasselblad
โทนสีมีเอกลักษณ์แบบกล้องระดับตำนาน แต่ย่อมาอยู่ในสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว
สรุปง่าย ๆ: ถ้าคุณคือคนที่เคยคิดว่าต้องแบกกล้องใหญ่ไปคอนเสิร์ตถึงจะได้ภาพดี รุ่นนี้คือคำตอบที่ทำให้คุณเปลี่ยนใจได้ไม่ยาก
ทำไม OPPO Find X9 Series ถึงเหมาะกับสายคอนเสิร์ต
OPPO วางจุดยืนของ Find X9 Series ชัดเจนมากว่าเป็นมือถือสำหรับคนที่ชอบเก็บโมเมนต์บนเวที ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยเฉพาะรุ่น OPPO Find X9 Pro ที่จัดเต็มสุดในซีรีส์
ฟีเจอร์ไฮไลต์สำหรับสายคอนเสิร์ต ได้แก่
กล้อง Hasselblad Telephoto 200MP ซูมไกลเท่าไหร่รายละเอียดก็ยังแน่น
120x Super Zoom ดึงตัวศิลปินเข้ามาใกล้มาก แม้จะนั่งบนสแตนด์
โหมด Stage Mode ช่วยจัดการแสง สี และการเคลื่อนไหวบนเวทีให้อัตโนมัติ
วิดีโอ 4K 120fps ให้ฟุตเทจกึ่งโปร พร้อมเอาไปตัดต่อได้สบาย
นอกจากคอนเสิร์ต ยังเหมาะกับคนชอบท่องเที่ยว ชมวิว หรือถ่ายแลนด์สเคประยะไกล ที่อยากได้ทั้งดีเทลและอารมณ์ภาพแบบครบ ๆ ในช็อตเดียว
Hasselblad Portrait + LUMO Imaging Engine: พอร์ตเทรตโทนแพงแบบกล้องใหญ่
อีกจุดขายคือโหมด Hasselblad Portrait ที่ต่อยอดจากความร่วมมือกับ Hasselblad ทำให้ภาพพอร์ตเทรตมี
โทนสีผิวธรรมชาติ ไม่หลอกตา
มิติแสงและสีที่ดูสมจริง ไม่แบน
โบเก้ละมุนแบบกล้องเลนส์ดี
ทั้งหมดนี้เสริมด้วยระบบ LUMO Imaging Engine ที่ OPPO พัฒนาร่วมกับ MediaTek และ Sony เพื่อจัดการภาพแบบลึกระดับ RAW:
RAW Multi-Frame Fusion รวมหลายเฟรมเพื่อดึงดีเทลให้ครบ
Low-Light Denoising ช่วยลดนอยส์ในที่แสงน้อย
True-to-Life Color ทำให้สีใกล้เคียงของจริงมากที่สุด
ไม่ว่าจะแสงเวทีจัด ๆ หรือพระอาทิตย์ตกริมทะเล ระบบนี้ช่วยให้ภาพที่ได้ทั้งสวยและเก็บบรรยากาศได้ครบแบบที่ตาเห็น
ColorOS 16 + AI จัดเต็ม: ลื่น แรง ฉลาด พร้อมช่วยทำคอนเทนต์
OPPO Find X9 Series มาพร้อม ColorOS 16 รุ่นล่าสุด ที่โฟกัสทั้งความลื่นและความฉลาดของระบบ
จุดเด่นฝั่งซอฟต์แวร์และ AI ได้แก่
การตอบสนองที่รวดเร็ว ใช้งานหลายแอปฯ พร้อมกันได้แบบไม่หน่วง
ระบบ AI ที่ เรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้ เพื่อจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะกับสไตล์การใช้งาน
ฟีเจอร์ AI Mind Space ที่ช่วยจัดเก็บและค้นหาเอกสาร รูปภาพ และข้อความได้เร็วขึ้น เหมือนมีผู้ช่วยดิจิทัลคอยจัดระเบียบให้ตลอดเวลา
AI Portrait Glow สำหรับจูนโทนสีผิวและแสงในภาพถ่ายพอร์ตเทรตให้ดูนุ่ม ละมุน และสมดุลยิ่งขึ้น
ส่วนด้านฮาร์ดแวร์ ขับเคลื่อนด้วย
ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500 Trinity Engine ที่บาลานซ์เรื่องประสิทธิภาพและการใช้พลังงานได้ดี
แบตเตอรี่ขนาดใหญ่สูงสุด 7,500 mAh ใช้งานยาว ๆ ทั้งวัน
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 และ IP69 สำหรับคนที่ใช้มือถือแบบลุย ๆ
ไม่ว่าจะถ่ายวิดีโอ 4K 120fps หรือตัดต่อคลิป เปิดหลายแอปฯ ควบคู่กันไป ก็ยังเอาอยู่แบบลื่นมือ
ดีไซน์และสี: พรีเมียมในทุกองศา เบา บาง จับถนัดมือ
OPPO Find X9 Series ไม่ได้เน้นแค่เรื่องกล้องและสเปก แต่ยังใส่ใจเรื่องสัมผัสและงานออกแบบด้วยแนวคิด “ความงาม ความสมดุล และความรู้สึกพอดี” ในทุกด้าน
สำหรับ OPPO Find X9 Pro:
ขอบหน้าจอบางเฉียบเพียง 1.15 มม.
ตัวเครื่องบางแค่ 8.25 มม. น้ำหนักประมาณ 224 กรัม
ดีไซน์ Unibody Glass เชื่อมเลนส์กล้องกับตัวเครื่องอย่างไร้รอยต่อ
พอร์ตและไมโครโฟนดีไซน์แนวมินิมอล เน้นความเรียบหรู
- สีที่มีให้เลือก:
สีขาว Silk White
สีเทา Titanium Charcoal
ส่วน OPPO Find X9 รุ่นปกติ:
บางเพียง 7.99 มม.
น้ำหนักประมาณ 203 กรัม
ดีไซน์กระจก Unibody Glass เรียบลื่นเหมือนกัน
- สีที่มีให้เลือก:
สีเทา Titanium Grey
สีดำ Space Black
และสำหรับสายสะสมหรือคนที่ชอบสีจัดจ้าน เตรียมพบกับสีใหม่สุดไอคอนิก สีแดง Velvet Red ที่จะมาให้เลือกทั้ง 2 รุ่นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน

ชุดเลนส์เสริม OPPO Hasselblad: สายซูมหนักต้องมี
นอกจากตัวเครื่องแล้ว OPPO ยังเปิดตัว ชุดเลนส์เสริม OPPO Hasselblad สำหรับ OPPO Find X9 Pro โดยเฉพาะ เหมาะกับคนที่จริงจังกับการเก็บโมเมนต์คอนเสิร์ตหรือการเดินทางระยะไกลแบบจัดเต็ม
สเปกหลักของเลนส์เสริมนี้คือ
เลนส์เทเลโฟโต้ 3.28x ระยะ 230 มม.
เซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.56 นิ้ว
ความละเอียดสูงสุด 200 ล้านพิกเซล
รูรับแสงกว้าง f/2.1 ช่วยให้ภาพซูมยังสว่างและคมในที่แสงน้อย
โครงสร้างเลนส์แบบ Kepler ประกอบด้วยเลนส์ 13 ชิ้น 3 กลุ่ม พร้อมเลนส์ Extra-Low Dispersion 3 ชิ้น เพื่อ
ลดความคลาดสี
ลดแสงสะท้อน
ดึงสีให้เที่ยงตรงในแบบ Hasselblad
ผิวเลนส์เคลือบแบบ PVD Low-Reflection 9 ชั้น เพื่อควบคุมแฟลร์และคอนทราสต์ให้เหมาะกับการถ่ายในสภาพแสงจัด เช่น ไฟเวทีหรือแดดแรง
ชุดเลนส์นี้วางจำหน่ายในราคา 6,999 บาท และมี ส่วนลด 1,000 บาท เมื่อซื้อคู่กับ OPPO Find X9 Pro

OPPO Enco X3s: หูฟังคู่ใจสายคอนเสิร์ตและสายเสียงจริงจัง
ควบคู่กันกับซีรีส์ Find X9 ทาง OPPO ยังเปิดตัวหูฟังไร้สายระดับแฟลกชิป OPPO Enco X3s สำหรับคนที่อยากอินกับโลกของเสียงเต็ม ๆ
จุดเด่นของ Enco X3s ได้แก่
ระบบตัดเสียงรบกวนสูงสุด 55dB แบบเรียลไทม์ ครอบคลุมความถี่กว้างถึง 5,500Hz
โหมดตัดเสียงปรับอัตโนมัติให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม
เทคโนโลยีตัดเสียงพูดของคนรอบข้าง ทำให้โฟกัสได้แม้อยู่ในที่พลุกพล่าน
ระบบไมโครโฟน AI 3 ไมก์ สำหรับการสนทนาที่ชัดเจน ลดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดี
ระบบเสียงปรับจูนโดย Dynaudio ให้เบสแน่น เสียงกลางชัด และรายละเอียดครบ
รองรับเสียงระดับ Hi-Res ผ่าน LHDC 5.0
เทคโนโลยีเสียงรอบทิศทาง OPPO Alive Audio ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในคอนเสิร์ตจริง
ด้านการเชื่อมต่อและความฉลาดก็จัดเต็มเช่นกัน
เชื่อมต่อ สองอุปกรณ์พร้อมกัน ด้วย AI Multi-Device
มี AI Translation Assistant สำหรับแปลภาษาแบบเรียลไทม์
ใช้ Bluetooth 5.4 การเชื่อมต่อเสถียร ลื่นไหล
แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 45 ชั่วโมง พร้อมระบบชาร์จไว
ราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 4,999 บาท และถ้าซื้อคู่กับสมาร์ตโฟน OPPO รุ่นใดก็ได้ จะได้รับส่วนลดทันที 1,500 บาท

สเปก ความจุ และราคาวางจำหน่าย
OPPO Find X9 Series วางตัวเป็นสมาร์ตโฟนแฟลกชิปที่เน้นทั้งกล้อง วิดีโอ และ AI บนดีไซน์พรีเมียม โดยสเปกด้านความจุและราคามีดังนี้
OPPO Find X9 Pro
ความจุ 16GB + 512GB
สี: Silk White, Titanium Charcoal
ราคา 42,999 บาท
OPPO Find X9
ความจุ 12GB + 256GB
ความจุ 16GB + 512GB
สี: Titanium Grey, Space Black
ราคาเริ่มต้น 29,999 บาท
ทั้งสองรุ่นจัดจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ พร้อมโปรโมชันเปิดตัวแบบจัดหนัก
โปรพรีออเดอร์: ของแถมและสิทธิพิเศษมูลค่าสูง
สำหรับลูกค้าที่จองเครื่องระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม 2568 – 6 พฤศจิกายน 2568 และรับเครื่องภายในวันที่กำหนด จะได้รับของสมนาคุณมูลค่าสูงสุดรวมประมาณ 28,347 บาท โดยของแถมหลักมีดังนี้
E-VIP Card ประกันจอแตก 1 ครั้ง ภายใน 2 ปี
หูฟัง OPPO Enco X3s หรือ OPPO Enco Air4 Pro
สิทธิ์ใช้งาน Google AI Pro ฟรี 3 เดือน
เคส Light Luxury Magnetic Case
นอกจากนี้ยังมีบริการ Premium Service – 180 Days Replacement Service ให้สิทธิ์เปลี่ยนเครื่องใหม่ 1 ครั้งภายใน 180 วัน หากตัวเครื่องมีปัญหาตามเงื่อนไขการรับประกัน
โปรผ่อน จัดไฟแนนซ์ และเทิร์นเครื่องเก่า
เพื่อให้เป็นเจ้าของ OPPO Find X9 Series ได้ง่ายขึ้น ยังมีโปรทางการเงินและส่วนลดอีกหลายรูปแบบ ได้แก่
ผ่อนผ่าน SG Finance+ ดาวน์เริ่มต้น 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
ผ่อนผ่าน UFUND ดาวน์เริ่มต้น 0 บาท ผ่อนสบายสูงสุด 48 เดือน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
ลูกค้าที่จองผ่านเครือข่าย AIS และ True-dtac รับส่วนลดสูงสุด 11,000 บาท
นำเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่ผ่านโปรแกรม Trade up รับส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท
สำหรับชุดเลนส์เสริม OPPO Hasselblad
ราคา 6,999 บาท
ใช้งานได้เฉพาะกับ OPPO Find X9 Pro
วางจำหน่ายเฉพาะ OPPO Brand Shop บางสาขา และช่องทางออนไลน์ของ OPPO Official
เงื่อนไข และสิ่งที่ต้องรู้ก่อนกดรับสิทธิ์
เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ผู้ใช้งานต้องกดรับสิทธิ์ผ่านช่องทางที่กำหนดภายในเวลาที่ระบุ
สรุปเงื่อนไขสำคัญ:
การรับสิทธิ์ประกันจอแตก E-VIP Card 1 ครั้งใน 2 ปี ต้องกดผ่านแอป MY OPPO เท่านั้น
การรับสิทธิ์ 180 Days Replacement Service ต้องกดผ่าน MY OPPO ภายใน 30 วันนับจากวันที่รับเครื่อง
การรับสิทธิ์ Google AI Pro ฟรี 3 เดือน ต้องกดผ่าน Google One หรือ Gemini App ภายใน 30 วัน นับจากวันรับเครื่อง
ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถแลกเป็นเงินสด และเฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น
ทุกเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด และบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
บทสรุป: ถ้าคอนเสิร์ตคือไลฟ์สไตล์ มือถือตัวนี้คือของต้องมี
เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ตั้งแต่
กล้อง Hasselblad Telephoto 200MP
ซูมไกลสุด 120x Super Zoom
วิดีโอ 4K 120fps สำหรับสายคอนเทนต์
โหมด Stage Mode และ Hasselblad Portrait
ระบบ ColorOS 16 ที่อัดแน่นด้วย AI
แบตใหญ่ มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับสูง
ดีไซน์กระจก Unibody พรีเมียม และสีให้เลือกหลากหลาย
OPPO Find X9 Series จึงไม่ได้เป็นแค่มือถือแฟลกชิปทั่วไป แต่ถูกออกแบบมาเป็น “กล้องคอนเสิร์ต + กล้องเที่ยว + ผู้ช่วย AI” ที่รวมอยู่ในเครื่องเดียว โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบเก็บโมเมนต์สำคัญผ่านเลนส์มือถือมากกว่ากล้องใหญ่
ถ้าคุณกำลังมองหาสมาร์ตโฟนที่ซูมไกลแต่ยังคม ถ่ายวิดีโอได้ระดับนำไปตัดต่อจริงจัง และมีดีไซน์พรีเมียมถือแล้วดูดีในทุกงาน OPPO Find X9 Series คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงนี้สำหรับสายคอนเสิร์ต สายเที่ยว และสายคอนเทนต์ที่อยากให้ทุกช็อตออกมาดีตั้งแต่กดถ่ายครั้งแรก

